ไปแอบเห็นเกือบดราม่า หลาย ๆ สถานที่ของกลุ่มแม่ ๆ ส่วนใหญ่ติว่าโดนหลอกให้ซื้อของแพง โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าจากจีน บ้างพูดว่า เห็นราคาทุนมาแค่ 100 เอง มาขาย 200-300 บาท แม่ค้าโหด..กะมา "ฟัน" เลยทีเดียว (คงคิดว่า สัก 120 พอยอมไหว) เลยอยากให้มามองในแง่ของคนขายบ้าง แบบไม่ดราม่านะ แบบว่าใจเขาใจเราดีกว่า (จริง ๆ เราแค่แม่ค้ารายเล็ก ๆ นะ เราไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ แต่ก็แอบเห็นใจทั้งคู่นั่นแหละ)
มาดูกันว่า ต้นทุนของแม่ค้ามีอะไรกันบ้าง (จาก ปสก. เราเอง ใครมีต้นทุนอื่นมาแชร์ แจ้งได้นะคะ)
1. ซื้อของจากจีน รู้คุณภาพกันอยู่ สั่งงานแบบผ้ามา 100 ชิ้น เจอ 10 ชิ้น เย็บหมิ่น เย็บเกิน ตรวจสอบแล้วคุณเห็นแล้ว คุณอยากส่งให้ลูกค้าให้เสียเครดิตมั๊ย 10 ชิ้นนั้นกองอยู่ที่บ้าน ใครรับผิดชอบ ส่วนใหญ่คุณเข้า taobao เอง เห็นแต่ราคาขาย ลืมคิดถึงค่าขนส่ง ค่าของชำรุด ค่าเสียเวลาจิปาถะ
2. ของใช้ ไม่ใช้ของกิน ของบางอย่าง ลูกค้าซื้อครั้งเดียว ใช้ยันลูก 3 คน ไม่กลับมาซื้อซ้ำอีก กว่าจะออกแต่ละชิ้น พิมพ์จนปวดข้อมือ พักหลัง ๆ การสื่อสารและซื้อขาย ง่ายขึ้น แม่ก็รวมกลุ่มกัน ซื้อสินค้าเพื่อนำเข้ามาใช้กันเอง (อันนี้ไม่ว่ากัน ก็ดีค่ะ ประหยัดดี) แต่ก็นะ แม่ค้าก็ขายของยากขึ้น
3. จากข้อสอง ต้องลงโฆษณาสิคะ ทั้ง Facebook Google ทำเว็บ ตัวเองหมดไป 10000 กว่าบาท กับของราคาไม่กี่บาทต่อชิ้น เพื่อให้ระบายของได้เร็วขึ้น ไม่ต้องจมทุนมาก
4. โฆษณาก็แล้ว แต่ของก็ยังระบายได้ไม่ไวอย่างที่ใจคิด กว่าจะขายออกแต่ละชิ้น ใครแบกรับภาระเงินที่ค้างอยู่ที่ของ (ก็แม่ค้าไง รู้งี้เอาไปเล่นหุ้น หรือซื้อกองทุนดีกว่ามั๊ย เครียด+++ สามีบ่น จิปาถะ)
5. แม่ค้า คืออาชีพหนึ่ง คุณอย่าคิดว่าสบาย คุณทำงาน office ใช้เวลางานนั่นแหละ มานั่งช็อปปิ้งบ้าง เม้าท์มอยบ้าง ทำงานบ้าง คุณยังได้เงินเดือน 4-5 หมื่น แล้วแม่ค้าออนไลน์ นั่งโพสทั้งวัน จนข้อมือ และนิ้วหงิก ตอบคำถาม คุยกับลูกค้า ดูคู่แข่ง หาสินค้าใหม่มาลง ติดต่อเอาสินค้าเข้า ฯลฯ ยังไม่รวม แพคของ ค่าเชือก ค่ากล่อง ค่ามอเตอร์ไซด์ ค่าน้ำมัน ค่าเสียเวลารอคิว เพื่อที่จะส่งของให้ลูกค้าทีไปรษณีย์อีกหละ (เดี๋ยวนี้ไปรษณีย์ไทยคิวยาวกว่า รพ. ซะอีก)
*สรุป ทำงานทั้งวันเหมือนกัน เค้าก็อยากได้ 4-5 หมื่นบาทต่อเดือนเหมือนคุณเหมือนกัน อาจจะอิสระกว่าเรื่องเวลา แต่จากประสบการณ์ วันไหนคุณไม่โพส คุณขายของไม่ออกอะ สรุป แม่ค้าต้องทำงานทุกวัน
6. บางอย่างขายไม่ออก ล้าสมัย ต้องเอามาโล๊ะ ราคาทุน (ถ้าโละราคาทุน ถือว่าขาดทุน เพราะถ้าคุณลงทุนรูปแบบอื่น คุณได้ดอกเบี้ยไปแล้ว) ดังนั้น ถ้าแม่ค้าคนไหน สามารถหาสินค้าใหม่ ที่ยังไม่มีใครขายในท้องตลาดมาขายได้ แล้วเค้าอัพราคาแรง (แบบพองาม) ถือว่าเป็นโอกาสทำกำไรของเค้า เอาไปถัวเฉลี่ยกับสินค้าชำรุด และสินค้าที่ต้องโล๊ะ บางครั้งยอมต่ำกว่าทุน เพื่อที่จะได้เอาเงินมาลงทุนใหม่ได้
* เพราะเดี๋ยวคนเห็นว่าขายดี ก็ไปเอามาขายตัดราคากันในเวลาอันรวดเร็ว นั่นถือเป็นโอกาส ของเค้าค่ะ
7. แม่ค้าบางท่าน เงินเล็กน้อย อาศัยรับแม่ค้าด้วยกันนี่แหละ ราคาส่ง แบบตัวแทนจำหน่ายบ้าง สมมุติ ผู้ค้าส่ง ให้ราคาเรา 100 บาท กำหนดให้เราขาย 150 บาท (อย่าต่ำกว่านี้นะ!!) เราก็ขายเรื่อยเปื่อย วันหนึ่ง แม่ค้าผู้ค้าส่ง ขายไม่ออก หรืออยากโล๊ะของ เอาออกมาขายในราคา 80 บาท นอกจากขายไม่ออก โดนลูกค้าด่าเละ แถมยังไม่มีน้ำหน้าไปขายให้ใครได้อีก เพราะลูกค้าเกลียดเราไปแล้ว
8. ผลต่างจากราคาต้นทุนสินค้า + โสหุ้ยอื่น ๆ มันไม่ได้เท่ากับกำไรทั้งหมด มันคือค่าแรง ค่าบริหารกิจการของเค้า นั่นคืออาชีพเค้า ทุกอย่างที่เค้าคิด เค้าหาแหล่ง เสียเวลาติดต่อ สำรองเงินไปนาน กว่าจะได้ของ แล้วกว่าจะได้ขายแต่ละชิ้น ส่วนต่างนั้นถือเป็นดอกเบี้ยจากการลงทุนของเค้าค่ะ
9. ใครซื้อของไปแล้ว แสดงว่าคุณพอใจที่ราคานั้น ซื้อแล้วก็แล้วไปเถอะค่ะ อย่าวนกลับไปด่าแม่ค้าเลย เราเองก็เคยโดน ไม่ใช่โดนด่านะ โดน "ฟัน" 5555
10. แม่ ๆ ผู้ใจดี และเจตนาดีทุกท่าน ร่วม รับ เปิดหาร แบบไม่เอากำไร หรือนิดหน่อยบ้าง ทำข้อตกลงกันไว้หน่อยก็ดีนะคะ กรณีเจอสินค้ามีตำหนิในกลุ่มที่เราซื้อกันมา ทุกคนร่วมรับผิดชอบด้วยนะ อย่าให้เข้าเนื้อค่ะ
ส่วนตัวเราเอง ทำงานประจำ เป็นคุณแม่ เป็นผู้ซื้อมานาน เพิ่งมาหัดเป็นผู้ขายได้ไม่นาน กำลังคิดว่าจะเลิกดีมั๊ย ใครมีข้อ โต้แย้ง หรืออยากแชร์ ปสก. เอาแบบว่าสร้างสรรค์นะ เราไม่เอาดราม่า
======
โชคดีวันศุกร์ค่ะ
ใครคิดว่า แม่ค้าบางคน โหดเว่อร์ ค้ากำไรเกินควรบ้าง!!!
มาดูกันว่า ต้นทุนของแม่ค้ามีอะไรกันบ้าง (จาก ปสก. เราเอง ใครมีต้นทุนอื่นมาแชร์ แจ้งได้นะคะ)
1. ซื้อของจากจีน รู้คุณภาพกันอยู่ สั่งงานแบบผ้ามา 100 ชิ้น เจอ 10 ชิ้น เย็บหมิ่น เย็บเกิน ตรวจสอบแล้วคุณเห็นแล้ว คุณอยากส่งให้ลูกค้าให้เสียเครดิตมั๊ย 10 ชิ้นนั้นกองอยู่ที่บ้าน ใครรับผิดชอบ ส่วนใหญ่คุณเข้า taobao เอง เห็นแต่ราคาขาย ลืมคิดถึงค่าขนส่ง ค่าของชำรุด ค่าเสียเวลาจิปาถะ
2. ของใช้ ไม่ใช้ของกิน ของบางอย่าง ลูกค้าซื้อครั้งเดียว ใช้ยันลูก 3 คน ไม่กลับมาซื้อซ้ำอีก กว่าจะออกแต่ละชิ้น พิมพ์จนปวดข้อมือ พักหลัง ๆ การสื่อสารและซื้อขาย ง่ายขึ้น แม่ก็รวมกลุ่มกัน ซื้อสินค้าเพื่อนำเข้ามาใช้กันเอง (อันนี้ไม่ว่ากัน ก็ดีค่ะ ประหยัดดี) แต่ก็นะ แม่ค้าก็ขายของยากขึ้น
3. จากข้อสอง ต้องลงโฆษณาสิคะ ทั้ง Facebook Google ทำเว็บ ตัวเองหมดไป 10000 กว่าบาท กับของราคาไม่กี่บาทต่อชิ้น เพื่อให้ระบายของได้เร็วขึ้น ไม่ต้องจมทุนมาก
4. โฆษณาก็แล้ว แต่ของก็ยังระบายได้ไม่ไวอย่างที่ใจคิด กว่าจะขายออกแต่ละชิ้น ใครแบกรับภาระเงินที่ค้างอยู่ที่ของ (ก็แม่ค้าไง รู้งี้เอาไปเล่นหุ้น หรือซื้อกองทุนดีกว่ามั๊ย เครียด+++ สามีบ่น จิปาถะ)
5. แม่ค้า คืออาชีพหนึ่ง คุณอย่าคิดว่าสบาย คุณทำงาน office ใช้เวลางานนั่นแหละ มานั่งช็อปปิ้งบ้าง เม้าท์มอยบ้าง ทำงานบ้าง คุณยังได้เงินเดือน 4-5 หมื่น แล้วแม่ค้าออนไลน์ นั่งโพสทั้งวัน จนข้อมือ และนิ้วหงิก ตอบคำถาม คุยกับลูกค้า ดูคู่แข่ง หาสินค้าใหม่มาลง ติดต่อเอาสินค้าเข้า ฯลฯ ยังไม่รวม แพคของ ค่าเชือก ค่ากล่อง ค่ามอเตอร์ไซด์ ค่าน้ำมัน ค่าเสียเวลารอคิว เพื่อที่จะส่งของให้ลูกค้าทีไปรษณีย์อีกหละ (เดี๋ยวนี้ไปรษณีย์ไทยคิวยาวกว่า รพ. ซะอีก)
*สรุป ทำงานทั้งวันเหมือนกัน เค้าก็อยากได้ 4-5 หมื่นบาทต่อเดือนเหมือนคุณเหมือนกัน อาจจะอิสระกว่าเรื่องเวลา แต่จากประสบการณ์ วันไหนคุณไม่โพส คุณขายของไม่ออกอะ สรุป แม่ค้าต้องทำงานทุกวัน
6. บางอย่างขายไม่ออก ล้าสมัย ต้องเอามาโล๊ะ ราคาทุน (ถ้าโละราคาทุน ถือว่าขาดทุน เพราะถ้าคุณลงทุนรูปแบบอื่น คุณได้ดอกเบี้ยไปแล้ว) ดังนั้น ถ้าแม่ค้าคนไหน สามารถหาสินค้าใหม่ ที่ยังไม่มีใครขายในท้องตลาดมาขายได้ แล้วเค้าอัพราคาแรง (แบบพองาม) ถือว่าเป็นโอกาสทำกำไรของเค้า เอาไปถัวเฉลี่ยกับสินค้าชำรุด และสินค้าที่ต้องโล๊ะ บางครั้งยอมต่ำกว่าทุน เพื่อที่จะได้เอาเงินมาลงทุนใหม่ได้
* เพราะเดี๋ยวคนเห็นว่าขายดี ก็ไปเอามาขายตัดราคากันในเวลาอันรวดเร็ว นั่นถือเป็นโอกาส ของเค้าค่ะ
7. แม่ค้าบางท่าน เงินเล็กน้อย อาศัยรับแม่ค้าด้วยกันนี่แหละ ราคาส่ง แบบตัวแทนจำหน่ายบ้าง สมมุติ ผู้ค้าส่ง ให้ราคาเรา 100 บาท กำหนดให้เราขาย 150 บาท (อย่าต่ำกว่านี้นะ!!) เราก็ขายเรื่อยเปื่อย วันหนึ่ง แม่ค้าผู้ค้าส่ง ขายไม่ออก หรืออยากโล๊ะของ เอาออกมาขายในราคา 80 บาท นอกจากขายไม่ออก โดนลูกค้าด่าเละ แถมยังไม่มีน้ำหน้าไปขายให้ใครได้อีก เพราะลูกค้าเกลียดเราไปแล้ว
8. ผลต่างจากราคาต้นทุนสินค้า + โสหุ้ยอื่น ๆ มันไม่ได้เท่ากับกำไรทั้งหมด มันคือค่าแรง ค่าบริหารกิจการของเค้า นั่นคืออาชีพเค้า ทุกอย่างที่เค้าคิด เค้าหาแหล่ง เสียเวลาติดต่อ สำรองเงินไปนาน กว่าจะได้ของ แล้วกว่าจะได้ขายแต่ละชิ้น ส่วนต่างนั้นถือเป็นดอกเบี้ยจากการลงทุนของเค้าค่ะ
9. ใครซื้อของไปแล้ว แสดงว่าคุณพอใจที่ราคานั้น ซื้อแล้วก็แล้วไปเถอะค่ะ อย่าวนกลับไปด่าแม่ค้าเลย เราเองก็เคยโดน ไม่ใช่โดนด่านะ โดน "ฟัน" 5555
10. แม่ ๆ ผู้ใจดี และเจตนาดีทุกท่าน ร่วม รับ เปิดหาร แบบไม่เอากำไร หรือนิดหน่อยบ้าง ทำข้อตกลงกันไว้หน่อยก็ดีนะคะ กรณีเจอสินค้ามีตำหนิในกลุ่มที่เราซื้อกันมา ทุกคนร่วมรับผิดชอบด้วยนะ อย่าให้เข้าเนื้อค่ะ
ส่วนตัวเราเอง ทำงานประจำ เป็นคุณแม่ เป็นผู้ซื้อมานาน เพิ่งมาหัดเป็นผู้ขายได้ไม่นาน กำลังคิดว่าจะเลิกดีมั๊ย ใครมีข้อ โต้แย้ง หรืออยากแชร์ ปสก. เอาแบบว่าสร้างสรรค์นะ เราไม่เอาดราม่า
======
โชคดีวันศุกร์ค่ะ