เราอยากจะถามและอยากแบ่งปันประสบการณ์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครก็ตามที่อาจจะนิสัยไม่ดีหรือคิดน้อยเกินไปจนไม่แคร์จิตใจคนอื่นนะคะ
(ที่จริงก็อยากจะสนองนี้ดตัวเองด้วย เพราะต้องการระบายเรื่องที่รู้สึกผิดและอัดอั้นมากนานนับสิบกว่าปี)
*เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์จริงของเราเอง หากก่อให้เกิดความเสียหายแก่ใคร เราขอรับผิดชอบไว้เองค่ะ
นี่ไม่ใช่กระทู้มโน ไม่ใช่กระทู้นิยาย เป็นเรื่องที่คิดนานมากว่าจะเล่าดีรึเปล่า แต่คิดไปคิดมาถ้าเล่าแล้วมีประโยชน์กับคนอื่นก็น่าจะดีกว่าเก็บไว้คนเดียว
เรื่องก็มีอยู่ว่า ในชีวิตนี้เราเคยทำร้ายจิตใจผู้ชายอยู่ 2 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในความทรงจำของเราจนเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกไปแล้วก็ว่าได้ และที่อยู่ดีๆ
มาเล่านี่ก็เพราะฝันเป็นเรื่องราวเก่าๆ อีกอย่างก็เพราะหนึ่งในผู้ชายสองคนนั้นเพิ่งโทรมาหา สร้างความแปลกประหลาดใจและดีใจอย่างมาก ไม่คิดว่าเขายังจะนึกถึงเราอยู่ น้ำตาจะไหลอ่ะ พูดเลย
เอาล่ะค่ะ...เข้าเรื่อง เริ่มที่ผู้ชายคนที่ 1 ขอเรียกเขาในกระทู้ว่า เอ
เอ เป็นเพื่อนเราสมัยประถมค่ะ เรื่องนี้เป็น puppy love ของเด็กประถมนะคะ แต่มันสอนอะไรให้เราหลายอย่างมากๆ
ต้องบอกก่อนว่าสมัยประถมเป็นช่วงที่เราเนื้อหอมที่สุดในช่วงชีวิตละล่ะ (อนาถจัง) ทั้งที่หน้าตาก็ไม่ได้สวยเลย นี่พูดจริงๆ ค่ะ แต่อาจเป็นเพราะทำกิจกรรมเยอะ อย่างประกวดร้องเพลงในงานโรงเรียนอะไรแบบนี้ เลยทำให้เป็นที่รู้จักของคนอื่นๆ ก่อนหน้านั้นก็รู้ตัวว่ามีเด็กผู้ชายจากห้องอื่นมาแอบชอบเหมือนกัน บางทีเพื่อนเขาก็จะแซวๆ แล้วเราก็เด็กมาก ไม่รู้จะทำยังไงบางทีก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ สะบัดหน้า รีบเดินหนี (นิสัยเสียมาก แทนที่จะนิ่งๆ ไว้)
ทีนี้มาถึง เอ เขาก็เป็นเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกับเราตลอด ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงป.4 พอจะขึ้นป.5 มีการคละห้องเพื่อให้นักเรียนได้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้นก็ปรากฏว่าเราได้อยู่ห้องเดียวกันอีก เอ เป็นเด็กผู้ชายตัวสูง ท้วม หน้าตาธรรมดาๆ ชอบเล่นบอล และมักจะมีบทบาทในกลุ่มเด็กผู้ชายห้องเดียวกัน (เป็นผู้ทรงอิทธิพลไรประมาณนั้น ฮ่าๆๆ) แต่เอเป็นคนที่อยู่นอกสายตาของเราเลยก็ว่าได้ คือที่จริงตอนนั้นเราก็ไม่ได้ชอบใครเป็นพิเศษนะ ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อะไรด้วย แต่ถ้าให้เทียบความโดดเด่นในกลุ่มผู้ชายด้วยกัน เอ ก็ไม่ได้มีเสน่ห์อะไรสำหรับเราอ่ะค่ะ
สำหรับ เอ จำได้แค่ว่าเราเคยอยู่กลุ่มเดียวกันสมัยประถมต้น มีการเล่นต่อเพลงอย่างสนุกสนานแบบเด็กๆ นอกจากนั้นก็ไม่เคยจดจำรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับเขาอีกเลยยยยย จนกระทั่งความมาแตกเมื่อ ป. 5 คือมันเป็นงี้ค่ะ มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง สมมุติว่าชื่อ ก. เป็นเพื่อนที่นั่งข้างเราและเป็นผู้ชายที่น่าแกล้งมากๆ (ผู้ชายน่าแกล้ง จะมีลักษณะกวนตีนนิดๆ แต่ก็ยอมให้เราแกล้งแบบใช้ความรุนแรงได้ ตบตีไรงี้กะมันได้ แต่ก็โอดโอยบ้างพอเป็นพิธี / คือถ้าเป็นคนอ่อนแอมากๆ ก็ไม่ควรแกล้งใช่มะ หรือถ้าเป็นคนที่ตอบโต้เราเลยก็ยิ่งไม่ควรแกล้ง จริงมั้ยคะ ฮ่าๆๆ) นาย ก. เนี่ยก็เรียนพิเศษตอนเย็นที่เดียวกับเราด้วย เลยค่อนข้างสนิทกัน เอาเป็นว่าพูดคุยหยอกล้อกันแบบเพื่อนได้
วันหนึ่ง อันเป็นวันมหาซวยมากๆๆๆ เราก็หาเรื่องแกล้งนาย ก. อีก (ไม่ได้แอบชอบนะจะบอกไว้ก่อน แค่นิสัยเลวเฉยๆ) ทีนี้มันเป็นเซ้นส์หรืออะไรไม่รู้ให้ไปยุ่งกับกระเป๋านักเรียนของ ก. อีตา ก. เนี่ย ร้อยวันพันปีก็ไม่ค่อยจะหวงกระเป๋าหรอก แต่วันนี้นางหวงเป็นพิเศษก็ไม่รู้เพราะอะไร เราก็จะยกกระเป๋าของนางมาทุ่มให้หายรมณ์เสีย ปรากฏนางยื้อไว้มากๆ จนสงสัยว่าจะทนไม่ไหว เลยความแตก!!!
ความที่ว่าก็คือ ของขวัญวันเกิดบอกรักแทนใจจากใครคนหนึ่ง วันนั้นไม่ใช่วันเกิดเราหรอกค่ะ เลยมาเป็นชาติละก็ว่าได้ แต่ของที่อยู่ในกระเป๋า ก. เป็นของขวัญวันเกิดเราจากเอ สงสัยเห็นว่าเราสนิทกับ ก. และอีตา ก. ก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับเขา ไว้ใจได้ไรงี้ เอ เลยฝาก ก. มาให้เรา โดยที่จริงแล้ว ก. นางก็กะจะแอบเอามาให้เราหลังเลิกเรียน ประมาณว่ารับจ๊อบเป็นพ่อสื่ออ่ะนะ แต่พ่อสื่อดันซวย ทำเรื่องแดงเสียเอง วันนั้นเราอึ้งเลยค่ะ พูดไม่ออก เพราะเรื่องแตกกลางห้อง เพื่อนก็เชียร์ให้แกะของขวัญเลยๆๆ เอ้า แกะก็แกะค่ะ อายก็อาย อยู่ดีๆ มีคนมาแอบชอบ คือแบบตอนนั้นคนรู้หมดทั้งห้องอ่ะค่ะ ทีนี้ล่ะมันจะแซวกันให้รึ่ม ของขวัญก็เป็นกระปุกออมสินรูปหมาน่ารักๆ ถามว่าตอนนั้นซึ้งมั้ย...ไม่เลย ตกใจมากกว่า แต่ตอนนี้ซึ้งน้ำใจเขามากที่อุตส่าห์ซื้อมาให้อ่ะ คิดดูเด็กประถมอ่ะ กว่าจะเก็บเงินแอบไปซื้อขอขวัญมาให้คนที่ชอบเนี่ย มันก็ลงทุนไม่เบานะ แต่เข้าใจว่าอายเลยไม่กล้าเอามาให้เอง
แล้วเราก็เริ่มคิดได้ด้วยว่า เราเคยมีฉายาที่เพื่อนในห้องมักจะล้อนี่นา เป็นฉายาประหลาดๆ แต่คนเดียวที่ไม่เคยล้อเราเลยคือ เอ ค่ะ แง้ววววว ส่วนอีตา ก. มันไม่กล้าล้อเราแน่ค่ะ เพราะรับรองว่าจะเจอฝ่ามืออรหันต์ ฮ่าๆๆ
หลังจากความแตกวันนั้น เพื่อนก็พากันแซวเรื่องเรากับเอทั้งห้องจริงๆ ค่ะ เรื่องใหญ่ขนาดครูประจำชั้นยังรู้ แถมครูก็สอนด้วยว่า มีคนรักดีกว่ามีคนเกลียดนะ (เรื่องนี้พ่อแม่เราก็รู้ค่ะ แถมพ่อยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับลุงแท้ๆ ของเออีกต่างหาก แหม...ช่างสับสนวนเวียน พ่อก็สอนว่าให้ทำดีกับเขา อย่าไปรังเกียจ เดี๋ยวจะเสียเพื่อนไปเหมือนพ่อ)
นึกว่าครูจะเห็นใจเราค่ะ แต่ครูกลับจับให้เราไปนั่งติดกับเอซะงั้น TT..TT ไปกันใหญ่ คือคงเขินด้วยแหละ ไม่รู้จะรับมือยังไง เราก็ยิ่งไม่กล้าคุยไม่กล้ามองหน้าเอเลย ทั้งที่เราไม่คิดอะไรกับเขาเลยจริงๆ ค่ะ ไม่ได้อยากจะทำให้เขาเสียใจด้วย คือถ้าเพื่อนไม่แซวเราคงไม่พาลอ่ะ เพราะสิ่งที่เราแสดงออกมันเหมือนรำคาญเอเขามากกว่า (ทั้งที่จริงเขาไม่ผิด ถูกมะ) เราก็ทำเหมือนเอไม่มีตัวตน แถมพอมี ก. นั่งข้างๆ กันอีก นาย ก. ก็ซวยเป็นตัวกลางไปค่ะ เวลามีเรื่องอะไรเราก็จะพูดแต่กับ ก. ต่อหน้าเอนั่นแหละ เอก็ยิ่งไม่กล้าคุยกับเรา ทั้งที่เอเป็นคนกล้าในหมู่เพื่อนเลยล่ะ
คืองี้ค่ะ เราต้องบอกอีกนิดว่า เราเป็นหนึ่งในกลุ่มหญิงผู้ทรงอิทธิพลในห้องนะ คือในห้องจะมีแก๊งค์ผู้หญิงขาใหญ่อยู่ 4-5 คน ก๋ากั่นมากๆ อ่ะค่ะ เรียนก็เอา กิจกรรมก็เอา ในกลุ่มเพื่อนก็จะมีเรากับเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่เรียนเป็นอันดับต้นของห้อง สอบได้ไม่เคยเกินที่ 3 อ่ะว่างั้น เพื่อนคนนี้ชื่อ ข. ละกัน เรากับ ข. มักจะพากันไปเล่นดนตรีบ้าง ไปประกวดนั่นนี่บ้าง เป็นตัวตั้งตัวตีทำกิจกรรมในห้องบ้าง ทำเยอะมากจริงๆ และแก๊งค์นี้ก็จะสนิทกับแก๊งค์ผู้ชายกลุ่มใหญ่ในห้องด้วย (เป็นกลุ่มผู้ชายแท้ ซนๆ พากันไปเล่นฟุตบอลในสนามไรงี้) บางทีไปทำงานกลุ่มที่บ้านเพื่อนก็พากันปั่นจักรยานเป็นคาราวานก็มี เรียกว่ากลุ่มผู้มีวีรกรรมเยอะสุดๆ
ที่จริงเรื่องก็ไม่มีอะไรมาก เราก็เมิน เอ ทำเป็นเฉยๆ ใส่ เพราะไม่อยากให้ใครล้อ แต่ถ้าไปทำกิจกรรมอะไรเป็นกลุ่มก็ไม่ได้รังเกียจนะ มีครั้งหนึ่ง เราว่านั่นคงเป็นครั้งที่ทำให้เอเสียใจมากจริงๆ จนเขาไม่อยากชอบเราอีกแล้ว นั่นก็คือ วันปีใหม่มีจับสลากของขวัญกัน เราดันมือดี จับได้ของขวัญจากเอ พอแกะออกดูมันคือกระปุกออมสินแฮร์รี่ พอตเตอร์ สวยและแพงทีเดียวล่ะ มันจะไม่อะไรเลยถ้าอีตา ก. ไม่มาชื่นชมเสียเต็มประดา เราก็เลยถามว่า อยากได้เหรอไง อ่ะ งั้นแลกกันมั้ยล่ะ อีตา ก. ก็คงไม่ทันคิดมั้งหรือนางจะไม่รู้ว่าเป็นของเอ นางก็รีบตอบรับเลยค่ะ สรุปคือ เราก็ได้กล่องใส่สบู่กากๆ ที่นาย ก. จับได้มาแทน แล้วนางก็ได้กระปุกแฮร์รี่ไปเชยชม คิดละยังเสียดายไม่หาย ไม่น่าทำแบบนั้นเลย (ต่อหน้าต่อตาเอเลยค่ะ ไม่แคร์เขาเลยจริงๆ เหมือนกับบอกเป็นนัยว่า ชั้นไม่อยากได้อะไรที่เป็นของเธอทั้งนั้น ถึงจะแลกได้ของที่กากกว่าก็ยอม)
ยังไม่พอค่ะ มันมีเหตุการณ์ที่ซวยกว่านั้น คือ พอดีเราอยากรู้ว่าเพื่อนผู้หญิงกลุ่มเดียวกันเนี่ยชอบใครกันแน่ เลยลากไปคุยสองคน บอกว่าจะแลกความลับกันนะ เธอบอกมาซิว่าเธอชอบใคร จะได้เชียร์ถูกคน เดี๋ยวเราบอกของเราบ้าง นางก็บอกของนาง ทีนี้เราก็ดั้นสด เลยบอกไปว่า เราชอบ ก. พอนึกแล้วอยากก็ตบปากตัวเอง ไม่คิดว่าเรื่องจะไปกันใหญ่ขนาดนั้น ปรากฏความลับไม่เป็นความลับคร่าาาา มันดันไปเข้าหูเอได้ไงไม่รู้เรื่องนี้ แอร๊ยยยย
คือนาย ก. เนี่ยก็มีคนที่นางชอบอยู่แล้วล่ะ รู้กันอยู่ว่าเป็นสาวสวยเพอร์เฟ็คในห้องนี่แหละ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า วันหนึ่งเอก็เกิดโมโห ก. ขึ้นมา แล้วบอกว่าไอ้ ก. หักหลัง เพื่อนผู้ชายก็พากันประณาม ก. โดยที่ ก. ก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่านางทำผิดอะไร เรานี่แบบ...โอ๊ยยย ซวยแล้วๆๆๆ ไม่คิดว่าวาจามุสาวาทจะทำให้เกิดความหมางใจในกลุ่มเพื่อน เราเดาเอาว่า เอ คงคิดว่าเราชอบ ก. จริงๆ (ซึ่งความจริงไม่ได้ชอบ แค่หมั่นไส้มันเฉยๆ)
หลังจากนั้นมาเอก็เริ่มพูดจาประชดเราบ้างค่ะ เช่น บอกว่าเราเล่นตัว ไปชอบคนอื่นดีกว่า (เราก็เสียใจเบาๆ นะ แต่จะให้ไปชอบเขาก็คงทำไม่ได้) ทีนี้มันจะไม่ยุ่งเท่าไหร่หรอกค่ะ ถ้า ข. เพื่อนหญิงสวยรวยเสน่ห์ของเราซึ่งก็ชอบทำตัวเป็นแม่สื่อให้เรากับเอด้วยนั้น กลับไปชอบเอเข้าจริงๆ (เราเคยมีเรื่องทะเลาะกับ ข. ด้วยล่ะ ตอนนี้มาคิดๆ ดูแล้วอาจจะเป็นเพราะ ข. หึงเรากับเอรึเปล่าก็ไม่รู้นะ) ได้เรื่องเลยค่ะคราวนี้ เอ กับ ข. ก็เลยคิดจะคบกันซะเลย แล้วก็เห็นว่าตอนช่วงปลาย ป.6 ถึงช่วงต้น ม.1 ก็คบกันหวานแหววพักหนึ่งด้วยแหละ ยังสงสัยว่าที่เอคบกับ ข. เพราะต้องการประชดให้เราเจ็บใจรึเปล่าเนี่ย แต่เราก็ทำเฉยๆ นะคะ ใจนึงก็โล่ง อีกใจนึงก็ใจหาย นี่เราทำให้คนที่ชอบเรากลายเป็นไม่ชอบเราซะงั้น
หลังจากนั้นมา เรากับเอก็ห่างกันไปเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ก็ไม่เคยได้คุยกันอีกเลย แม้แต่ในเฟสบุ๊กก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน TTT..TTT คือเรายอมรับเลยค่ะ ว่าได้เสียเพื่อนไปแล้ว และคิดว่าคงจะยากที่จะเป็นเพื่อนกันอีก ทั้งที่เราควรจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ แต่ก็เพราะเราเองที่ทำให้เขาเสียใจ คือที่จริงอาจจะมีเรื่องที่เราทำร้ายจิตใจเขาโดยที่เราไม่รู้ตัวอีกก็ได้นะ รู้สึกแย่จัง
ที่สำคัญค่ะ เราก็ได้มารู้ว่าที่จริงตอนนั้น เอ เขาชอบเรามานาน ชอบเรามากด้วย แต่เขาอาจจะไม่กล้าแสดงออกเพราะกลัวเราว่าเอา (เรามันปากจัดด้วยสิ) ที่รู้เรื่องนี้เพราะสมัยโน้น...ได้ไปเจอกับลูกพี่ลูกน้องของเอในงานเลี้ยง (ไปเลี้ยงรุ่นอะไรซักอย่างกับลุงแท้ๆ ของเอ) พี่สาวเขาก็พูดว่า อ๋อ...คนนี้เหรอที่น้องเอชอบ เคยเห็นแต่ในรูปนะ แหม...เอเขามีรูปติดเต็มฝาห้องเลยนะ แล้วก็พูดถึงเราบ่อยมาก พอเราฟังตอนแรกยังนึกไม่ออกว่า เอจะไปมีรูปเราได้ยังไง ไม่เคยเห็นเขาถ่ายรูป แต่พอนึกออกก็ต้องร้อง โอ๊ยยยยย.....
คืองี้ ช่วงนั้นฮิตถ่ายรูปสติ๊กเกอร์กัน เรากับแก๊งค์ก็พากันไปถ่ายรูปหลายที ไม่ค่อยถ่ายเดี่ยวกันหรอก รูปที่ได้มาก็จะเป็นรูปเพื่อนในกลุ่ม มันก็จะไม่อะไรหรอกค่ะ ถ้าวันดีคืนดีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง เป็นเพื่อนในกลุ่มของเอนั่นแหละ (หลังจาก ก. ได้หมดหน้าที่ไปแล้วเพราะทำเรื่องแตก) นายคนนี้คล้ายๆ เป็นลูกน้องของเอประมาณนั้น รู้กันว่านางก็แอบชอบ ข. แต่ ข. ไม่สนใจนางเลย ทีนี้นางก็แอบมาถามเราว่า เราพอจะมีรูปสติ๊กเกอร์มั้ย นางอยากได้ นางจะขอซื้อ เราก็ตาโต ซื้อเหรอ? นางบอกว่าขอซื้อ 2 รูป 100 นึงนะ สมัยนั้นเงินร้อยบาทนี่ไม่ใช่น้อยๆ นะคะ เราก็โอเค เห็นแก่ความรักของนางด้วยและอยากได้ตังค์ด้วยก็จัดไปค่ะ
ตอนนั้นไม่ได้เอะใจเลยว่า ตาคนนี้เนี่ยนะจะลงทุนถึงกับมาซื้อรูปสติ๊กเกอร์ใบเล็กจิ๋ว 1.5x2 cm ไปชม แต่เราก็ได้ตรัสรู้ทีหลังค่ะว่า รูปสองใบนั้นไปอยู่ที่เอ ที่จริงก็คือ เอใช้นางมาซื้อจากเราเพราะอยากได้รูปเราที่ถ่ายกับเพื่อนนี่แหละ แผนซับซ้อนเหลือเกิน แต่ก็ซาบซึ้งนะ ลงทุนขนาดนี้เลยเหรอ เพื่อเราที่ไม่เคยสนใจเขาเลยเนี่ยนะ แต่ตอนนี้เขาอาจจะทิ้งรูปไปแล้วก็ได้ค่ะ TT..TT
เรื่องของเอก็จบลงด้วยประการฉะนี้ ไม่รู้ว่าเขาจะได้อ่านกระทู้นี้รึเปล่านะ แต่ถ้าได้อ่าน สิ่งที่เราอยากจะบอกคือ เราขอบคุณในความรู้สึกของเขาที่เคยมีให้เรามากค่ะ ซึ้งใจมาก ไม่เคยลืมเรื่องของเขา และอยากจะขอโทษเขาจริงๆ ค่ะ เราไม่เคยตั้งใจจะทำร้ายจิตใจเขาเลย ไม่เคยรังเกียจ และยังอยากเป็นเพื่อนกับเขาเสมอ แอบไปส่องเฟซบุ๊กเขา ก็พบว่าเขามีคนรักที่ดีแล้ว ก็ดีใจด้วยจริงๆ นะคะ
เรื่องของผู้ชายคนที่ 2 (ยาวกว่าของเออีก) ไว้ต่อที่คอมเม้นต์นะคะ
ใครเคยทำร้ายจิตใจคนที่มาแอบชอบตัวเองบ้างคะ
(ที่จริงก็อยากจะสนองนี้ดตัวเองด้วย เพราะต้องการระบายเรื่องที่รู้สึกผิดและอัดอั้นมากนานนับสิบกว่าปี)
*เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์จริงของเราเอง หากก่อให้เกิดความเสียหายแก่ใคร เราขอรับผิดชอบไว้เองค่ะ
นี่ไม่ใช่กระทู้มโน ไม่ใช่กระทู้นิยาย เป็นเรื่องที่คิดนานมากว่าจะเล่าดีรึเปล่า แต่คิดไปคิดมาถ้าเล่าแล้วมีประโยชน์กับคนอื่นก็น่าจะดีกว่าเก็บไว้คนเดียว
เรื่องก็มีอยู่ว่า ในชีวิตนี้เราเคยทำร้ายจิตใจผู้ชายอยู่ 2 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในความทรงจำของเราจนเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกไปแล้วก็ว่าได้ และที่อยู่ดีๆ
มาเล่านี่ก็เพราะฝันเป็นเรื่องราวเก่าๆ อีกอย่างก็เพราะหนึ่งในผู้ชายสองคนนั้นเพิ่งโทรมาหา สร้างความแปลกประหลาดใจและดีใจอย่างมาก ไม่คิดว่าเขายังจะนึกถึงเราอยู่ น้ำตาจะไหลอ่ะ พูดเลย
เอาล่ะค่ะ...เข้าเรื่อง เริ่มที่ผู้ชายคนที่ 1 ขอเรียกเขาในกระทู้ว่า เอ
เอ เป็นเพื่อนเราสมัยประถมค่ะ เรื่องนี้เป็น puppy love ของเด็กประถมนะคะ แต่มันสอนอะไรให้เราหลายอย่างมากๆ
ต้องบอกก่อนว่าสมัยประถมเป็นช่วงที่เราเนื้อหอมที่สุดในช่วงชีวิตละล่ะ (อนาถจัง) ทั้งที่หน้าตาก็ไม่ได้สวยเลย นี่พูดจริงๆ ค่ะ แต่อาจเป็นเพราะทำกิจกรรมเยอะ อย่างประกวดร้องเพลงในงานโรงเรียนอะไรแบบนี้ เลยทำให้เป็นที่รู้จักของคนอื่นๆ ก่อนหน้านั้นก็รู้ตัวว่ามีเด็กผู้ชายจากห้องอื่นมาแอบชอบเหมือนกัน บางทีเพื่อนเขาก็จะแซวๆ แล้วเราก็เด็กมาก ไม่รู้จะทำยังไงบางทีก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ สะบัดหน้า รีบเดินหนี (นิสัยเสียมาก แทนที่จะนิ่งๆ ไว้)
ทีนี้มาถึง เอ เขาก็เป็นเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกับเราตลอด ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงป.4 พอจะขึ้นป.5 มีการคละห้องเพื่อให้นักเรียนได้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้นก็ปรากฏว่าเราได้อยู่ห้องเดียวกันอีก เอ เป็นเด็กผู้ชายตัวสูง ท้วม หน้าตาธรรมดาๆ ชอบเล่นบอล และมักจะมีบทบาทในกลุ่มเด็กผู้ชายห้องเดียวกัน (เป็นผู้ทรงอิทธิพลไรประมาณนั้น ฮ่าๆๆ) แต่เอเป็นคนที่อยู่นอกสายตาของเราเลยก็ว่าได้ คือที่จริงตอนนั้นเราก็ไม่ได้ชอบใครเป็นพิเศษนะ ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อะไรด้วย แต่ถ้าให้เทียบความโดดเด่นในกลุ่มผู้ชายด้วยกัน เอ ก็ไม่ได้มีเสน่ห์อะไรสำหรับเราอ่ะค่ะ
สำหรับ เอ จำได้แค่ว่าเราเคยอยู่กลุ่มเดียวกันสมัยประถมต้น มีการเล่นต่อเพลงอย่างสนุกสนานแบบเด็กๆ นอกจากนั้นก็ไม่เคยจดจำรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับเขาอีกเลยยยยย จนกระทั่งความมาแตกเมื่อ ป. 5 คือมันเป็นงี้ค่ะ มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง สมมุติว่าชื่อ ก. เป็นเพื่อนที่นั่งข้างเราและเป็นผู้ชายที่น่าแกล้งมากๆ (ผู้ชายน่าแกล้ง จะมีลักษณะกวนตีนนิดๆ แต่ก็ยอมให้เราแกล้งแบบใช้ความรุนแรงได้ ตบตีไรงี้กะมันได้ แต่ก็โอดโอยบ้างพอเป็นพิธี / คือถ้าเป็นคนอ่อนแอมากๆ ก็ไม่ควรแกล้งใช่มะ หรือถ้าเป็นคนที่ตอบโต้เราเลยก็ยิ่งไม่ควรแกล้ง จริงมั้ยคะ ฮ่าๆๆ) นาย ก. เนี่ยก็เรียนพิเศษตอนเย็นที่เดียวกับเราด้วย เลยค่อนข้างสนิทกัน เอาเป็นว่าพูดคุยหยอกล้อกันแบบเพื่อนได้
วันหนึ่ง อันเป็นวันมหาซวยมากๆๆๆ เราก็หาเรื่องแกล้งนาย ก. อีก (ไม่ได้แอบชอบนะจะบอกไว้ก่อน แค่นิสัยเลวเฉยๆ) ทีนี้มันเป็นเซ้นส์หรืออะไรไม่รู้ให้ไปยุ่งกับกระเป๋านักเรียนของ ก. อีตา ก. เนี่ย ร้อยวันพันปีก็ไม่ค่อยจะหวงกระเป๋าหรอก แต่วันนี้นางหวงเป็นพิเศษก็ไม่รู้เพราะอะไร เราก็จะยกกระเป๋าของนางมาทุ่มให้หายรมณ์เสีย ปรากฏนางยื้อไว้มากๆ จนสงสัยว่าจะทนไม่ไหว เลยความแตก!!!
ความที่ว่าก็คือ ของขวัญวันเกิดบอกรักแทนใจจากใครคนหนึ่ง วันนั้นไม่ใช่วันเกิดเราหรอกค่ะ เลยมาเป็นชาติละก็ว่าได้ แต่ของที่อยู่ในกระเป๋า ก. เป็นของขวัญวันเกิดเราจากเอ สงสัยเห็นว่าเราสนิทกับ ก. และอีตา ก. ก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับเขา ไว้ใจได้ไรงี้ เอ เลยฝาก ก. มาให้เรา โดยที่จริงแล้ว ก. นางก็กะจะแอบเอามาให้เราหลังเลิกเรียน ประมาณว่ารับจ๊อบเป็นพ่อสื่ออ่ะนะ แต่พ่อสื่อดันซวย ทำเรื่องแดงเสียเอง วันนั้นเราอึ้งเลยค่ะ พูดไม่ออก เพราะเรื่องแตกกลางห้อง เพื่อนก็เชียร์ให้แกะของขวัญเลยๆๆ เอ้า แกะก็แกะค่ะ อายก็อาย อยู่ดีๆ มีคนมาแอบชอบ คือแบบตอนนั้นคนรู้หมดทั้งห้องอ่ะค่ะ ทีนี้ล่ะมันจะแซวกันให้รึ่ม ของขวัญก็เป็นกระปุกออมสินรูปหมาน่ารักๆ ถามว่าตอนนั้นซึ้งมั้ย...ไม่เลย ตกใจมากกว่า แต่ตอนนี้ซึ้งน้ำใจเขามากที่อุตส่าห์ซื้อมาให้อ่ะ คิดดูเด็กประถมอ่ะ กว่าจะเก็บเงินแอบไปซื้อขอขวัญมาให้คนที่ชอบเนี่ย มันก็ลงทุนไม่เบานะ แต่เข้าใจว่าอายเลยไม่กล้าเอามาให้เอง
แล้วเราก็เริ่มคิดได้ด้วยว่า เราเคยมีฉายาที่เพื่อนในห้องมักจะล้อนี่นา เป็นฉายาประหลาดๆ แต่คนเดียวที่ไม่เคยล้อเราเลยคือ เอ ค่ะ แง้ววววว ส่วนอีตา ก. มันไม่กล้าล้อเราแน่ค่ะ เพราะรับรองว่าจะเจอฝ่ามืออรหันต์ ฮ่าๆๆ
หลังจากความแตกวันนั้น เพื่อนก็พากันแซวเรื่องเรากับเอทั้งห้องจริงๆ ค่ะ เรื่องใหญ่ขนาดครูประจำชั้นยังรู้ แถมครูก็สอนด้วยว่า มีคนรักดีกว่ามีคนเกลียดนะ (เรื่องนี้พ่อแม่เราก็รู้ค่ะ แถมพ่อยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับลุงแท้ๆ ของเออีกต่างหาก แหม...ช่างสับสนวนเวียน พ่อก็สอนว่าให้ทำดีกับเขา อย่าไปรังเกียจ เดี๋ยวจะเสียเพื่อนไปเหมือนพ่อ)
นึกว่าครูจะเห็นใจเราค่ะ แต่ครูกลับจับให้เราไปนั่งติดกับเอซะงั้น TT..TT ไปกันใหญ่ คือคงเขินด้วยแหละ ไม่รู้จะรับมือยังไง เราก็ยิ่งไม่กล้าคุยไม่กล้ามองหน้าเอเลย ทั้งที่เราไม่คิดอะไรกับเขาเลยจริงๆ ค่ะ ไม่ได้อยากจะทำให้เขาเสียใจด้วย คือถ้าเพื่อนไม่แซวเราคงไม่พาลอ่ะ เพราะสิ่งที่เราแสดงออกมันเหมือนรำคาญเอเขามากกว่า (ทั้งที่จริงเขาไม่ผิด ถูกมะ) เราก็ทำเหมือนเอไม่มีตัวตน แถมพอมี ก. นั่งข้างๆ กันอีก นาย ก. ก็ซวยเป็นตัวกลางไปค่ะ เวลามีเรื่องอะไรเราก็จะพูดแต่กับ ก. ต่อหน้าเอนั่นแหละ เอก็ยิ่งไม่กล้าคุยกับเรา ทั้งที่เอเป็นคนกล้าในหมู่เพื่อนเลยล่ะ
คืองี้ค่ะ เราต้องบอกอีกนิดว่า เราเป็นหนึ่งในกลุ่มหญิงผู้ทรงอิทธิพลในห้องนะ คือในห้องจะมีแก๊งค์ผู้หญิงขาใหญ่อยู่ 4-5 คน ก๋ากั่นมากๆ อ่ะค่ะ เรียนก็เอา กิจกรรมก็เอา ในกลุ่มเพื่อนก็จะมีเรากับเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่เรียนเป็นอันดับต้นของห้อง สอบได้ไม่เคยเกินที่ 3 อ่ะว่างั้น เพื่อนคนนี้ชื่อ ข. ละกัน เรากับ ข. มักจะพากันไปเล่นดนตรีบ้าง ไปประกวดนั่นนี่บ้าง เป็นตัวตั้งตัวตีทำกิจกรรมในห้องบ้าง ทำเยอะมากจริงๆ และแก๊งค์นี้ก็จะสนิทกับแก๊งค์ผู้ชายกลุ่มใหญ่ในห้องด้วย (เป็นกลุ่มผู้ชายแท้ ซนๆ พากันไปเล่นฟุตบอลในสนามไรงี้) บางทีไปทำงานกลุ่มที่บ้านเพื่อนก็พากันปั่นจักรยานเป็นคาราวานก็มี เรียกว่ากลุ่มผู้มีวีรกรรมเยอะสุดๆ
ที่จริงเรื่องก็ไม่มีอะไรมาก เราก็เมิน เอ ทำเป็นเฉยๆ ใส่ เพราะไม่อยากให้ใครล้อ แต่ถ้าไปทำกิจกรรมอะไรเป็นกลุ่มก็ไม่ได้รังเกียจนะ มีครั้งหนึ่ง เราว่านั่นคงเป็นครั้งที่ทำให้เอเสียใจมากจริงๆ จนเขาไม่อยากชอบเราอีกแล้ว นั่นก็คือ วันปีใหม่มีจับสลากของขวัญกัน เราดันมือดี จับได้ของขวัญจากเอ พอแกะออกดูมันคือกระปุกออมสินแฮร์รี่ พอตเตอร์ สวยและแพงทีเดียวล่ะ มันจะไม่อะไรเลยถ้าอีตา ก. ไม่มาชื่นชมเสียเต็มประดา เราก็เลยถามว่า อยากได้เหรอไง อ่ะ งั้นแลกกันมั้ยล่ะ อีตา ก. ก็คงไม่ทันคิดมั้งหรือนางจะไม่รู้ว่าเป็นของเอ นางก็รีบตอบรับเลยค่ะ สรุปคือ เราก็ได้กล่องใส่สบู่กากๆ ที่นาย ก. จับได้มาแทน แล้วนางก็ได้กระปุกแฮร์รี่ไปเชยชม คิดละยังเสียดายไม่หาย ไม่น่าทำแบบนั้นเลย (ต่อหน้าต่อตาเอเลยค่ะ ไม่แคร์เขาเลยจริงๆ เหมือนกับบอกเป็นนัยว่า ชั้นไม่อยากได้อะไรที่เป็นของเธอทั้งนั้น ถึงจะแลกได้ของที่กากกว่าก็ยอม)
ยังไม่พอค่ะ มันมีเหตุการณ์ที่ซวยกว่านั้น คือ พอดีเราอยากรู้ว่าเพื่อนผู้หญิงกลุ่มเดียวกันเนี่ยชอบใครกันแน่ เลยลากไปคุยสองคน บอกว่าจะแลกความลับกันนะ เธอบอกมาซิว่าเธอชอบใคร จะได้เชียร์ถูกคน เดี๋ยวเราบอกของเราบ้าง นางก็บอกของนาง ทีนี้เราก็ดั้นสด เลยบอกไปว่า เราชอบ ก. พอนึกแล้วอยากก็ตบปากตัวเอง ไม่คิดว่าเรื่องจะไปกันใหญ่ขนาดนั้น ปรากฏความลับไม่เป็นความลับคร่าาาา มันดันไปเข้าหูเอได้ไงไม่รู้เรื่องนี้ แอร๊ยยยย
คือนาย ก. เนี่ยก็มีคนที่นางชอบอยู่แล้วล่ะ รู้กันอยู่ว่าเป็นสาวสวยเพอร์เฟ็คในห้องนี่แหละ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า วันหนึ่งเอก็เกิดโมโห ก. ขึ้นมา แล้วบอกว่าไอ้ ก. หักหลัง เพื่อนผู้ชายก็พากันประณาม ก. โดยที่ ก. ก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่านางทำผิดอะไร เรานี่แบบ...โอ๊ยยย ซวยแล้วๆๆๆ ไม่คิดว่าวาจามุสาวาทจะทำให้เกิดความหมางใจในกลุ่มเพื่อน เราเดาเอาว่า เอ คงคิดว่าเราชอบ ก. จริงๆ (ซึ่งความจริงไม่ได้ชอบ แค่หมั่นไส้มันเฉยๆ)
หลังจากนั้นมาเอก็เริ่มพูดจาประชดเราบ้างค่ะ เช่น บอกว่าเราเล่นตัว ไปชอบคนอื่นดีกว่า (เราก็เสียใจเบาๆ นะ แต่จะให้ไปชอบเขาก็คงทำไม่ได้) ทีนี้มันจะไม่ยุ่งเท่าไหร่หรอกค่ะ ถ้า ข. เพื่อนหญิงสวยรวยเสน่ห์ของเราซึ่งก็ชอบทำตัวเป็นแม่สื่อให้เรากับเอด้วยนั้น กลับไปชอบเอเข้าจริงๆ (เราเคยมีเรื่องทะเลาะกับ ข. ด้วยล่ะ ตอนนี้มาคิดๆ ดูแล้วอาจจะเป็นเพราะ ข. หึงเรากับเอรึเปล่าก็ไม่รู้นะ) ได้เรื่องเลยค่ะคราวนี้ เอ กับ ข. ก็เลยคิดจะคบกันซะเลย แล้วก็เห็นว่าตอนช่วงปลาย ป.6 ถึงช่วงต้น ม.1 ก็คบกันหวานแหววพักหนึ่งด้วยแหละ ยังสงสัยว่าที่เอคบกับ ข. เพราะต้องการประชดให้เราเจ็บใจรึเปล่าเนี่ย แต่เราก็ทำเฉยๆ นะคะ ใจนึงก็โล่ง อีกใจนึงก็ใจหาย นี่เราทำให้คนที่ชอบเรากลายเป็นไม่ชอบเราซะงั้น
หลังจากนั้นมา เรากับเอก็ห่างกันไปเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ก็ไม่เคยได้คุยกันอีกเลย แม้แต่ในเฟสบุ๊กก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน TTT..TTT คือเรายอมรับเลยค่ะ ว่าได้เสียเพื่อนไปแล้ว และคิดว่าคงจะยากที่จะเป็นเพื่อนกันอีก ทั้งที่เราควรจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ แต่ก็เพราะเราเองที่ทำให้เขาเสียใจ คือที่จริงอาจจะมีเรื่องที่เราทำร้ายจิตใจเขาโดยที่เราไม่รู้ตัวอีกก็ได้นะ รู้สึกแย่จัง
ที่สำคัญค่ะ เราก็ได้มารู้ว่าที่จริงตอนนั้น เอ เขาชอบเรามานาน ชอบเรามากด้วย แต่เขาอาจจะไม่กล้าแสดงออกเพราะกลัวเราว่าเอา (เรามันปากจัดด้วยสิ) ที่รู้เรื่องนี้เพราะสมัยโน้น...ได้ไปเจอกับลูกพี่ลูกน้องของเอในงานเลี้ยง (ไปเลี้ยงรุ่นอะไรซักอย่างกับลุงแท้ๆ ของเอ) พี่สาวเขาก็พูดว่า อ๋อ...คนนี้เหรอที่น้องเอชอบ เคยเห็นแต่ในรูปนะ แหม...เอเขามีรูปติดเต็มฝาห้องเลยนะ แล้วก็พูดถึงเราบ่อยมาก พอเราฟังตอนแรกยังนึกไม่ออกว่า เอจะไปมีรูปเราได้ยังไง ไม่เคยเห็นเขาถ่ายรูป แต่พอนึกออกก็ต้องร้อง โอ๊ยยยยย.....
คืองี้ ช่วงนั้นฮิตถ่ายรูปสติ๊กเกอร์กัน เรากับแก๊งค์ก็พากันไปถ่ายรูปหลายที ไม่ค่อยถ่ายเดี่ยวกันหรอก รูปที่ได้มาก็จะเป็นรูปเพื่อนในกลุ่ม มันก็จะไม่อะไรหรอกค่ะ ถ้าวันดีคืนดีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง เป็นเพื่อนในกลุ่มของเอนั่นแหละ (หลังจาก ก. ได้หมดหน้าที่ไปแล้วเพราะทำเรื่องแตก) นายคนนี้คล้ายๆ เป็นลูกน้องของเอประมาณนั้น รู้กันว่านางก็แอบชอบ ข. แต่ ข. ไม่สนใจนางเลย ทีนี้นางก็แอบมาถามเราว่า เราพอจะมีรูปสติ๊กเกอร์มั้ย นางอยากได้ นางจะขอซื้อ เราก็ตาโต ซื้อเหรอ? นางบอกว่าขอซื้อ 2 รูป 100 นึงนะ สมัยนั้นเงินร้อยบาทนี่ไม่ใช่น้อยๆ นะคะ เราก็โอเค เห็นแก่ความรักของนางด้วยและอยากได้ตังค์ด้วยก็จัดไปค่ะ
ตอนนั้นไม่ได้เอะใจเลยว่า ตาคนนี้เนี่ยนะจะลงทุนถึงกับมาซื้อรูปสติ๊กเกอร์ใบเล็กจิ๋ว 1.5x2 cm ไปชม แต่เราก็ได้ตรัสรู้ทีหลังค่ะว่า รูปสองใบนั้นไปอยู่ที่เอ ที่จริงก็คือ เอใช้นางมาซื้อจากเราเพราะอยากได้รูปเราที่ถ่ายกับเพื่อนนี่แหละ แผนซับซ้อนเหลือเกิน แต่ก็ซาบซึ้งนะ ลงทุนขนาดนี้เลยเหรอ เพื่อเราที่ไม่เคยสนใจเขาเลยเนี่ยนะ แต่ตอนนี้เขาอาจจะทิ้งรูปไปแล้วก็ได้ค่ะ TT..TT
เรื่องของเอก็จบลงด้วยประการฉะนี้ ไม่รู้ว่าเขาจะได้อ่านกระทู้นี้รึเปล่านะ แต่ถ้าได้อ่าน สิ่งที่เราอยากจะบอกคือ เราขอบคุณในความรู้สึกของเขาที่เคยมีให้เรามากค่ะ ซึ้งใจมาก ไม่เคยลืมเรื่องของเขา และอยากจะขอโทษเขาจริงๆ ค่ะ เราไม่เคยตั้งใจจะทำร้ายจิตใจเขาเลย ไม่เคยรังเกียจ และยังอยากเป็นเพื่อนกับเขาเสมอ แอบไปส่องเฟซบุ๊กเขา ก็พบว่าเขามีคนรักที่ดีแล้ว ก็ดีใจด้วยจริงๆ นะคะ
เรื่องของผู้ชายคนที่ 2 (ยาวกว่าของเออีก) ไว้ต่อที่คอมเม้นต์นะคะ