ขับมอไซ นินจา ฉายเดี่ยว บางใหญ่ - ช่องเม็ก - ลาว(ปากเซ , สี่พันดอน) - เวียดนาม(เว้)
สวัสดีครับ ออกตัวไว้ก่อนเลยครับ
review นี้เป็น review แรกบนพันพันทิปของผม
ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่า รีวิว หรือ เรื่องเล่าดี
หากเขียนไม่ดีไม่ได้เรื่องยังไง ต้องขออภัยด้วยครับ
ย้อนไปนิดนึงครับ เมื่อเกือบสองปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวเวียดนามกลาง
เว้ ดานัง ฮอยอัน โดยช่วยนั้นก็ เป็นช่วงที่เพิ่งซื้อเจ้านินจามาใหม่
ซึ่งผมชอบ บาน่า ฮิว ที่ดานังมาก ๆ จึงทำให้เกิดความคิดที่อยากจะ ขับเจ้านินจามาเที่ยวเวียดนาม
แต่พอกลับมาหาข้อมูล ก็ต้องพบกับทางตัน
เพราะหาข้อมูลจากในเน็ต และได้ลองพูดคุยกับคนที่เคยขับรถไปต่างประเทศ
เขาบอกเหมือน ๆ กันว่า ข้ามไปเวียดนามไม่ได้ ข้ามยาก ต้องผ่านทัวร์ถึงจะข้ามได้
ผมนี้ ฝันสลายเลย T-T
แต่ก็ยังไม่เลิกคิดที่จะขับรถไปเที่ยวต่างประเทศอยู่ดี แต่เป้าหมายยังไม่ชัดเจน
เลยเตรียมเอกสารเกี่ยวกับรถก่อน
โดยนำเล่มเขียว ไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ ที่ขนส่ง ใช่เวลา 1-2 ชั่วโมง
ค่าใช่จ่ายจำไม่ได้ครับ แต่ไม่กี่สิบบาท
แล้วก็ถ่ายสำเนา ทะเบียนรถ และ หน้าเสียภาษีด้วย
ส่วนตัวคนใช้พาสปอร์ต ใบขับขี่สมาร์ทการ์ด ทุกอย่าง ถ่ายสำเนาไปเผื่อด้วยก็ดีครับ
เริ่มต้นเลยนะครับ ช่วงหยุดยาวปีใหม่ ผมลางาน 29-30 ธันวาคม
ทำให้ผมได้หยุดยาวติดต่อกัน 9 วัน (27/12/14 - 4/1/15)
ด้วยความที่ว่าทริปนี้สดมาก ๆ เลยทำให้ไม่รู้จะไปไหน 27 เลยหาเป้าหมายทั้งวัน เลือกไม่ถูก
พม่าก็ดู แหม่ง ๆ เวียงจันทน์ก็เพิ่งจะไปมา สิงคโปร์ก็เพิ่งจะไปมาเหมือนกัน
แล้วดูก็ขับรถในประเทศลำบาก กัมพูชาอ่าน Review ก็เห็นว่ามีปัญหา
แล้วก็มีโปรแกรมว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ อยู่แล้ว
นั่งคิดทั้งวัน สรุปไม่ได้เป้าหมาย หมดไปฟรี ๆ วันหยุดหนึ่งวัน ถือว่าพักผ่อนก็แล้วกัน 555+
เช้าวันที่ 28 ฟันธงแหล่ะ หวยมาออกที่ลาวใต้
เลยขับรถออกสาย ๆ หน่อย แวะเบิกอะไหล่ที่ ศูนย์ Motoaholic พระราม 5
เครดิตรูปจากเพจ Motoaholic ครับ
ออกจากบางใหญ่ประมาณ 11.00 น. ได้ครับ ช่วงเทศกาล รถติดมากแต่ก็พอซิกแซกไปได้เรื่อย ๆ
ถึงศรีสะเกษมืด ๆ อากาศเริ่มหนาวหารีสอร์ตข้างทางราคา 350 บาท
ก็โอเคครับ ห้องพัดลม ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น น้ำแข็ง 1 กระติกเล็ก ๆ น้ำสองขวด
เน้นแค่นอนครับ ไม่ต้องอะไรมาก
เช้า 29 ดันงานเข้า โทรคุยกว่าจะเคลียร์จบ เกือบเที่ยง เดินทางต่อ แวะซื้อของที่ห้างในตัวเมืองอุบลฯ
ถึงช่องเม็กช่วงบ่าย ๆ ทำเรื่องนำรถผ่านแดน ใช้เอกสารต่าง ๆ ที่เตรียมมา เซ็นสำเนาถูกต้องเตรียมไว้เลย
ควรนำปากกาไปเองด้วยครับ เพื่อความสะดวก เสียค่าใช้จ่าย 100 บาท
ศุลกากรจะออกเอกสารนำรถออกให้ เก็บให้ดี อย่าให้หาย
นำรถเข้าลาว (พูดภาษาไทยกับเขาได้เลย) จะมีป้อมเล็ก ๆ ทางขวามือ
ไปเสียค่าเข้าที่นั้นก่อน เจ้าหน้าที่จะจดรายละเอียดเกี่ยวกับรถเราตรงนี้ 40 บาท
เลยไปนิดจะมีอาคารอยู่ ไปทำเรื่องนำคนและรถออกค่าธรรมเนียม 100 + 200 บาท
ค่าธรรมเนียมของคนจริง ๆ แล้วน่าจะไม่ถึง 100 บาทครับ แต่เขาเห็นเราเป็นคนไทย
จึงเรียกเก็บ 100 บาท เลย ไม่มีใบเสร็จ
เขาจะออกเอกสาร เป็นใบสีเขียว ๆ เก็บให้ดีอีกเช่นกัน
เสร็จแล้วขับไปต่อ จะมีด่านกั้นอยู่ จอดรถแล้วลงไปแจ้งนำรถเข้าที่ป้อมทางขวามือ
เขาจะประทับตราเอกสารให้ เป็นอันว่าเสร็จ ไปต่อได้
ในลาววันแรกขับเรื่อย ๆ ครับ บ้านเขาขับเลนขวานะครับ ไม่เหมือนบ้านเราที่ขับเลนซ้าย
ไม่รู้เส้นทาง ไม่รู้สภาพถนน ขับช้าไว้ก่อนเป็นดีครับ
มุ่งหน้าสู่ปากเซ ด้วยความที่ว่าสดมาก ๆ ไม่ได้เตรียมข้อมูลมาเลย ก็ไม่รู้จะขับไปทางไหน
ก็ขับมันไปเรื่อย ๆ ครับ เป็นช่วงเวลาเย็น ๆ ผ่านวิถีชีวิตชนบทของลาว
เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ออกมาเตะบอลกันเยอะ ที่นั้นมีสนามบอลให้เตะเยอะมาก
ขับไปสักพักจะเจอตัวเมืองปักเซ ตรงนี้จะมีโรงแรมดี ๆ ให้เลือกพักเยอะครับ
แต่ผมเน้นถูกฮะ เลยกะว่าขับออกห่างจากตัวเมืองปากเซหน่อย ค่อยหาที่พัก
พอขับมาเจอสี่แยก เอาแล้วสิ จะเลี้ยวไปทางไหนดีหล่ะเนี้ย
เห็นรถคันหน้าเลี้ยวไปทางไหน ผมก็เลี้ยวไปทางนั้นแหล่ะครับ 555+
ขับออกจากตัวเมืองไปหน่อย เจอที่พักเป็นรีสอทข้างทางเหมือน ๆ บ้านเราแหล่ะครับ
คืนแรก 300 บาท ห้องพัดลมมี TV กับตู้เย็นครับ อากาศหนาวครับ พัดลมยังไม่เปิด
แล้วจะนอนห้องแอร์ทำไม สภาพก็แค่พอนอนได้ครับ
ที่นี้เราสามารถใช้เงินไทยได้เลยครับ แต่อาจจะได้เรทที่ไม่ดีเท่าไรนัก
ถ้าใครคิดจะใช้เงินไทยก็แรกแบงค์ย่อยไปเยอะ ๆ ครับ
การเลือกที่พัก ถ้ามีโอกาสเลือก ก็พยายามอย่าเลือกที่มันมี ห้องอาหารหรือคาราโอเกะนะครับ
ไม่งั้นคุณจะได้ฟัง คนลาวร้องเพลงที่เป็นทำนองเพลงไทยนี้แหล่ะครับ แต่เนื้อเป็นภาษาลาว
กันจนดึกเลยครับ พาให้นอนไม่หลับ
ผมโชคดีที่ตอนต้นเดือนไปเที่ยวลาวเหนือมา แล้วซื้อ SIM Card มา มี Package 5 GB
ใช้ได้ 1 เดือน แล้วยังไม่หมด เลยเอามาใช้ต่อในทริปนี้ ซึ่งที่ลาวราคาไม่แพงครับ ใครไปซื้อใช้ได้ครับ
เป็นระบบ 4G แต่ทำไมผมรู้สึกว่าคุณภาพมันไม่ค่อยดีมากเท่าไร แต่ก็พอใช้ได้ครับ
นั่ง Set โทรศัพท์อยู่พักใหญ่ ๆ จึงใช้เน็ตได้ เริ่มหาข้อมูล ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหน
แล้วลาวใต้มีอะไรให้เที่ยวบ้าง ค้น ๆ หาก็พบว่า ลาวใต้ส่วนใหญ่ ที่เที่ยวจะเป็นน้ำตก
ซึ่งคนลาวเรียกว่า "ตาด" ออกเสียงให้ดีนะครับ ถ้าออกผิดอาจมีเลือด 555+
ซึ่งน้ำตกที่ลาวใต้มีเยอะมาก ถ้าใครคิดจะเก็บให้หมดนี้ ผมว่าต้องใช้เวลาเยอะพอสมควรเลย
แล้วอากาศหนาว ไม่เล่นน้ำแน่ ๆ ผมจึงเลือกไปเฉพาะที่ ๆ ชอบ ๆ หรือประมาณว่าเมืองไทยไม่มี
เลยได้มาสองที่
เช้า 30 มุ่งหน้าไปที่แรกครับ น้ำตกตาดฟาน
ซึ่งที่นี้ เราจะไม่ได้เข้าไปที่ตัวน้ำตกนะครับ เราจะเข้าไปที่ Resort ของน้ำตก
แล้วมองออกไปเห็นตัวน้ำตกที่ลึกลงไปกว่า 100 เมตร
ซึ่งผมดูจากรูปที่เขาติด ๆ ไว้แล้ว คิดว่าน้ำตกนี้น่าจะสวยสุดตอนหน้าน้ำครับ
จะมีน้ำมาก ตกแรงจนมีระอองน้ำลอยขึ้นมาสูงเลยทีเดียว
ที่นี้ค่าจอดรถ 3,000 กีบ ค่าเข้า 5,000 กีบ รวมแล้วแปลงเป็นเงินไทย ประมาณ 33 บาท
ขากลับบังเอิญมีโอกาสได้เจอคุณอ๊อด admin เพจ Saphaipae Rider
ที่เคยรู้จักกันเมื่อ เกือบสองปีที่แล้ว และก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย มาเจอกันอีกทีก็ที่ลาวนี้เลยครับ
คุณอ๊อดมาเที่ยวลาวใต้ แล้วก็จะไปลาวเหนือต่อ ถ้าผมยังไม่เคยไป อาจจะเกาะไปกับแกก็ได้ครับ
แต่นี้ไปมาแล้วก็เลยไม่ได้ไปด้วย พบปะพูดคุยกับสัก ก็แยกย้ายไปตามทางตามความฝันของกันและกันครับ
ออกจากน้ำตกตาดฟาน ผมมุ่งหน้าลงไปใต้สุด ๆ เลยครับ
เพื่อไปยัง น้ำตกคอนพะเพ็ง ซึ่งเป็นน้ำตกที่ได้รับฉายาว่า ไนแองการาแห่งเอเชีย
ถ้าจะให้ดีอย่ามาช่วงหน้าน้ำครับ เพราะถ้าน้ำเยอะ น้ำมันจะท่วมโขดหิน
จะทำให้ไม่เห็นแก่งหินต่าง ๆ จนมองเหมือนเป็นแม่น้ำธรรมดาเลยครับ
ที่นี้ค่าเข้าแอบแรงนิดนึงครับ 55,000 กีบ (222 บาท)
ระยะทางจากน้ำตกตาดฟาน ไปน้ำตกคอนพะเพ็ง ประมาณ 180 กิโลเมตรครับ
จะผ่านทางแยกไปปราสาทหินวัดพู ใครชอบก็แวะได้ครับ
แล้วก็จะมีน้ำตกหลี่ผี ซึ่งก็สวยน่าไปเหมือนกันครับ แต่ผมไม่ได้แวะไป
เนื่องจากมันต้องต่อเรือด้วย
ทางดีใช้ได้ถ้าเทียบกับลาวเหนือ ผมว่าลาวใต้ถนนค่อนข้างดีกว่า
ขับพอทำเวลาได้ แต่ขับรถที่ลาวนี้ต้องระวังใหม่มาก ๆ ครับ
เนื่องจากที่ลาวพร้อมที่จะมีสัตว์ต่าง ๆ ขึ้นมาอยู่บนถนน หรือ วิ่งตัดหน้ารถคุณได้ทันที
ไม่ว่าจะเป็นคน หมา แมว ไก่ หมู วัว ควาย ลา มีหมดครับ โดยเฉพาะในเขตชุมชน
เพราะฉะนั้น ขับช้าไว้เป็นดีครับ (บางทีเห็นวัวถ่ายหนัง AV กันบนถนนด้วย)
แต่ถ้าใครขับมอเตอร์ไซต้องระวังนิดนึ่งครับ หลายต่อหลายช่วง พื้นลาดยางที่ลาว
จะเป็นลักษณะมีหินผสมอยู่เยอะ บางช่วงที่หินมันไม่เกาะกับพื้นลาดยาง
ทำให้หินหลุดออกมา มันเลยเป็นเหมือนลักษณะ พื้นลาดยางแล้วโรยด้วยหิน
ทำให้ถ้าเราขับมาในความเร็วในระดับหนึ่ง โอกาสที่ล้อจะลื่นก็มีครับ
ถ้าเราไม่ขับเร็วเลยก็ต้องช้ามาก ๆ ไปเลยครับ สังเกตุจากสีของถนนจะไม่เหมือนกัน
และเสียงของยางเวลาวิ่งบนถนนก็จะไม่เหมือนกันครับ
ออกจากคอนพะเพ็งเย็น ๆ ครับ ขับออกมารีบหาที่พัก เพราะช่วงที่ผมไปมืดเร็วมาก
ผมขับมาสักพักฟ้ามืด มองนาฬิกา เพิ่งจะ 18.00 น. ทำไมมันมืดเร็วนักฟ๊ะ
แล้วที่นู้นมืด ก็คือมืดจริง ๆ ครับ ไฟทางไม่มีเลย บ้านเรือนก็น้อย
พยายามมองหาปั๊มน้ำมันที่มองตอนขามา เพื่อเติมน้ำมันแล้วก็ถามหาที่พักด้วย
พอไปถึงเจอเรื่องสยองสองบรรทัด
ปั๊ม....
ปิด
แย่หล่ะสิ มืดก็มืด อากาศก็เย็นมาก ไฟน้ำมันก็เตือน ที่พักก็ไม่รู้จะมีไหม
ค่อย ๆ ขับประคองมาเรื่อย ๆ ครับ เพราะหนาว แล้วก็จะถนนที่เลื่อนเหมือนที่บอก บ่อย ๆ
แล้วก็กลัวบรรดามอเตอร์ไซที่นั้น ที่บางคันไม่มีทั้ง ไฟหน้าและไฟท้าย พวกใช้ไฟฉายส่องซะงั้น
ขับมาในทามกลางความมืดได้สัก 40 กิโล เจอด่านตำรวจ
เขาก็ขอตรวจเอกสารต่าง ๆ ว่าเรานำรถเข้ามาถูกไหม
พอตรวจเสร็จผมก็ถามถึงที่พัก เขาบอกเราขับเลยมา 10 กิโลแล้ว
ถ้าจะไปข้างหน้าก็อีก 40 กิโล ถึงจะมี
หนักใจเลยทีนี้ เอาไงต่อดี จะขับย้อน 10 กิโล หรือไปต่ออีก 40
สุดท้ายไปต่อดีกว่า เลยต้องคลานไปอีก 40 กิโลถึงจะเจอที่พัก
จำไว้เคยครับ ถ้าไปมอเตอร์ไซ อย่าให้น้ำมันใกล้หมด ปั้มน้ำมันที่ไกล จากตัวเมืองจะปิดเร็ว
และที่สำคัญ หลีกเลี่ยงการขับรถในเวลากลางคืน
ที่นั้นเท่าที่ผมคุยกับตำรวจ น่าจะมีกฏหมายห้ามคนลาวขับรถ CC สูงด้วยครับ
จะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ ถ้าเราเห็นมอเตอร์ไซสีขาวคันใหญ่กว่ามอเตอร์ไซบ้าน ๆ
ก็คิดได้เลยครับ ว่านั้นน่าจะเป็นตำรวจ
แล้วเท่าที่ได้ยินมา น่าจะมีกฏหมายห้ามมอเตอร์ไซขับหลังเวลา 5 ทุ่มด้วย อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ
ห้องพักคืนนี้ราคา 200 บาท คิดในใจ ถูกดีจัง ถูกกว่าคืนแรกอีก
นี้ถ้าตูช๊าต แบตโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป กล้องGoPro Powerbank เต็มก็คุ้มค่าไฟสุด ๆ แหล่ะ
พอเขาไปถึงในห้อง ปรากฏว่า ปลั๊กไฟใช้การไม่ได้

ดดดดดดดดด
แบตกล้องจะหมดด้วย T-T
เอาวะ 200 แค่นอนได้ก็พอแหล่ะ จะเอาอะไรมาก
คืนนั้นก็นั่งคิดนอนคิดครับ ว่าจะไปต่อไหนดี ที่ ๆ อยากไปในลาวใต้ก็ไปหมดแล้ว
พยายามหาข้อมูลอยู่ ว่าจะเข้ากัมพูชาได้ไหม มันจะเสี่ยงไปไหม ถ้าเข้าอีกด่าน ออกอีกด่าน
ถ้าเป็นคนอย่างเดียวก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่นี้มีรถด้วย มันจะได้หรือป่าว
หรือจะกลับไทยดี แต่นี้เพิ่งจะหยุดไปแค่ 3 วันเอง รวมกลับด้วยก็ 4 วัน
แต่วันช่วงเทศกาลมันหยุดตั้ง 5 วัน แล้วจะลางานมาทำไม 2 วันเพื่อให้หยุด 9 วัน
คิด ๆ แล้วก็เสียดาย เซ็งตัวเองอยู่เหมือนกัน
เช้าวันที่ 31 ก็ตัดสินใจแหล่ะ กลับดีกว่า กลับนอนเล่นทำนู้นทำนี้อยู่บ้านก็แล้วกัน
จึงตัดสินใจแปะสติ๊กเกอร์ธงชาติ ไทย กับ ลาวไว้ที่หน้ารถ
ส่วนของเวียดนามที่เตรียมมาด้วย ไม่ได้แปะ เพราะว่าไม่ได้ไป
[CR][SR] ปีใหม่แว๊นนินจาฉายเดี่ยว บางใหญ่ - ช่องเม็ก - ลาว(ปากเซ , สี่พันดอน) - เวียดนาม(เว้)
สวัสดีครับ ออกตัวไว้ก่อนเลยครับ
review นี้เป็น review แรกบนพันพันทิปของผม
ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่า รีวิว หรือ เรื่องเล่าดี
หากเขียนไม่ดีไม่ได้เรื่องยังไง ต้องขออภัยด้วยครับ
ย้อนไปนิดนึงครับ เมื่อเกือบสองปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวเวียดนามกลาง
เว้ ดานัง ฮอยอัน โดยช่วยนั้นก็ เป็นช่วงที่เพิ่งซื้อเจ้านินจามาใหม่
ซึ่งผมชอบ บาน่า ฮิว ที่ดานังมาก ๆ จึงทำให้เกิดความคิดที่อยากจะ ขับเจ้านินจามาเที่ยวเวียดนาม
แต่พอกลับมาหาข้อมูล ก็ต้องพบกับทางตัน
เพราะหาข้อมูลจากในเน็ต และได้ลองพูดคุยกับคนที่เคยขับรถไปต่างประเทศ
เขาบอกเหมือน ๆ กันว่า ข้ามไปเวียดนามไม่ได้ ข้ามยาก ต้องผ่านทัวร์ถึงจะข้ามได้
ผมนี้ ฝันสลายเลย T-T
แต่ก็ยังไม่เลิกคิดที่จะขับรถไปเที่ยวต่างประเทศอยู่ดี แต่เป้าหมายยังไม่ชัดเจน
เลยเตรียมเอกสารเกี่ยวกับรถก่อน
โดยนำเล่มเขียว ไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ ที่ขนส่ง ใช่เวลา 1-2 ชั่วโมง
ค่าใช่จ่ายจำไม่ได้ครับ แต่ไม่กี่สิบบาท
แล้วก็ถ่ายสำเนา ทะเบียนรถ และ หน้าเสียภาษีด้วย
ส่วนตัวคนใช้พาสปอร์ต ใบขับขี่สมาร์ทการ์ด ทุกอย่าง ถ่ายสำเนาไปเผื่อด้วยก็ดีครับ
เริ่มต้นเลยนะครับ ช่วงหยุดยาวปีใหม่ ผมลางาน 29-30 ธันวาคม
ทำให้ผมได้หยุดยาวติดต่อกัน 9 วัน (27/12/14 - 4/1/15)
ด้วยความที่ว่าทริปนี้สดมาก ๆ เลยทำให้ไม่รู้จะไปไหน 27 เลยหาเป้าหมายทั้งวัน เลือกไม่ถูก
พม่าก็ดู แหม่ง ๆ เวียงจันทน์ก็เพิ่งจะไปมา สิงคโปร์ก็เพิ่งจะไปมาเหมือนกัน
แล้วดูก็ขับรถในประเทศลำบาก กัมพูชาอ่าน Review ก็เห็นว่ามีปัญหา
แล้วก็มีโปรแกรมว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ อยู่แล้ว
นั่งคิดทั้งวัน สรุปไม่ได้เป้าหมาย หมดไปฟรี ๆ วันหยุดหนึ่งวัน ถือว่าพักผ่อนก็แล้วกัน 555+
เช้าวันที่ 28 ฟันธงแหล่ะ หวยมาออกที่ลาวใต้
เลยขับรถออกสาย ๆ หน่อย แวะเบิกอะไหล่ที่ ศูนย์ Motoaholic พระราม 5
เครดิตรูปจากเพจ Motoaholic ครับ
ออกจากบางใหญ่ประมาณ 11.00 น. ได้ครับ ช่วงเทศกาล รถติดมากแต่ก็พอซิกแซกไปได้เรื่อย ๆ
ถึงศรีสะเกษมืด ๆ อากาศเริ่มหนาวหารีสอร์ตข้างทางราคา 350 บาท
ก็โอเคครับ ห้องพัดลม ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น น้ำแข็ง 1 กระติกเล็ก ๆ น้ำสองขวด
เน้นแค่นอนครับ ไม่ต้องอะไรมาก
เช้า 29 ดันงานเข้า โทรคุยกว่าจะเคลียร์จบ เกือบเที่ยง เดินทางต่อ แวะซื้อของที่ห้างในตัวเมืองอุบลฯ
ถึงช่องเม็กช่วงบ่าย ๆ ทำเรื่องนำรถผ่านแดน ใช้เอกสารต่าง ๆ ที่เตรียมมา เซ็นสำเนาถูกต้องเตรียมไว้เลย
ควรนำปากกาไปเองด้วยครับ เพื่อความสะดวก เสียค่าใช้จ่าย 100 บาท
ศุลกากรจะออกเอกสารนำรถออกให้ เก็บให้ดี อย่าให้หาย
นำรถเข้าลาว (พูดภาษาไทยกับเขาได้เลย) จะมีป้อมเล็ก ๆ ทางขวามือ
ไปเสียค่าเข้าที่นั้นก่อน เจ้าหน้าที่จะจดรายละเอียดเกี่ยวกับรถเราตรงนี้ 40 บาท
เลยไปนิดจะมีอาคารอยู่ ไปทำเรื่องนำคนและรถออกค่าธรรมเนียม 100 + 200 บาท
ค่าธรรมเนียมของคนจริง ๆ แล้วน่าจะไม่ถึง 100 บาทครับ แต่เขาเห็นเราเป็นคนไทย
จึงเรียกเก็บ 100 บาท เลย ไม่มีใบเสร็จ
เขาจะออกเอกสาร เป็นใบสีเขียว ๆ เก็บให้ดีอีกเช่นกัน
เสร็จแล้วขับไปต่อ จะมีด่านกั้นอยู่ จอดรถแล้วลงไปแจ้งนำรถเข้าที่ป้อมทางขวามือ
เขาจะประทับตราเอกสารให้ เป็นอันว่าเสร็จ ไปต่อได้
ในลาววันแรกขับเรื่อย ๆ ครับ บ้านเขาขับเลนขวานะครับ ไม่เหมือนบ้านเราที่ขับเลนซ้าย
ไม่รู้เส้นทาง ไม่รู้สภาพถนน ขับช้าไว้ก่อนเป็นดีครับ
มุ่งหน้าสู่ปากเซ ด้วยความที่ว่าสดมาก ๆ ไม่ได้เตรียมข้อมูลมาเลย ก็ไม่รู้จะขับไปทางไหน
ก็ขับมันไปเรื่อย ๆ ครับ เป็นช่วงเวลาเย็น ๆ ผ่านวิถีชีวิตชนบทของลาว
เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ออกมาเตะบอลกันเยอะ ที่นั้นมีสนามบอลให้เตะเยอะมาก
ขับไปสักพักจะเจอตัวเมืองปักเซ ตรงนี้จะมีโรงแรมดี ๆ ให้เลือกพักเยอะครับ
แต่ผมเน้นถูกฮะ เลยกะว่าขับออกห่างจากตัวเมืองปากเซหน่อย ค่อยหาที่พัก
พอขับมาเจอสี่แยก เอาแล้วสิ จะเลี้ยวไปทางไหนดีหล่ะเนี้ย
เห็นรถคันหน้าเลี้ยวไปทางไหน ผมก็เลี้ยวไปทางนั้นแหล่ะครับ 555+
ขับออกจากตัวเมืองไปหน่อย เจอที่พักเป็นรีสอทข้างทางเหมือน ๆ บ้านเราแหล่ะครับ
คืนแรก 300 บาท ห้องพัดลมมี TV กับตู้เย็นครับ อากาศหนาวครับ พัดลมยังไม่เปิด
แล้วจะนอนห้องแอร์ทำไม สภาพก็แค่พอนอนได้ครับ
ที่นี้เราสามารถใช้เงินไทยได้เลยครับ แต่อาจจะได้เรทที่ไม่ดีเท่าไรนัก
ถ้าใครคิดจะใช้เงินไทยก็แรกแบงค์ย่อยไปเยอะ ๆ ครับ
การเลือกที่พัก ถ้ามีโอกาสเลือก ก็พยายามอย่าเลือกที่มันมี ห้องอาหารหรือคาราโอเกะนะครับ
ไม่งั้นคุณจะได้ฟัง คนลาวร้องเพลงที่เป็นทำนองเพลงไทยนี้แหล่ะครับ แต่เนื้อเป็นภาษาลาว
กันจนดึกเลยครับ พาให้นอนไม่หลับ
ผมโชคดีที่ตอนต้นเดือนไปเที่ยวลาวเหนือมา แล้วซื้อ SIM Card มา มี Package 5 GB
ใช้ได้ 1 เดือน แล้วยังไม่หมด เลยเอามาใช้ต่อในทริปนี้ ซึ่งที่ลาวราคาไม่แพงครับ ใครไปซื้อใช้ได้ครับ
เป็นระบบ 4G แต่ทำไมผมรู้สึกว่าคุณภาพมันไม่ค่อยดีมากเท่าไร แต่ก็พอใช้ได้ครับ
นั่ง Set โทรศัพท์อยู่พักใหญ่ ๆ จึงใช้เน็ตได้ เริ่มหาข้อมูล ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหน
แล้วลาวใต้มีอะไรให้เที่ยวบ้าง ค้น ๆ หาก็พบว่า ลาวใต้ส่วนใหญ่ ที่เที่ยวจะเป็นน้ำตก
ซึ่งคนลาวเรียกว่า "ตาด" ออกเสียงให้ดีนะครับ ถ้าออกผิดอาจมีเลือด 555+
ซึ่งน้ำตกที่ลาวใต้มีเยอะมาก ถ้าใครคิดจะเก็บให้หมดนี้ ผมว่าต้องใช้เวลาเยอะพอสมควรเลย
แล้วอากาศหนาว ไม่เล่นน้ำแน่ ๆ ผมจึงเลือกไปเฉพาะที่ ๆ ชอบ ๆ หรือประมาณว่าเมืองไทยไม่มี
เลยได้มาสองที่
เช้า 30 มุ่งหน้าไปที่แรกครับ น้ำตกตาดฟาน
ซึ่งที่นี้ เราจะไม่ได้เข้าไปที่ตัวน้ำตกนะครับ เราจะเข้าไปที่ Resort ของน้ำตก
แล้วมองออกไปเห็นตัวน้ำตกที่ลึกลงไปกว่า 100 เมตร
ซึ่งผมดูจากรูปที่เขาติด ๆ ไว้แล้ว คิดว่าน้ำตกนี้น่าจะสวยสุดตอนหน้าน้ำครับ
จะมีน้ำมาก ตกแรงจนมีระอองน้ำลอยขึ้นมาสูงเลยทีเดียว
ที่นี้ค่าจอดรถ 3,000 กีบ ค่าเข้า 5,000 กีบ รวมแล้วแปลงเป็นเงินไทย ประมาณ 33 บาท
ขากลับบังเอิญมีโอกาสได้เจอคุณอ๊อด admin เพจ Saphaipae Rider
ที่เคยรู้จักกันเมื่อ เกือบสองปีที่แล้ว และก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย มาเจอกันอีกทีก็ที่ลาวนี้เลยครับ
คุณอ๊อดมาเที่ยวลาวใต้ แล้วก็จะไปลาวเหนือต่อ ถ้าผมยังไม่เคยไป อาจจะเกาะไปกับแกก็ได้ครับ
แต่นี้ไปมาแล้วก็เลยไม่ได้ไปด้วย พบปะพูดคุยกับสัก ก็แยกย้ายไปตามทางตามความฝันของกันและกันครับ
ออกจากน้ำตกตาดฟาน ผมมุ่งหน้าลงไปใต้สุด ๆ เลยครับ
เพื่อไปยัง น้ำตกคอนพะเพ็ง ซึ่งเป็นน้ำตกที่ได้รับฉายาว่า ไนแองการาแห่งเอเชีย
ถ้าจะให้ดีอย่ามาช่วงหน้าน้ำครับ เพราะถ้าน้ำเยอะ น้ำมันจะท่วมโขดหิน
จะทำให้ไม่เห็นแก่งหินต่าง ๆ จนมองเหมือนเป็นแม่น้ำธรรมดาเลยครับ
ที่นี้ค่าเข้าแอบแรงนิดนึงครับ 55,000 กีบ (222 บาท)
ระยะทางจากน้ำตกตาดฟาน ไปน้ำตกคอนพะเพ็ง ประมาณ 180 กิโลเมตรครับ
จะผ่านทางแยกไปปราสาทหินวัดพู ใครชอบก็แวะได้ครับ
แล้วก็จะมีน้ำตกหลี่ผี ซึ่งก็สวยน่าไปเหมือนกันครับ แต่ผมไม่ได้แวะไป
เนื่องจากมันต้องต่อเรือด้วย
ทางดีใช้ได้ถ้าเทียบกับลาวเหนือ ผมว่าลาวใต้ถนนค่อนข้างดีกว่า
ขับพอทำเวลาได้ แต่ขับรถที่ลาวนี้ต้องระวังใหม่มาก ๆ ครับ
เนื่องจากที่ลาวพร้อมที่จะมีสัตว์ต่าง ๆ ขึ้นมาอยู่บนถนน หรือ วิ่งตัดหน้ารถคุณได้ทันที
ไม่ว่าจะเป็นคน หมา แมว ไก่ หมู วัว ควาย ลา มีหมดครับ โดยเฉพาะในเขตชุมชน
เพราะฉะนั้น ขับช้าไว้เป็นดีครับ (บางทีเห็นวัวถ่ายหนัง AV กันบนถนนด้วย)
แต่ถ้าใครขับมอเตอร์ไซต้องระวังนิดนึ่งครับ หลายต่อหลายช่วง พื้นลาดยางที่ลาว
จะเป็นลักษณะมีหินผสมอยู่เยอะ บางช่วงที่หินมันไม่เกาะกับพื้นลาดยาง
ทำให้หินหลุดออกมา มันเลยเป็นเหมือนลักษณะ พื้นลาดยางแล้วโรยด้วยหิน
ทำให้ถ้าเราขับมาในความเร็วในระดับหนึ่ง โอกาสที่ล้อจะลื่นก็มีครับ
ถ้าเราไม่ขับเร็วเลยก็ต้องช้ามาก ๆ ไปเลยครับ สังเกตุจากสีของถนนจะไม่เหมือนกัน
และเสียงของยางเวลาวิ่งบนถนนก็จะไม่เหมือนกันครับ
ออกจากคอนพะเพ็งเย็น ๆ ครับ ขับออกมารีบหาที่พัก เพราะช่วงที่ผมไปมืดเร็วมาก
ผมขับมาสักพักฟ้ามืด มองนาฬิกา เพิ่งจะ 18.00 น. ทำไมมันมืดเร็วนักฟ๊ะ
แล้วที่นู้นมืด ก็คือมืดจริง ๆ ครับ ไฟทางไม่มีเลย บ้านเรือนก็น้อย
พยายามมองหาปั๊มน้ำมันที่มองตอนขามา เพื่อเติมน้ำมันแล้วก็ถามหาที่พักด้วย
พอไปถึงเจอเรื่องสยองสองบรรทัด
ปั๊ม....
ปิด
แย่หล่ะสิ มืดก็มืด อากาศก็เย็นมาก ไฟน้ำมันก็เตือน ที่พักก็ไม่รู้จะมีไหม
ค่อย ๆ ขับประคองมาเรื่อย ๆ ครับ เพราะหนาว แล้วก็จะถนนที่เลื่อนเหมือนที่บอก บ่อย ๆ
แล้วก็กลัวบรรดามอเตอร์ไซที่นั้น ที่บางคันไม่มีทั้ง ไฟหน้าและไฟท้าย พวกใช้ไฟฉายส่องซะงั้น
ขับมาในทามกลางความมืดได้สัก 40 กิโล เจอด่านตำรวจ
เขาก็ขอตรวจเอกสารต่าง ๆ ว่าเรานำรถเข้ามาถูกไหม
พอตรวจเสร็จผมก็ถามถึงที่พัก เขาบอกเราขับเลยมา 10 กิโลแล้ว
ถ้าจะไปข้างหน้าก็อีก 40 กิโล ถึงจะมี
หนักใจเลยทีนี้ เอาไงต่อดี จะขับย้อน 10 กิโล หรือไปต่ออีก 40
สุดท้ายไปต่อดีกว่า เลยต้องคลานไปอีก 40 กิโลถึงจะเจอที่พัก
จำไว้เคยครับ ถ้าไปมอเตอร์ไซ อย่าให้น้ำมันใกล้หมด ปั้มน้ำมันที่ไกล จากตัวเมืองจะปิดเร็ว
และที่สำคัญ หลีกเลี่ยงการขับรถในเวลากลางคืน
ที่นั้นเท่าที่ผมคุยกับตำรวจ น่าจะมีกฏหมายห้ามคนลาวขับรถ CC สูงด้วยครับ
จะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ ถ้าเราเห็นมอเตอร์ไซสีขาวคันใหญ่กว่ามอเตอร์ไซบ้าน ๆ
ก็คิดได้เลยครับ ว่านั้นน่าจะเป็นตำรวจ
แล้วเท่าที่ได้ยินมา น่าจะมีกฏหมายห้ามมอเตอร์ไซขับหลังเวลา 5 ทุ่มด้วย อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ
ห้องพักคืนนี้ราคา 200 บาท คิดในใจ ถูกดีจัง ถูกกว่าคืนแรกอีก
นี้ถ้าตูช๊าต แบตโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป กล้องGoPro Powerbank เต็มก็คุ้มค่าไฟสุด ๆ แหล่ะ
พอเขาไปถึงในห้อง ปรากฏว่า ปลั๊กไฟใช้การไม่ได้
แบตกล้องจะหมดด้วย T-T
เอาวะ 200 แค่นอนได้ก็พอแหล่ะ จะเอาอะไรมาก
คืนนั้นก็นั่งคิดนอนคิดครับ ว่าจะไปต่อไหนดี ที่ ๆ อยากไปในลาวใต้ก็ไปหมดแล้ว
พยายามหาข้อมูลอยู่ ว่าจะเข้ากัมพูชาได้ไหม มันจะเสี่ยงไปไหม ถ้าเข้าอีกด่าน ออกอีกด่าน
ถ้าเป็นคนอย่างเดียวก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่นี้มีรถด้วย มันจะได้หรือป่าว
หรือจะกลับไทยดี แต่นี้เพิ่งจะหยุดไปแค่ 3 วันเอง รวมกลับด้วยก็ 4 วัน
แต่วันช่วงเทศกาลมันหยุดตั้ง 5 วัน แล้วจะลางานมาทำไม 2 วันเพื่อให้หยุด 9 วัน
คิด ๆ แล้วก็เสียดาย เซ็งตัวเองอยู่เหมือนกัน
เช้าวันที่ 31 ก็ตัดสินใจแหล่ะ กลับดีกว่า กลับนอนเล่นทำนู้นทำนี้อยู่บ้านก็แล้วกัน
จึงตัดสินใจแปะสติ๊กเกอร์ธงชาติ ไทย กับ ลาวไว้ที่หน้ารถ
ส่วนของเวียดนามที่เตรียมมาด้วย ไม่ได้แปะ เพราะว่าไม่ได้ไป
**SR - Sponsored Review : ผู้เขียนรีวิวนี้ไม่ได้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง แต่มีผู้สนับสนุนสินค้าหรือบริการนี้ให้แก่ผู้เขียนรีวิว โดยที่ผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนอื่นใดในการเขียนรีวิว