"กกต."เผยรู้ผลฟัน"ยิ่งลักษณ์"คดีทัวร์นกขมิ้น สิ้นเดือน ม.ค. นี้ พร้อมปิดทุกคดีครบ

กระทู้ข่าว
วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2558
‘กกต.’เผยสิ้นมค.นี้รู้ผลฟัน‘ปู’คดีทัวร์นกขมิ้น

‘กกต.’เผยสิ้นมค.นี้รู้ผลฟัน‘ปู’คดีทัวร์นกขมิ้น
"กกต."เผยรู้ผลฟัน"ยิ่งลักษณ์"คดีทัวร์นกขมิ้น สิ้นเดือนม.ค.นี้ พร้อมปิดทุกคดีครบ


          วันที่ 11 ม.ค.58 นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงความคืบหน้าสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี่สำนวนคำร้องคัดค้านทั้งหมดอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย สำนักงานกกต. ซึ่งแต่ละเรื่องเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องทำด้วยความรอบคอบ แต่ละสำนวนมีหลายคำร้องที่ร้องเข้ามา เราต้องมาเอารวมเพื่อพิจารณาในคราวเดียว โดยเฉพาะสำนวนคำร้องคัดค้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ใช้ทรัพยากรของรัฐลงพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ระหว่างที่มีพ.ร.ฎ.ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หรือคำร้องคัดค้านทัวร์นกขมิ้นนั้น พยานในสำนวนนี้มีจำนวนมาก เพราะไม่ว่าอดีตนายกฯจะลงไปจังหวัดไหน ก็มีพยานทุกจังหวัด

          ดังนั้น คณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ต้องสอบพยานทุกคน เพื่อความรอบคอบของสำนวนคดี อย่างไรก็ตาม ตนให้เกียรติและมั่นใจคณะอนุกรรมการสืบสวนฯทุกคน โดยจะไม่เข้าไปก้าวก่ายในทุกสำนวน และขณะนี้สำนวนทุกสำนวนก็มีการสอบพยานเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอเพียงคำวินิจฉัยเท่านั้น คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนม.ค.นี้ น่าจะแล้วเสร็จ


กกต.เดินหน้าคลอดคู่มือทำคดีเลือกตั้ง

               นายบุญส่ง เปิดเผยด้วยว่า กกต.ยังคงเดินหน้าจัดทำคู่มือสืบสวนสอบสวนคดีเลือกตั้ง โดยหลังจากจัดประชุมเชิงวิชาการเรื่องการดำเนินคดีเลือกตั้ง ระหว่างสำนักงาน กกต.กับศาลยุติธรรม ก็ได้ข้อเสนอประเด็นสำคัญคือเรื่องระบบงานสืบสวนสอบสวนของสำนักงาน กกต.ที่มีข้อเสนอให้ใช้สำนวนการสืบสวนสอบสวนของ กกต.เป็นหลักในการพิจารณาคดีเลือกตั้งในชั้นศาล โดย กกต.ต้องปรับปรุงกระบวนการสืบสวนสอบสวนให้มีความเป็นสากล เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ รวมทั้ง กกต.จะต้องมีอำนาจในการออกหมายเรียกหมายจับ หมายค้น หมายเรียกพยาน ที่ กกต.ต้องมีอำนาจถาวร ใช้ได้ทุกสถานการณ์ ไม่ใช่แค่ในช่วงจัดการเลือกตั้ง รวมทั้งการออกกฎหมายเพิ่มเดิมว่าด้วยการคุ้มครองพยาน

               ทั้งนี้คาดว่าการจัดทำคู่มือสืบสวนสอบสวนคดีเลือกตั้งจะแล้วเสร็จภายในปลายเดือน ก.พ.นี้ หลังจากนั้นก็จะมีการแยกการทำคดีแต่ละประเภทออกเป็นเล่ม อาทิ การซื้อสิทธิขายเสียง การย้ายทะเบียนบ้านเพื่อให้เป็นประโยชน์ในการเลือกตั้ง การจัดเลี้ยง และการหาเสียงล่วงหน้า เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้การสืบสวนสอบสวนของ กกต.มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตามคู่มือนี้สามมารถนำมาใช้ได้หมด แม้ในอนาคต กกต.จะไม่ได้เป็นผู้จัดการเลือกตั้งแล้วก็ตาม เพราะกฎหมายดังกล่าวเปรียบเสมือนต้นน้ำของการสืบสวนสอบสวนคดีเลือกตั้ง


"อุดมเดช"ซัดตัดสิทธิ์การเมืองตลอดชีวิต

               นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีตประธาน คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะปรับแก้การเอาผิดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ใช้เสียงข้างมากของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภารวมกัน และจะให้มีการตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ว่า กติกาดังกล่าวจะทำให้การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำได้ง่ายขึ้น ทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคงเนื่องจากสามารถถูกถอดถอนได้ตลอดเวลา เพราะหาก ส.ส.ฝ่ายค้าน รวมกับ ส.ว. ที่ผ่านการสรรหา ซึ่งอาจทำตามผู้ที่สรรหามา ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ ส่วนการเพิ่มโทษการตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตนั้น นายอุดมเดช กล่าวว่า ในเมื่อกระบวนการถอดถอนอาจไม่เป็นที่ยอมรับ การมาเพิ่มโทษอีกจะทำให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตและคาแครงใจในกระบวนการดังกล่าว อาจนำไปสู่การแตกแยกได้
    
               เมื่อถามถึงกรณีที่เปิดช่องให้มีการตัดสิทธ์ทางการเมืองกับผู้ที่พ้นจากตำแหน่งแล้ว นายอุดมเดช กล่าวว่า เป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่จะกันนักการเมืองที่มาจากระบอบประชาธิปไตย ให้ขาดคุณสมบัติในการกลับเข้ามาเป็นตัวเลือกให้ประชาชน


http://www.komchadluek.net/detail/20150111/199272.html
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่