ตอน ม.6 ผมเคยโดนมา
คือตอนนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาผม เขาคัดให้ผมไปสอบชิงทุนไปทัศนศึกษาที่ญี่ปุ่น ก็ต้องมีการสอบเขียนเรียงความ สัมภาษณ์ อะไรต่าง ๆ ทีนี้ ผมก็ผ่านเรียงความแล้ว ที่ต้องทำต่อไปก็คือสัมภาษณ์ เขาก็มีการนัดเรียบร้อยให้ไปสัมภาษณ์ที่ไหน วันไหน
แต่ว่าตอนนั้น มีการชุมนุมทางการเมือง (ปี 2553) ทำให้สำนักงานแถวนั้นถูกปิดหมด การสัมภาษณ์ก็เลยต้องเลื่อนมาก่อน 1 วัน และจะเป็นการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ จริง ๆ วันนั้นผมเอามือถือไป แต่หาไม่เจอ เลยคิดว่าลืมที่บ้าน อาจารย์ก็ให้ผมยืมมือถือของเขา เสร็จแล้วเขาก็ไปประชุม ผมก็สัมภาษณ์ไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ แต่อาจารย์ยังประชุมไม่เสร็จ ผมก็คิดว่า คงอีกนานกว่ามันจะเสร็จ ก็เลยไปกินข้าวก่อน แล้วผมกลัวว่าถ้าเอามือถือใส่กระเป๋ามันอาจหล่นหาย ผมก็เลยเอาใส่กระเป๋านักเรียนไว้ พอมีสายเข้า ผมก็เลยไม่ได้ยิน (อาจารย์คนนี้จะเป็นคนที่มีธุระ มีคนติดต่อเข้ามาตลอด)
หมดเวลาพักกลางวัน ขึ้นไปบนห้อง ก็เป็นคาบของอาจารย์คนนี้แหละ เขาวีนใส่ผมใหญ่ ว่าผมไม่มีสามัญสำนึก ไม่มีเซนส์ ถือดียังไงเอามือถือเขาไปเก็บไว้กับตัว ทำไมไม่รู้จักเอามือถือไปฝากไว้กับอาจารย์คนอื่นที่อยู่ห้องเดียวกับเขา พอมีคนติดต่อเข้ามา ก็ไม่รู้ ไม่อะไร ผมก็แบบว่า อึ้งไปเลย เพราะผมไม่เคยโดนว่าหนัก ๆ แบบนั้น ผมเสียศูนย์ไปเลยนะวันนั้น ไม่นึกว่าเรื่องแค่นั้นจะทำให้ผมโดนแบบนี้
วันนั้น กลับบ้านไปผมก็เอาเรื่องนี้ไปโพสต์ลงเฟซ คือจริง ๆ ที่โพสต์ ผมโพสต์เล่าเหตุการณ์ตั้งแต่เช้าวันนั้นแหละว่าทำอะไร สอบวิชาอะไรมาบ้าง จนมาถึงเหตุการณ์นี้ แล้วในนั้นผมจะใช้สรรพนามเรียกอาจารย์เหมือนที่คนในโรงเรียนเขาเรียกกันทั่ว ๆ ไป ซึ่งเขาไม่ชอบเท่าไร ทีแรกก็ไม่มีอะไร จนตอนหลังมีเพื่อนทะลึ่งเอาเรื่องนี้ไปฟ้องอาจารย์ ปริ๊นต์ที่ผมเขียนไปให้เขาดูเลย เขาก็เตรียมจะเล่นงานผมแล้ว แต่ช่วงนั้นรัฐบาลประกาศให้โรงเรียนหยุด 1 สัปดาห์ ก็เลยเหมือนยืดเวลาออกไปหน่อย
พอเปิดเรียนอีกครั้ง เขาก็เรียกทั้งห้องมาชุมนุมกัน แล้วให้คนอ่านที่ผมเขียนให้เพื่อนฟังทั้งห้อง เขาก็ว่าผมว่า ไม่มีความกตัญญูรู้คน ครูอุตส่าห์หยิบยื่นโอกาสดี ๆ มาให้ แต่ดันมาว่าครูแบบนี้ และชมคนที่เอาเรื่องมาบอกเขาว่าเป็นคนดี หวังดีกับครูบาอาจารย์ ไม่อยากให้อาจารย์ต้องโดนว่าโดยที่ไม่รู้ตัว วันนั้นผมก็ไปขอโทษนะ แต่เขาไม่ให้อภัย จนถึงวันไหว้ครู ผมต้องเอาพวงมาลัยไปไหว้เขาอีกรอบ เขาถึงยอม ก่อนหน้านั้นเขาแบนผมไปเลยด้วย ผมตอบอะไรไป เขาก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
เคยมีมั้ย ที่คุณไม่คิดว่า แค่เรื่องนิดเดียว มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่
คือตอนนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาผม เขาคัดให้ผมไปสอบชิงทุนไปทัศนศึกษาที่ญี่ปุ่น ก็ต้องมีการสอบเขียนเรียงความ สัมภาษณ์ อะไรต่าง ๆ ทีนี้ ผมก็ผ่านเรียงความแล้ว ที่ต้องทำต่อไปก็คือสัมภาษณ์ เขาก็มีการนัดเรียบร้อยให้ไปสัมภาษณ์ที่ไหน วันไหน
แต่ว่าตอนนั้น มีการชุมนุมทางการเมือง (ปี 2553) ทำให้สำนักงานแถวนั้นถูกปิดหมด การสัมภาษณ์ก็เลยต้องเลื่อนมาก่อน 1 วัน และจะเป็นการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ จริง ๆ วันนั้นผมเอามือถือไป แต่หาไม่เจอ เลยคิดว่าลืมที่บ้าน อาจารย์ก็ให้ผมยืมมือถือของเขา เสร็จแล้วเขาก็ไปประชุม ผมก็สัมภาษณ์ไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ แต่อาจารย์ยังประชุมไม่เสร็จ ผมก็คิดว่า คงอีกนานกว่ามันจะเสร็จ ก็เลยไปกินข้าวก่อน แล้วผมกลัวว่าถ้าเอามือถือใส่กระเป๋ามันอาจหล่นหาย ผมก็เลยเอาใส่กระเป๋านักเรียนไว้ พอมีสายเข้า ผมก็เลยไม่ได้ยิน (อาจารย์คนนี้จะเป็นคนที่มีธุระ มีคนติดต่อเข้ามาตลอด)
หมดเวลาพักกลางวัน ขึ้นไปบนห้อง ก็เป็นคาบของอาจารย์คนนี้แหละ เขาวีนใส่ผมใหญ่ ว่าผมไม่มีสามัญสำนึก ไม่มีเซนส์ ถือดียังไงเอามือถือเขาไปเก็บไว้กับตัว ทำไมไม่รู้จักเอามือถือไปฝากไว้กับอาจารย์คนอื่นที่อยู่ห้องเดียวกับเขา พอมีคนติดต่อเข้ามา ก็ไม่รู้ ไม่อะไร ผมก็แบบว่า อึ้งไปเลย เพราะผมไม่เคยโดนว่าหนัก ๆ แบบนั้น ผมเสียศูนย์ไปเลยนะวันนั้น ไม่นึกว่าเรื่องแค่นั้นจะทำให้ผมโดนแบบนี้
วันนั้น กลับบ้านไปผมก็เอาเรื่องนี้ไปโพสต์ลงเฟซ คือจริง ๆ ที่โพสต์ ผมโพสต์เล่าเหตุการณ์ตั้งแต่เช้าวันนั้นแหละว่าทำอะไร สอบวิชาอะไรมาบ้าง จนมาถึงเหตุการณ์นี้ แล้วในนั้นผมจะใช้สรรพนามเรียกอาจารย์เหมือนที่คนในโรงเรียนเขาเรียกกันทั่ว ๆ ไป ซึ่งเขาไม่ชอบเท่าไร ทีแรกก็ไม่มีอะไร จนตอนหลังมีเพื่อนทะลึ่งเอาเรื่องนี้ไปฟ้องอาจารย์ ปริ๊นต์ที่ผมเขียนไปให้เขาดูเลย เขาก็เตรียมจะเล่นงานผมแล้ว แต่ช่วงนั้นรัฐบาลประกาศให้โรงเรียนหยุด 1 สัปดาห์ ก็เลยเหมือนยืดเวลาออกไปหน่อย
พอเปิดเรียนอีกครั้ง เขาก็เรียกทั้งห้องมาชุมนุมกัน แล้วให้คนอ่านที่ผมเขียนให้เพื่อนฟังทั้งห้อง เขาก็ว่าผมว่า ไม่มีความกตัญญูรู้คน ครูอุตส่าห์หยิบยื่นโอกาสดี ๆ มาให้ แต่ดันมาว่าครูแบบนี้ และชมคนที่เอาเรื่องมาบอกเขาว่าเป็นคนดี หวังดีกับครูบาอาจารย์ ไม่อยากให้อาจารย์ต้องโดนว่าโดยที่ไม่รู้ตัว วันนั้นผมก็ไปขอโทษนะ แต่เขาไม่ให้อภัย จนถึงวันไหว้ครู ผมต้องเอาพวงมาลัยไปไหว้เขาอีกรอบ เขาถึงยอม ก่อนหน้านั้นเขาแบนผมไปเลยด้วย ผมตอบอะไรไป เขาก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น