(ให้ในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ รอในสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริง) 29คืน30วัน
สวัสดีครับประชาชนคนรักพันทิพทุกคนครับก่อนอื่นก็ขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ใช้สรรพนามแทนชื่อตัวเองว่า “เค้า” ก็แล้วกันนะ แปลกคนนะผมชอบเก็บทุกเรื่องราวที่ได้รู้จักของใครทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไว้ทุกเรื่องราวได้เป็นอย่างดีหรือแค่เพียงผ่านมาไม่กี่วันก็ไม่รู้ แต่ก็ขอเก็บความรู้นี้ไว้อีกนานแต่ขอลืมคนนั้นแล้วกันนะ
เปิดใจให้กว้างยอมรับกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง และเตรียมพร้อมยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงกับทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่ไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอน กับความรู้สึกที่เหนือการควบคุมของการสั่งการของสมองที่เรียกว่า “หัวใจ” แยกให้ออกคำว่ารัก กับ รู้สึกดี การที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับใครสักคนในสถานะอะไรก็ตามเราเห็นเขามีความสุขเราก็มีความสุขแล้วใช่ไหม? อยากเห็นผมตัวจริงต้องอ่านให้จบก่อนนะครับ
4พฤศจิกายน ก่อนวันวันลอยกระทง2วัน เค้าก็ได้ตั้งใจไปขายกระทงกับเพื่อนโรงเรียนเดียวกัน แต่เพื่อนยังไม่มาเค้าเลยมายังรอเพื่อนที่ก่อนเข้างานลอยกระทง สายตาก็กวาดไปเจอยังเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันตอนม.ต้น แทนชื่อเขาว่า “ซี” ก็แล้วกันนะ ซึ่งเจอกันแต่ไม่ค่อยได้คุยกันเลยเพราะไม่ได้เรียนโรงเรียนเดียวกันแล้ว ประมาณ3ปี ก็คุยไก่กาอาราเล่ เรื่อยเปื่อยตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน
เค้า เออหิวข้าวอ่ะ ไปส่งกินหน่อยดิ
ซี หิวพอดีไปๆ พอกินข้าวเสร็จซีก็บอกเลี้ยงเอง ก็เลยจับมือแล้วบอก ขอบคุณนะ
5-6 พฤจิกายน โทรศัพท์พังส่งซ่อม
7 พฤศจิกายน ไปรับโทรศัพท์คืนเมื่อซ่อมเสร็จ ดึ้งดึ่ง ดึ้งดึ่ง ข้อความแชทดังขึ้น
ซี ไม่เห็นมาลอยกระทงเลย ไหนบอกจะมาลอยด้วยกันไง ขี้โกงนี่หว่าฝนตกหนาวก็หนาวอุตสาห์มารอ
เค้า ขอโทษ ขอโทษจริงๆโทรศัพท์พัง ไม่ได้ติดต่อใครเลยวันที่8แถวบ้านมีงานลอยกระทงมาป่าว จะได้ลอยด้วยกันไง
ซี เออไปก็ได้ แต่มีข้อแม้นะ ซื้อของขวัญให้หน่อยดิเค้าเกิดวันที่ 1… พฤศจิกายน
เค้า โอเคได้สิพรุ่งนี้ทักมานะ นี่เบอร์ยังไงก็โทรมานะ ฝันดี(ตอนนั้นดึกพอสมควร)
8 พฤศจิกายน ซี ฮัลโหลให้ไปหาบ้านเลยมั้ย
เค้า มาเลยอยู่บ้านนี่แหล่ะ รอนานมากเลยว่ะ ไปงานลอยกระทงด้วยกันและเพื่อนอีก2คน
9 พฤศจิกายน เค้าออกไปซื้อของขวัญ คือเคทไอโฟนสีแดงดำ(ซีก็บอกตอนแกะกล่องของขวัญว่าชอบเท่ดี) ซีก็ออกมาเที่ยวกับเพื่อนแต่ไม่ได้เจอกันเพราะยังไงพรุ่งนี้ก็ได้เจอกันอยู่ดี
10พฤศจิกายน ประมาณณ 10.00 น. กว่าๆ
เค้า ฮัลโหลซีไปโรงเรียนยังว่ะ
ซี อยู่ในโรงเรียนล่ะ ทำไมหรอ
เค้า ออกมารับหน่อยจะไปโรงเรียนซีด้วย เพราะวันนี้เค้ามีเรียนถึง10โมง
ซี มาดิเด๋วออกไปรับ
ตอนอยู่โรงเรียนก็เดินไปไหนมาไหนด้วยกัน อยากไปไหนอยากกินอะไรซีก็ไปส่งซื้อทุกอย่าง
เค้า ของขวัญนะเว้ย ขอให้มีความสุขมากๆ หวังสิ่งไหนสมหวังทุกอย่างนะ
ซี แต้งกิ้วว่ะ มันคืออะไรเอ่ย
เค้า อือ มันคืออะไม่สำคัญ แต่ให้จากใจจริงๆก็แล้วกัน
11-13พฤศจิกายน โทรไลน์คุยกันทุกคืนเวลานอนก็ปล่อยให้สายทิ้งไว้ เพราะซีไม่วางและยังบอกว่า ห้ามคุยกับกับคนอื่นล่ะ หวง (ใครได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกดีใช่ไหม)
13พฤศจิกายน ซีไปเที่ยวต่างจังหวัดติดต่อกันตลอดไม่ขาด และซื้อของฝากมาให้เป็น สมุดโน้ต ปากกาน้ำเงิน ปากกาแดง ดินสอ และขนม Redondo รสชาเขียว
14 พฤศจิกายน ซี ฮัลโหล เย็นนี้ขอพ่อกับแม่เลยนะจะไปรับที่บ้านมาปาร์ตี้วันเกิด
เค้า โอเค เดี๋ยวขอพ่อกับแม่แปบนะ
ซี ขอตอนนี้เลยได้ป่าว
เค้า ขอล่ะพ่อบอกไปได้ เย้ๆยังไงตอนเย็นมารับก็โทรมาก่อนนะ
ซี ครับ (ตกใจเพราะทุกทีซีไม่เคยพูด)
ตอนกลางคืนหลังจากปาร์ตี้เสร็จเพื่อนๆต่างแยกย้ายกลับกัน เพราะพรุ่งนี้เราจะไปต่างจังหวัดกันซีก็ได้พูดอะไรหลายๆอย่างที่เขาอยากบอก (แต่ตอนนี้เหลือแต่ความทรงจำแล้วสิขอบคุณนะ ถึงมันจะผ่านไปแล้วก็ตามไม่มีทางกลับไปได้อีกแล้วใช่ไหม ตอนนี้ทำได้เพียงคิดถึงวันเวลาเก่าๆที่ผ่านมา)
15 พฤศจิกายน ตื่นแต่เช้าไปต่างจังหวัดกัน2คน
ทั้งตอนเดินทางไปเดินทางกลับซีได้จับมือเค้าตลอด เป็นการเดินทางที่แสนมีความสุขมากเพียง1วัน ซีได้ทำหลายๆอย่างโดยที่ซีไม่เคยทำ รอรถนานก็นาน ร้อนก็ร้อนซีก็ไม่บ่น หลายๆอย่างที่ซีทำให้แค่นี้ก็ดีเหลือเกิน
ตอนกลางคืนซีได้มาส่งเค้าที่บ้าน โดยขี่มอไซค์มาส่ง อากาศเริ่มหนาวแล้วนะซี จับมือเค้าตลอดทางทางจนมาถึงบ้าน
16-17 พฤศจิกายน ไปเที่ยวไหนมาไหนด้วยกันโดยซีมารับตลอดๆ เพื่อนๆหลายๆคนก็รับรู้จากการกระทำและคำพูดของเราที่คุยกัน แต่เราก็บอกว่าเป็น”เพื่อนกันจริงๆ” (ก็ยังยิ้มๆแบบเขิลๆตอนนั้นรู้สึกดีมากเลยยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นแค่เพียงเวลาสั้น)
18 พฤศจิกายน ซีไม่สบายเค้าก็คุยกันทางข้อความตามปกติ
เค้า เป็นไงบ้างซี อาการดีขึ้นยัง ออกมาเที่ยวข้างนอกป่าววันนี้
ซี ก็ดีขึ้นมากแล้วแหล่ะ ไม่อ่ะขี้เกียจไม่อยากไปไหน
เค้า ไปหานะ หรือไม่ไปดี
ซี แล้วแต่อยากมาก็มาไม่ได้บังคับ
เค้า พูดให้มันตรงกับใจหน่อยสิว่ะ
ผ่านไป20นาที ถึงบ้านซี
ก็เดินเข้าไปในบ้านตามปกติ ซีนั่งกินโจ๊กตรงโซฟาหน้าทีวีภายในตัวบ้านแต่เราได้ซื้อดอกลิลลี่ให้(เอาซ่อนไว้ข้างหลังแล้วรีบวิ่งขึ้นเอาไปไว้ในห้องนอนซี)
ซี รีบขึ้นไปห้องนอนทำไม
เค้า ไม่มีไรอยากเห็นก็ขึ้นไปดูเอง
ซี วิ่งขึ้นไปแล้วก็วิ่งลงมาพร้อมกอดแล้วบอกว่า ขอบคุณนะไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้เลย (ความจริงซีเห็นแล้วว่าซื้อให้ตั้งแต่เดินเข้ามาแต่ซีก็ทำเป็นยังไม่เห็น)
เค้า รู้ความหมายของดอกลิลลี่ไหม
ซี เดี๋ยวหาในเน็ตแปบ
เค้า (แต่ยิ้มๆไม่ได้พูดอะไรต่อและพยักหน้า)
วันนั้นพ่อกับแม่ซีไปบ้านญาติเราก็ได้ไปซื้อกับข้าวมากินด้วยกัน แล้วเค้าก็กลับบ้านซีมายืนส่งหน้าบ้านพร้อมโบกมือ
19-20 พฤศจิกายน โทรไลน์คุยกันทุกคืนเวลานอนก็ปล่อยให้สายทิ้งไว้
21 พฤศจิกายน วันนี้เป็นวันศุกร์ที่เรามีนัดกันว่าไปเที่ยวไหนด้วยกัน ซีบอกกับเพื่อนซีว่าตอนนี้มีคนคุยด้วยแล้วแหล่ะ ถ้าอยากเห็นก็มาดูเอง (พวกนั้นก็คงตกใจเหมือนกัน) เพื่อนซีก็เพื่อนเก่าที่เค้ารู้จักด้วยก็ไปเที่ยวด้วยกัน4คน ไปกินขนมเค้กกาแฟ และไปกินข้าวต่อตอนกลางคืนเพื่อนก็ถามมีอะไรจะบอกมัน เราก็มองหน้ากันและหัวเราะอ๋อเพื่อนกัน ไม่มีอะไร(ความรู้สึกตอนนั้นมีความสุขนะว่าเพื่อนๆบางส่วนก็รับรู้ถึงแม้ไม่รู้ถึงสถานะจริง)
22 พฤศจิกายน ตื่นเช้ามาซีก็ไปสอบเค้าก็อยู่บ้านซีก็ช่วยแม่ซีทำกับข้าว พอเที่ยงมาซีก็กลับจากโรงเรียนมาก็คุยเรื่องสอบเป็นไงบ้าง ตอนนั้นอยากจะถามว่าสถานะตอนนี้คืออะไรแต่ไม่กล้า(อยู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาความรู้สึกตอนนั้นคืออึดอัดอยากถามให้รู้ความจริง)
ซี เป็นไรร้องไห้ทำไม
เค้า ไม่เป็นไรวันนี้เพื่อนในกลุ่มทะเลาะกันไม่สบายใจเฉยๆ(โกหกเพื่อให้ใครสักคนรู้สึกดี)
พอค่ำๆเค้าก็กลับบ้าน เพื่อนซีมารับซีออกไปเที่ยวข้างนอก(พาไปเลี้ยงเค้กแล้วถามหาความจริง)
เพื่อนซี มีอะไรจะบอกมั้ย
ซี คือรู้สึกดี แต่มันไม่ใช่ ทนกับความกดดันจากคนรอบข้างไม่ไหวจริงๆ(เพื่อนซีมาบอกอีที หลังไม่ได้เรื่องราวทุกอย่างจบลง รู้ทั้งรู้ว่าคำตอบมันเป็นอย่างไรก็ยังฝืนทนต่อไปให้ตัวเองเจ็บกว่าเดิม)
ตอนกลางคืนเค้าก็ได้บอกซีว่า ขอบคุณสำหรับเวลาที่ผ่านมาเค้ามีความสุขเหลือเกินที่ได้รู้จักกันมันเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมมีอะไรจะบอกก็บอกนะอย่าให้มันเกินไปกว่านี้เลย ได้คุยทุกเรื่องและตอบทุกคำถามที่ข้างคาใจ ทุกถ้อยคำที่พูดคุยกันในคืนนั้นยังไม่ชัดเจนทั้งๆที่เราให้ซีไปจากชีวิตเราแต่ซีกลับบอกว่าไม่ได้เอ่ยคำว่าอยากไปซักคำ ตอนนั้นในความคิดอยากปิดโทรศัพท์ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นอยากปล่อยให้มันค้างคาอย่างนั้น
ซี เดี๋ยวนอนเลย ไม่ต้องวางด้วย เป็นห่วงนะ
เค้า อือ (ทันไดนั้นก็ปิดโทรศัพท์ทันทีไม่รอฟังอะไรสักอย่าง)
พ่อ เมื่อกี้เพื่อนโทรมาเบอร์พ่อ โทรกลับไหม
เค้า ครับ(เตรียมทำหน้ายิ้มเช็ดน้ำตาไม่เหลือคราบของการร้องไห้ ไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจเพราะได้ยินเสียงพ่อเปิดประตูและเดินมาทางห้องเรา)
โทรกลับเบอร์ที่โทรมาเมื่อกี้
เค้า ฮัลโหล
เพื่อนซี เป็นไรมีเรื่องอะไรกัน อย่างคิดมากนะไอ้ซีมันเป็นห่วงมากเลย
เค้า อือ ไม่มีอะไรดูแลซีมันด้วย ต่อจากนั้นคงไม่มีเค้าอีกแล้วรักซีมันมากๆนะ ไม่มีอะไรแล้วตึ๊ดๆ ตึ๊ดๆ
23 พฤศจิกายน ดึ้งดึ่ง ดึ้งดึ่ง ตื่นเช้ามาเปิดเครื่องพร้อมกับข้อความที่ซีฝากไว้พออ่านเสร็จก็รู้สึกดีขึ้น ก็ตอบข้อความซีกลับไป ซีบอกว่าตอนเย็นนี้ซีจะมาเที่ยวหาที่บ้าน เค้าก็บอกไม่ต้องมาหรอกตอนเย็นจะไปในเมืองแล้วไหว้พระ ไม่อยากอยู่บ้านช่วงนี้ชอบคิดอะไรฟุ้งซ่านไปไหว้พระทำบุญจิตใจก็ดีขึ้นพอสมควร
ซี ไหว้พระเสร็จไปไหนต่อ
เค้า ไปสถานที่หนึ่ง ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวตอนกลางคืนจะเปิดไฟ และมีโคมไฟมากมายหลากหลายสีสันที่มีผู้คนมากมายเป็นสถานที่เราเจอกันครั้งแรก ซีก็มาหาได้พูดคุยกันว่าเมื่อคืนรู้สึกยังไงบ้างเวลาที่ไม่มีกัน รู้สึกเป็นห่วงบ้างไหม พอได้พูดคุยความรู้สึกที่ดีก็ได้กลับมาอีกครั้ง เพราะทำพูดของซีที่บอกว่า ตอนนี้รู้สึกดีเลยทำมันต่อไปก็มีความสุขแล้ว
24-25 พฤศจิกายน โทรไลน์คุยกันเพราะซีไม่สบายต้องพักผ่อนเยอะๆ(ซีสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่เดือนไหนจะเป็นหวัดประมาณ 1-2รอบเป็นเรื่องปกติ แต่ดันชอบเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนและตอนเช้าก็ยังไปเรียนไหว )
26 พฤศจิกายน ซีไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลแต่เพื่อนซีมาด้วย1คน ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกถึงความเหินห่างของเรา ทั้งๆที่นั่งอยู่ใกล้แค่มือเอื้อมถึง แต่ไม่สามารถเอื้อมให้ถึงได้เจ็บแบบบอกไม่ถูกพูดไม่ออกได้แต่เดินไปส่งที่รถแล้วจากกันไป ด้วยถ้อยคำที่ซีถาม ไปกินข้าวด้วยกันไหม
27 พฤศจิกายน ซีออกมาเดินถนนคนเดินกับแม่พร้อมกับเพื่อนอีก 1 คน ทั้งวันซีตอบข้อความกลับมาเพียง 4-5 ข้อความ การเปลี่ยนไปของคนที่เราคบกันใครก็รู้สึกได้ใช่ไหม และโทรมาตอนค่ำๆ
ซี อยู่ไหน ตอนนี้อยู่ในงานนะ
เค้า อยู่ในงานนี่แหล่ะ เดี๋ยวเจอกันทักแล้วกัน
เดินสวนทางกัน สวัสดีแม่ของซีก็ไม่ได้คุยอะไรกัน ได้แต่ยิ้มให้ซีและเดินผ่านกันไปเหมือนคนไม่รู้จักกันพอมาถึงบ้าน ดึ้งดึ่ง ดึ้งดึ่ง
ซี ถึงบ้านแล้วทักมาด้วยนะ
เค้า อือถึงบ้านล่ะ โทรไลน์คุยกันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา (ใกล้เวลาที่ต้องยอมรับความจริงแล้วสินะ)
28 พฤศจิกายน วันเสาร์บ้านซีมีปาร์ตี้ก็ไปช่วยแม่ของซีเตรียมอาหารและขนมซีก็โทรชวนเพื่อนของซีมา(ตอนแรกตั้งใจไปช่วยเดี๋ยวก็กลับ)
เค้า เดี๋ยวสักพักผมกลับบ้านแล้วนะครับ ไม่ได้บอกทางบ้านว่ากลับค่ำครับ
แม่ของซี กินข้าวด้วยกันก่อนนะ เดี๋ยวแม่โทรบอก ทางบ้านให้
เค้า ครับผม (คืนนี้ก็ไม่ได้กลับเพราะพ่อบอกว่าถ้าค่ำก็นอนบ้านเพื่อนเลยก็ได้ ขับมอไซค์ตอนกลางคืนเป็นห่วง)
ก่อนนอนก็ได้คุยกันว่า หากวันหนึ่งไม่ได้อยู่เคียงข้างกันแล้วจะคิดถึงกันไหม วันเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันทำไมผ่านไปเร็วเกินอยากเก็บเวลานี้ไว้นานๆ วันไหนที่ไม่มีเค้าแล้วให้นึกถึงดอกลิลลี่สีขาวที่ให้ไว้ ว่ามันมีความหมายอย่างไร
เค้า รักเค้าไหมซีตอบหน่อยได้ไหม
ซี รักสิครับ(หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย ตอนนั้นยังไม่ได้เตรียมใจถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายในเร็วนี้เพราะมันเร็วเกินไปไม่รู้ว่ามันจากเกิดขึ้น)
29 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม ได้โทรคุยกันเพียง2-3นาที เพราะโทรศัพท์พังส่งซ่อมอีกรอบทั้งที่มีเบอร์แต่ซีก็ไม่เคยโทรมาเหมือนเมื่อก่อน ขอบคุณนะที่แกพังไอ้โทรศัพท์ทำให้ได้กลับมาอยู่กับตัวเอง คิดทบทวนกับทุกๆเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาว่ามันสมควรให้ดำเนินต่อไปเป็นอย่างไร ก็พอรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ยิ้มให้กับความรู้สึกที่จะผ่านเข้ามา ความรู้สึกของคนบางคนเริ่มจาก 100 แล้วลดลงเหลือ 0 แต่กลับบางคนเริ่มจาก 0 เพิ่มรู้เป็น 100 ต่างคนต่างมีเหตูผลของตัวเองที่ได้ทำลงไป ไม่ว่าการจากลาวันนี้หรือจากลาวันไหนก็คือการจากลาเช่นกัน 4 ธันวาคม เจอกันครั้งสุดท้าย หอเพื่อนซี
เค้า ที่เคยสัญญาไว้ว่า ทุกวันที่ 4 ของทุกเดือนคือวันครบรอบได้รู้จักกันจะมีดอกลิลลี่สีขาวมอบให้ทุกเดือน วันนี้วันที่ 4 แล้วนะซียังจำความหมายของลิลลี่สีขาวได้ไหม รู้นะว่าที่ผ่านมาความรู้สึกที่มีให้กันเป็นยังไง ถึงมันจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม หมดเวลาอยู่กับคนไม่มีตัวตนอย่างเค้าแล้วนะ(น้ำตาไหลพรากเต็มใบหน้าพร้อมยื่นดอกลิลลี่ให้)
*** ตัวอักษรเกิน อ่านต่อในเม้นนะครับ ***
ให้ในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ รอในสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริง
สวัสดีครับประชาชนคนรักพันทิพทุกคนครับก่อนอื่นก็ขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ใช้สรรพนามแทนชื่อตัวเองว่า “เค้า” ก็แล้วกันนะ แปลกคนนะผมชอบเก็บทุกเรื่องราวที่ได้รู้จักของใครทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไว้ทุกเรื่องราวได้เป็นอย่างดีหรือแค่เพียงผ่านมาไม่กี่วันก็ไม่รู้ แต่ก็ขอเก็บความรู้นี้ไว้อีกนานแต่ขอลืมคนนั้นแล้วกันนะ
เปิดใจให้กว้างยอมรับกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง และเตรียมพร้อมยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงกับทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่ไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอน กับความรู้สึกที่เหนือการควบคุมของการสั่งการของสมองที่เรียกว่า “หัวใจ” แยกให้ออกคำว่ารัก กับ รู้สึกดี การที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับใครสักคนในสถานะอะไรก็ตามเราเห็นเขามีความสุขเราก็มีความสุขแล้วใช่ไหม? อยากเห็นผมตัวจริงต้องอ่านให้จบก่อนนะครับ
4พฤศจิกายน ก่อนวันวันลอยกระทง2วัน เค้าก็ได้ตั้งใจไปขายกระทงกับเพื่อนโรงเรียนเดียวกัน แต่เพื่อนยังไม่มาเค้าเลยมายังรอเพื่อนที่ก่อนเข้างานลอยกระทง สายตาก็กวาดไปเจอยังเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันตอนม.ต้น แทนชื่อเขาว่า “ซี” ก็แล้วกันนะ ซึ่งเจอกันแต่ไม่ค่อยได้คุยกันเลยเพราะไม่ได้เรียนโรงเรียนเดียวกันแล้ว ประมาณ3ปี ก็คุยไก่กาอาราเล่ เรื่อยเปื่อยตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน
เค้า เออหิวข้าวอ่ะ ไปส่งกินหน่อยดิ
ซี หิวพอดีไปๆ พอกินข้าวเสร็จซีก็บอกเลี้ยงเอง ก็เลยจับมือแล้วบอก ขอบคุณนะ
5-6 พฤจิกายน โทรศัพท์พังส่งซ่อม
7 พฤศจิกายน ไปรับโทรศัพท์คืนเมื่อซ่อมเสร็จ ดึ้งดึ่ง ดึ้งดึ่ง ข้อความแชทดังขึ้น
ซี ไม่เห็นมาลอยกระทงเลย ไหนบอกจะมาลอยด้วยกันไง ขี้โกงนี่หว่าฝนตกหนาวก็หนาวอุตสาห์มารอ
เค้า ขอโทษ ขอโทษจริงๆโทรศัพท์พัง ไม่ได้ติดต่อใครเลยวันที่8แถวบ้านมีงานลอยกระทงมาป่าว จะได้ลอยด้วยกันไง
ซี เออไปก็ได้ แต่มีข้อแม้นะ ซื้อของขวัญให้หน่อยดิเค้าเกิดวันที่ 1… พฤศจิกายน
เค้า โอเคได้สิพรุ่งนี้ทักมานะ นี่เบอร์ยังไงก็โทรมานะ ฝันดี(ตอนนั้นดึกพอสมควร)
8 พฤศจิกายน ซี ฮัลโหลให้ไปหาบ้านเลยมั้ย
เค้า มาเลยอยู่บ้านนี่แหล่ะ รอนานมากเลยว่ะ ไปงานลอยกระทงด้วยกันและเพื่อนอีก2คน
9 พฤศจิกายน เค้าออกไปซื้อของขวัญ คือเคทไอโฟนสีแดงดำ(ซีก็บอกตอนแกะกล่องของขวัญว่าชอบเท่ดี) ซีก็ออกมาเที่ยวกับเพื่อนแต่ไม่ได้เจอกันเพราะยังไงพรุ่งนี้ก็ได้เจอกันอยู่ดี
10พฤศจิกายน ประมาณณ 10.00 น. กว่าๆ
เค้า ฮัลโหลซีไปโรงเรียนยังว่ะ
ซี อยู่ในโรงเรียนล่ะ ทำไมหรอ
เค้า ออกมารับหน่อยจะไปโรงเรียนซีด้วย เพราะวันนี้เค้ามีเรียนถึง10โมง
ซี มาดิเด๋วออกไปรับ
ตอนอยู่โรงเรียนก็เดินไปไหนมาไหนด้วยกัน อยากไปไหนอยากกินอะไรซีก็ไปส่งซื้อทุกอย่าง
เค้า ของขวัญนะเว้ย ขอให้มีความสุขมากๆ หวังสิ่งไหนสมหวังทุกอย่างนะ
ซี แต้งกิ้วว่ะ มันคืออะไรเอ่ย
เค้า อือ มันคืออะไม่สำคัญ แต่ให้จากใจจริงๆก็แล้วกัน
11-13พฤศจิกายน โทรไลน์คุยกันทุกคืนเวลานอนก็ปล่อยให้สายทิ้งไว้ เพราะซีไม่วางและยังบอกว่า ห้ามคุยกับกับคนอื่นล่ะ หวง (ใครได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกดีใช่ไหม)
13พฤศจิกายน ซีไปเที่ยวต่างจังหวัดติดต่อกันตลอดไม่ขาด และซื้อของฝากมาให้เป็น สมุดโน้ต ปากกาน้ำเงิน ปากกาแดง ดินสอ และขนม Redondo รสชาเขียว
14 พฤศจิกายน ซี ฮัลโหล เย็นนี้ขอพ่อกับแม่เลยนะจะไปรับที่บ้านมาปาร์ตี้วันเกิด
เค้า โอเค เดี๋ยวขอพ่อกับแม่แปบนะ
ซี ขอตอนนี้เลยได้ป่าว
เค้า ขอล่ะพ่อบอกไปได้ เย้ๆยังไงตอนเย็นมารับก็โทรมาก่อนนะ
ซี ครับ (ตกใจเพราะทุกทีซีไม่เคยพูด)
ตอนกลางคืนหลังจากปาร์ตี้เสร็จเพื่อนๆต่างแยกย้ายกลับกัน เพราะพรุ่งนี้เราจะไปต่างจังหวัดกันซีก็ได้พูดอะไรหลายๆอย่างที่เขาอยากบอก (แต่ตอนนี้เหลือแต่ความทรงจำแล้วสิขอบคุณนะ ถึงมันจะผ่านไปแล้วก็ตามไม่มีทางกลับไปได้อีกแล้วใช่ไหม ตอนนี้ทำได้เพียงคิดถึงวันเวลาเก่าๆที่ผ่านมา)
15 พฤศจิกายน ตื่นแต่เช้าไปต่างจังหวัดกัน2คน
ทั้งตอนเดินทางไปเดินทางกลับซีได้จับมือเค้าตลอด เป็นการเดินทางที่แสนมีความสุขมากเพียง1วัน ซีได้ทำหลายๆอย่างโดยที่ซีไม่เคยทำ รอรถนานก็นาน ร้อนก็ร้อนซีก็ไม่บ่น หลายๆอย่างที่ซีทำให้แค่นี้ก็ดีเหลือเกิน
ตอนกลางคืนซีได้มาส่งเค้าที่บ้าน โดยขี่มอไซค์มาส่ง อากาศเริ่มหนาวแล้วนะซี จับมือเค้าตลอดทางทางจนมาถึงบ้าน
16-17 พฤศจิกายน ไปเที่ยวไหนมาไหนด้วยกันโดยซีมารับตลอดๆ เพื่อนๆหลายๆคนก็รับรู้จากการกระทำและคำพูดของเราที่คุยกัน แต่เราก็บอกว่าเป็น”เพื่อนกันจริงๆ” (ก็ยังยิ้มๆแบบเขิลๆตอนนั้นรู้สึกดีมากเลยยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นแค่เพียงเวลาสั้น)
18 พฤศจิกายน ซีไม่สบายเค้าก็คุยกันทางข้อความตามปกติ
เค้า เป็นไงบ้างซี อาการดีขึ้นยัง ออกมาเที่ยวข้างนอกป่าววันนี้
ซี ก็ดีขึ้นมากแล้วแหล่ะ ไม่อ่ะขี้เกียจไม่อยากไปไหน
เค้า ไปหานะ หรือไม่ไปดี
ซี แล้วแต่อยากมาก็มาไม่ได้บังคับ
เค้า พูดให้มันตรงกับใจหน่อยสิว่ะ
ผ่านไป20นาที ถึงบ้านซี
ก็เดินเข้าไปในบ้านตามปกติ ซีนั่งกินโจ๊กตรงโซฟาหน้าทีวีภายในตัวบ้านแต่เราได้ซื้อดอกลิลลี่ให้(เอาซ่อนไว้ข้างหลังแล้วรีบวิ่งขึ้นเอาไปไว้ในห้องนอนซี)
ซี รีบขึ้นไปห้องนอนทำไม
เค้า ไม่มีไรอยากเห็นก็ขึ้นไปดูเอง
ซี วิ่งขึ้นไปแล้วก็วิ่งลงมาพร้อมกอดแล้วบอกว่า ขอบคุณนะไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้เลย (ความจริงซีเห็นแล้วว่าซื้อให้ตั้งแต่เดินเข้ามาแต่ซีก็ทำเป็นยังไม่เห็น)
เค้า รู้ความหมายของดอกลิลลี่ไหม
ซี เดี๋ยวหาในเน็ตแปบ
เค้า (แต่ยิ้มๆไม่ได้พูดอะไรต่อและพยักหน้า)
วันนั้นพ่อกับแม่ซีไปบ้านญาติเราก็ได้ไปซื้อกับข้าวมากินด้วยกัน แล้วเค้าก็กลับบ้านซีมายืนส่งหน้าบ้านพร้อมโบกมือ
19-20 พฤศจิกายน โทรไลน์คุยกันทุกคืนเวลานอนก็ปล่อยให้สายทิ้งไว้
21 พฤศจิกายน วันนี้เป็นวันศุกร์ที่เรามีนัดกันว่าไปเที่ยวไหนด้วยกัน ซีบอกกับเพื่อนซีว่าตอนนี้มีคนคุยด้วยแล้วแหล่ะ ถ้าอยากเห็นก็มาดูเอง (พวกนั้นก็คงตกใจเหมือนกัน) เพื่อนซีก็เพื่อนเก่าที่เค้ารู้จักด้วยก็ไปเที่ยวด้วยกัน4คน ไปกินขนมเค้กกาแฟ และไปกินข้าวต่อตอนกลางคืนเพื่อนก็ถามมีอะไรจะบอกมัน เราก็มองหน้ากันและหัวเราะอ๋อเพื่อนกัน ไม่มีอะไร(ความรู้สึกตอนนั้นมีความสุขนะว่าเพื่อนๆบางส่วนก็รับรู้ถึงแม้ไม่รู้ถึงสถานะจริง)
22 พฤศจิกายน ตื่นเช้ามาซีก็ไปสอบเค้าก็อยู่บ้านซีก็ช่วยแม่ซีทำกับข้าว พอเที่ยงมาซีก็กลับจากโรงเรียนมาก็คุยเรื่องสอบเป็นไงบ้าง ตอนนั้นอยากจะถามว่าสถานะตอนนี้คืออะไรแต่ไม่กล้า(อยู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาความรู้สึกตอนนั้นคืออึดอัดอยากถามให้รู้ความจริง)
ซี เป็นไรร้องไห้ทำไม
เค้า ไม่เป็นไรวันนี้เพื่อนในกลุ่มทะเลาะกันไม่สบายใจเฉยๆ(โกหกเพื่อให้ใครสักคนรู้สึกดี)
พอค่ำๆเค้าก็กลับบ้าน เพื่อนซีมารับซีออกไปเที่ยวข้างนอก(พาไปเลี้ยงเค้กแล้วถามหาความจริง)
เพื่อนซี มีอะไรจะบอกมั้ย
ซี คือรู้สึกดี แต่มันไม่ใช่ ทนกับความกดดันจากคนรอบข้างไม่ไหวจริงๆ(เพื่อนซีมาบอกอีที หลังไม่ได้เรื่องราวทุกอย่างจบลง รู้ทั้งรู้ว่าคำตอบมันเป็นอย่างไรก็ยังฝืนทนต่อไปให้ตัวเองเจ็บกว่าเดิม)
ตอนกลางคืนเค้าก็ได้บอกซีว่า ขอบคุณสำหรับเวลาที่ผ่านมาเค้ามีความสุขเหลือเกินที่ได้รู้จักกันมันเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมมีอะไรจะบอกก็บอกนะอย่าให้มันเกินไปกว่านี้เลย ได้คุยทุกเรื่องและตอบทุกคำถามที่ข้างคาใจ ทุกถ้อยคำที่พูดคุยกันในคืนนั้นยังไม่ชัดเจนทั้งๆที่เราให้ซีไปจากชีวิตเราแต่ซีกลับบอกว่าไม่ได้เอ่ยคำว่าอยากไปซักคำ ตอนนั้นในความคิดอยากปิดโทรศัพท์ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นอยากปล่อยให้มันค้างคาอย่างนั้น
ซี เดี๋ยวนอนเลย ไม่ต้องวางด้วย เป็นห่วงนะ
เค้า อือ (ทันไดนั้นก็ปิดโทรศัพท์ทันทีไม่รอฟังอะไรสักอย่าง)
พ่อ เมื่อกี้เพื่อนโทรมาเบอร์พ่อ โทรกลับไหม
เค้า ครับ(เตรียมทำหน้ายิ้มเช็ดน้ำตาไม่เหลือคราบของการร้องไห้ ไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจเพราะได้ยินเสียงพ่อเปิดประตูและเดินมาทางห้องเรา)
โทรกลับเบอร์ที่โทรมาเมื่อกี้
เค้า ฮัลโหล
เพื่อนซี เป็นไรมีเรื่องอะไรกัน อย่างคิดมากนะไอ้ซีมันเป็นห่วงมากเลย
เค้า อือ ไม่มีอะไรดูแลซีมันด้วย ต่อจากนั้นคงไม่มีเค้าอีกแล้วรักซีมันมากๆนะ ไม่มีอะไรแล้วตึ๊ดๆ ตึ๊ดๆ
23 พฤศจิกายน ดึ้งดึ่ง ดึ้งดึ่ง ตื่นเช้ามาเปิดเครื่องพร้อมกับข้อความที่ซีฝากไว้พออ่านเสร็จก็รู้สึกดีขึ้น ก็ตอบข้อความซีกลับไป ซีบอกว่าตอนเย็นนี้ซีจะมาเที่ยวหาที่บ้าน เค้าก็บอกไม่ต้องมาหรอกตอนเย็นจะไปในเมืองแล้วไหว้พระ ไม่อยากอยู่บ้านช่วงนี้ชอบคิดอะไรฟุ้งซ่านไปไหว้พระทำบุญจิตใจก็ดีขึ้นพอสมควร
ซี ไหว้พระเสร็จไปไหนต่อ
เค้า ไปสถานที่หนึ่ง ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวตอนกลางคืนจะเปิดไฟ และมีโคมไฟมากมายหลากหลายสีสันที่มีผู้คนมากมายเป็นสถานที่เราเจอกันครั้งแรก ซีก็มาหาได้พูดคุยกันว่าเมื่อคืนรู้สึกยังไงบ้างเวลาที่ไม่มีกัน รู้สึกเป็นห่วงบ้างไหม พอได้พูดคุยความรู้สึกที่ดีก็ได้กลับมาอีกครั้ง เพราะทำพูดของซีที่บอกว่า ตอนนี้รู้สึกดีเลยทำมันต่อไปก็มีความสุขแล้ว
24-25 พฤศจิกายน โทรไลน์คุยกันเพราะซีไม่สบายต้องพักผ่อนเยอะๆ(ซีสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่เดือนไหนจะเป็นหวัดประมาณ 1-2รอบเป็นเรื่องปกติ แต่ดันชอบเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนและตอนเช้าก็ยังไปเรียนไหว )
26 พฤศจิกายน ซีไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลแต่เพื่อนซีมาด้วย1คน ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกถึงความเหินห่างของเรา ทั้งๆที่นั่งอยู่ใกล้แค่มือเอื้อมถึง แต่ไม่สามารถเอื้อมให้ถึงได้เจ็บแบบบอกไม่ถูกพูดไม่ออกได้แต่เดินไปส่งที่รถแล้วจากกันไป ด้วยถ้อยคำที่ซีถาม ไปกินข้าวด้วยกันไหม
27 พฤศจิกายน ซีออกมาเดินถนนคนเดินกับแม่พร้อมกับเพื่อนอีก 1 คน ทั้งวันซีตอบข้อความกลับมาเพียง 4-5 ข้อความ การเปลี่ยนไปของคนที่เราคบกันใครก็รู้สึกได้ใช่ไหม และโทรมาตอนค่ำๆ
ซี อยู่ไหน ตอนนี้อยู่ในงานนะ
เค้า อยู่ในงานนี่แหล่ะ เดี๋ยวเจอกันทักแล้วกัน
เดินสวนทางกัน สวัสดีแม่ของซีก็ไม่ได้คุยอะไรกัน ได้แต่ยิ้มให้ซีและเดินผ่านกันไปเหมือนคนไม่รู้จักกันพอมาถึงบ้าน ดึ้งดึ่ง ดึ้งดึ่ง
ซี ถึงบ้านแล้วทักมาด้วยนะ
เค้า อือถึงบ้านล่ะ โทรไลน์คุยกันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา (ใกล้เวลาที่ต้องยอมรับความจริงแล้วสินะ)
28 พฤศจิกายน วันเสาร์บ้านซีมีปาร์ตี้ก็ไปช่วยแม่ของซีเตรียมอาหารและขนมซีก็โทรชวนเพื่อนของซีมา(ตอนแรกตั้งใจไปช่วยเดี๋ยวก็กลับ)
เค้า เดี๋ยวสักพักผมกลับบ้านแล้วนะครับ ไม่ได้บอกทางบ้านว่ากลับค่ำครับ
แม่ของซี กินข้าวด้วยกันก่อนนะ เดี๋ยวแม่โทรบอก ทางบ้านให้
เค้า ครับผม (คืนนี้ก็ไม่ได้กลับเพราะพ่อบอกว่าถ้าค่ำก็นอนบ้านเพื่อนเลยก็ได้ ขับมอไซค์ตอนกลางคืนเป็นห่วง)
ก่อนนอนก็ได้คุยกันว่า หากวันหนึ่งไม่ได้อยู่เคียงข้างกันแล้วจะคิดถึงกันไหม วันเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันทำไมผ่านไปเร็วเกินอยากเก็บเวลานี้ไว้นานๆ วันไหนที่ไม่มีเค้าแล้วให้นึกถึงดอกลิลลี่สีขาวที่ให้ไว้ ว่ามันมีความหมายอย่างไร
เค้า รักเค้าไหมซีตอบหน่อยได้ไหม
ซี รักสิครับ(หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย ตอนนั้นยังไม่ได้เตรียมใจถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายในเร็วนี้เพราะมันเร็วเกินไปไม่รู้ว่ามันจากเกิดขึ้น)
29 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม ได้โทรคุยกันเพียง2-3นาที เพราะโทรศัพท์พังส่งซ่อมอีกรอบทั้งที่มีเบอร์แต่ซีก็ไม่เคยโทรมาเหมือนเมื่อก่อน ขอบคุณนะที่แกพังไอ้โทรศัพท์ทำให้ได้กลับมาอยู่กับตัวเอง คิดทบทวนกับทุกๆเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาว่ามันสมควรให้ดำเนินต่อไปเป็นอย่างไร ก็พอรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ยิ้มให้กับความรู้สึกที่จะผ่านเข้ามา ความรู้สึกของคนบางคนเริ่มจาก 100 แล้วลดลงเหลือ 0 แต่กลับบางคนเริ่มจาก 0 เพิ่มรู้เป็น 100 ต่างคนต่างมีเหตูผลของตัวเองที่ได้ทำลงไป ไม่ว่าการจากลาวันนี้หรือจากลาวันไหนก็คือการจากลาเช่นกัน 4 ธันวาคม เจอกันครั้งสุดท้าย หอเพื่อนซี
เค้า ที่เคยสัญญาไว้ว่า ทุกวันที่ 4 ของทุกเดือนคือวันครบรอบได้รู้จักกันจะมีดอกลิลลี่สีขาวมอบให้ทุกเดือน วันนี้วันที่ 4 แล้วนะซียังจำความหมายของลิลลี่สีขาวได้ไหม รู้นะว่าที่ผ่านมาความรู้สึกที่มีให้กันเป็นยังไง ถึงมันจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม หมดเวลาอยู่กับคนไม่มีตัวตนอย่างเค้าแล้วนะ(น้ำตาไหลพรากเต็มใบหน้าพร้อมยื่นดอกลิลลี่ให้)
*** ตัวอักษรเกิน อ่านต่อในเม้นนะครับ ***