รวมผี วิญญาณ ที่เป็นตำนานในประเทศไทย


       กระทู้นี้ไม่ได้ตั้งใจจะหลบหลู่ ผีหรือวิญญาณแต่อย่างใดนะครับ แต่ผมเป้นคนชอบดูเรื่องพวกนี้ เลยอยากจะตั้งกระทู้ ให้ทุกคนได้รู้จัก ผี วิญญาณหรือสิ่งศักสิทธิ์ในประเทศไทยของเรากันบ้าง ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย  หรือใครมีเพิ่มเติมต่อจากนี้ช่วยกันลงนะครับ

1. กระสือ

        กระสือเป็นผีชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่าสิงสู่อยู่ในตัวของคนเพศหญิงซึ่งโดยมากมักเป็นยายแก่ ชอบรับประทานของสดคาว มักออกหากินกลางคืนและไปแต่หัวกับตับไตไส้พุง ส่วนร่างกายคงทิ้งไว้ที่บ้าน เวลาไปจะเห็นเป็นดวงไฟดวงโตมีแสงสีเขียวเรืองวาม ๆ

        ใครคลอดลูกใหม่ กลิ่นสดคาวของเลือดจะชักนำให้ผีกระสือมาและเข้าสิงกินตับไตไส้พุงของหญิงที่คลอดลูกหรือของทารกที่คลอดนั้น เหตุนี้ชาวบ้านจึงมักเอาหนามพุทราสะไว้ที่ใต้ถุนเรือนตรงที่มีร่องมีรู เพื่อป้องกันมิให้กระสือเข้ามา เชื่อกันว่ากระสือกลัวหนามเกี่ยวไส้
นอกจากของสดของคาวแล้ว กระสือยังชอบรับประทานของโสโครกเช่นอุจจาระเป็นต้น เมื่อรับประทานแล้วเห็นผ้าของใครตากทิ้งค้างคืนไว้ก็เข้าไปเช็ดปาก ผ้านั้นจะปรากฏเป็นรอยเปื้อนดวง ๆ ถ้าเอาผ้านั้นไปต้มกระสือจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนปากทนไม่ไหวจนต้องมาขอร้องไม่ให้ต้มต่อไป
กระสือนั้นเมื่อเจ็บจวนจะตายก็ไม่ตายง่าย ๆ ต้องคายน้ำลายของตนถ่ายเข้าปากลูกหลานคนใดคนหนึ่งไว้ให้สืบทายาทเป็นกระสือต่อก่อน ตนจึงจะตายได้โดยไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไปการปราบกระสือนั้น ไม่สามารถไล่ผีที่มาสิงสู่ออกจากร่างเหยื่อได้ ว่ากันว่าวิญญาณนั้นได้หยั่งลึกลงในใจของคน ๆ นั้นแล้ว ฉะนั้น การปราบกระสือก็เท่ากับต้องฆ่าคน ๆ นั้นไปเลย

2. กระหัง

         กระหัง หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า กระหาง เป็นผีตามความเชื่อของคนไทย เป็นผีผู้ชาย คู่กับผีกระสือ ซึ่งเป็นผู้หญิง เชื่อกันว่าผู้ที่เป็นผีกระหังนั้น จะเป็นผู้ที่เล่นไสยศาสตร์ เมื่ออาคมแกร่งกล้าไม่สามารถควบคุมได้ก็จะเข้าตัว กลายเป็นผีกระหังไป
ผีกระหัง จะบินได้ในเวลากลางคืน จะใช้กระด้งฝัดข้าวติดกับแขนแทนปีก และใช้สากตำข้าวหรือสากกระเบือผูกติดกับขา แทนหาง หรือขา ออกหากินของโสโครก เช่นเดียวกับ ผีกระสือ หรือผีโพง

3. ผีโพง

        ผีโพง เป็นผีตามความเชื่อพื้นบ้านทางภาคเหนือ ผู้ที่เป็นผีโพงเกิดจากเล่นไสยศาสตร์แล้วควบคุมวิชาในตัวเองไม่ได้ หรือปลูกว่านชนิดหนึ่ง เรียกว่าว่านผีโพง ซึ่งมีสีขาว รสฉุนร้อน เมื่อแก่จะมีธาตุปรอทลงกิน ทำให้เกิดแสงส่องสว่างแบบแมงคาเรือง
ผู้ที่เป็นผีโพง ในเวลากลางวันจะเป็นเหมือนผู้คนธรรมดา ๆ ทั่วไป แต่ตกกลางคืนจะกลายร่างเป็นผีโพง มีจุดเด่นคือ มีแสงสว่างหรือดวงไฟที่รูจมูก ออกหาของกิน ได้แก่ ของสกปรกคาว เช่น กบ, เขียด, ศพ หรือรกเด็กเกิดใหม่ เช่นเดียวกับผีกระสือ, ผีกระหัง หรือผีปอบ
โดยปกติแล้ว ผีโพงจะไม่ทำร้ายมนุษย์ แต่ถ้าหากถูกคุกคามก็จะจู่โจมทำร้ายได้เช่นกัน หากมีผู้ใดไปทำอะไรให้ผีโพงไม่พอใจ ผีโพงจะใช้ก้านกล้วยที่ตัดใบออกหมดแล้วพุ้งข้ามหลังคาบ้านผู้นั้น ซึ่งครอบครัวของผู้ที่โดนขว้างจะพบกับภัยพิบัติต่าง ๆ นานา
ผีโพงจะตายได้ เมื่อมีผู้ไปพบปะกับผีโพงเข้าอย่างจัง และทักว่าผีโพงแท้จริงแล้วคือใคร หากผ่านพ้นมาได้หนึ่งวันแล้ว ผู้ที่เป็นผีโพงจะตายผีโพงสามารถถ่ายทอดให้แก่กันได้ ด้วยพ่นน้ำลายใส่หน้าหรือมีใครไปกินน้ำลายของผีโพงเข้า

4. ผีพราย

           ผีพราย ส่วนใหญ่มีถิ่นที่อยู่อยู่ในน้ำมากกว่าบนบก เชื่อกันว่าเป็นจิตวิญญาณชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กสุดตามลำดับของดวงจิตวิญญาณที่สามารถปรากฏให้รับรู้ได้ คือ พราย ภูติ ผี ปีศาจ ส่วนใหญ่มักมีที่มาจากการหมักหมมของซากพืชหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ๆ ดวงจิตวิญญาณนี้มักแสดงตนมีลักษณะเป็นผู้หญิงใส่เสื้อสีขาว เป็นดวงไฟเรืองแสง มักปรากฏตัวตอนเวลาหกโมงเช้า เที่ยงวัน หกโมงเย็น และเที่ยงคืน มักอยู่ในคลองหรือแม่น้ำที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด เมื่อจับเหยื่อได้จะเอาร่างเหยื่อที่ไร้วิญญาณเป็นร่างของตน

           ผีพรายส่วนมากจึงมักปรากฏร่างเป็นผู้หญิง นางไม้ บางทีก็จัดเข้าพวกผีพรายได้เช่นกัน เช่น พรายตะเคียน พรายตานี เป็นต้น หรือแม้แต่ผีทะเลหรือผีน้ำก็จัดเป็นพรายด้วยเช่นกัน เช่น พรายทะเล พรายน้ำ แต่ว่าพรายน้ำที่เป็นฟองผุด ๆ ขึ้นจากน้ำนั้น เป็นคนละอย่างกัน

5. ปอบ

       ปอบ เป็นผีจำพวกหนึ่ง ที่อยู่ในความเชื่อพื้นบ้านของไทย โดยเฉพาะในภาคอีสาน โดยเชื่อกันว่าเป็นผีที่กินของดิบ ๆ สด ๆ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม โดยมีความเชื่อว่า ผู้ที่จะกลายเป็นปอบนั้น มักจะเป็นผู้เล่นคาถาอาคม หรือคุณไสย พอรักษาคาถาอาคมที่มีอยู่กับตัวไม่ได้ หรือกระทำผิดข้อห้าม ซึ่งในภาษาอีสานจะเรียกว่า "คะลำ" ซึ่งผู้ที่เป็นปอบจะเป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

      ปอบ เป็นผีที่ไม่มีตัวตนเหมือนกระสือหรือกองกอย แต่ปอบจะเข้าสิงสู่คนที่เป็นสื่อให้ และจะกินตับไตไส้พุงของผู้ที่โดนสิงจนกระทั่งตาย ผู้ที่โดนกินจะนอนตายเหมือนกับนอนหลับธรรมดา ๆ ไม่มีบาดแผล ซึ่งเรียกกันว่า "ใหลตาย
ในทางมานุษยวิทยาและสังคมศาสตร์ อธิบายว่า ความเชื่อเรื่องปอบนั้นเป็นกลไกการสร้างความเชื่อของคนในชุมชน เนื่องจากไม่วางใจบุคคลแปลกหน้าหรือแม้แต่กระทั่งคนในชุมชนเดียวกันเอง ที่มีพฤติกรรมแปลกออกไป ซึ่งในสมัยโบราณ บุคคลที่โดนกล่าวหาว่าเป็นปอบ จะถึงกับถูกขับไล่ให้ออกชุมชนเลยทีเดียว

6.ผีตายทั้งกลม


        ผีตายทั้งกลม (หรือบางครั้งเรียกว่า ผีตายท้องกลม ซึ่งเป็นคำที่ใช้ผิด) เป็นผีไทยลักษณะหนึ่ง โดยผู้หญิงที่ตายขณะที่กำลังตั้งครรภ์ลูกในท้องหรือขณะที่กำลังคลอดลูก ถ้าในขณะที่กำลังจะคลอดลูกนั้นแล้วเกิดตายขึ้นมาทั้งแม่และลูกถือว่าเป็นการตายโหงอีกรูปแบบหนึ่ง  ผีตายทั้งกลมจะสำแดงอาการหลอกหลอนคนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ถ้าใครเดินผ่านบ้านที่มีหญิงตายทั้งกลมในยามค่ำคืน จะได้ยินเสียงกล่อมเด็กดังวังเวงมาจากในบ้านที่มีหญิงตายทั้งกลมนั้น หรือหนักหน่อยอาจจะมีคนเห็นเปลเด็กผูกอยู่บนคบไม้สูง โดยมีผีตายทั้งกลมนั่งกล่อมลูกอยู่ข้างล่าง ส่วนมือยืดยาวขึ้นไปบนคบไม้ ไกวเปลให้ลูก

7. เปรต

        คำว่า เปรต แปลว่า ผู้ล่วงลับ ในทางศาสนาพุทธหมายถึง อมนุษย์พวกหนึ่งที่เกิดในเปตวิสัยซึ่งเป็น ๑ ใน ๔ อบายภูมิ เปรตมีหลายประเภท เช่นประเภทหนึ่งเรียกว่า ปรทัตตูปชีวิเปรต คือเปรตที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยส่วนบุญที่มีผู้ทำอุทิศให้ หากไม่มีส่วนบุญที่มีผู้อุทิศให้ก็มักจะกินเลือดและหนองของตัวเองเป็นอาหาร โบราณมีความเชื่อที่ว่า ถ้าใครทำร้ายพ่อแม่ ชาติหน้าจะไปเกิดเป็นผีเปรต

        เปรตตามความเชื่อไทย เป็นผี มีรูปร่างสูงเท่าต้นตาล ผมยาว คอยาว ผอมโซ ผิวดำ ท้องโต มือเท่าใบตาล แต่มีปากเท่ารูเข็ม และเปรตจะหิวอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากกินอะไรไม่ได้ จึงชอบมาขอส่วนบุญในงานบุญต่างๆ ซึ่งเมื่อสะสมบุญได้แล้วเกิดใหม่ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งจากลักษณะนี้ทำให้คำว่า เปรต กลายมาเป็นคำด่าในภาษาไทยที่หมายถึง คนที่อดอยากผอมโซ เที่ยวรบกวนขอเขากิน หรือเมื่อมีใครได้โชคลาภก็เข้ามาขอแบ่งปัน

8. เสือสมิง

      เสือสมิง - เสือที่เชื่อว่า เดิมเป็นคนที่มีวิชาอาคมแก่กล้า แล้วต่อมาสามารถจำแลงร่างเป็นเสือได้ หรือเสือที่กินคนมาก ๆ เข้า เชื่อกันว่า วิญญาณคนตายเข้าสิง ต่อมาสามารถจำแลงร่างเป็นคนได้ เรียกว่า เสือสมิง

9. นางตะเคียน

        นางตะเคียน เป็นผี ตามตำนานพื้นบ้านของไทย เป็นผีผู้หญิง สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนบริเวณผืนป่าที่ผีนางตะเคียนสิงสู่อยู่จะสะอาดสะอ้านเหมือนมีคนมาปัดกวาดอยู่เสมอๆ ก็คงเหมือนกับคนอยู่บ้านต้องออกมาปัดกวาดหน้าบ้านตัวเองให้สะอาดอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

        นางตะเคียนมักมีรูปร่างหน้าตาสะสวย หมดจดงดงาม ผมยาว ห่มสไบ ใส่ผ้าถุง บางที่ก็ว่าแต่งตัวเหมือนสาวบ้านป่าทั่ว ๆ ไป ผีนางตะเคียนมักจะเป็นจำพวกหวงที่อยู่ และจะดุร้ายมากหากใครคิดจะรุกรานที่อยู่ของตน ผู้คนที่มีความเชื่อเรื่องนี้ มักเชื่อว่าต้นตะเคียนมักมีผีนางตะเคียนสิงอยู่ การจะนำเอาต้นตะเคียนมาขุดเป็นเรือ (เรือสมัยก่อนใช้วิธีขุดขึ้นจากต้นไม้ทั้งต้น) หรือนำไม้ตะเคียนมาสร้างบ้าน จำเป็นจะต้องทำพิธีบวงสรวงขออนุญาตจากนางตะเคียนก่อน ทั้งนี้ เมื่อต้นตะเคียนที่ถูกนำมาแปรสภาพเป็นยานพาหนะ หรือสิ่งปลูกสร้างแล้ว นางตะเคียนที่สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงสถานะตามไปด้วย เช่น ถ้าเป็นเรือ นางตะเคียนก็จะกลายเป็นแม่ย่านางเรือ หรือ ถ้าเป็นบ้าน นางตะเคียนก็จะเป็น เจ้าที่ หรือ ผีบ้านผีเรือน

10. นางตานี

         นางตานี เป็นผีผู้หญิง เช่นเดียวกับนางตะเคียน นางตานีจะสิงสถิตย์อยู่ในต้นกล้วยตานี อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ต้นกล้วยตานีทุกต้นจะมีพรายตานีสิงสถิตย์อยู่ ลักษณะของพรายตานีโดยทั่วไปจะเป็นหญิงงาม นุ่งห่มตามแบบสตรีไทยโบราณ สไบสีตองอ่อน ผ้านุ่งโจงสีตองแก่ กลิ่นกายหอมดอกกล้วย

         เรื่องการเรียกพรายตานีนี้มีหลายตำนาน บ้างก็ว่าให้ชายที่ต้องการเรียกพรายนาตีมาปัสสาวะรดโคนต้นกล้วยที่กำลังออกปลีใหม่ ๆ บ้างก็ว่าให้เอาของลับถูกับโคนต้นกล้วยต้นกล้วยตานี เป็นที่สิงสถิตของ พรายนางตานี เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนรุ่นเก่า พรายนางตานีนี้ว่ากันว่า มีหน้าตาสวย มีกลิ่นตัวหอม ไว้ผมยาว ฝ่ามือฝ่าเท้าแดงอ่อนดุจตีนนกพิราบ ริมฝีปากมีสีเหมือนตำลึงสุก ถ้ากล้วยตานีมีลำต้นอวบ พรายนางตานีก็มีรูปทรงท้วม ถ้ามีลำต้นโปร่งเปลา พรายนางตานีก็มีรูปทรงฉลวยโดยเหตุที่พรายนางตานีเป็นผี ชาวบ้านจึงไม่กล้าปลูกกล้วยตานีไว้ใกล้เรือน แม้จะปลูกไว้ใกล้เรือน ถ้าจะตัดเอาใบตองไปใช้ ก็ห้ามไม่ให้ตัดเอาไปทั้งใบ ต้องเจียนเอามาแต่ใบตองเท่านั้น หรือไม่ก็ต้องหักก้านเสียก่อน เพราะถ้าตัดเอาเข้ามาในเรือนทั้งใบ ถือเป็นลางร้ายว่าจะมีใครในบ้านนั้นตายลงในไม่ช้า ทั้งนี้เห็นจะเนื่องจากคติเดิมที่ใช้ใบตองกล้วยตานีสามใบรองก้นโลงศพ

11. กุมารทอง

        กุมารทอง เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของไทยเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ที่มาของกุมารทองมาจากการเลี้ยงภูติผีปีศาจไว้ใช้งาน โดยกุมารทองจะเป็นวิญญาณของเด็กผู้ชาย หากเป็นวิญญาณผู้หญิงที่คนเลี้ยงไว้จะเรียกว่า "โหงพราย"[ต้องการอ้างอิง]
กุมารทองนั้นแรกเริ่มเดิมทีมาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะไปนำพาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก จากหลักฐานที่พบในเอกสารโบราณระบุถึงการทำกุมารทองสรุปว่า ต้องหาศพที่ตายทั้งกลม แล้วประกอบพิธีกรรมผ่าเอาศพทารกในท้องนั้นมาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่ว ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่ากุมารทอง

อ้างอิง http://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อผีไทย
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 15
First Time with Thai Ghost เจอผีไทยครั้งแรก
 
เบ๊น: ทำไมคุณถึงสนใจเรื่องผีสางของเมืองไทย?
เนลสัน: ผมชอบเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่แล้ว พอได้เดินทางมาเมืองไทย ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเซอร์เรียล ผมเลยอยากรู้ว่าผีที่ปกติก็เซอร์เรียลอยู่แล้ว จะเซอร์ได้ถึงขนาดไหน


เบ๊น: ลุงทำความรู้จักกับผีไทยจากไหนเป็นแห่งแรก? หนังผี?
เนลสัน: การ์ตูนผีห้าบาทก่อนเลย ราคาถูกดี แถมอ่านแล้วติดหนึบ ผมชอบมากเพราะเป็นการ์ตูนที่มีความแอ็กชั่นสูง มีคนตายทุกตอน แล้วเหตุผลหรือโมติเวชั่นนี่ไม่ต้องเยอะ บางทีแค่ไปฉี่รดต้นไม้ ตัดมาอีกช่องนึง โดนบีบคอตายแล้ว เหนือความคาดหมายสุดๆ เซอร์เรียลยิ่งกว่าการ์ตูนของ Joan Cornella

อีกอย่างที่ผมชอบคือ มันสอดแทรกเรื่องผีไทยแบบ Traditional กลับกันถ้าไปดูหนังผีไทย ส่วนใหญ่จะเป็นยุคผีในยุค Contemporary หมดแล้ว  


เบ๊น: คิดยังไงกับผีไทยแท้ดั้งเดิม?
เนลสัน: ผีไทยมีความครีเอตสูงไม่ต่างจากคนไทย ผีที่บ้านไอนี่ชิดซ้ายไปเลย อย่างหมาป่าหรือแดรกคูลาน่าเบื่อมาก แค่โผล่มาก็เดาได้ทุกอย่างแล้ว แต่ผีไทยนี่โคตรเซอร์ไพรส์

ผีตัวแรกที่ผมรู้จักคือกระหัง 

โห เห็นครั้งแรกก็อิมแพคทันที วิชวลดีมาก แต่งชุดไทยเดิมเรียบง่าย เปลือยท่อนบนโชว์ซิกซ์แพ็ค บินได้ด้วยอุปกรณ์ทำครัว แถมยังมีการ Challenge ตัวเองด้วยการหนีบอะไรก็ไม่รู้ที่หว่างขา ซึ่งไอยังงงอยู่เลยว่า จะเอาไปถ่วงไว้ทำไม ไม่มียังจะบินง่ายกว่า หรือเพราะแกต้องการฝึกฝนกล้ามเนื้อส่วนควอดริเซ็ปส์ (Quadriceps) อันนี้ผมกำลังหาข้อมูลเพิ่มเติม


เบ๊น: โอ้ ดูคุณจะศึกษาอย่างเอาจริงมากๆ
เนลสัน: เวลาผมเจออะไรที่น่าทึ่งก็มักจะลงลึกแบบนี้ ซึ่งกระหังก็พีคจริงๆ 

นอกจากเรื่องรูปลักษณ์ ผมยังสนใจเรื่องความสามารถในการบินด้วยอุปกรณ์ทำครัวของกระหัง เพราะถ้าว่ากันตามหลักแล้ว รูปทรงของกระด้งไม่มีคุณสมบัติเป็นแอโรฟอยล์ (Aerofoil) อย่างปีกเครื่องบินหรือปีกนก ดังนั้นกระด้งจะไม่ทำให้เกิดแรงปฏิกิริยาตามกฎข้อที่สามของนิวตัน และยังทำให้แรงยกที่เกิดขึ้นต่ำ มีแรงเสียดทานสูงเกินกว่า...


เบ๊น: เอ่อ ผมว่าลุงจริงจังเกินไปแล้ว...
เนลสัน: ยังไม่หมด สมมติว่าปีกกระหังมีรูปทรงเป็นแอโรฟอยล์ ผมลองนำหลักการของแบร์นูลลี (Bernoulli’s Principle) มาประยุกต์เป็นสมการแรงยกไว้ดังนี้ (ยกไวท์บอร์ดขึ้นมา)


เบ๊น: ลุงครับ พอแล้ว
เนลสัน: ก็ได้


เบ๊น: เรามาพูดเรื่องผีไทยตัวโปรดของคุณดีกว่า
เนลสัน: ผมชอบกระสือที่สุดเลย


เบ๊น: ทำไมครับ
เนลสัน: กระหังต้องการปีกเพื่อบินตามหลักของฟิสิกส์ เปรตมีปากเล็กจึงส่งเสียงร้องค่อนข้างสูง ก็ถือว่าถูกต้องแล้วตามหลักกายภาพ แต่กระสือฉีกกฎเกณฑ์ทุกอย่างของมนุษย์ 

กระสือหลุดพ้นจากทุกตำรา ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ก็ไม่สามารถให้คำจำกัดความมันได้ กระสือถอดหัวและอวัยวะภายในออกมาจากตัวได้อย่างปลอดภัย ชนิดที่ว่า ศัลยแพทย์ของ MIT ควรมาศึกษาเป็น Case Study แถมไส้กระสือยังมีปฏิกิริยาเรืองแสงได้ยาวนานโดยไม่ต้องอาศัยแหล่งพลังงาน ซึ่งเทคโนโลยีแบบนี้นาซ่ายังได้แต่ฝัน

แต่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือกระสือบินได้โดยไม่ต้องอาศัยแรงแอโรไดนามิก หัวกับไส้ลอยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอะไรเลย! ผมเรียกมันว่า Minimal Aviation หรือการขับเคลื่อนทางอากาศยานแบบน้อยชิ้น 

อาจเรียกได้ว่ากระสือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในประวัติศาสตร์การบินของมนุษย์ ถัดจากเครื่องบินของสองพี่น้องตระกูลไรต์ ยานวอสตอค 1 ของ ยูริ กาการิน (Yuri Gagarin) และกระหังได้เลย


เบ๊น: ไม่นึกมาก่อนว่าผีบ้านไอจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้
เนลสัน: ความสุดยอดของกระสือยังไม่จบ เพราะนอกจากกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว กระสือยังอยู่เหนือหลักการทางจิตวิทยาด้วย


เบ๊น: อย่างไรครับ?
เนลสัน: คิดดูว่าถ้าผมมีความสามารถอย่างกระสือ เช่น บินได้ด้วยน้ำหนักเบา ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากการเผาไหม้ใดๆ หรือสายตาที่มองเห็นได้ในเวลากลางคืน ผมคงดีใจคุมสติไม่อยู่และเหาะเหิน ท่องเที่ยวไปทั่ว 

ผมคงบินไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโด บินไปดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่เรคยาวิก หรือบินไปดูแสงเหนือออโรราที่แฟร์แบงก์สในอลาสก้า แต่กระสือไม่สนอะไรพวกนี้เลย กระสือสุขุมและมักน้อยมาก พอ Take Off จากร่าง เธอก็บินไปกินขี้เลย หักมุมสุดๆ! คือถ้าจะกินขี้เนี่ย เดินลงไปกินก็ได้มั้ง ไม่เห็นต้องถอดหัว หรืออาศัยพลังวิเศษอะไรเลย
 
ยูเคยได้ยินที่สไปเดอร์แมนพูดว่า “Great power comes with great responsibility” ไหม?

กระสือบอก “ you Spiderman, I’m just gonna eat shit.”


เบ๊น: ฟังคุณพูดเรื่องผีสางอย่างอินจัดมาตั้งนาน อยากถามว่าแล้วตัวคุณอยากเจอผีที่เมืองไทยสักครั้งไหม
เนลสัน: ผมเคยเจอแล้ว


เบ๊น: หา? จริงเหรอ
เนลสัน: จริง


เบ๊น: ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย
เนลสัน: ปีก่อนผมไปเที่ยวเมืองไทยและเข้าพักที่โรงแรมเล็กๆ ในต่างจังหวัด อยู่ๆ กลางดึกผมก็รู้สึกตัวตื่น เหลียวมองไปที่ปลายเตียง ‘เธอ’ ก็ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว เห็นครั้งแรกผมผิดหวังมาก


เบ๊น: ทำไมล่ะ?
เนลสัน: เธอไม่มีอะไรเหมือนผีไทยที่ผมอุตส่าห์ศึกษามาเลย เธอมาในแบบสมัยนิยม ผมยาว เสื้อขาว ตัวซีด ผมเข้าใจแหละ ว่าคนไทยชอบตามแฟชั่นเกาหลี-ญี่ปุ่น แต่ไม่นึกว่า ผีไทยก็เอากับเขาด้วย

 
เบ๊น: เฮ้ย ใจคอไม่คิดจะตกใจเลยเหรอ
เนลสัน: ไม่เลย เอาจริงๆ ผมดีใจด้วยซ้ำ 

จะบอกอะไรให้นะ ถ้าคุณยังหนุ่มยังแน่นคุณก็อาจจะกลัวผี แต่สำหรับคนแก่อายุแปดสิบอย่างผม การเจอผีก็เหมือนได้ดูเทรลเลอร์ของอนาคตตัวเอง 

ส่วนผี เธอเห็นท่าทางเริงใจของผมก็คงงงๆ แต่ก็พยายามคีปลุค สักพักเธอก็เริ่มพูดเสียงยานคาง น่ากลัว ประมาณว่า “ฉัน...สิง...อยู่...ที่...นี่...มา...นาน...แล้ว”


เบ๊น: แล้วคุณทำยังไง
เนลสัน: ผมบอก “โอ๊ย เดี๋ยวนี้ภาษาไทยผมไม่ค่อยแข็ง พูดภาษาอังกฤษได้ไหม” เธอมีท่าทีกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ พูดว่า “I was here for so long and…” แล้วอยู่ๆ เธอก็หยุดไปสักพักและก็พูดใหม่ “I have been here for so long” 

ผมเลยบอกผีว่า “ยูใจเย็นๆ นะ ยูเป็นผี ไม่ต้องกังวลเรื่อง Present Perfect มากหรอก ยูจะพูดอะไรก็ได้ ผมพร้อมฟังอยู่แล้ว ยูเป็นผีนะเว้ย” จากนั้นเธอก็ยิ้มๆ และดูผ่อนคลายขึ้น เธอค่อยๆ เล่าเรื่องราวให้ผมฟังว่ามาจบชีวิตที่นี่ได้อย่างไร ผมกล่าว “Sorry to hear that” เพื่อแสดงความเสียใจกับเธอ และถามว่า มีอะไรที่ผมช่วยเหลือได้ไหม เธอขอร้องให้พรุ่งนี้ผมช่วยทำบุญกรวดน้ำให้เธอหน่อย ผมบอก โอเค สบายมาก สิ้นประโยคเธอก็ยิ้ม กล่าว “Thank you very much” และหายไป


เบ๊น: ความรู้สึกต่อเหตุการณ์ครั้งนั้น
เนลสัน: โห ประทับใจมาก คือถ้าไอเจอผีฝรั่งคงต้องไปเรียก Exorcist มาปราบให้วุ่นวาย แต่กับผีไทย เราสามารถรับมือกับเขาบางตนได้ด้วยตัวเอง จะทำบุญ กรวดน้ำ หรือสวดมนต์ก็ว่าไป ถือเป็นการเผชิญกับผีแบบ DIY มาก 

เอ้อ พูดถึงขอส่วนบุญ ผมอยากจะให้คำแนะนำผีไทยอย่างหนึ่งว่า ถ้าคุณเป็นผีและอยากได้ส่วนบุญจากคนแปลกหน้า คุณควรหาวิธี Approach เป้าหมายคุณเสียใหม่ คือพวกผีที่มีความแค้นส่วนตัวจะหลอกหลอนคู่กรณีของคุณก็ทำไปเถอะ แต่กับคนแปลกหน้าแบบกรณีผมเนี่ย ปรากฏตัวมาดีๆ ก็ได้ แทนที่จะหลอก ผมขอแนะนำให้ทำ Q&A แทน คือคิดให้ดีสิ คุณเป็นผี คุณเป็นพวกเหนือโลก คุณรู้อะไรที่มนุษย์ไม่รู้เยอะแยะเลย แล้วพวกเราเองก็มีคำถามอยู่ในใจเต็มไปหมด เช่น หวยงวดหน้าออกอะไร สวรรค์-นรกมีจริงไหม มนุษย์ต่างดาวอยู่ที่ไหน ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารเจเอฟเค สถานการณ์การแทรกแซงยูเครนตะวันตกของสหรัฐฯ จะจบลงอย่างไร ฯลฯ แต่คุณต้องไม่ทำให้เขาตกใจ คุณปรากฏตัวดีๆ ง่ายๆ ก็ได้ จากนั้นคุณก็บอกอัตราแลกเปลี่ยนเลย สวดมนต์ให้หนึ่งคำถาม กรวดน้ำให้สองคำถาม ส่วนตักบาตรหรือสังฆทานนั้นต้องดูตามน้ำหนัก แค่นี้รับรองคุณได้บุญเพียบ เห็นไหม ได้ผลกว่าการหลอกหลอนอีก คุณต้องคิดบ้าง คุณเป็นผีสมัยใหม่แล้ว ต้องทำตัวมีเหตุผล มี Logic ไม่ใช่เซอร์เรียลแบบกระสือกินขี้


เบ๊น: งั้นถ้าผมย้อนถามคุณว่า ในตอนเจอผีครั้งที่แล้ว ถ้ามีโอกาสคุณอยากจะถามอะไรกับผีสาวตนนั้น
เนลสัน: ทำไมกระหังยิ้มบินได้โดยไม่ต้องใช้ปีกแอโรฟอยล์…


ที่มา ถ้าจำไม่ผิดจากเวปดรามาจงเจริญ(???)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่