This is not the end of the world (โลกไม่แตกซักหน่อย)
ตอนที่ 1 : กลุ่มดอม 1
แผ่นดินที่ไหวอย่างบ้าคลั่งและฝ้าเพดานที่ร่วงลงมาทำให้ผมอยากจะเป็นบ้า แม้ว่าเมื่อกี้ผมจะอธิษฐานให้โลกแตกวันนี้แต่นี่มันออกจะเป็นจริงเร็วไปสักหน่อย ไหนเขาว่ากันว่าพระเจ้าทรงตายไปแล้วยังไงล่ะ แล้วทำไมพระองค์ทรงตอบรับคำขอของผมเร็วจัง
“จับมือฉันไว้” เสียงโลเพื่อนตัวใหญ่ตะโกน ผมพนันได้เลยว่าเสียงของหมอนี่ทำให้ฝ้าเพดานร่วงเพิ่มขึ้น ผมมองเขาท่ามกลางสายฝนฝ้าเพดานที่เข้าทั้งปากทั้งจมูก เวลาปกติผมคงจะคว้ามือเขาเอาไว้อย่างง่ายดาย แต่เรที่อยู่ในอ้อมอกเขาทำให้ผมนั่งนิ่ง เพื่อนสนิทพลังควายตบโต๊ะตัวใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเรากระเด็นไป ผมยิ่งตัวแข็งทื่อกว่าเดิม เมื่อกี้เพราะใจปฏิเสธแต่ตอนนี้เพราะกลัวมันแล้ว บ้านยังคงสั่นไม่หยุดราวกับมีคนเขย่า
“ดอม ตั้งสติหน่อย” โลคว้าแขนผมอย่างแรงแล้วดึงเอาไว้ข้างตัว เก้าอี้ที่นั่งเมื่อครู่กระเด็นไป ผมรู้ว่ามันแรงเยอะ แต่เพิ่งรู้ว่ามันหิ้วผมเหมือนทารกได้ทั้งที่ผมสูงถึงร้อยแปดสิบ ก็ใช่ มันสูงเกือบสองเมตร ขาดอีกสองเซนติเมตรเอง แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ควรหิ้วผมป่ะ “มาตรงนี้เร็ว”
“ไอ้บ้า เจ็บนะเมิง” ผมว่ามันพลางจะยันตัวออกแต่เรนาต้ากอดผมเอาไว้แน่น ร่างเล็กๆสั่นเทา เพิ่งรู้ว่าเธอดูบอบบางขนาดนี้ทั้งที่เมื่อวานผมยังตบกบาลเธอเล่นอยู่เลย
“ฉันรู้ว่านายโกรธ แต่อย่าทำแบบนี้นะ” เธอว่า น้ำตาคลอ ให้ตายเถอะ ชีวิตนี้ผมเห็นเธอร้องไห้แค่สองครั้งเอง นี่คือครั้งที่สาม และมันเป็นเพราะผม พื้นที่เรายืนอยู่แยกออกจากกัน เรร้องอ้าก โลดึงเราทั้งคู่ให้ถอยออกมาจนถึงอ่างล้างจาน คราวนี้สิ่งที่ร่วงจากเพดานไม่ใช่ฝ้าแต่เป็นปูนซีเมนต์
“บ้าจริง” โลอุทานเมื่อปูนก้อนใหญ่เฉี่ยวหัวผมไปนิดเดียว เมื่อกี้ถ้าไม่ได้มันดึงหลบ ผมคงไปเฝ้าพระอินทร์แล้ว
“เราต้องหาสามเหลี่ยมทองคำ” โลว่า มันพูดบ้าอะไรเนี่ย
“นายหมายถึงสามเหลี่ยมแห่งชีวิตใช่ไหม” เรถามแล้วผลักเราทั้งคู่ไปกองตรงหน้าตู้เย็นตู้ยักษ์ที่ผมบรรจงเลือกเพราะชอบทำอาหาร ก็ความฝันผมคือการเปิดร้านอาหารนี่นา “ก้มหัวลง”
“มานี่” โลกอดเราทั้งคู่เอาไว้แนบอกแล้วเอาตัวกันฝ้าที่ร่วงลงมาเหมือนเสียใจที่เคยเป็นบ้านให้เรามาก่อน เสียงครืนลั่นทำเอาแก้วหูแทบแตก ผมกอดเรเอาไว้อีกที ตอนนี้เกลียดมากที่เราสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก หวังให้ไม่เคยรู้จักกับทั้งคู่มาก่อน อ๊ะ พระเจ้าฟังอยู่รึเปล่านะ
...............................
โลกไม่แตกสักหน่อย ตอน1
ตอนที่ 1 : กลุ่มดอม 1
แผ่นดินที่ไหวอย่างบ้าคลั่งและฝ้าเพดานที่ร่วงลงมาทำให้ผมอยากจะเป็นบ้า แม้ว่าเมื่อกี้ผมจะอธิษฐานให้โลกแตกวันนี้แต่นี่มันออกจะเป็นจริงเร็วไปสักหน่อย ไหนเขาว่ากันว่าพระเจ้าทรงตายไปแล้วยังไงล่ะ แล้วทำไมพระองค์ทรงตอบรับคำขอของผมเร็วจัง
“จับมือฉันไว้” เสียงโลเพื่อนตัวใหญ่ตะโกน ผมพนันได้เลยว่าเสียงของหมอนี่ทำให้ฝ้าเพดานร่วงเพิ่มขึ้น ผมมองเขาท่ามกลางสายฝนฝ้าเพดานที่เข้าทั้งปากทั้งจมูก เวลาปกติผมคงจะคว้ามือเขาเอาไว้อย่างง่ายดาย แต่เรที่อยู่ในอ้อมอกเขาทำให้ผมนั่งนิ่ง เพื่อนสนิทพลังควายตบโต๊ะตัวใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเรากระเด็นไป ผมยิ่งตัวแข็งทื่อกว่าเดิม เมื่อกี้เพราะใจปฏิเสธแต่ตอนนี้เพราะกลัวมันแล้ว บ้านยังคงสั่นไม่หยุดราวกับมีคนเขย่า
“ดอม ตั้งสติหน่อย” โลคว้าแขนผมอย่างแรงแล้วดึงเอาไว้ข้างตัว เก้าอี้ที่นั่งเมื่อครู่กระเด็นไป ผมรู้ว่ามันแรงเยอะ แต่เพิ่งรู้ว่ามันหิ้วผมเหมือนทารกได้ทั้งที่ผมสูงถึงร้อยแปดสิบ ก็ใช่ มันสูงเกือบสองเมตร ขาดอีกสองเซนติเมตรเอง แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ควรหิ้วผมป่ะ “มาตรงนี้เร็ว”
“ไอ้บ้า เจ็บนะเมิง” ผมว่ามันพลางจะยันตัวออกแต่เรนาต้ากอดผมเอาไว้แน่น ร่างเล็กๆสั่นเทา เพิ่งรู้ว่าเธอดูบอบบางขนาดนี้ทั้งที่เมื่อวานผมยังตบกบาลเธอเล่นอยู่เลย
“ฉันรู้ว่านายโกรธ แต่อย่าทำแบบนี้นะ” เธอว่า น้ำตาคลอ ให้ตายเถอะ ชีวิตนี้ผมเห็นเธอร้องไห้แค่สองครั้งเอง นี่คือครั้งที่สาม และมันเป็นเพราะผม พื้นที่เรายืนอยู่แยกออกจากกัน เรร้องอ้าก โลดึงเราทั้งคู่ให้ถอยออกมาจนถึงอ่างล้างจาน คราวนี้สิ่งที่ร่วงจากเพดานไม่ใช่ฝ้าแต่เป็นปูนซีเมนต์
“บ้าจริง” โลอุทานเมื่อปูนก้อนใหญ่เฉี่ยวหัวผมไปนิดเดียว เมื่อกี้ถ้าไม่ได้มันดึงหลบ ผมคงไปเฝ้าพระอินทร์แล้ว
“เราต้องหาสามเหลี่ยมทองคำ” โลว่า มันพูดบ้าอะไรเนี่ย
“นายหมายถึงสามเหลี่ยมแห่งชีวิตใช่ไหม” เรถามแล้วผลักเราทั้งคู่ไปกองตรงหน้าตู้เย็นตู้ยักษ์ที่ผมบรรจงเลือกเพราะชอบทำอาหาร ก็ความฝันผมคือการเปิดร้านอาหารนี่นา “ก้มหัวลง”
“มานี่” โลกอดเราทั้งคู่เอาไว้แนบอกแล้วเอาตัวกันฝ้าที่ร่วงลงมาเหมือนเสียใจที่เคยเป็นบ้านให้เรามาก่อน เสียงครืนลั่นทำเอาแก้วหูแทบแตก ผมกอดเรเอาไว้อีกที ตอนนี้เกลียดมากที่เราสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก หวังให้ไม่เคยรู้จักกับทั้งคู่มาก่อน อ๊ะ พระเจ้าฟังอยู่รึเปล่านะ
...............................