พี่ซื้อให้..เอาไปเถอะพี่ให้ของเล็กน้อยเอง มากกว่านี้พี่ก็ให้ได้ ชีวิตพี่ยังให้เราได้เลย..บลาๆๆ แต่พอเลิกกัน เฮ้ย!!อาราย

ขออนุญาตยืมพื้นที่ของพันทิประบายความในใจหน่อยนะคะ พอดีเมื่อวานได้รับโทรศัพท์สายนึง ซึ่งทำให้ปรี๊ดดดดด แบบว่าโมโหมากอ่ะ ขอเล่าย้อนนิดนึงนะคะ เพื่อที่เพื่อนๆจะได้ช่วยกันตัดสินว่ามันบ้าหรือว่าเราเองที่เยอะ...
          ปัจจุบันเราแต่งงานมีครอบครัว มีสามีและเจ้าตัวเล็ก 1 คนแล้วค่ะ เรื่องที่เราจะเล่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับแฟนเก่าค่ะที่อายุมากกว่าเรา 12 ปี คือตอนที่คบกันมันแบบว่าโอมากกกก คือเราชอบอ่านพวกหนังสือนิยาย เราก็เลยมีสเป็คชายในฝันไว้พร้อมสรรพ คือจะชอบผู้ชายที่แบบอายุมากกว่า มีความเป็นผู้ใหญ่ ขรึมๆ อบอุ่น ดูแลเราได้ หน้าตาถือเป็นเรื่องรองค่ะ ไม่ได้กะเกณฑ์ ถ้าทุกข้อที่เอ่ยมาผ่าน แต่หน้าตาไม่ผ่าน เราก็ให้ผ่าน แล้วทีนี้พอเจอเค้ามันก็เลยแบบว่า เฮ้ยยยย!! ใช่อ่ะ มันใช่เลย อายุมากกว่า..ใช่ มีความเป็นผู้ใหญ่..ใช่ ขรึม..ใช่ อบอุ่น..ใช่ ดูแลเราได้..ใช่ หน้าตา..อันนี้โคตรใช่เลยค่ะ เค้าจะพูดคะ ค่ะ กับเราตลอด ทีนี้ก็คบกันมาเรื่อยๆราบรื่นดีค่ะ เวลาไปเที่ยว กินข้าว ดูหนัง ส่วนมากเค้าจะเป็นคนจ่ายค่ะ ซึ่งเราก็โอเคกับตรงนั้น เพราะเคยตกลงคุยกับเค้าแล้ว ตอนที่เราจะออกในส่วนของเรา เค้าจะบอกว่าไม่เป็นไรน้องยังเรียนอยู่ ไม่มีรายได้อะไร แค่เรื่องกิน เที่ยว ดูหนัง เค้าดูแลได้ มันไม่ได้มากมายอะไร อาทิตย์นึงจะไปก็แค่1-2ครั้ง อย่าว่าแต่ของแค่นี้เลย ชีวิตพี่ก็ให้เราได้ ให้เราตั้งใจเรียน เป็นเด็กดีของพ่อแม่และเค้าก็พอ โดยส่วนตัวแล้วเราคบเค้าด้วยใจนะคะ ไม่ได้จะหวังเรื่องกินเที่ยว หรือของนอกกายจากเค้า เพราะอย่างที่บอกว่าเค้าเหมือนชายในฝันของเรา และที่สำคัญเป็นรักครั้งแรกของเราด้วย อีกอย่างฐานะทางบ้านเราถึงจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ถือว่าไม่ลำบากเพราะเราเป็นลูกคนเดียว เราเลยพยายามตอบแทนเค้าเพราะไม่อยากเป็นฝ่ายรับอยู่ฝ่ายเดียว เราจะคอยทำของกินไปให้เค้าค่ะ พวกอาหาร ขนม น้ำผลไม้ อะไรประมาณนี้ค่ะ (ได้รับคำยืนยันจากคนรอบตัวแล้วค่ะว่าผ่าน อร่อยมากกกก) ทีนี้พอวันสำคัญ เช่น วันเกิด วันครบรอบ ปีใหม่ เค้าก็จะให้ของขวัญเราตลอด ซึ่งเราก็ให้เค้านะคะ แต่มันอาจจะต่างกันตรงที่ของที่เราให้จะเป็นของที่เราคิดว่ามันมีคุณค่าทางใจสำหรับเรา นั่นก็คือเราลงมือทำด้วยตนเอง เช่น ถักผ้าพันคอ เสื้อหนาว พับดาวกระดาษเป็นพันๆดวงอะค่ะแล้วใส่โหลไปให้เค้า (โบราณไปมั๊ยอ่ะ มีใครเคยทำแบบเราบ้างคะ) ถ้าเป็นของที่ซื้อก็จะเป็นพวก teddy bear ค่ะ พอให้เค้าๆก็จะแบบว่าทำมาทำไม น้องจะเหนื่อยเอานะ เสียเวลาด้วย ไปอ่านหนังสือดีกว่า ไปเที่ยวดีกว่า ไม่ต้องให้อะไรพี่หรอก บลาๆๆๆ แต่เราก็ไม่สน เพราะทำแล้วมีความสุขก็ทำต่อไป ส่วนของขวัญที่เค้าให้เราจะเป็นพวกของมีราคาทั้งนั้น เช่น โทรศัพท์มือถือ  วันครบรอบก็ให้แหวนทองค่ะ (แหวนคู่ค่ะ คนละวง) สร้อยคอ จะเป็นแนวๆเครื่องประดับอะค่ะ เราก็เกรงใจนะคะ แต่อารมณ์ตอนที่ได้คือแบบว่าดีใจสุดๆ พอคบกันไปนานเข้า เค้าก็พาเราไปบ้านเค้า ไปสวัสดีพ่อแม่เค้า พ่อเค้าก็โอเค ปกติดี แต่เรารู้สึกได้ในทันทีเลยว่าแม่เค้าไม่ชอบเราอย่างแรง เราก็ไม่เข้าใจนะในตอนแรกว่าทำไม จนมีอยู่วันนึง ที่ไปเที่ยวบ้านเค้า แล้วมีโทรเข้ามาจากลูกค้า ซึ่งเค้าจำเป็นต้องออกไปข้างนอก โดยบอกให้เรานั่งเล่นรออยู่ที่บ้านเค้าก่อน มันก็เลยเป็นครั้งแรกที่เราอยู่กับแม่เค้าสองต่อสอง แม่เค้าก็เริ่มทำการสัมภาษณ์ (สอบสวน คาดคั้น บีบเค้น บังคับ ทำร้ายจิตใจ) ว่าเราเรียนที่ไหน ชั้นอะไร มีพี่น้องกี่คน พ่อแม่ทำงานอะไร เราก็คิดว่าคงปกติมั้ง คำถามทั่วๆไปที่เค้าสมควรจะถามคนที่จะมาเป็นแฟนลูกชายคนเดียว แต่ที่ทำเราอึ้งคือ แม่เค้าถามว่าพ่อแม่มีมรดกเยอะมั๊ย มีเงินเก็บเท่าไหร่ ได้ซื้อที่เก็บไว้บ้างรึเปล่า เราก็คิดในใจว่า เฮ้ยยย!! อะไรฟระ จะคบกับลูกชายคุณนี่ต้องครบเครื่องเลยใช่ปะ ต้องซักประวัติกันถึงมรดกตกลอดกันเลยหรอ เราก็ขี้เกียจตอบอะ เพราะคิดว่ามันไร้สาระมาก แต่ก็เป็นแค่ในความคิดนะคะเพื่อนๆ เพราะเราก็ตอบแม่เค้าแบบสุภาพอ่อนหวานไปว่า ไม่มีหรอกค่ะ คุณพ่อรับราชการ ส่วนคุณแม่เป็นพนักงานบริษัทค่ะ (อันนี้เรื่องจริงค่ะ ส่วนเรื่องมรดก เงินเก็บ ที่ดินอะไร เราไม่รู้ ไม่เคยถามพ่อแม่) แม่เค้าก็จะสีหน้าออกเซ็งๆแล้วก้อบอกว่า เค้าน่ะมีลูกชายคนเดียว ต้องเป็นคนสืบทอดสกุล ถ้าจะมีคู่ครอง แม่ก็อยากได้คนที่ทัดเทียมกัน (บ้านเค้าเป็นคนจีนค่ะ ฐานะถือว่าค่อนข้างดี) จะได้ช่วยเชิดหน้าชูตา ที่สำคัญแม่ยอากได้ลูกสะใภ้เป็นคนจีน เพราะว่าผู้หญิงจีนน่ะขยันขันแข็ง ทำมาหากินเก่ง เป็นแม่บ้านแม่เรือน ดูอย่างสมัยแม่เป็นสาวๆนะ บรรพบุรุษของแม่มาจากเมืองจีน เสื่อผืนหมอนใบ มาตั้งหลักปักฐานที่เมืองไทย อดมื้อกินมื้อ บลาๆๆ (ลืมถามไปค่ะว่าโล้สำเภาจีนมาด้วยรึป่าว) คือลักษณะการพูดจะเรื่อยๆเนิบๆตลอดค่ะ พอพูดจบคงเห็นว่าเราเงียบไป ก็หันมาบอกเราว่า แต่แม่ไม่ได้ว่าหนูไม่ดีนะ (นี่แหละว่าแล้วT^T) หนูก้อดีนะคะ น่ารักดี (เราก็รู้นะว่าเค้าพูดตามมารยาท แต่ก็รู้สึกดีขึ้นมานิดนึง) แล้วแม่เค้าก็พูดต่อว่า แต่ก็นะ...เข้าใจแม่นะคะ (อ้าววววว เฮ้ยย!! อะไรกันแน่ฟระ นี่กำลังบอกอะไรอ้อมๆเราอยู่ใช่ปะ เรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ แต่เราแกล้งไม่รู้ เราแกล้งมึน)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่