คนบ้า กับรถกระป๋อง
เริ่มเรื่องราวกันเลยดีกว่า
“ข้อความที่ผมเขียนเป็นข้อความเชิงเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นจริงกับคนแปลก ๆ อย่างผมตลอด สอง ปีที่ผ่านมา“
จขกท.เป็นคนจังหวัดเพชรบุรีโดยกำเนิด เกิดและโตที่ บางตะบูน จังหวัดเพชรบุรี
–พ่อเป็นผู้ใหญ่บ้าน ช่างไม้ ช่างไฟ ช่างอิเล็กทรอนิค ช่างซ่อม และหลายๆ ช่าง (ไม่รู้ว่ารู้มาจากไหน)
-ย่า เลี้ยงเป็ด ทำไข่เค็ม(อร่อยที่สุดในโลก) กุ้งแห้ง(อร่อยที่สุดในโลก) ปลาเค็ม(อร่อยที่สุดในโลก)
-แม่ ค้าขาย เป็นยี่ปั๊วของทะเลประเภท หอย(สด-สะอาดที่สุดในโลก) อยู่ในตลาดของจังหวัด ก๊ง เป็นช่างเหล็ก ช่างเชื่อม
ผมเรียนจบปริญญาตรี Computer & Network Security จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี ตอนนี้กำลังศึกษาปริญญาโทในสาขาบริหาร MBA ของมหาลัยเดียวกัน (เสาร์ อาทิตย์)
ผมคงไม่ขอเล่าในส่วนเรื่องการเรียนและครอบครัวก็แล้วกัน ขอข้ามไปถึงในส่วนของตัวผม เรื่องเริ่มจากหลังจากที่ผมจบปริญญาตรีในสาขาที่กล่าวข้างต้น ผมได้เข้าทำงานกับบริษัท บริษัทหนึ่งใน กทม. และได้ไปประจำอยู่ที่ สำนักงานใหญ่ของปูน ที่บางซื่อ
ในช่วงแรกที่เข้าทำงาน ผมพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของผมอย่างหนึ่ง คือการต้องนั่งอยู่กับโต๊ะเก้าอี้ และคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานมาก มือและตาง่วนอยู่กับการทำเอกสารต่าง ๆ เพื่อเก็บ Record งานและปัญหาต่าง ๆ
ซึ่งผมไม่คุ้นเคยกับการทำงานลักษณะนี้เลย เพราะด้วยอาชีพของทางบ้านแล้ว ออกจะเป็นอาชีพสายลุยซะเป็นส่วนใหญ่ผมทำงานต่อไปได้สักระยะ ผมก็เกิดการเบื่อ เบื่อในงานที่ทำ ถึงขนาดว่าอยากจะลาออก แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ลาออกเพราะผมคิดตัวช่วยใหม่ที่ทำให้ผมไม่เบื่อได้แล้ว นั่นคือ
ผมคิดว่าผมจะเอาเวลาเสาร์อาทิตย์ที่ว่างจากหลังการเรียน ปริญญาโท มาทำรถวิ่งเล่นขำ ๆ สักคัน ผมจะได้ผ่อนคลายได้คิดเรื่องอื่นนอกเหนือจากเรื่องงานบ้าน และเมื่อคิดเช่นนั้นได้แล้วผมก็เจอโจทย์ที่เป็นปัญหาสำหรับผมคือ ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปทำ และการที่ผมทำงานประจำอยู่ที่ กทม มันทำไห้ผมไม่สามารถจะทำรถคันนี้ได้ในวันธรรมดา แถมเสาร์อาทิตย์ก็ยังมีเรียนอีก
แต่ก็นั่นแหละน้า เราอยากทำนี่หว่า เจียดเวลาเสาร์อาทิตย์หลังเลิกเรียนมาทำก็ได้มั้ง หลังจากมีข้อสรุปดังนั้นแล้ว ผมก็เอาเวลาหลังเลิกงาน จนถึงจะนอนซึ่งเป็นเวลาที่น่าเบื่อที่สุดใน กทม ของผม (เพราะอยู่คนเดียวกินคนเดียว) ใช้เวลานั้นให้หมดไปกับการค้นหาข้อมูล และค้นหาอะไหล่ต่าง ๆ ที่จะมาสร้างรถในจินตนาการของผม
ผมทำอย่างนี้อยู่ หลายเดือน ได้ของและอะไหล่มาจากหลายที่ ล้อได้มาจาก กำแพงเพชร ชุดไฟได้จากนนทบุรี แป้นเหยียบและอื่น ๆ ได้มาจากทั่วทุกสารทิศของประเทศไทย และเมื่อถึงเวลาอันสมควรที่ผมคิดว่าอะไหล่พร้อมแล้ว เสาร์อาทิตย์ถัดมาผมก็มีเวลาว่างเพราะไม่มีเรียน
ผมเดินไปหาก๋ง แล้วบอกว่าผมจะทำรถ ก๋งช่วยเป็นช่างเชื่อมให้หน่อย ส่วนโครงสร้างผมคิดมาแล้ว ก๋งไม่ปฏิเสธพร้อมให้ผมเอาแบบที่ผมร่างไว้ไปให้เขาดู
จากนั้น ผมเริ่มโปรเจคทันทีในวันนั้น เชื่อมโน่นดัดนี่ แป๊ป ๆ ก็หมดไปวันหนึ่ง ซึ่งไม่ได้อะไรมากมายเลย แต่ผมก็พยายามทำมันด้วยความอยากต่อไป “อยากไห้มันวิ่งได้ อยากไห้เราหายเบื่อ ” ผมอยู่ในโรงเครื่องมือกับก๋งในทุก ๆ เสาร์อาทิตย์ที่ไม่มีเรียน ทำไปคุยกันไป กินกันไป จนถึงวันนี้ก้เกือบ 2 ปีแล้ว
ระหว่างสองปีที่ผ่านมา ผมโดนข้อติติงและแซว เป็นระยะ ๆ บางคนก็ว่า มันจิงวิ่งได้จริงหรือ บ้างก็ว่าไม่ได้เรียนมาจะทำได้หรือ บ้างก้ว่าอยู่ดี ๆ หาเรื่องเสียเงิน แต่สิ่งที่ทำให้ผมทำมันมาจนถึงวันนี้ มี 3 สิ่งด้วยกันก็คือ
1.ก๋งผมพูดกับผมว่า ตังก็ตังกุ คนทำก็กุ จะวิ่งได้หรือไม่ได้มันก็เรื่องของกุ
2.ทุกครั้งที่ผมไปถามโน่นถามนี่กับพ่อ พ่อจะทำเหมือนไม่พอใจแต่ก็หาคำตอบไห้ผมทุกครั้ง (ผมอ่านใจพ่อผมออก ว่าไม่ได้ว่าอะไรผมหรอก)
3.สุดท้ายก็คือ มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้คลายเครียดและได้ระบายอารมณ์ หรือเปลี่ยนโหมด อารมณ์ของตัวเองบ้าง
จนสุดท้ายรถของผมก็มาถึงวันนี้ ซึ่งผมเอารถที่ผมทำเองมาโชว์ให้ดูด้วย (ยังไม่เสร็จนะแต่วิ่งได้แล้ว)
https://www.youtube.com/watch?v=-JhQAo02H9A&feature=youtu.be
https://www.youtube.com/watch?v=aNwmOWyvck0&feature=youtu.be
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบครับ
อาจจะไม่ใช่รถที่ดีที่สุด แต่มันเป็นรถที่รักษาสุขภาพผมได้นะครับ แถมยังลากพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ มาขับเล่นด้วยกันได้อีก
คนบ้า กับรถกระป๋อง
เริ่มเรื่องราวกันเลยดีกว่า
“ข้อความที่ผมเขียนเป็นข้อความเชิงเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นจริงกับคนแปลก ๆ อย่างผมตลอด สอง ปีที่ผ่านมา“
จขกท.เป็นคนจังหวัดเพชรบุรีโดยกำเนิด เกิดและโตที่ บางตะบูน จังหวัดเพชรบุรี
–พ่อเป็นผู้ใหญ่บ้าน ช่างไม้ ช่างไฟ ช่างอิเล็กทรอนิค ช่างซ่อม และหลายๆ ช่าง (ไม่รู้ว่ารู้มาจากไหน)
-ย่า เลี้ยงเป็ด ทำไข่เค็ม(อร่อยที่สุดในโลก) กุ้งแห้ง(อร่อยที่สุดในโลก) ปลาเค็ม(อร่อยที่สุดในโลก)
-แม่ ค้าขาย เป็นยี่ปั๊วของทะเลประเภท หอย(สด-สะอาดที่สุดในโลก) อยู่ในตลาดของจังหวัด ก๊ง เป็นช่างเหล็ก ช่างเชื่อม
ผมเรียนจบปริญญาตรี Computer & Network Security จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี ตอนนี้กำลังศึกษาปริญญาโทในสาขาบริหาร MBA ของมหาลัยเดียวกัน (เสาร์ อาทิตย์)
ผมคงไม่ขอเล่าในส่วนเรื่องการเรียนและครอบครัวก็แล้วกัน ขอข้ามไปถึงในส่วนของตัวผม เรื่องเริ่มจากหลังจากที่ผมจบปริญญาตรีในสาขาที่กล่าวข้างต้น ผมได้เข้าทำงานกับบริษัท บริษัทหนึ่งใน กทม. และได้ไปประจำอยู่ที่ สำนักงานใหญ่ของปูน ที่บางซื่อ
ในช่วงแรกที่เข้าทำงาน ผมพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของผมอย่างหนึ่ง คือการต้องนั่งอยู่กับโต๊ะเก้าอี้ และคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานมาก มือและตาง่วนอยู่กับการทำเอกสารต่าง ๆ เพื่อเก็บ Record งานและปัญหาต่าง ๆ
ซึ่งผมไม่คุ้นเคยกับการทำงานลักษณะนี้เลย เพราะด้วยอาชีพของทางบ้านแล้ว ออกจะเป็นอาชีพสายลุยซะเป็นส่วนใหญ่ผมทำงานต่อไปได้สักระยะ ผมก็เกิดการเบื่อ เบื่อในงานที่ทำ ถึงขนาดว่าอยากจะลาออก แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ลาออกเพราะผมคิดตัวช่วยใหม่ที่ทำให้ผมไม่เบื่อได้แล้ว นั่นคือ
ผมคิดว่าผมจะเอาเวลาเสาร์อาทิตย์ที่ว่างจากหลังการเรียน ปริญญาโท มาทำรถวิ่งเล่นขำ ๆ สักคัน ผมจะได้ผ่อนคลายได้คิดเรื่องอื่นนอกเหนือจากเรื่องงานบ้าน และเมื่อคิดเช่นนั้นได้แล้วผมก็เจอโจทย์ที่เป็นปัญหาสำหรับผมคือ ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปทำ และการที่ผมทำงานประจำอยู่ที่ กทม มันทำไห้ผมไม่สามารถจะทำรถคันนี้ได้ในวันธรรมดา แถมเสาร์อาทิตย์ก็ยังมีเรียนอีก
แต่ก็นั่นแหละน้า เราอยากทำนี่หว่า เจียดเวลาเสาร์อาทิตย์หลังเลิกเรียนมาทำก็ได้มั้ง หลังจากมีข้อสรุปดังนั้นแล้ว ผมก็เอาเวลาหลังเลิกงาน จนถึงจะนอนซึ่งเป็นเวลาที่น่าเบื่อที่สุดใน กทม ของผม (เพราะอยู่คนเดียวกินคนเดียว) ใช้เวลานั้นให้หมดไปกับการค้นหาข้อมูล และค้นหาอะไหล่ต่าง ๆ ที่จะมาสร้างรถในจินตนาการของผม
ผมทำอย่างนี้อยู่ หลายเดือน ได้ของและอะไหล่มาจากหลายที่ ล้อได้มาจาก กำแพงเพชร ชุดไฟได้จากนนทบุรี แป้นเหยียบและอื่น ๆ ได้มาจากทั่วทุกสารทิศของประเทศไทย และเมื่อถึงเวลาอันสมควรที่ผมคิดว่าอะไหล่พร้อมแล้ว เสาร์อาทิตย์ถัดมาผมก็มีเวลาว่างเพราะไม่มีเรียน
ผมเดินไปหาก๋ง แล้วบอกว่าผมจะทำรถ ก๋งช่วยเป็นช่างเชื่อมให้หน่อย ส่วนโครงสร้างผมคิดมาแล้ว ก๋งไม่ปฏิเสธพร้อมให้ผมเอาแบบที่ผมร่างไว้ไปให้เขาดู
จากนั้น ผมเริ่มโปรเจคทันทีในวันนั้น เชื่อมโน่นดัดนี่ แป๊ป ๆ ก็หมดไปวันหนึ่ง ซึ่งไม่ได้อะไรมากมายเลย แต่ผมก็พยายามทำมันด้วยความอยากต่อไป “อยากไห้มันวิ่งได้ อยากไห้เราหายเบื่อ ” ผมอยู่ในโรงเครื่องมือกับก๋งในทุก ๆ เสาร์อาทิตย์ที่ไม่มีเรียน ทำไปคุยกันไป กินกันไป จนถึงวันนี้ก้เกือบ 2 ปีแล้ว
ระหว่างสองปีที่ผ่านมา ผมโดนข้อติติงและแซว เป็นระยะ ๆ บางคนก็ว่า มันจิงวิ่งได้จริงหรือ บ้างก็ว่าไม่ได้เรียนมาจะทำได้หรือ บ้างก้ว่าอยู่ดี ๆ หาเรื่องเสียเงิน แต่สิ่งที่ทำให้ผมทำมันมาจนถึงวันนี้ มี 3 สิ่งด้วยกันก็คือ
1.ก๋งผมพูดกับผมว่า ตังก็ตังกุ คนทำก็กุ จะวิ่งได้หรือไม่ได้มันก็เรื่องของกุ
2.ทุกครั้งที่ผมไปถามโน่นถามนี่กับพ่อ พ่อจะทำเหมือนไม่พอใจแต่ก็หาคำตอบไห้ผมทุกครั้ง (ผมอ่านใจพ่อผมออก ว่าไม่ได้ว่าอะไรผมหรอก)
3.สุดท้ายก็คือ มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้คลายเครียดและได้ระบายอารมณ์ หรือเปลี่ยนโหมด อารมณ์ของตัวเองบ้าง
จนสุดท้ายรถของผมก็มาถึงวันนี้ ซึ่งผมเอารถที่ผมทำเองมาโชว์ให้ดูด้วย (ยังไม่เสร็จนะแต่วิ่งได้แล้ว)
https://www.youtube.com/watch?v=-JhQAo02H9A&feature=youtu.be
https://www.youtube.com/watch?v=aNwmOWyvck0&feature=youtu.be
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบครับ
อาจจะไม่ใช่รถที่ดีที่สุด แต่มันเป็นรถที่รักษาสุขภาพผมได้นะครับ แถมยังลากพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ มาขับเล่นด้วยกันได้อีก