คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
ยังไม่ต้องคืนครับ
ไม่ว่าจะทางกฎหมาย หรือทางไหน คุณก็ไม่มีความผิด เพราะสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรมันไม่มี
และคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีจริงๆในเรื่องการออกรถ ก็เป็นเขาเองไม่ใช่คุณเจ้าของกระทู้
ขอลำดับเรื่องราวตามนี้นะครับเพื่อให้คุณได้เห็นภาพ
แฟนเก่าคุณกู้เงิน ---> หวังจะซื้อรถ ---> คุณไม่ตกลง ---> เขาหว่านล้อมคุณ ---> คุณตกลง
สมการนี้เห็นได้ชัดว่า คุณตกลงเพราะเขาเอาความเป็นคนรักมาทำให้คุณตกลงปลงใจไป
ซึ่งการตกลงแบบนี้ ถ้าไม่ได้รักกันจะเกิดขึ้นกับใครไม่ได้ครับ ดังนั้นแปลว่าคุณก็ไม่มีความผิดตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
และอีกอย่าง เขาอาจจะต้องการรถขับโดยเอาความเป็นห่วงมาอ้างก็ได้
ได้รถมา ---> สัญญาปากเปล่า
คุณไม่มีความผิดทั้งในด้านกฎหมายและด้านมนุษยธรรมใดๆเลยครับ
ในขณะที่ยังรักกัน ก็มีความไว้วางใจกันในรูปแบบที่ไม่ต้องอธิบายอยู่แล้ว
(ไม่มีใครรู้หรอกครับว่ารักกันแล้วจะเลิกกันวันไหน)
เลิกรากัน ---> มอบรถให้ ---> และ "ไม่พูดถึงเรื่องหนี้เงินกู้"
สมการนี้เห็นว่า เมื่อเขาจะเลิกกับคุณ (ผมเข้าใจว่าเขาเลือกเป็นคนไปจากคุณก่อน)
เขาต้องการให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง โดยการกล่าวว่า จะมอบรถให้
และไม่พูดถึงเงินกู้นั้นเพราะ 1.เขายังไม่เดือดร้อนอะไรในตอนนั้น 2.เขาต้องการให้ตัวเขาเองมีมลทินกับคุณน้อยลง
21/08/2557 ---> จนวันนี้ เขาทวงเงินดาวน์รถที่กู้มา
ระยะเวลากว่า 3 เดือนนี่เขาคิดไม่ออกเลยหรือว่าจะเอายังไงกับเรื่องเงินแสนสอง
เห็นได้ชัดว่า ณ เวลานี้เขาต้องเดือดร้อนประการใดอยู่เป็นแน่ และเงินแสนสองนี้เป็นทางออกสุดท้ายของเขา
เขาจึงละเมิดสัญญาที่คุณกับเขาได้ให้กันไว้ว่า เงินแสนสองนี้จะได้คืนต่อเมื่อผ่อนรถเสร็จแล้ว
คำถามคือ "เขาเห็นคุณเป็นอะไร?" อันนี้ผมอาจจะตอบให้ไม่ได้
แต่คำตอบที่ผมพอบอกได้คือ "เขาไม่ได้ให้เกียรติคุณเลย"
สรุปนะครับ "ยังไม่ต้องคืนในตอนนี้ทุกกรณี (หมดภาระแล้วค่อยทยอยคืน)" และ "ไม่ต้องใส่ใจเลยครับว่า เขาประสบปัญหาอะไรอยู่"
เพราะขณะที่เขาทวงถามเรื่องเงินกับคุณ เขายังไม่คำนึงเลยว่า คุณจะเดือดร้อนไหม
แก้ไขเนื้อความบางประโยคที่ไม่กระชับ และประโยคที่พิมพ์ผิดครับ
ไม่ว่าจะทางกฎหมาย หรือทางไหน คุณก็ไม่มีความผิด เพราะสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรมันไม่มี
และคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีจริงๆในเรื่องการออกรถ ก็เป็นเขาเองไม่ใช่คุณเจ้าของกระทู้
ขอลำดับเรื่องราวตามนี้นะครับเพื่อให้คุณได้เห็นภาพ
แฟนเก่าคุณกู้เงิน ---> หวังจะซื้อรถ ---> คุณไม่ตกลง ---> เขาหว่านล้อมคุณ ---> คุณตกลง
สมการนี้เห็นได้ชัดว่า คุณตกลงเพราะเขาเอาความเป็นคนรักมาทำให้คุณตกลงปลงใจไป
ซึ่งการตกลงแบบนี้ ถ้าไม่ได้รักกันจะเกิดขึ้นกับใครไม่ได้ครับ ดังนั้นแปลว่าคุณก็ไม่มีความผิดตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
และอีกอย่าง เขาอาจจะต้องการรถขับโดยเอาความเป็นห่วงมาอ้างก็ได้
ได้รถมา ---> สัญญาปากเปล่า
คุณไม่มีความผิดทั้งในด้านกฎหมายและด้านมนุษยธรรมใดๆเลยครับ
ในขณะที่ยังรักกัน ก็มีความไว้วางใจกันในรูปแบบที่ไม่ต้องอธิบายอยู่แล้ว
(ไม่มีใครรู้หรอกครับว่ารักกันแล้วจะเลิกกันวันไหน)
เลิกรากัน ---> มอบรถให้ ---> และ "ไม่พูดถึงเรื่องหนี้เงินกู้"
สมการนี้เห็นว่า เมื่อเขาจะเลิกกับคุณ (ผมเข้าใจว่าเขาเลือกเป็นคนไปจากคุณก่อน)
เขาต้องการให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง โดยการกล่าวว่า จะมอบรถให้
และไม่พูดถึงเงินกู้นั้นเพราะ 1.เขายังไม่เดือดร้อนอะไรในตอนนั้น 2.เขาต้องการให้ตัวเขาเองมีมลทินกับคุณน้อยลง
21/08/2557 ---> จนวันนี้ เขาทวงเงินดาวน์รถที่กู้มา
ระยะเวลากว่า 3 เดือนนี่เขาคิดไม่ออกเลยหรือว่าจะเอายังไงกับเรื่องเงินแสนสอง
เห็นได้ชัดว่า ณ เวลานี้เขาต้องเดือดร้อนประการใดอยู่เป็นแน่ และเงินแสนสองนี้เป็นทางออกสุดท้ายของเขา
เขาจึงละเมิดสัญญาที่คุณกับเขาได้ให้กันไว้ว่า เงินแสนสองนี้จะได้คืนต่อเมื่อผ่อนรถเสร็จแล้ว
คำถามคือ "เขาเห็นคุณเป็นอะไร?" อันนี้ผมอาจจะตอบให้ไม่ได้
แต่คำตอบที่ผมพอบอกได้คือ "เขาไม่ได้ให้เกียรติคุณเลย"
สรุปนะครับ "ยังไม่ต้องคืนในตอนนี้ทุกกรณี (หมดภาระแล้วค่อยทยอยคืน)" และ "ไม่ต้องใส่ใจเลยครับว่า เขาประสบปัญหาอะไรอยู่"
เพราะขณะที่เขาทวงถามเรื่องเงินกับคุณ เขายังไม่คำนึงเลยว่า คุณจะเดือดร้อนไหม
แก้ไขเนื้อความบางประโยคที่ไม่กระชับ และประโยคที่พิมพ์ผิดครับ
แสดงความคิดเห็น
เ มื่ อ แ ฟ น เ ก่ า เ ข า ก ลั บ ม า ท ว ง