๙ แล้ว ๖ ๖ แล้ว ๙ คำสี่คำ ที่ยิ่งใช้บ่อยเท่าไร ก็ยิ่งเครียดเท่านั้น ก็คือ

ลองคิดดูว่าจริงหรือเปล่า  

ผมว่าจริง    ยิ่งใช้บ่อยเท่าไร ก็ยิ่งแสดงว่า
เราไม่พอใจ หรือไม่ยอมรับ การลงทุนของเรา
และเราพยายามเอาตัวเราเป็นศูนย์กลางของตลาดหุ้น  ของราคาหุ้น
อะไรที่ผิดไปจากที่เราต้องการให้มันเป็น    เราจะไม่ยอมรับ


หลายคน อาจจะแค่พูดเล่นๆ  
แต่ก็ต้องระวัง  จะกลายเป็นความเคยชิน
แล้วอะไรที่เกินกว่านั้น เราจะเครียด และไม่ยอมรับในที่สุด

ยกตัวอย่าง   หุ้นที่ถือ ลงห้าหกช่องเรียกว่า "ติดดอย"
พูดเล่น นานๆเข้า   หุ้นลงเกินกว่าห้าหกช่อง
เราจะยิ่งเครียดหนัก  
เพราะเราไปตั้งมาตรฐาน  จากการพูดเล่นสนุกๆไว้ จนกลายเป็นเคยชินว่า

หุ้นลง ห้าหกช่อง จากที่เราซื้อ  คือการติดดอย อมยิ้ม06อมยิ้ม06อมยิ้ม06






ในสี่คำนี้  ผมเชื่อว่า   เรียงอันดับ ระดับความเครียด จากมากไปหาน้อย
จะได้ดังนี้

ติดดอย  ขายหมู  ตกรถ   รู้งี้

ทางแก้คือ  ไม่เอาตัวเราเองเป็นศูนย์กลาง  
ที่ตลาดหุ้น ราคาหุ้น   ต้องเป็นไปตามที่ใจเราต้องการให้มันเป็น


ผิดทางก็ยอมรับ  ยอมเข้าใจว่าตลาดหุ้น ราคาหุ้น
มันไม่ได้เริ่มนับจากราคาหุ้นที่เราเข้าไปซื้อและถือ

ตัวอย่างที่อ่านเจอบ่อยๆก็คือ

กระทู้บ่นว่า   ทำไมราคาหุ้นนิ่งสนิท  ไม่เห็นขึ้นเลย อมยิ้ม06อมยิ้ม06อมยิ้ม06อมยิ้ม06

ความจริงที่มันไม่ขึ้น  ก็เพราะเราเอาตัวเราเองเป็นศูนย์กลางของราคาหุ้น
โดยนับจากราคาที่เราซื้อ
แล้วต้องการให้ราคาหุ้น  เป็นไปตามที่ใจเราต้องการ
ทั้งๆที่  ราคาหุ้นที่บอกว่า ไม่ขึ้นเลยนั้น

ที่แท้มันขึ้นมาตั้ง สามสี่เท่าตัวแล้ว  เพียงแต่เราไม่ได้มองย้อนหลังไปไกลๆ จากจุดที่เราเข้าซื้อ

  
ให้พยายามแก้ไขความผิดพลาดจากปัจจุบัน
และอย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของราคาหุ้น  น่าจะดีกว่า  ??







คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่