โอวาทสมเด็จโตเรื่องการพิจารณา

ไม่ทราบเคยอ่านกันมาหรือยังครับ เห็นว่าองค์ท่านมีอุบายแสดงธรรมแยบคายจริงๆเลยเอามาฝาก  (จริงๆแล้วพิมพ์คำว่า ประวัติสมเด็จโตในกูเกิล ก็จะเจอเรื่องน่าอ่านเยอะแยะเลยครับ)
ส่วนตอนนี้นำมาจาก  

http://dhamma.vayoclub.com/index.php?topic=1725.0


ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี เป็นพระเถระยอดอัจฉริยะ ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน ท่านเจ้าประคุณสมเด็จแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ในคราวที่แสดงธรรมต่อหน้านักปราชญ์ชาวต่างประเทศ ซึ่งรอบรู้ศาสนาเป็นอย่างดี

ในกาลครั้งหนึ่ง สมเด็จเจ้าพระยาประสาทให้ทนายมาอาราธนาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ไปแสดงรู้ในสิ่งที่ถูกที่ชอบด้วยโลกและธรรมในพุทธศาสนาอีกภาษาหนึ่งในนาม ประเทศสยาม ครั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ยินคำอาราธนาจึงรับว่า "ฉันยินดีแสดงนักในข้อเข้าใจ"  ทนายกลับไปกราบเรียนสมเด็จเจ้าพระยาประสาทว่า สมเด็จที่วัดรับแสดงในเรื่องให้รู้ความผิดถูกทั้งปวงได้

พอถึงวันกำหนด ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ไปถึงที่ประชุม นักปราชญ์ทั้งหลายยอมให้นักปราชญ์ของไทยออกความก่อนในที่ประชุมปราชญ์ ขุนนางทั้งปวงก็มาประชุมฟังอยู่ด้วย สมเด็จเจ้าพระยาประสาทจึงอาราธนาสมเด็จที่วัดระฆังฯ ขึ้นบัลลังก์แล้วนิมนต์ให้แสดงทีเดียว

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ก็ออกวาจาสำแดงขึ้นว่า
"พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา "

กล่าวพึมพัมสองคำเท่านี้สักชั่วโมงหนึ่ง สมเด็จเจ้าพระยาประสาทลุกขึ้นจี้ตะโพกเจ้าประคุณสมเด็จแล้วกระซิบเตือนว่า "เจ้าคุณขยายคำอื่นให้เขาฟังบ้างซิ "

สมเด็จท่านตะโกนดังกว่าครั้งแรกขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ขึ้นเสียงว่า
"พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา"

เฉพาะสองคำนี้อยู่อีกกว่าชั่วโมง ก็ถูกสะกิดเตือนอีก สมเด็จโต ท่านก็ตะโกนดังกว่าครั้งที่สองอีกว่า
“พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา ๆๆๆ..."

อธิบายว่า

" การของโลกก็ดี การของชาติก็ดี การของศาสนาก็ดี กิจที่จะพึงกระทำต่างๆ ในโลกก็ดี กิจควรกระทำสำหรับข้างหน้าก็ดี กิจควรกระทำให้สิ้นธุระทั้งปัจจุบันและข้างหน้าก็ดี สำเร็จกิจเรียบร้อยดีงามได้ ด้วยกิจพิจารณาเป็นขั้นๆ พิจารณาเป็นเปราะๆเข้าไป ตั้งแต่หยาบๆ และปานกลาง และขั้นสูง ขั้นละเอียด พิจารณาให้ประณีตละเมียดเข้า จนถึงที่สุดแห่งเรื่อง ถึงที่สุดแห่งอาการ ให้ถึงที่สุดแห่งกรณี ให้ถึงที่สุดแห่งวิธี ให้ถึงที่สุดแห่งประโยชน์ยืดยาว

พิจารณาให้รอบคอบทั่วถึงแล้ว ทุกๆ คนจะรู้จักประโยชน์คุณเกื้อกูลตน ตลอดทั้งเมื่อนี้ เมื่อหน้า จะรู้ประโยชน์อย่างยิ่งได้ ก็ต้องอาศัยกิจพิจารณาเลือกฟั้น คั้นหา ของดีของจริง เด่นชัดปรากฏแก่คน ก็ด้วยการพิจารณาของคนนั่นเอง

ถ้าคนใด สติน้อยถ่อยปัญญา พิจารณาเหตุผลเรื่องราวกิจการงานของใคร ของธรรมดาแต่พื้นๆ ก็รู้ได้พื้นๆ ถ้าพิจารณาด้วยสติปัญญาเป็นอย่างกลาง ก็รู้เพียงชั้นกลาง ถ้าพิจารณาด้วยสติปัญญาอันละเอียดลึกซึ้ง ในข้อนั้นๆ อย่างสูงสุด ไม่หลับหูหลับตา ไม่งมงายแล้ว อาจจะเห็นผลแก่ตน ประจักษ์แท้แก่ตนเอง ดังปริยายมาทุกประการ จบทีฯ”

ครั้นจบแล้ว ท่านลงจากบัลลังก์ ก็ไม่มีนักปราชญ์อื่นๆ ออกปากขัดคอคัดค้านถ้อยคำของท่าน แม้แต่คนเดียว เจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์ พยักหน้าให้หมู่นักปราชญ์ทั้งหลายขึ้นบัลลังก์ต่อ ต่างคนก็ต่างแหยงไม่อาจขึ้นแถลงต่อที่ประชุมได้ ถึงแม้ต่างจะตระเตรียมเขียนกันมาแล้ว แต่คำของสมเด็จโต ท่านได้ครอบคลุมเรื่องต่างๆ ไว้ทั่วถึงหมด เมื่อปราชญ์ทั้งหลายเกียงกัน จนไม่มีผู้ใดกล้าขึ้นแถลงต่อที่ประชุม จึงต้องเลิกประชุมปราชญ์ในวันนั้น และต่างก็แยกย้ายกันกลับไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่