ทำงานมาสามที่ ที่แรกทั้งหัวหน้างาน และผู้อำนวยการ เป็นผู้ชาย ทั้งสองคนก็มีครอบครัว เข้าใจคนมีครอบครัว จะถามถึงความเป็นอยู่ของภรรยา เวลามีธุระหรือภรรยาป่วย ผมสามารถลางานไปดูแลได้ ก็ลากิจตามสิทธินะครับ ไม่มีปัญหา ไม่มีการทำงานวันหยุด หรือหลังเวลางาน แต่งานช่วงหลังต้องออกต่างจังหวัดบ่อย ภรรยาต้องอยู่คนเดียว ผมจึงลาออก อยากให้คนที่พร้อมเดินทางตลอดได้มาทำแทน หัวหน้าและ ผอ ก็เข้าใจเป็นอย่างดีครับ ทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่
ย้ายมางานที่สอง หัวหน้างานเป็นผู้หญิง ก่อนเข้างานนี้ผมก็ได้แจ้งไปแล้วว่าสาเหตุที่ลาออกจากงานเก่าคือเรื่องครอบครัวอยากมีเวลาให้ครอบครัว อยากมีลูก ทำได้สักพักภรรยาก็ตั้งครรภ์ ดีใจมาก แต่ลูกหลุดไปในช่วงครรภ์อ่อนๆ ภรรยาก็ต้องพักฟื้น อยู่ไฟ สุขภาพเธอก็แย่ แล้วก็เสียใจกำลังใจแย่มาก ผมก็เครียดกับงานมาก จนต้องปรึกษาจิตแพทย์ หัวหน้าไม่ค่อยเข้าใจ คือหัวหน้าเธอจะรบกวนเวลาครอบครัวมาก กลางคืนก็โทรศัพท์มาคุย ทั้งเรื่องงาน เรื่องนินทาคนอื่น วันหยุดก็นัดไปคุยงานเพราะวันธรรมดาหาโอกาสคุยงานได้ยากมาก คือผมมีความเห็นว่าหัวหน้าบริหารจัดการงานไม่ดีครับ ในเวลางานเธอทำงานได้น้อยมาก มัวแต่คุย นินทา ประชุม และทำเรื่องอื่น จะมาหักโหมเอางานตอนเย็น และมาทำงานสาย
ผมก็พยายามแก้ปัญหาโดยการจัดรายการงานและประเด็นที่ต้องคุยตั้งแต่เช้า เจอหัวหน้าจะชาร์จและคุยงานให้จบ แต่หัวหน้าก็จะบ่ายเบี่ยงไม่คุย จะมาประชุมตอนเย็นหลังเวลาเลิกงาน ผมเคยชวนประชุมกันเป็นกิจลักษณะ เพื่อให้งานเดินและผมจะได้กลับบ้านเวลาปกติ เธอก็ไม่ทำครับ จะคุยเมื่ออยากคุย เธอก็มีครอบครัวนะครับ มีลูก
งานนี้ปรากฎว่าไม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัดบ่อยๆ ก็จริง แต่ผมต้องกลับบ้านค่ำ เพราะเธอจะมาคุยงานตอนหลังเวลาเลิกงาน หนักเข้าผมจึงแจ้งหัวหน้าตามตรงว่าผมมีปัญหาเรื่องเวลาทำงาน ผมมาเช้า ผมต้องการกลับบ้านตามเวลา เพราะผมก็ได้ปฏิบัติงานเต็มที่แล้ว งานของผมไม่ใช่งานปฏิบัติการ เป็นงานโปรเจค ผมบริหารได้ ผมขอแค่มีเวลาประชุมกับผม ปรากฎว่า หัวหน้าให้งานหนึ่งมา ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำตอนเย็นถึงเวลาสองทุ่ม ต้องอยู่ดูลูกน้องทำโปรเจคหนึ่ง ซึ่งความจริงผมไม่ต้องเฝ้าก็ได้ แต่เธอต้องการให้ผมเฝ้า เธอบอกว่า "เราทำงาน ครอบครัวต้องเข้าใจ"
ผมคิดว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะตอนแรกผมได้แจ้งแล้วว่าผมต้องการทำงานและใช้ชีวิตอย่างไร องค์กรรับผมเข้ามาและยอมรับเงื่อนไขนี้ ซึ่งผมคิดว่า มันเป็นเรื่องปกติ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมจึงเลือกครอบครัว ผมลาออกและหางานใหม่ หัวหน้าไม่อยากให้ลาออก เธอบอกว่า "อยากกลับบ้านเร็ว พี่ offer สิทธิพิเศษให้ได้นะ อย่าออกเลย" .... ผมสตั๊นไปเลยครับ ไหนบอกว่าครอบครัวต้องเข้าใจไง แล้วการกลับบ้านหลังเวลางานไม่ใช่เรื่องพิเศษนะครับ ... ผมก็ยืนยันลาออก เพราะเธอคงไม่จริงใจ พูดไปอย่างนั้น
ตอนนี้มาทำงานที่ใหม่ หัวหน้าเป็นชาวต่างชาติ เป็นผู้ชาย เค้าก็เน้นเรื่องเวลาให้ครอบครัว ไม่เคยยุ่งวันหยุด ไม่มีตามงานนอกเวลา ใช้ส่ง email ฝากเรื่องไว้ จะกลับบ้านก่อนเพราะมีธุระเรื่องครอบครัวต่างๆ เขาก็ให้เต็มที่ครับ ผมก็มีความสุขมากขึ้น โรคเครียดหายไป มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น
หัวหน้างานภรรยาของผมเป็นผู้หญิง มีลูกมีครอบครัว ก็ไม่เข้าใจเรื่องชีวิตครอบครัวเหมือนกัน ภรรยาผมตั้งครรภ์ (ครั้งใหม่) ก็ยังใช้งานหนัก มีการกดดันด้วยว่าในขณะลาคลอดจะให้ทำยังไง บลาๆๆ ทั้งๆ ที่เธอก็เพิ่งแท้งมาครั้งก่อน ไม่เห็นใจเลยเหรอ ? คนท้องนี่ผิดเหรอ ? ชอบให้ทำงานวันหยุด ประชุมตอนเย็นเหมือนกัน เหมือนไม่เข้าใจคนท้องเลยครับ งานราชการนะครับ ไม่ได้มีการค้าขายทำกำไร หลายครั้งผมต้องไปช่วยทำ เพราะเธอทำไม่ไหว จ้างหนึ่งได้สอง .... ผมคิดว่าเอาเปรียบครับ
มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นลูกจ้าง ราชการ พอท้อง หัวหน้าก็กลั่นแกล้งใช้งานหนัก บีบให้ออก ท้องก็ท้องยังตกงานอีกต่างหาก กลายเป็นว่า ผู้หญิงที่เป็นเพศแม่ แทนที่จะเข้าใจชีวิตครอบครัว กลายเป็นคนที่ไม่พยายามเข้าใจ
ผมไม่รู้นะ ผมคาดหวังอะไรจากสังคมการทำงานเป็นลูกจ้างมากไปหรือเปล่า ทำงานวันนึง 8-9 ชั่วโมงผมว่ามันมากพอแล้ว ที่เหลือเป็นชีวิตของเรานะครับ
เคยเจอหัวหน้าไม่เข้าใจชีวิตคนมีครอบครัวไหมครับ
ย้ายมางานที่สอง หัวหน้างานเป็นผู้หญิง ก่อนเข้างานนี้ผมก็ได้แจ้งไปแล้วว่าสาเหตุที่ลาออกจากงานเก่าคือเรื่องครอบครัวอยากมีเวลาให้ครอบครัว อยากมีลูก ทำได้สักพักภรรยาก็ตั้งครรภ์ ดีใจมาก แต่ลูกหลุดไปในช่วงครรภ์อ่อนๆ ภรรยาก็ต้องพักฟื้น อยู่ไฟ สุขภาพเธอก็แย่ แล้วก็เสียใจกำลังใจแย่มาก ผมก็เครียดกับงานมาก จนต้องปรึกษาจิตแพทย์ หัวหน้าไม่ค่อยเข้าใจ คือหัวหน้าเธอจะรบกวนเวลาครอบครัวมาก กลางคืนก็โทรศัพท์มาคุย ทั้งเรื่องงาน เรื่องนินทาคนอื่น วันหยุดก็นัดไปคุยงานเพราะวันธรรมดาหาโอกาสคุยงานได้ยากมาก คือผมมีความเห็นว่าหัวหน้าบริหารจัดการงานไม่ดีครับ ในเวลางานเธอทำงานได้น้อยมาก มัวแต่คุย นินทา ประชุม และทำเรื่องอื่น จะมาหักโหมเอางานตอนเย็น และมาทำงานสาย
ผมก็พยายามแก้ปัญหาโดยการจัดรายการงานและประเด็นที่ต้องคุยตั้งแต่เช้า เจอหัวหน้าจะชาร์จและคุยงานให้จบ แต่หัวหน้าก็จะบ่ายเบี่ยงไม่คุย จะมาประชุมตอนเย็นหลังเวลาเลิกงาน ผมเคยชวนประชุมกันเป็นกิจลักษณะ เพื่อให้งานเดินและผมจะได้กลับบ้านเวลาปกติ เธอก็ไม่ทำครับ จะคุยเมื่ออยากคุย เธอก็มีครอบครัวนะครับ มีลูก
งานนี้ปรากฎว่าไม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัดบ่อยๆ ก็จริง แต่ผมต้องกลับบ้านค่ำ เพราะเธอจะมาคุยงานตอนหลังเวลาเลิกงาน หนักเข้าผมจึงแจ้งหัวหน้าตามตรงว่าผมมีปัญหาเรื่องเวลาทำงาน ผมมาเช้า ผมต้องการกลับบ้านตามเวลา เพราะผมก็ได้ปฏิบัติงานเต็มที่แล้ว งานของผมไม่ใช่งานปฏิบัติการ เป็นงานโปรเจค ผมบริหารได้ ผมขอแค่มีเวลาประชุมกับผม ปรากฎว่า หัวหน้าให้งานหนึ่งมา ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำตอนเย็นถึงเวลาสองทุ่ม ต้องอยู่ดูลูกน้องทำโปรเจคหนึ่ง ซึ่งความจริงผมไม่ต้องเฝ้าก็ได้ แต่เธอต้องการให้ผมเฝ้า เธอบอกว่า "เราทำงาน ครอบครัวต้องเข้าใจ"
ผมคิดว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะตอนแรกผมได้แจ้งแล้วว่าผมต้องการทำงานและใช้ชีวิตอย่างไร องค์กรรับผมเข้ามาและยอมรับเงื่อนไขนี้ ซึ่งผมคิดว่า มันเป็นเรื่องปกติ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมจึงเลือกครอบครัว ผมลาออกและหางานใหม่ หัวหน้าไม่อยากให้ลาออก เธอบอกว่า "อยากกลับบ้านเร็ว พี่ offer สิทธิพิเศษให้ได้นะ อย่าออกเลย" .... ผมสตั๊นไปเลยครับ ไหนบอกว่าครอบครัวต้องเข้าใจไง แล้วการกลับบ้านหลังเวลางานไม่ใช่เรื่องพิเศษนะครับ ... ผมก็ยืนยันลาออก เพราะเธอคงไม่จริงใจ พูดไปอย่างนั้น
ตอนนี้มาทำงานที่ใหม่ หัวหน้าเป็นชาวต่างชาติ เป็นผู้ชาย เค้าก็เน้นเรื่องเวลาให้ครอบครัว ไม่เคยยุ่งวันหยุด ไม่มีตามงานนอกเวลา ใช้ส่ง email ฝากเรื่องไว้ จะกลับบ้านก่อนเพราะมีธุระเรื่องครอบครัวต่างๆ เขาก็ให้เต็มที่ครับ ผมก็มีความสุขมากขึ้น โรคเครียดหายไป มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น
หัวหน้างานภรรยาของผมเป็นผู้หญิง มีลูกมีครอบครัว ก็ไม่เข้าใจเรื่องชีวิตครอบครัวเหมือนกัน ภรรยาผมตั้งครรภ์ (ครั้งใหม่) ก็ยังใช้งานหนัก มีการกดดันด้วยว่าในขณะลาคลอดจะให้ทำยังไง บลาๆๆ ทั้งๆ ที่เธอก็เพิ่งแท้งมาครั้งก่อน ไม่เห็นใจเลยเหรอ ? คนท้องนี่ผิดเหรอ ? ชอบให้ทำงานวันหยุด ประชุมตอนเย็นเหมือนกัน เหมือนไม่เข้าใจคนท้องเลยครับ งานราชการนะครับ ไม่ได้มีการค้าขายทำกำไร หลายครั้งผมต้องไปช่วยทำ เพราะเธอทำไม่ไหว จ้างหนึ่งได้สอง .... ผมคิดว่าเอาเปรียบครับ
มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นลูกจ้าง ราชการ พอท้อง หัวหน้าก็กลั่นแกล้งใช้งานหนัก บีบให้ออก ท้องก็ท้องยังตกงานอีกต่างหาก กลายเป็นว่า ผู้หญิงที่เป็นเพศแม่ แทนที่จะเข้าใจชีวิตครอบครัว กลายเป็นคนที่ไม่พยายามเข้าใจ
ผมไม่รู้นะ ผมคาดหวังอะไรจากสังคมการทำงานเป็นลูกจ้างมากไปหรือเปล่า ทำงานวันนึง 8-9 ชั่วโมงผมว่ามันมากพอแล้ว ที่เหลือเป็นชีวิตของเรานะครับ