เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ มีความจริงผสมอยู่ 95%
เรื่องมันมีอยู่ว่า...
เราอายุ 26 เป็นหัวหน้าทีมฝ่ายขาย บ. แห่งหนึ่งย่านชานเมือง โดยเราทำที่นี่มานานราว 2 ปี จนในทีมเรา มีลูกน้อง อยู่ประมาณ 4 คน ซึ่งทั้งหมด เป็น ญ หมดเลย ( ที่ บ. เลือกให้ )
ถัดมาเราตัดสินใจออกจากงานด้วยเหตุผลที่ว่า มาประกอบธุรกิจส่วนตัว เพื่อจะเก็บเงินไปแต่งงานกะแฟน โดยแฟนเราบอกว่าอยากได้สัก 10 ล้าน
เราก็คำนวนว่า เราเป็นลูกจ้างแบบนี้คงจะไม่ work แน่ถ้าจะเก็บให้ได้ถึง 10 ล้าน อาจใช้เวลาเป็น 10 ปี เพราะมีค่าใช้จ่ายในเงินเดือนอยู่ ( เงินเราประมาณ 2 แสนนิดๆ ) + กับเรากับแฟนอยู่คนละจังหวัด นานๆ ได้เจอกันที เดือนละครั้ง
แต่.. เรื่องมันเกิดตรงที่ ในวันที่เราลาออกเราตัดสินใจ แบบกระทันหัน ออกใน สามวัน ซึ่งลูกน้องในทีมเราคนนึง ที่ชื่อ อ. ที่มีนิสัยเด็กสุดก็จะติดต่อเรามาถามว่าออกทำไม? เราก็บอกไปว่า มีธุระทางบ้าน ที่จริงจะไปประกอบธุรกิจส่วนตัว ซึ่งสินค้าบ้างอย่าง ทับ line สินค้าบริษัท เลยบอกความจริงไม่ได้
จากนั้น ก็ไม่รู้ว่าทำไม ผมถึงคุยกับ อ. บ่อยขึ้น ทั้งๆ ที่ปรกติตอนทำงานผมก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรสักเท่าไร เพราะ อ. ถึงแม้จะเป็นผู้หญิงที่ หน้าตาดี คนในออฟฟิศอื่นๆ ก้ชอบ แต่ผมรู้สึกเฉยๆ เพราะ ไม่ใช่เสปก และต่างคนก็ต่างมีแฟนด้วย ก็เลยมองแบบพี่น้อง เพราะ อ. นิสัยเด็กมาก
แล้วความสัมพันก็ พัฒนาไปแปลกๆ เริ่มจากว่าเราได้ยินจากเพื่อนว่า น้องคนนี้ถึงกับร้องไห้เลย เวลาเห็นบอร์ดกิจกรรมที่เราทำไว้ เราก็ด้วยความสงสาร เลยคุยปลอบๆไป เพราะรู้สกว่า อ. นิสัยเหมือนเด็ก เหมือนน้องสาวมากกว่า
คุยสักพัก ด้วยเวลาไม่นาน เราก็รู้สึก มีความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ว่าเกิดอะไร .. อาจบวกกับตอนนั้น อารมณ์เสียกับแฟนบ่อยๆ เพราะไม่รู้อะไรความห่างหรือหมดโปรฯ แฟนถึงได้ขี้หึงเราขนาดหนัก ( เราคบกับแฟนได้ ปีกว่า และเราก็คิดว่าเขาคือคนที่ฟ้ากำหนด แบบเจอครั้งแรก เดินผ่านแล้วอยู่ดีๆ น้ำตาเราไหลเลย เลยขอเข้าไปคุย และติดต่อกันจนเป็นแฟน )
กลับมาเรื่องของ อ. ซึ่งมาวันนึง ขณะที่คุยกัน อ.ก็ทักมาในเฟสว่า ปวดหัวไมเกรนมากก
โดยตัวเราที่มีโรคนี้อยู่ จึงมียาติดตัวเยอะ และเข้าใจว่าเวลาเป็นหนักๆ เป็นยังไง (ถึงกับเดินไม่ไหวและอ้วกแตกทีเดียว ) เลยบอกว่าเดี๋ยวเอายาไปให้
จึงรีบขับรถไปที่ หอพัก อ. ทันที จากนั้น... เราก็เอายาให้ และเห็นน้องดูท่าทางแย่ +กับวันนั้นดึกแล้ว อ.บอกว่า ประตูหอมันต้องใช้กุญแจเปิดลงไปส่งไม่ไหว เราเลยบอกว่าไม่เป็นไร นอนพื้นก็ได้ พอวันถัดมาตอนเช้า เราก็กลับบ้านปกติ (ไม่ได้มีอไรกัน เพราะเราไม่คิดเลยจริงๆ )
หลังจากนั้น ก็เหมือน เราสนิทกันมากขึ้น แต่ อ.ยังทำงานที่ทำงานอยู่ ส่วนตัวเรา ก็พอมีเวลาว่างก็นัดกินข้าวกับ อ.บ้าง
พอจากความสนิทมากๆ .. มันก็กลายมีความรู้สึก ผูกพันโดยไม่รู้ตัวละมั้ง ( ซึ่งเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เรารู้ตัวว่าผิดนะ แต่ห้ามใจไม่ได้จริงๆ )
เมื่อสนิทกันมากๆ อ. กับเราก็นัดคุยเล่นกันบ่อยๆ เจอบ้างซึ่งปรกติเรามีนิสัย เลี้ยงข้าวคนอื่นออกเงินให้อยู่แล้ว แต่อ. เป็นพวกชอบบอกว่า ไม่ชอบให้คนอื่นเลี้ยงต่อให้เป็นแฟน ก็ไม่ยอมให้เลี้ยง เราก็ ok ตามนั้น ทุกๆ การเที่ยว ก็กลายเป็นจ่ายครึ่งๆ เสมอ ( เราก็รู้สึกแปลกๆ นะ ไม่เคยหาร เลี้ยงคนอื่นตลอด ) จนบางทีเราก็เพิ่ง มารู้จากอ. ว่าลูกน้องเราอีกคนที่ชื่อ พ. บอกกับคนอื่นๆ ว่าเราจีบเขา เพราะเราเลี้ยงข้าวอะไรงี้ ( เราก็เพิ่งมารู้นะ ผู้หญิงคิดแบบนี้เอง แต่ที่เราเลี้ยงน่ะ ในฐานะ รุ่นพี่ และหัวหน้า เฉยๆ ซึ่งเราเงินเดือนสูงกว่า ลูกน้องในทีมอยู่แล้ว เลี้ยงมื้อ ละร้อย 200 ก็ไม่แพงอะไร )
กลับมาต่อ คือ ตัว อ. เนี่ยเขาก็มีแฟนนะ แต่แฟน อ. ไปธุระ ต่างจังหวัด 2 เดือน ไม่ได้เจอกัน อ. ก็เลยมีเวลาคุยกับเรา
จนมาวันนึง หลังจากเลี้ยงหนังเสร็จ ก็ไปส่ง อ. ที่หอพัก แบบว่าอารมสนุก มันกำลังค้างมั้ง หรือไม่รุ้อ. คิดอะไรหรือทะเลาะกับทางบ้าน ก็ชวนมาในเฟสว่า กินเหล้ากันมั้ย ซึ่ง บอกเลยว่าเรา กินเหล้าไม่เป็นหรอก ที่เคยกินมาก็นับแก้วได้เลย โตมาอายุ 26 กินไปไม่ถึง 6 แก้ว เพราเคยกินแล้ว สัญชาติญานมันบอกว่าไม่เมา ( อาจเพราะเราหุ่นนักกีฬาทั้งตระกูล สูงโคร่ง ก็เลยแข็งแรงมั้ง ) ก็บอก อ.ให้ฟังตามนั้น อ. ก็ท้าว่า ป๊อดล่ะสิ ก็เลยอ่ะ ซื้อมากินดู พอถามว่ากินไหน อ.บอกว่า ให้มากินห้อง อ. เพราะไม่อยากไปร้านกินห้องสบายใจกว่า และอีกอย่าง อ. ก็บอกว่าจะจ่ายค่าเหล้าครึ่งนึง ( ซื้อมาขวด เก้าร้อยเอง จำยี่ห้อไม่ได้หรอก ) แต่เ็น่วามันกลางๆ เดือน อ. คงไม่มีตังค์ จะเลัยง อ. ก็บอกไม่ยอมลูกเดียวตามนิสัย ก็เลยสรุปไปกินห้อง อ.
----------------------------------------------------
จากนั้น... เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
------------------------------------------------------
เมื่อเรามีอะไร กับ อ. ผู้หญิงที่เราไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมีอะไรด้วย ( เรทหน่อย ขออภัย แต่เล่าด้วยความจริง )
... หลังจากที่มากินเหล้าที่ห้อง อ. แล้ว อ. ก็จัดแจงชงอะไรเองทุกอย่าง เราก็โง่สิ เพราะเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรหรอก ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่
ซึ่งปรกติ ลืมเล่าไปว่า ก่อนหน้านี้ เราเคยเห็น อ. ขึ้น status ในไลว่า "รู้สึกดีเวลามีคนลูบหัว" บวกกับตอนที่มาทานเหล้าห้อง อ. นั่น อ. คงมีเรื่องทะเลาะกับทางบ้านมั้ง เหมือนกับว่า บ้าน อ. ไม่อยากให้อยู่ทำงานที่กรุงเทพ ให้ไปช่วยกิจการที่บ้าน แต่ที่ อ. ยังอยู่กรุงเทพเพราะ อ. อยากอยู่กับแฟน เลยหางานทำได้เป็นข้ออ้าง ที่จะอยู่ต่อ พอเห็นคุยโทรศัพท์เสร็จ อ. ก็น้ำตาไหล เราก็.. ไม่ถนัดเรื่องปลอบใครสักเท่าไหร่ ก็นึกถึง เสตตัสนั้น ( อ.อาจขึ้นอ้อนแฟน หรืออะไรก็ตาม ) บวกกับกินเข้าไปเริ่มเยอะ ก็มีอาการกึ่มๆ บ้าง เลยเอามือไปลูบหัว อ. แล้วน้องเขาก็บอกว่า "รู้สึกดี" พอน้องหายเศร้าเราก็มากินเล่นต่อ แล้วก็ดูหนังผี เล่นกัน จากนั้น พอกินเรื่อยๆ มันก็เริ่มมืด อ. ก็เลยบอกให้ค้างนี่ เราก็นอนพื้นเหมือนเดิม เพราะไมได้คิดอะไร
จากนั้นก็มีโอกาสมาหอ อ. บ่อยขึ้นด้วยเรื่อง กินเหล้ากินเบียร์นี่แหละ จนมาครั้งที่สาม เราก็กินกับค้างหอ อ. ปรกติ แต่ครั้งนี้มีโอกาสไปนอนบนเตียง
เพราะ อ. คงสงสาร พอขึ้นไปนอนได้สักพัก อ.ก็บอกว่า เราคงไม่ได้คุยกันแบบนี้แล้วล่ะ เพราเด๋วแฟน อ. กลับมาแล้ว อ. กลัวทำใจลำบาก
ตัวเรามีความรู้สึกเหมือนกับว่าภาพความสนุกที่เคย มีร่วมกันหลายๆ อย่าง ทั้งเดินเล่น ออกกำลังกาย มันกำลังจะจบ แล้วน้ำตาเราก็ไหลมาโดยไม่รู้ตัว
เราก็ไม่รู้ว่า อ. เห็นไหม เพราะปิดไฟนอนแล้ว แต่ เราสาบานกับตัวเองว่า ถ้าเราเจอคนที่เรารู้สึกรัก แล้วเราจะไม่พลาดที่จะบอก เราก็เลยพูดไปแบบ
ข้างๆ คูๆ เพราะ อ. เป็นผู้หญิงคนแรกที่เราบอกรักต่อหน้าล่ะมั้ง ( แฟนนี่บอกทางโทรศัพก่อน เลยคงไม่รู้สึกอะไร มาก ) ว่า "เรามีความรู้สึกว่า เรารัก อ. นะไม่รู้ว่ามันเกิดได้ไง"
อ. ก็บอกมาว่า "มันจะมีได้ไง คนที่มีแฟนอยู่แล้ว มาบอกรักกับคนอื่น มันจะรักซ้อนขึ้นมาได้ไง"
เรา " ไม่รู้.. แต่เรารู้ว่าสิ่งที่เกิดนี่เป็นความรักแน่นอน"
แล้วเราก็ขอน้องเขากอด ซึ่ง หัวใจเราเต้นแรงมาก ขนาดกอดจากด้านหลัง น้องเขายังรู้สึกแล้วบอกมา ว่าหัวใจพี่.. เต้นแรงมากอ่ะ
จากนั้น เราก็หอมหัว อ. ต่อ เพราะมีความรู้สึกว่าน่ารัก น่าเอนดูมั้ง ถัดมาก็อารมณ์พาไป จนเรามีซัมติ้งกัน
แต่ทว่า... สิ่งที่ประหลาดที่เกิดกับเราคือ ของเราจริงๆ ก็แข็งตัวตามธรรมชาตินะ แต่พอ อ. บอกว่า "อย่าทำเลย... ไม่อยากผูกพัน"
ร่างกายเรา คงทรยศ ความรู้สึกเรา (คือร่างกายอาจรู้สึกผิด) น้องชายเราเลย แข็งตัวแค่ 40% แต่เราก็เริ่มพิธีการซัมติง แบบไม่แข็งมากนะแหละ เพราะ
ตอนนี้จิตใจเรา มีความรู้สึกว่าเราอยาก สานความรู้สึกดีกับ อ. ต่อนานๆ
-------------------------
บาบกรรม ที่เกิดขึ้นทันตา
-------------------------
หลังจากที่ อ. กับเรามีอะไรกันแล้ว สองอาทิตย์ถัดมาเราได้เจอแฟนเรา แล้วเราก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สิ่งผิดปรกติ ที่เกิดขึ้นกับเราคือ
เราไม่มีความสุข ที่เราได้อยู่กับ แฟนเหมือนก่อน เหมือนว่าความสุข มันลดลง! และตอนจะมีซัมติง กะแฟน เราก็ไม่มีความสุขเลย บางทีเราก็หมดอารมดื้อๆ ตอนมีซัมติงกะแฟน แต่ภาพ อ. ปรากฎ ขั้นมา
มันเหมือนอะไรสักอย่าง แต่ว่า
ผมฝันถึง อ. ทุกวันตั้งแต่ ออกจากงานมา ก็ไม่รู้ว่าทำไม ไม่เคยหยุดฝันเลย ของแฟนนี่นานๆ ที แต่ อ. เป็นคนแรกที่ผมฝันถึงตลอด
ตอนนั้น บอกตามตรงผมอยากคบกับ อ. นะ
แต่ผมก็รู้สึกผิดกับ แฟนผมมากๆ เช่นเดียวกัน เขาเป็นคนดี ไม่นอกใจ แต่ติดขี้น้อยใจ ขี้หึง ยิ่งเขาเห็น อ. หน้าตาดี สูง ขาว ก็ชอบแขวะมาเปรียบเทียบบ่อยๆ ซึ่งผมบอกตรงนี้เลยว่า ผมไม่ได้รักคนที่หน้าตาเลย แต่ที่อยากคบ กับ อ.เพราะใจผมมันเหมือน เทไปหมดแล้ว กับแฟนก็เหมือนมีแต่ความทรงจำดีๆ กับคำพูดที่เคยให้ไว้ว่า "จะดูแลให้ดีที่สุด" ( นี่เป็นประโยคที่ทำให้ผมเลิกกับแฟนคนนี้ไม่ได้ต่อให้ทะเลาะแค่ไหนก็ตาม )
-------------------
หลังจากที่ แฟน อ. กลับมา
-------------------
มันคงเป็นบาปกรรม เรื่องที่สอง ที่เกิดขึ้นเพราะ ทุกทีที่ อ. พูดถึงแฟน ผมจะรู้สึกเจ็บปวด ที่ใจแต่หน้าตาผมเป็นคนนิ่งๆ อยู่แล้ว ( คนอื่นอาจไม่รู้เท่าไร )
ผมคิดว่า อ. คงรักแฟน อ. มาก และ อ. คงมีประสปการณ์มาก เรื่องการมีแฟน และรู้ว่าจะทำตัวอย่างไร อ. จึงตีตัวห่างผมขึ้น ซึ่งที่ผมเริ่มสังเกตุก็คือ
ช่วงหลัง ที่ทานเหล้ากัน เสร็จปรกติจะมาต่อที่เตียง แต่ อ. บอกว่าไม่อยากให้เรื่องอย่างว่าเกิดขึ้นอีก อ. รู้สึกผิด ผมก็ตามใจและพยายามหาง
มานอนพื้นแทน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผมนอนไม่หลับทั้งคืน เหมือนคนคลั้ง รู้สึกเจ็บปวด นอนน้ำตาไหล จนสว่าง เหมือนไออุ่นกอด ที่เกิดขึ้นมีไม่แล้วทั้งๆ ที่อยู่ข้างๆ
*ที่ผมยอม ห่างด้วยเพราะ จริงๆ ผมก็รู้สึกผิดต่อแฟนน้องเขา เพราะเห็นน้องเขารักแฟนคนนี้
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ตอนที่ผมบอกรักน้องเขา ผมก็บอกว่าผมจะดูแลให้ดีที่สุด และจะทำให้มีความสุขเกิดขึ้นกับ อ.
เมื่อ อ.บอกว่า มาเป็นพี่น้องเหมือนเก่า
ผมก็ปรับตัวให้เป็นพี่น้องกับเขาเหมือนเดิม แต่... ก็ไม่รู้ว่าทำไมชอบอวดรูปตัวเองสวีทกับแฟนจัง ผมคิดว่าคงจะเป็นเรื่องปรกติที่ พี่ชายที่มีน้องสาว อวดรูปแฟนให้ดู ก็คุยสนุกๆ เออออ ไปแต่ ใจผมรู้สึกเจ็บปวด
แว่บมาเรื่องแฟนผมนิดนึง อ. เคยได้ยินกิตติศัพท์ความหึงแฟนผมดี เลยชอบแซวว่าแฟนขี้หึงมากก บ่อยๆ แต่ผมก็คุยเป็นเรื่องขำๆ ไป
จนอ. แขวะบ่อยๆ ว่า ไม่ปกป้องเลยนะ ซึ่งช่วงนั้น แฟนผมก็หึงมากจริงๆ อาจจะเป็นเซนส์ผู้หญิง พอเห็นผมไม่ทำงานประจำ ก็โทรมาคุยทั้งวัน ซึ่งปรกตินั่งทำงานอยู่ก็คอยหาเรื่อง ว่าคุยกับคนอื่นตลอด ( จริงๆ ผมไม่ได้คุยกับใครเลยนะ ทำแต่งาน ทั้งวันทั้งคืน ) พอโทรมาหาเรื่องมากๆ ก็กลายเป็นว่าช่ีวงหลังๆ ผมไม่ค่อยอยากคุยกะแฟนเลย เพราะรู้สึก อึดอัดไม่พอ ยังทำให้คิดงานไม่ออกอีก จนให้คุยกันทีไรผมก็ ยิ่งรู้สึกแย่ทุกที ( นี่คงเปนอีกบาปกรรม)
และเหืมอนกับมรสุมต่างๆ เกิดขึ้นกับชีวิต
ฃ่วงหลังๆ ผมดูแย่ในสายตา อ. ในฉับพลัน ทั้งมีคนใส่ร้าย พูดเรื่องไม่ดี เช่นมีครั้งนึง อ.ไปนอนห้อง เพื่อนในทีม ที่เป็นลูกน้องผม เพื่อนต่างก็บอกว่า ผมเจ้าชู้ และผมก็เอาเรื่องที่มีอะไรกัน ไปโพนทะนา ที่ออฟฟิศ ( ซึ่งความจริง ผมไม่เคยติดต่อใครเลย )
ยิ่งบางเรื่อง ก็เปนมรสุมจนผมเข้าใจคำว่า เจ็บปวดใจ จนไม่มีแรงทำอะไร งานการผมเลยพังไปสองเดือน
-----------------------------
แล้วในที่สุด อ. ก็ ตัดขาดผมไป ด้วยการบล็อกเฟส และบล็อคโทรศัพท์
-----------------------------
แต่ที่ซวยกว่านั้น อ. เมลมาหาผม เป็นครั้งสุดท้าย ซึงผมกำลังจบ จม ขยะพอดี จมนั้นเลยหายไปโดยฉับพลัน โดยที่
บอกตามตรงว่า ไม่รู้ว่าอะไร ( คิดว่าคงบล็อกไปเพราะไม่อยากให้ผมกับแฟนทะเลาะกันเพราะหึงเขา และเขาก็คงไม่อยากให้แฟนหึง)
แต่บาปที่ เกิดขึ้นกับผมอยู่อีกเรื่องก็คือ ผมเห็นอะไรก็คิดถึงเขา
สุดท้ายนี้ ผ่านมาสองปีแล้ว ผมยังฝันถึงเขาทุกคืน ทั้งๆ ที่ลบทุกอย่างทิ้งไปหมดแล้ว และ
หวังว่าถ้าน้องเขาได้อ่าน กระทู้นี้อยากบอกว่า
"พี่ขอโทษ กับบางเรื่องที่เห็นแก่ตัว"
"ไม่รู้เราเป็นไงบ้าง แต่ขอให้เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นผ่านไปด้วยดี พี่ยังเป็นกำลังใจ และหวังดีให้เสมอ
รักออกแบบไม่ได้ -- เรามีแฟน แต่เรารักคนอื่นเลวเนอะ?
เรื่องมันมีอยู่ว่า...
เราอายุ 26 เป็นหัวหน้าทีมฝ่ายขาย บ. แห่งหนึ่งย่านชานเมือง โดยเราทำที่นี่มานานราว 2 ปี จนในทีมเรา มีลูกน้อง อยู่ประมาณ 4 คน ซึ่งทั้งหมด เป็น ญ หมดเลย ( ที่ บ. เลือกให้ )
ถัดมาเราตัดสินใจออกจากงานด้วยเหตุผลที่ว่า มาประกอบธุรกิจส่วนตัว เพื่อจะเก็บเงินไปแต่งงานกะแฟน โดยแฟนเราบอกว่าอยากได้สัก 10 ล้าน
เราก็คำนวนว่า เราเป็นลูกจ้างแบบนี้คงจะไม่ work แน่ถ้าจะเก็บให้ได้ถึง 10 ล้าน อาจใช้เวลาเป็น 10 ปี เพราะมีค่าใช้จ่ายในเงินเดือนอยู่ ( เงินเราประมาณ 2 แสนนิดๆ ) + กับเรากับแฟนอยู่คนละจังหวัด นานๆ ได้เจอกันที เดือนละครั้ง
แต่.. เรื่องมันเกิดตรงที่ ในวันที่เราลาออกเราตัดสินใจ แบบกระทันหัน ออกใน สามวัน ซึ่งลูกน้องในทีมเราคนนึง ที่ชื่อ อ. ที่มีนิสัยเด็กสุดก็จะติดต่อเรามาถามว่าออกทำไม? เราก็บอกไปว่า มีธุระทางบ้าน ที่จริงจะไปประกอบธุรกิจส่วนตัว ซึ่งสินค้าบ้างอย่าง ทับ line สินค้าบริษัท เลยบอกความจริงไม่ได้
จากนั้น ก็ไม่รู้ว่าทำไม ผมถึงคุยกับ อ. บ่อยขึ้น ทั้งๆ ที่ปรกติตอนทำงานผมก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรสักเท่าไร เพราะ อ. ถึงแม้จะเป็นผู้หญิงที่ หน้าตาดี คนในออฟฟิศอื่นๆ ก้ชอบ แต่ผมรู้สึกเฉยๆ เพราะ ไม่ใช่เสปก และต่างคนก็ต่างมีแฟนด้วย ก็เลยมองแบบพี่น้อง เพราะ อ. นิสัยเด็กมาก
แล้วความสัมพันก็ พัฒนาไปแปลกๆ เริ่มจากว่าเราได้ยินจากเพื่อนว่า น้องคนนี้ถึงกับร้องไห้เลย เวลาเห็นบอร์ดกิจกรรมที่เราทำไว้ เราก็ด้วยความสงสาร เลยคุยปลอบๆไป เพราะรู้สกว่า อ. นิสัยเหมือนเด็ก เหมือนน้องสาวมากกว่า
คุยสักพัก ด้วยเวลาไม่นาน เราก็รู้สึก มีความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ว่าเกิดอะไร .. อาจบวกกับตอนนั้น อารมณ์เสียกับแฟนบ่อยๆ เพราะไม่รู้อะไรความห่างหรือหมดโปรฯ แฟนถึงได้ขี้หึงเราขนาดหนัก ( เราคบกับแฟนได้ ปีกว่า และเราก็คิดว่าเขาคือคนที่ฟ้ากำหนด แบบเจอครั้งแรก เดินผ่านแล้วอยู่ดีๆ น้ำตาเราไหลเลย เลยขอเข้าไปคุย และติดต่อกันจนเป็นแฟน )
กลับมาเรื่องของ อ. ซึ่งมาวันนึง ขณะที่คุยกัน อ.ก็ทักมาในเฟสว่า ปวดหัวไมเกรนมากก
โดยตัวเราที่มีโรคนี้อยู่ จึงมียาติดตัวเยอะ และเข้าใจว่าเวลาเป็นหนักๆ เป็นยังไง (ถึงกับเดินไม่ไหวและอ้วกแตกทีเดียว ) เลยบอกว่าเดี๋ยวเอายาไปให้
จึงรีบขับรถไปที่ หอพัก อ. ทันที จากนั้น... เราก็เอายาให้ และเห็นน้องดูท่าทางแย่ +กับวันนั้นดึกแล้ว อ.บอกว่า ประตูหอมันต้องใช้กุญแจเปิดลงไปส่งไม่ไหว เราเลยบอกว่าไม่เป็นไร นอนพื้นก็ได้ พอวันถัดมาตอนเช้า เราก็กลับบ้านปกติ (ไม่ได้มีอไรกัน เพราะเราไม่คิดเลยจริงๆ )
หลังจากนั้น ก็เหมือน เราสนิทกันมากขึ้น แต่ อ.ยังทำงานที่ทำงานอยู่ ส่วนตัวเรา ก็พอมีเวลาว่างก็นัดกินข้าวกับ อ.บ้าง
พอจากความสนิทมากๆ .. มันก็กลายมีความรู้สึก ผูกพันโดยไม่รู้ตัวละมั้ง ( ซึ่งเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เรารู้ตัวว่าผิดนะ แต่ห้ามใจไม่ได้จริงๆ )
เมื่อสนิทกันมากๆ อ. กับเราก็นัดคุยเล่นกันบ่อยๆ เจอบ้างซึ่งปรกติเรามีนิสัย เลี้ยงข้าวคนอื่นออกเงินให้อยู่แล้ว แต่อ. เป็นพวกชอบบอกว่า ไม่ชอบให้คนอื่นเลี้ยงต่อให้เป็นแฟน ก็ไม่ยอมให้เลี้ยง เราก็ ok ตามนั้น ทุกๆ การเที่ยว ก็กลายเป็นจ่ายครึ่งๆ เสมอ ( เราก็รู้สึกแปลกๆ นะ ไม่เคยหาร เลี้ยงคนอื่นตลอด ) จนบางทีเราก็เพิ่ง มารู้จากอ. ว่าลูกน้องเราอีกคนที่ชื่อ พ. บอกกับคนอื่นๆ ว่าเราจีบเขา เพราะเราเลี้ยงข้าวอะไรงี้ ( เราก็เพิ่งมารู้นะ ผู้หญิงคิดแบบนี้เอง แต่ที่เราเลี้ยงน่ะ ในฐานะ รุ่นพี่ และหัวหน้า เฉยๆ ซึ่งเราเงินเดือนสูงกว่า ลูกน้องในทีมอยู่แล้ว เลี้ยงมื้อ ละร้อย 200 ก็ไม่แพงอะไร )
กลับมาต่อ คือ ตัว อ. เนี่ยเขาก็มีแฟนนะ แต่แฟน อ. ไปธุระ ต่างจังหวัด 2 เดือน ไม่ได้เจอกัน อ. ก็เลยมีเวลาคุยกับเรา
จนมาวันนึง หลังจากเลี้ยงหนังเสร็จ ก็ไปส่ง อ. ที่หอพัก แบบว่าอารมสนุก มันกำลังค้างมั้ง หรือไม่รุ้อ. คิดอะไรหรือทะเลาะกับทางบ้าน ก็ชวนมาในเฟสว่า กินเหล้ากันมั้ย ซึ่ง บอกเลยว่าเรา กินเหล้าไม่เป็นหรอก ที่เคยกินมาก็นับแก้วได้เลย โตมาอายุ 26 กินไปไม่ถึง 6 แก้ว เพราเคยกินแล้ว สัญชาติญานมันบอกว่าไม่เมา ( อาจเพราะเราหุ่นนักกีฬาทั้งตระกูล สูงโคร่ง ก็เลยแข็งแรงมั้ง ) ก็บอก อ.ให้ฟังตามนั้น อ. ก็ท้าว่า ป๊อดล่ะสิ ก็เลยอ่ะ ซื้อมากินดู พอถามว่ากินไหน อ.บอกว่า ให้มากินห้อง อ. เพราะไม่อยากไปร้านกินห้องสบายใจกว่า และอีกอย่าง อ. ก็บอกว่าจะจ่ายค่าเหล้าครึ่งนึง ( ซื้อมาขวด เก้าร้อยเอง จำยี่ห้อไม่ได้หรอก ) แต่เ็น่วามันกลางๆ เดือน อ. คงไม่มีตังค์ จะเลัยง อ. ก็บอกไม่ยอมลูกเดียวตามนิสัย ก็เลยสรุปไปกินห้อง อ.
----------------------------------------------------
จากนั้น... เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
------------------------------------------------------
เมื่อเรามีอะไร กับ อ. ผู้หญิงที่เราไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมีอะไรด้วย ( เรทหน่อย ขออภัย แต่เล่าด้วยความจริง )
... หลังจากที่มากินเหล้าที่ห้อง อ. แล้ว อ. ก็จัดแจงชงอะไรเองทุกอย่าง เราก็โง่สิ เพราะเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรหรอก ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่
ซึ่งปรกติ ลืมเล่าไปว่า ก่อนหน้านี้ เราเคยเห็น อ. ขึ้น status ในไลว่า "รู้สึกดีเวลามีคนลูบหัว" บวกกับตอนที่มาทานเหล้าห้อง อ. นั่น อ. คงมีเรื่องทะเลาะกับทางบ้านมั้ง เหมือนกับว่า บ้าน อ. ไม่อยากให้อยู่ทำงานที่กรุงเทพ ให้ไปช่วยกิจการที่บ้าน แต่ที่ อ. ยังอยู่กรุงเทพเพราะ อ. อยากอยู่กับแฟน เลยหางานทำได้เป็นข้ออ้าง ที่จะอยู่ต่อ พอเห็นคุยโทรศัพท์เสร็จ อ. ก็น้ำตาไหล เราก็.. ไม่ถนัดเรื่องปลอบใครสักเท่าไหร่ ก็นึกถึง เสตตัสนั้น ( อ.อาจขึ้นอ้อนแฟน หรืออะไรก็ตาม ) บวกกับกินเข้าไปเริ่มเยอะ ก็มีอาการกึ่มๆ บ้าง เลยเอามือไปลูบหัว อ. แล้วน้องเขาก็บอกว่า "รู้สึกดี" พอน้องหายเศร้าเราก็มากินเล่นต่อ แล้วก็ดูหนังผี เล่นกัน จากนั้น พอกินเรื่อยๆ มันก็เริ่มมืด อ. ก็เลยบอกให้ค้างนี่ เราก็นอนพื้นเหมือนเดิม เพราะไมได้คิดอะไร
จากนั้นก็มีโอกาสมาหอ อ. บ่อยขึ้นด้วยเรื่อง กินเหล้ากินเบียร์นี่แหละ จนมาครั้งที่สาม เราก็กินกับค้างหอ อ. ปรกติ แต่ครั้งนี้มีโอกาสไปนอนบนเตียง
เพราะ อ. คงสงสาร พอขึ้นไปนอนได้สักพัก อ.ก็บอกว่า เราคงไม่ได้คุยกันแบบนี้แล้วล่ะ เพราเด๋วแฟน อ. กลับมาแล้ว อ. กลัวทำใจลำบาก
ตัวเรามีความรู้สึกเหมือนกับว่าภาพความสนุกที่เคย มีร่วมกันหลายๆ อย่าง ทั้งเดินเล่น ออกกำลังกาย มันกำลังจะจบ แล้วน้ำตาเราก็ไหลมาโดยไม่รู้ตัว
เราก็ไม่รู้ว่า อ. เห็นไหม เพราะปิดไฟนอนแล้ว แต่ เราสาบานกับตัวเองว่า ถ้าเราเจอคนที่เรารู้สึกรัก แล้วเราจะไม่พลาดที่จะบอก เราก็เลยพูดไปแบบ
ข้างๆ คูๆ เพราะ อ. เป็นผู้หญิงคนแรกที่เราบอกรักต่อหน้าล่ะมั้ง ( แฟนนี่บอกทางโทรศัพก่อน เลยคงไม่รู้สึกอะไร มาก ) ว่า "เรามีความรู้สึกว่า เรารัก อ. นะไม่รู้ว่ามันเกิดได้ไง"
อ. ก็บอกมาว่า "มันจะมีได้ไง คนที่มีแฟนอยู่แล้ว มาบอกรักกับคนอื่น มันจะรักซ้อนขึ้นมาได้ไง"
เรา " ไม่รู้.. แต่เรารู้ว่าสิ่งที่เกิดนี่เป็นความรักแน่นอน"
แล้วเราก็ขอน้องเขากอด ซึ่ง หัวใจเราเต้นแรงมาก ขนาดกอดจากด้านหลัง น้องเขายังรู้สึกแล้วบอกมา ว่าหัวใจพี่.. เต้นแรงมากอ่ะ
จากนั้น เราก็หอมหัว อ. ต่อ เพราะมีความรู้สึกว่าน่ารัก น่าเอนดูมั้ง ถัดมาก็อารมณ์พาไป จนเรามีซัมติ้งกัน
แต่ทว่า... สิ่งที่ประหลาดที่เกิดกับเราคือ ของเราจริงๆ ก็แข็งตัวตามธรรมชาตินะ แต่พอ อ. บอกว่า "อย่าทำเลย... ไม่อยากผูกพัน"
ร่างกายเรา คงทรยศ ความรู้สึกเรา (คือร่างกายอาจรู้สึกผิด) น้องชายเราเลย แข็งตัวแค่ 40% แต่เราก็เริ่มพิธีการซัมติง แบบไม่แข็งมากนะแหละ เพราะ
ตอนนี้จิตใจเรา มีความรู้สึกว่าเราอยาก สานความรู้สึกดีกับ อ. ต่อนานๆ
-------------------------
บาบกรรม ที่เกิดขึ้นทันตา
-------------------------
หลังจากที่ อ. กับเรามีอะไรกันแล้ว สองอาทิตย์ถัดมาเราได้เจอแฟนเรา แล้วเราก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สิ่งผิดปรกติ ที่เกิดขึ้นกับเราคือ
เราไม่มีความสุข ที่เราได้อยู่กับ แฟนเหมือนก่อน เหมือนว่าความสุข มันลดลง! และตอนจะมีซัมติง กะแฟน เราก็ไม่มีความสุขเลย บางทีเราก็หมดอารมดื้อๆ ตอนมีซัมติงกะแฟน แต่ภาพ อ. ปรากฎ ขั้นมา
มันเหมือนอะไรสักอย่าง แต่ว่า
ผมฝันถึง อ. ทุกวันตั้งแต่ ออกจากงานมา ก็ไม่รู้ว่าทำไม ไม่เคยหยุดฝันเลย ของแฟนนี่นานๆ ที แต่ อ. เป็นคนแรกที่ผมฝันถึงตลอด
ตอนนั้น บอกตามตรงผมอยากคบกับ อ. นะ
แต่ผมก็รู้สึกผิดกับ แฟนผมมากๆ เช่นเดียวกัน เขาเป็นคนดี ไม่นอกใจ แต่ติดขี้น้อยใจ ขี้หึง ยิ่งเขาเห็น อ. หน้าตาดี สูง ขาว ก็ชอบแขวะมาเปรียบเทียบบ่อยๆ ซึ่งผมบอกตรงนี้เลยว่า ผมไม่ได้รักคนที่หน้าตาเลย แต่ที่อยากคบ กับ อ.เพราะใจผมมันเหมือน เทไปหมดแล้ว กับแฟนก็เหมือนมีแต่ความทรงจำดีๆ กับคำพูดที่เคยให้ไว้ว่า "จะดูแลให้ดีที่สุด" ( นี่เป็นประโยคที่ทำให้ผมเลิกกับแฟนคนนี้ไม่ได้ต่อให้ทะเลาะแค่ไหนก็ตาม )
-------------------
หลังจากที่ แฟน อ. กลับมา
-------------------
มันคงเป็นบาปกรรม เรื่องที่สอง ที่เกิดขึ้นเพราะ ทุกทีที่ อ. พูดถึงแฟน ผมจะรู้สึกเจ็บปวด ที่ใจแต่หน้าตาผมเป็นคนนิ่งๆ อยู่แล้ว ( คนอื่นอาจไม่รู้เท่าไร )
ผมคิดว่า อ. คงรักแฟน อ. มาก และ อ. คงมีประสปการณ์มาก เรื่องการมีแฟน และรู้ว่าจะทำตัวอย่างไร อ. จึงตีตัวห่างผมขึ้น ซึ่งที่ผมเริ่มสังเกตุก็คือ
ช่วงหลัง ที่ทานเหล้ากัน เสร็จปรกติจะมาต่อที่เตียง แต่ อ. บอกว่าไม่อยากให้เรื่องอย่างว่าเกิดขึ้นอีก อ. รู้สึกผิด ผมก็ตามใจและพยายามหาง
มานอนพื้นแทน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผมนอนไม่หลับทั้งคืน เหมือนคนคลั้ง รู้สึกเจ็บปวด นอนน้ำตาไหล จนสว่าง เหมือนไออุ่นกอด ที่เกิดขึ้นมีไม่แล้วทั้งๆ ที่อยู่ข้างๆ
*ที่ผมยอม ห่างด้วยเพราะ จริงๆ ผมก็รู้สึกผิดต่อแฟนน้องเขา เพราะเห็นน้องเขารักแฟนคนนี้
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ตอนที่ผมบอกรักน้องเขา ผมก็บอกว่าผมจะดูแลให้ดีที่สุด และจะทำให้มีความสุขเกิดขึ้นกับ อ.
เมื่อ อ.บอกว่า มาเป็นพี่น้องเหมือนเก่า
ผมก็ปรับตัวให้เป็นพี่น้องกับเขาเหมือนเดิม แต่... ก็ไม่รู้ว่าทำไมชอบอวดรูปตัวเองสวีทกับแฟนจัง ผมคิดว่าคงจะเป็นเรื่องปรกติที่ พี่ชายที่มีน้องสาว อวดรูปแฟนให้ดู ก็คุยสนุกๆ เออออ ไปแต่ ใจผมรู้สึกเจ็บปวด
แว่บมาเรื่องแฟนผมนิดนึง อ. เคยได้ยินกิตติศัพท์ความหึงแฟนผมดี เลยชอบแซวว่าแฟนขี้หึงมากก บ่อยๆ แต่ผมก็คุยเป็นเรื่องขำๆ ไป
จนอ. แขวะบ่อยๆ ว่า ไม่ปกป้องเลยนะ ซึ่งช่วงนั้น แฟนผมก็หึงมากจริงๆ อาจจะเป็นเซนส์ผู้หญิง พอเห็นผมไม่ทำงานประจำ ก็โทรมาคุยทั้งวัน ซึ่งปรกตินั่งทำงานอยู่ก็คอยหาเรื่อง ว่าคุยกับคนอื่นตลอด ( จริงๆ ผมไม่ได้คุยกับใครเลยนะ ทำแต่งาน ทั้งวันทั้งคืน ) พอโทรมาหาเรื่องมากๆ ก็กลายเป็นว่าช่ีวงหลังๆ ผมไม่ค่อยอยากคุยกะแฟนเลย เพราะรู้สึก อึดอัดไม่พอ ยังทำให้คิดงานไม่ออกอีก จนให้คุยกันทีไรผมก็ ยิ่งรู้สึกแย่ทุกที ( นี่คงเปนอีกบาปกรรม)
และเหืมอนกับมรสุมต่างๆ เกิดขึ้นกับชีวิต
ฃ่วงหลังๆ ผมดูแย่ในสายตา อ. ในฉับพลัน ทั้งมีคนใส่ร้าย พูดเรื่องไม่ดี เช่นมีครั้งนึง อ.ไปนอนห้อง เพื่อนในทีม ที่เป็นลูกน้องผม เพื่อนต่างก็บอกว่า ผมเจ้าชู้ และผมก็เอาเรื่องที่มีอะไรกัน ไปโพนทะนา ที่ออฟฟิศ ( ซึ่งความจริง ผมไม่เคยติดต่อใครเลย )
ยิ่งบางเรื่อง ก็เปนมรสุมจนผมเข้าใจคำว่า เจ็บปวดใจ จนไม่มีแรงทำอะไร งานการผมเลยพังไปสองเดือน
-----------------------------
แล้วในที่สุด อ. ก็ ตัดขาดผมไป ด้วยการบล็อกเฟส และบล็อคโทรศัพท์
-----------------------------
แต่ที่ซวยกว่านั้น อ. เมลมาหาผม เป็นครั้งสุดท้าย ซึงผมกำลังจบ จม ขยะพอดี จมนั้นเลยหายไปโดยฉับพลัน โดยที่
บอกตามตรงว่า ไม่รู้ว่าอะไร ( คิดว่าคงบล็อกไปเพราะไม่อยากให้ผมกับแฟนทะเลาะกันเพราะหึงเขา และเขาก็คงไม่อยากให้แฟนหึง)
แต่บาปที่ เกิดขึ้นกับผมอยู่อีกเรื่องก็คือ ผมเห็นอะไรก็คิดถึงเขา
สุดท้ายนี้ ผ่านมาสองปีแล้ว ผมยังฝันถึงเขาทุกคืน ทั้งๆ ที่ลบทุกอย่างทิ้งไปหมดแล้ว และ
หวังว่าถ้าน้องเขาได้อ่าน กระทู้นี้อยากบอกว่า
"พี่ขอโทษ กับบางเรื่องที่เห็นแก่ตัว"
"ไม่รู้เราเป็นไงบ้าง แต่ขอให้เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นผ่านไปด้วยดี พี่ยังเป็นกำลังใจ และหวังดีให้เสมอ