DIY แปลงรถธรรมดาให้เป็นรถ aero
ขอเอามาฝากแฟนๆ DIY ช่วงหลังๆกระแสรถ aero มาแรง เลยมาลองแนะนำวิธีแปลงรถท่อธรรมดาให้เป็นท่อแอโร่ เผื่อใครอยากจะลองว่ามันจะเร็วขึ้นจริงหรือเปล่า พอได้อารมณ์รถแอโร่ก่อนตัดสินใจซื้อมาครอบครอง
ลิ้งค์รูป 1
http://www.cervelo.com//Media/images/Aero---Shapes-and-relative-drag-05dc9844-8960-4f76-93ad-4d5305ce5262-1-630x362.JPG
ภาพจาก Cervelo
http://www.cervelo.com/en/engineering/thinking-and-processes/aerodynamics.html
ถ้าดูจากรูปทรงท่อ เทียบเรื่องแรงต้านทานอากาศ ทรงที่ต้านอากาศน้อยๆ จะเป็นทรงหยดน้ำ ขณะที่รถทั่วไปจะเป็นท่อกลมส่วนใหญ่ ขนาดท่อยิ่งใหญ่แรงต้านอากาศก็จะยิ่งเยอะ ที่ผมทำคือแปลงจากท่อกลม ให้เป็นทรงใกล้เคียงหยดน้ำ ซึ่งแรงต้านอากาศน้อยกว่าทรงอื่นๆ ผมเลือกทำแบบไม่ได้ซับซ้อนอะไร คือ ใช้พลาสติกลูกฟูกหรือฟีเจอร์บอร์ดแบบบาง (เพื่อให้แนบกับเฟรมมากกว่าแบบหนา) มาทำเป็นรูปตัว V ปิดหลังท่อกลม ก็จะกลายเป็นทรงใกล้เคียงหยดน้ำ แนะนำให้ทำให้ได้สัดส่วนอย่างน้อย 3:1 หรือมากกว่า เช่น 4:1 หรือ 5:1 (ความยาวทั้งหมดในแนวลมผ่าน : ความกว้างท่อ) จะลดแรงต้านอากาศได้พอสมควร เบาขาจนรู้สึกได้ ใช้เทปใสในการยึดพลาสติกเข้ากับเฟรม
ลิ้งค์รูป 2
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4pt627EuJZ8XJr
หลังจากทำทั้งคันจะออกมาหน้าตาประมาณนี้ ถ้าใครรับรูปร่างหน้าตารถที่จะเปลี่ยนไปไม่ได้ ก็ไม่ควรทำครับ
ลิ้งค์รูป 3
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4pu9YavkoaB9Lf
ส่วนที่ทำได้ คือ ท่อคอ, ท่อล่าง (แต่อาจจะต้องถอดขากระติกออก) และหลักอาน ฯลฯ เน้นส่วนที่ลมปะทะด้านหน้า ส่วนกะโหลก ก็ปิดไปเลย สูงขึ้นมาจากกะโหลก 10-20 ซม. พอได้
ลิ้งค์รูป 4
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4pts0NW8M7Lux1
ส่วนที่อาจจะทำยากหน่อยคือ ส่วนท่อนั่ง อันนี้คงแล้วแต่ลักษณะรถของแต่ละคน หลักการคือทำให้ลมผ่านได้ราบรื่นที่สุด ลดจุดดักลมหรือจุดที่ต้านลมเท่าที่จะทำได้ ทำให้ลมผ่านไปล้อหลังราบเรียบเท่าที่ทำได้
ลิ้งค์รูป 5
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4puvWQMJ8JDVjJ
ในการทำนี้ ไม่มีความเสียหายใดๆ แก่รถ มีแค่เรื่องรูปลักษณ์รถที่เปลี่ยนไป ที่ต้องทำใจกับมันบ้าง กับ เรื่องคราบกาวเวลาลอกเทปออก อาจจะพอใช้สเปรย์ล้างคราบกาว เช็ดออกได้ ** แต่ควรระวังเรื่องการกัดสีหรือกัดพลาสติกได้ ** ควรทดสอบกับพื้นผิวก่อนใช้ หรือใช้เจือจางก่อน หรือถ้าไม่อยากให้เทปทิ้งคราบกาวเยอะ อาจจะลองแปะแค่ช่วงสั้นๆ ไม่กี่วันแล้วลอกออกเลย
ลิ้งค์รูป 6
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4pt627EuTll3C8
ก่อนหน้าที่จะมาเป็นอันนี้ มีทำอยู่สองแบบ ครั้งแรกผมลองแปะเทปใสอย่างเดียวก่อน บริเวณท่อคอ, กะโหลก และท่อนั่ง ก็รู้สึกได้ถึงแรงต้านลมที่ลดลง ก็เลยตัดสินใจทำต่อไป
ลิ้งค์รูป 7
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4prG7ow4ZXs3q7
แบบที่สอง เริ่มใช้แผ่นพลาสติกมาทำท่อต่างๆ ให้แอโร่ด้วย ก็รู้สึกเร็วขึ้นกว่าแบบแรก ใช่เลย เรามาถูกทางแล้ว
ลิ้งค์รูป 8
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4ps264NKxibeaW
ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือเปล่าเรื่องที่มันเร็วขึ้น ก็เอาไปลองปั่นเดี่ยวดูเวลาคุมหัวใจจริงจังเลย ประมาณ 40 กิโลเมตร ทำความเร็วเฉลี่ยได้ 32 หัวใจเฉลี่ยโซน 4 ปกติควรทำได้แถวๆ 27-29 AV ไม่เกิน 30 แน่ๆล่ะ ทีนี้ชัวร์ละว่าเร็วขึ้นจริง ไม่ได้คิดไปเองแต่อย่างใด
ลิ้งค์รูป 9
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4psK3rmZpx5tJp
หลังจากนั้นก็เริ่มลามไปเรื่อยๆ อันนี้เริ่มโมล้อละ (ทำให้ผมเรียนรู้ว่าล้อหน้าไวกับลมข้างมากกว่าล้อหลัง คงเพราะล้อหน้าหมุนเลี้ยวได้ และสัดส่วนน้ำหนักตัวลงน้อยกว่าล้อหลังพอสมควร) และทำใหม่เป็นแบบที่สามล่าสุด ที่หนาขึ้นกว่าเดิม
ลิ้งค์รูป 10
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4pso4L5qBqqIM2
สิ่งที่ผมได้มาจาก DIY ครั้งนี้ คือ ความเร็วเพิ่มขึ้นจนรู้สึกได้ทั้งย่านความเร็วต่ำและสูง, เร่งความเร็วง่ายขึ้น, รักษาความเร็วได้ง่าย สบายขาขึ้น และความเร็วตกช้าลง เหมาะสำหรับคนที่อยากลองความรู้สึกรถแอโร่ ก่อนตัดสินใจลงทุน
มีข้อควรระวัง คือ
1. ควรติดชิ้นส่วนต่างๆ ให้แข็งแรง และควรตรวจสอบสภาพชิ้นส่วนต่างๆ อยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและกลุ่มที่ไปปั่นด้วย
2. เฟรมที่หนาขึ้นมีผลต่อลมข้างบ้าง แต่พอควบคุมได้ (ไม่สาหัสเหมือนล้อหน้า) ถ้าน้ำหนักตัวเบามาก กลัวเรื่องลมข้างเป็นพิเศษ แนะนำลองทำแค่ 3:1 ดูก่อน ไม่หนามาก
3. เทปกาวอาจจะมีการเสื่อมสภาพได้เมื่อโดนแดดและความร้อน ไม่ควรทำแล้วทิ้งไว้ระยะยาว หรือ ควรจะมีการเปลี่ยนเทปใหม่หากต้องการทิ้งไว้นานขึ้น
4. คนรอบข้างอาจจะมองรถคุณด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

5. หากย้ายขวดน้ำไปข้างหลังเบาะ โอกาสที่ขวดน้ำจะบินออกไปมีสูงเวลาเจอถนนขรุขระ ควรทดสอบให้ดีว่าขวดน้ำจะไม่บินหนีไปง่ายๆ
ผมเคยไปโพสต์กระทู้นี้ที่อื่นแล้วโดนลบ พร้อมกับ user หาย ภายใน 1 วัน โดยไม่ได้รับแจ้งสาเหตุใดๆ เลยไม่แน่ใจว่าผิดกติกาเรื่องอะไร แต่ก็ยอมรับการตัดสินใจของทีมงานเว็บ หากกระทู้นี้ผิดกติกาที่นี่เรื่องอะไรก็โปรดแจ้งลบได้เลย คงไม่พยายามไปโพสต์ที่ไหนแล้ว ที่เอามาโพสต์อีกเพราะคิดว่าน่าจะเป็นการทดลองที่น่าจะเป็นประโยชน์กับหลายคนที่อยากทดลองแต่ไม่แน่ใจในวิธีทำครับ
======================
ขอเพิ่มเติม
- สำหรับคนที่อยากลองทำ แต่ขนจักรยานใส่แร็คนอกรถ ต้องระวังด้วย เพราะรถวิ่งด้วยความเร็วสูงกว่าจักรยานมาก ความเร็วลมปะทะก็ยิ่งสูงตาม และยิ่งถ้ารถจักรยานหันข้างตอนขึ้นแร็ค ลมอาจจะตีข้างแรงมาก มีโอกาสที่จะทำให้เทปฉีกขาด หรือวัสดุปลิวหลุดไปได้
DIY แปลงรถธรรมดาให้เป็นรถ aero
ขอเอามาฝากแฟนๆ DIY ช่วงหลังๆกระแสรถ aero มาแรง เลยมาลองแนะนำวิธีแปลงรถท่อธรรมดาให้เป็นท่อแอโร่ เผื่อใครอยากจะลองว่ามันจะเร็วขึ้นจริงหรือเปล่า พอได้อารมณ์รถแอโร่ก่อนตัดสินใจซื้อมาครอบครอง
ลิ้งค์รูป 1
http://www.cervelo.com//Media/images/Aero---Shapes-and-relative-drag-05dc9844-8960-4f76-93ad-4d5305ce5262-1-630x362.JPG
ภาพจาก Cervelo
http://www.cervelo.com/en/engineering/thinking-and-processes/aerodynamics.html
ถ้าดูจากรูปทรงท่อ เทียบเรื่องแรงต้านทานอากาศ ทรงที่ต้านอากาศน้อยๆ จะเป็นทรงหยดน้ำ ขณะที่รถทั่วไปจะเป็นท่อกลมส่วนใหญ่ ขนาดท่อยิ่งใหญ่แรงต้านอากาศก็จะยิ่งเยอะ ที่ผมทำคือแปลงจากท่อกลม ให้เป็นทรงใกล้เคียงหยดน้ำ ซึ่งแรงต้านอากาศน้อยกว่าทรงอื่นๆ ผมเลือกทำแบบไม่ได้ซับซ้อนอะไร คือ ใช้พลาสติกลูกฟูกหรือฟีเจอร์บอร์ดแบบบาง (เพื่อให้แนบกับเฟรมมากกว่าแบบหนา) มาทำเป็นรูปตัว V ปิดหลังท่อกลม ก็จะกลายเป็นทรงใกล้เคียงหยดน้ำ แนะนำให้ทำให้ได้สัดส่วนอย่างน้อย 3:1 หรือมากกว่า เช่น 4:1 หรือ 5:1 (ความยาวทั้งหมดในแนวลมผ่าน : ความกว้างท่อ) จะลดแรงต้านอากาศได้พอสมควร เบาขาจนรู้สึกได้ ใช้เทปใสในการยึดพลาสติกเข้ากับเฟรม
ลิ้งค์รูป 2
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4pt627EuJZ8XJr
หลังจากทำทั้งคันจะออกมาหน้าตาประมาณนี้ ถ้าใครรับรูปร่างหน้าตารถที่จะเปลี่ยนไปไม่ได้ ก็ไม่ควรทำครับ
ลิ้งค์รูป 3
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4pu9YavkoaB9Lf
ส่วนที่ทำได้ คือ ท่อคอ, ท่อล่าง (แต่อาจจะต้องถอดขากระติกออก) และหลักอาน ฯลฯ เน้นส่วนที่ลมปะทะด้านหน้า ส่วนกะโหลก ก็ปิดไปเลย สูงขึ้นมาจากกะโหลก 10-20 ซม. พอได้
ลิ้งค์รูป 4
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4pts0NW8M7Lux1
ส่วนที่อาจจะทำยากหน่อยคือ ส่วนท่อนั่ง อันนี้คงแล้วแต่ลักษณะรถของแต่ละคน หลักการคือทำให้ลมผ่านได้ราบรื่นที่สุด ลดจุดดักลมหรือจุดที่ต้านลมเท่าที่จะทำได้ ทำให้ลมผ่านไปล้อหลังราบเรียบเท่าที่ทำได้
ลิ้งค์รูป 5
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4puvWQMJ8JDVjJ
ในการทำนี้ ไม่มีความเสียหายใดๆ แก่รถ มีแค่เรื่องรูปลักษณ์รถที่เปลี่ยนไป ที่ต้องทำใจกับมันบ้าง กับ เรื่องคราบกาวเวลาลอกเทปออก อาจจะพอใช้สเปรย์ล้างคราบกาว เช็ดออกได้ ** แต่ควรระวังเรื่องการกัดสีหรือกัดพลาสติกได้ ** ควรทดสอบกับพื้นผิวก่อนใช้ หรือใช้เจือจางก่อน หรือถ้าไม่อยากให้เทปทิ้งคราบกาวเยอะ อาจจะลองแปะแค่ช่วงสั้นๆ ไม่กี่วันแล้วลอกออกเลย
ลิ้งค์รูป 6
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4pt627EuTll3C8
ก่อนหน้าที่จะมาเป็นอันนี้ มีทำอยู่สองแบบ ครั้งแรกผมลองแปะเทปใสอย่างเดียวก่อน บริเวณท่อคอ, กะโหลก และท่อนั่ง ก็รู้สึกได้ถึงแรงต้านลมที่ลดลง ก็เลยตัดสินใจทำต่อไป
ลิ้งค์รูป 7
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4prG7ow4ZXs3q7
แบบที่สอง เริ่มใช้แผ่นพลาสติกมาทำท่อต่างๆ ให้แอโร่ด้วย ก็รู้สึกเร็วขึ้นกว่าแบบแรก ใช่เลย เรามาถูกทางแล้ว
ลิ้งค์รูป 8
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4ps264NKxibeaW
ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือเปล่าเรื่องที่มันเร็วขึ้น ก็เอาไปลองปั่นเดี่ยวดูเวลาคุมหัวใจจริงจังเลย ประมาณ 40 กิโลเมตร ทำความเร็วเฉลี่ยได้ 32 หัวใจเฉลี่ยโซน 4 ปกติควรทำได้แถวๆ 27-29 AV ไม่เกิน 30 แน่ๆล่ะ ทีนี้ชัวร์ละว่าเร็วขึ้นจริง ไม่ได้คิดไปเองแต่อย่างใด
ลิ้งค์รูป 9
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4psK3rmZpx5tJp
หลังจากนั้นก็เริ่มลามไปเรื่อยๆ อันนี้เริ่มโมล้อละ (ทำให้ผมเรียนรู้ว่าล้อหน้าไวกับลมข้างมากกว่าล้อหลัง คงเพราะล้อหน้าหมุนเลี้ยวได้ และสัดส่วนน้ำหนักตัวลงน้อยกว่าล้อหลังพอสมควร) และทำใหม่เป็นแบบที่สามล่าสุด ที่หนาขึ้นกว่าเดิม
ลิ้งค์รูป 10
http://image.ohozaa.com/view2/xZ4pso4L5qBqqIM2
สิ่งที่ผมได้มาจาก DIY ครั้งนี้ คือ ความเร็วเพิ่มขึ้นจนรู้สึกได้ทั้งย่านความเร็วต่ำและสูง, เร่งความเร็วง่ายขึ้น, รักษาความเร็วได้ง่าย สบายขาขึ้น และความเร็วตกช้าลง เหมาะสำหรับคนที่อยากลองความรู้สึกรถแอโร่ ก่อนตัดสินใจลงทุน
มีข้อควรระวัง คือ
1. ควรติดชิ้นส่วนต่างๆ ให้แข็งแรง และควรตรวจสอบสภาพชิ้นส่วนต่างๆ อยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและกลุ่มที่ไปปั่นด้วย
2. เฟรมที่หนาขึ้นมีผลต่อลมข้างบ้าง แต่พอควบคุมได้ (ไม่สาหัสเหมือนล้อหน้า) ถ้าน้ำหนักตัวเบามาก กลัวเรื่องลมข้างเป็นพิเศษ แนะนำลองทำแค่ 3:1 ดูก่อน ไม่หนามาก
3. เทปกาวอาจจะมีการเสื่อมสภาพได้เมื่อโดนแดดและความร้อน ไม่ควรทำแล้วทิ้งไว้ระยะยาว หรือ ควรจะมีการเปลี่ยนเทปใหม่หากต้องการทิ้งไว้นานขึ้น
4. คนรอบข้างอาจจะมองรถคุณด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
5. หากย้ายขวดน้ำไปข้างหลังเบาะ โอกาสที่ขวดน้ำจะบินออกไปมีสูงเวลาเจอถนนขรุขระ ควรทดสอบให้ดีว่าขวดน้ำจะไม่บินหนีไปง่ายๆ
ผมเคยไปโพสต์กระทู้นี้ที่อื่นแล้วโดนลบ พร้อมกับ user หาย ภายใน 1 วัน โดยไม่ได้รับแจ้งสาเหตุใดๆ เลยไม่แน่ใจว่าผิดกติกาเรื่องอะไร แต่ก็ยอมรับการตัดสินใจของทีมงานเว็บ หากกระทู้นี้ผิดกติกาที่นี่เรื่องอะไรก็โปรดแจ้งลบได้เลย คงไม่พยายามไปโพสต์ที่ไหนแล้ว ที่เอามาโพสต์อีกเพราะคิดว่าน่าจะเป็นการทดลองที่น่าจะเป็นประโยชน์กับหลายคนที่อยากทดลองแต่ไม่แน่ใจในวิธีทำครับ
======================
ขอเพิ่มเติม
- สำหรับคนที่อยากลองทำ แต่ขนจักรยานใส่แร็คนอกรถ ต้องระวังด้วย เพราะรถวิ่งด้วยความเร็วสูงกว่าจักรยานมาก ความเร็วลมปะทะก็ยิ่งสูงตาม และยิ่งถ้ารถจักรยานหันข้างตอนขึ้นแร็ค ลมอาจจะตีข้างแรงมาก มีโอกาสที่จะทำให้เทปฉีกขาด หรือวัสดุปลิวหลุดไปได้