รักคนๆนึงมา 14 ปี และถ้าเราจะรักใครซักคนไปเรื่อยๆ โดยไม่คาดหวัง มันจะเป็นไปได้มั๊ย?

เป็นเรื่องจริงในชีวิตเรา ที่ไม่เคยคิดจะเล่าให้ใครฟัง เก็บเป็นความลับมานานแสนนาน
วันนี้นึกครึ้มอะไรขึ้นมาไม่รู้ อยากระบายความอัดอั้น และความรู้สึกหลายๆอย่างออกมาบ้าง
กดสมัครพันทิปไปแบบเบลอเข้ามาระบายยาวๆ (ยาวจริงๆ ยาวจนพอกลับมาอ่าน ยิ้มจะแต่งเป็นนิยายได้ละ)

ขอเกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นเลยแล้วกันว่า เราเป็นผู้หญิงซึ่งจะเรียกเราว่าอะไรเราก็ไม่รู้เหมือนกัน เราแค่ชอบใส่กางเกงแต่งตัวแบบลุยๆ และคิดว่าการเกิดเป็นเพศชายเป็นเรื่องที่ดีและได้เปรียบ แต่ถ้าจะให้เราแปลงเพศ หรือแต่งชายตัดสกินเฮด อยากเป็นผู้ชายอะไรขนาดนั้นก็คงไม่ใช่ และคนที่ทำให้เราเป็นไปได้มากมายขนาดนี้ก็เป็นผู้หญิงธรรมดา ที่ไม่ได้ดูโดดเด่น ตัวเล็กๆ หน้าดุๆ ตาคมๆ แต่นิสัยออกจะแมนๆ ห้าวๆ ลุยๆ... แต่เอาเถอะ สำหรับเรา ความรักมันไม่มีเพศและมันไม่ได้สำคัญที่รูปร่างหน้าตาหรอก ถ้ารัก ก็คือรัก

เรื่องมันมีอยู่ว่า..

เราได้รู้จักกับเด็กผู้หญิงคนนี้เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ในห้องเรียนพิเศษ เพื่อเตรียมสอบเข้า ม.1 ในโรงเรียนมัธยมชื่อดังทางภาคใต้
ตอนเจอหน้ากันครั้งแรก เราไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันคือความรู้สึกอะไร แต่บอกได้เลยว่า สะดุดกับคนๆนี้
แต่มันเป็นความรู้สึกคุ้นเคย เหมือนเราเคยเจอกันมาก่อน เหมือนรู้จักกันมานาน ทั้งๆที่จริงๆแล้วเราก็ไม่รู้จักกันหรอก
เพราะบ้านเค้าอยู่อีกจังหวัดหนึ่งที่อยู่ข้างเคียง แต่เพราะมาเรียนพิเศษ เลยได้มาเจอกัน

เค้านั่งอยู่แถวหน้า เป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาธรรมดา ไม่ได้สะสวยสะดุดตาอะไรเลย ผิวคล้ำๆ ตัดผมสั้น ตัวเล็กๆ แต่ที่เราสะดุดคือดวงตาคู่นั้น
เราไม่เคยแม้แต่จะคุยกันซักประโยค แต่กลับนึกถึงเค้าตลอดจนลืมไม่ลง

จนช่วงสอบผ่านไป เราสอบติดในโรงเรียนนั้นหล่ะ ไม่รู้เพราะฟลุ๊ครึเปล่า แต่ก็แอบดีใจ ..แต่ต้องดีใจยิ่งกว่าเมื่อวันรายงานตัวได้รู้ว่า
มีเด็กผู้หญิงคนนั้นสอบติดที่เดียวและห้องเดียวกัน แอบดีใจลิงโลดอยู่คนเดียว ไม่เคยบอกใครหรอก แม้แต่เจ้าตัวเค้าก็คงไม่เคยรู้

เราอยากคุยอยากรู้จัก แต่เพราะตอนเด็กๆเราเป็นคนขี้อายมากถึงมากที่สุด เราจึงได้แค่มอง เหมือนอยากเป็นเพื่อนกับคนๆนี้ โดยไม่มีสาเหตุ
ได้แต่มองหน้าเค้าแล้วยิ้มอย่างเดียวอยู่ร่ำไป ...จนได้มีโอกาสคุยกันประโยคแรก เพราะลืมเอานาฬิกาไปในระหว่างที่ถูกขังอยู่ให้ห้องประชุม ใจนึงก็กังวลว่าแม่จะมารับ โทรศัพท์แบตก็หมด บังเอิญเด็กคนนั้นนั่งอยู่หน้าเราพอดี เอาวะ ประโยคแรก จึงเกิดขึ้น จิ้มๆแขน "ขอโทษนะ กี่โมงแล้ว?"

หลังจากประโยคนั้น ทำให้เราได้รู้จักชื่อกัน เริ่มยิ้มให้กันทุกครั้งที่เราเจอกัน คุยกัน แซวกัน แกล้งกัน เราชอบแกล้งแซวเค้าว่าเพื่อนคนนู้นคนนี้ชอบเค้า
แต่ในใจลึกๆแล้วมันก็รู้สึกแปลกๆเหมือนทุกครั้งที่แซวกลับอยากตบปากตัวเอง  ...จับสลากเล่นบัดดี้กันเราก็ได้เค้าเป็นบัดดี้
เริ่มรู้สึกตัวเลยว่า ทุกช่วงเวลาที่เราได้เจอเค้า ได้คุยกับเค้า ได้อยู่ใกล้ๆกัน มันทำให้เรามีความสุขแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับใคร เราชอบเล่นกีฬามากกกกกก เค้าก็ชอบเล่นกีฬา เราเลยยิ่งสนิทกันมากขึ้น เริ่มจากเล่นแบต ตีลังกา บาส ปิงปอง จนในที่สุดเราแทบจะตัวติดกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันในทุกๆที่ คุยกันทุกๆคืน

ปีนึงผ่านไป เราเริ่มแน่ใจว่าเราไม่ได้รู้สึกกับเค้าเหมือนเพื่อนคนอื่นๆอีกแล้ว มันแตกต่างมากๆ
เหมือนทุกๆวัน เราอยากไปเห็นหน้าเค้า อยากไปโรงเรียนเพราะเค้า เราจะรีบไปโรงเรียนแต่เช้าตั้งแต่เจ็ดโมงทุกๆวัน
วันไหนรู้ว่าเค้าไม่ไปโรงเรียน ก็จะเริ่มนอย ไม่อยากเรียนไม่อยากสนใจใคร
เริ่มมั่นใจแล้วหล่ะ ว่าความรู้สึกนี้ คงเรียนว่าชอบแล้ว ชอบแบบที่มากกว่าเพื่อน ชอบแบบเห็นเพื่อนผู้ชายมาใกล้ก็แอบไม่พอใจละ

จนตอนจบ ม.1 เราตัดสินใจที่จะบอกความในใจวัดดวงให้มันรู้ไป เพราะบางครั้ง เรามองตาเค้าก็รู้สึกลึกๆเหมือนว่าเค้าก็อาจจะมีใจให้เราบ้าง
ความรู้สึกที่บอกใครไม่ได้ เล่าให้เพื่อนคนไหนฟังไม่ได้เลย มันอึดอัดนะ

วันนั้นเราอยู่ที่ห้องเค้าเหมือนเคย เราชอบไปนั่งเล่นที่ห้องเค้าบ่อยๆ จนวันก่อนปิดเทอม เราอยู่ในห้องกันสองคน ขณะที่เค้ากำลังนั่งอ่านการ์ตูนเหมือนเคย
เรานั่งมองหน้าเค้า แล้วเหมือนทุกอย่างมันเป็นไปเอง เรารู้สึกว่าเค้าน่ารักเหลือเกิน ใครจะว่าเค้าหน้าดุ ขี้โมโห ใจร้อน หรือน่ากลัวยังไง แต่สำหรับเรา
เค้าน่ารัก ทุกอย่างมันทำให้เราชอบเค้าที่เค้าเป็นแบบนี้ เราค่อยๆเลื่อนหน้าโน้มไปหาเค้าแล้ว จูบเบาๆที่ริมฝีปาก(มันอุ่นและฟินมากกกก สำหรับคนแอบรักเค้าข้างเดียวอย่างเรา) ทุกอย่างหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น ..เค้าเหมือนจะช๊อคไปประมานห้าวิ ตาค้างและไม่ตอบโต้ใดๆ จนเราผละออกจากกัน เราเลยบอกเค้าว่า เราชอบเค้า ชอบจริงๆ และชอบมากกว่าเพื่อน

เค้าไม่ตอบอะไร เราไม่รู้จะพูดอะไรต่อเหมือนกัน ตอนนั้น คิดไปแล้วว่า เสียเพื่อนแล้วแน่ๆตู ทำใจเถอะ เค้าคงไม่คิดอะไรกับละ
เราเลยขอตัวออกจากห้องเพื่อกลับบ้าน ปกติเราจะรอจนแม่มารับ แต่บอกเลย ตอนนั้น วันนั้น เดินกลับเองแบบคอตกๆ ทั้งๆที่บ้านก็ไม่ได้อยู่ใกล้เล๊ยยยย ทำไปได้ อานุภาพแห่งการอกหักครั้งแรก ในวัยสิบสาม ยังจำติดตรึงแน่นมาจนทุกวันนี้

จนพอเปิดเทอมใหม่ ม. 2 เค้าไม่มาจ้าาาา ไม่มาเรียนนนน
เอาแล้วไงกู ซวยแล้ว ทำเพื่อนไม่ยอมมาเรียนไม่ยอมมาเจอหน้าเลยหรอวะ ตอนแรกก็เตรียมใจไว้แล้วนะ ว่าจะเข้าหน้ากันยังไง
แต่พอมาโรงเรียนแล้วไม่เจอเค้า ใจห่อเหี่ยวกว่าเดิม บอกตรงๆว่าทำใจไม่ได้ ถ้าจะไม่เห็นเค้าอยู่ในโรงเรียนแล้ว

ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์นางกลับมาเรียนจ้าาาาา เย้ๆๆๆ ไชโยโห่ฮิ๊ววววว!!!
ถึงจะไม่รู้หรอกว่าเค้าจะกลับมาคุยกับเราเหมือนเดิมรึเปล่าก็เหอะ แต่แค่นั้นก็พอใจละ คือตอนนั้นคิดไปแล้วว่าแห้วแน่ๆ
แต่พอเค้ากลับมาก็ดูเค้าจะไม่ทำตัวแปลกไปจากเดิมเลย มีตอนแรกๆที่ดูแปลกๆนิดหน่อย พอคุยกันมากขึ้นทุกอย่างมันก็ดูดี มีความสุข
ไม่ได้แย่เหมือนที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ เค้ายังให้ความสนิทสนม และยังค่อยๆเพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน ไปทำรายงานที่บ้านเพื่อนแล้วเรานอนเล่นบนเตียงเพื่อน
เค้าก็มานอนข้างๆ แล้วก็มาซุกอยู่ตรงข้างๆแขนเรา บอกเลย ใจเต้นตึกตักๆๆๆๆๆๆ หายใจไม่ทั่วท้องมันเป็นแบบนี้นี่เอง (สรุป ตูยังคิดอะไรกับมันอยู่ตลอดเหรอเนี่ยยย ตอนนั้นพยายามห้ามใจแล้ว แต่มันห้ามไม่ไหวจริงๆ)

จนเราได้ย้ายบ้านใหม่ตอน ม.2
วันแรกที่เราต้องย้ายเข้าไปบ้านใหม่ เราไม่กล้านอนคนเดียว บอกเลย ตอนเด็กกลัวผีขึ้นสมอง เราเลยลองชวนเค้า ซึ่งมีฐานะเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเรา
ณ เวลานั้น มานอนเป็นเพื่อน ได้รับเกียรติขนาดนี้ มีหรือจะไม่มา  ^^ อุ่นใจขึ้นสิบแปดตลบ

คืนนั้นเราชวนเค้ามานอนเป็นเพื่อนให้นอนหลับ แต่เอาจริงๆ นอนไม่หลับเลยซักนิสเดียว เพราะคืนนั้นพอตกดึก เค้าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามแต่
แต่เค้าขยับเข้ามากอดเรา มาซุกอยู่บนอกเรา เราใจเต้น หน้าร้อนผ่าวๆ ทั้งๆที่เปิดแอร์เย็นเฉียบ และนอนนิ่งให้เค้ากอดให้เค้าซุกตลอดคืน ในใจนี่ฟินนนนนน ไม่รู้จะบรรยายยังไง แต่รู้ว่าจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดีอยู่  ..พอเช้าขึ้นมาก็ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่เรามี เราบอกได้เลยว่า เรารักคนๆนี้ รักจริงๆ รักแบบลึกซึ้งไม่ใช่แค่ฉาบฉวย หรือเป็นความรู้สึกอยากรู้อยากลองแบบเด็กๆ ถ้าเลือกได้เราก็อยากอยู่กับคนๆนี้ และอยากให้คนๆนี้เป็นรักแรก รักเดียวและตลอดไปของเรา แต่เรารู้ว่ามันอาจไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่ใจเราคิด

มีครั้งที่หนึ่งก็เริ่มมีครั้งที่สองที่สาม ที่เค้ามานอนที่บ้านเรา จนวันนึงเราก็ไม่สามารถห้ามความรู้สึกตัวเองได้ เราเผลอจูบเค้าอีกและครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน เค้าดูตอบสนอง และเราก็ก้าวข้ามคำว่าเพื่อนไปไกลแบบไม่มีวันกลับ

ทุกวินาทีที่เราใช้กับเค้า เราไม่เคยเสียใจ ไม่เคยเสียดาย มันเป็นความทรงจำดีๆ เป็นความรู้สึกดีๆ
ชีวิตรักวัยเด็ก เกิดขึ้นและดำเนินต่อไป จนถึงปลายๆ ม. 3 เป็นช่วงที่เราทะเลาะกันบ่อย งอนกันบ่อยมาก ปากเค้ายังบอกว่าเราเป็นเพื่อน
แต่การกระทำเราสองคนรู้ดีว่าเราผ่านคำว่าเพื่อนมาแล้ว ตอนนั้นเราอยากให้เค้ายอมรับกับทุกๆคน ว่าเราเป็นคนรักกัน ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนกัน
แต่ด้วยสภาพสังคม ด้วยวัยที่เรายังเด็กมาก และด้วยอะไรก็แล้วแต่ มันไม่สามารถทำให้เรารักกันได้เลย เราไม่สนใจอะไร แต่เค้าแคร์ เค้าสนใจ
เราก็เลยไม่อยากให้เค้าต้องอึดอัดเพราะเรา จำทนอยู่ในสถานะเพื่อนไป ตามที่เค้าต้องการให้คนอื่นเข้าใจอย่างนั้น
เราเลยทั้งเสียใจ น้อยใจ สาระพัด แต่ทำอะไรไม่ได้

จนวันนึง เราอยากประชดเค้า ตามประสาเด็กๆที่ ณ ตอนนั้น ก็คิดได้แค่นั้น บวกกับมีคนๆนึงเข้ามาในชีวิต
เราเลยลองเปิดใจคุยกับคนอื่น เพราะอยากรู้ว่าเค้าจะรู้สึกกับเรายังไง จะแสดงอาการหึงหวง หรือเป็นเจ้าของบ้างมั๊ย?
เราเลือกที่จะคุยต่อหน้าให้เค้าเห็น ให้เค้ารู้ ว่ามีเพื่อนผู้หญิงอีกคน มาสนิทกับเรา
เราอยากให้เค้าเดินเข้าไปบอกเพื่อนผู้หญิงคนนั้นเหลือเกิน ว่าเราเป็นแฟนเธอ หรือเราเป็นคนรักของเธอ
แต่เค้ากลับไม่ทำ เค้าดูหงุดหงิด อารมเสีย แต่ก็เลือกที่จะเงียบ และค่อยๆห่างจากเราออกไป ไม่ยอมพูด ไม่ยอมคุยกับเราเหมือนเดิม
จนในที่สุด เราทนไม่ได้เอง
เราเลือกที่จะกลับไปง้อ และหยุดการพูดคุยกับคนอื่นไว้แค่นั้น เป็นอันจบแผนทำให้หึง ซึ่งเห็นนะว่าหึงชัวร์ แต่ไม่มีการแสดงออกมากว่านั้น

จนช่วงเวลาที่เราต้องเสียเค้าไปจริงๆก็ต้องเกิดขึ้น ตอนม. 4
ช่วงเปลี่ยน ย้าย โรงเรียน จากม.ต้น เป็นม.ปลาย
เราไปเรียนพิเศษด้วยกันที่สยาม เค้าอยากเรียนในโรงเรียนอันดับหนึ่งของประเทศ ส่วนเราหน่ะเหรอ เฉยๆอ่ะ อยากอยู่บ้านมากกว่า เราเป็นคนติดบ้าน
อยู่ที่บ้านมาตั้งแต่เกิด ชอบความสบายๆของต่างจังหวัด ไม่ชอบความวุ่นวายและคนเยอะๆในกรุงเทพเลยจริงๆ รู้ตัวว่าถ้ามาอยู่คนต้องอึดอัดมากแน่ๆ
เลยเลือกที่อยากจะเรียนต่อที่บ้านมากกว่า แต่เค้าก็มีความฝันของเค้า เราก็ตามมาอยู่เป็นเพื่อนกัน มาเรียนติวเป็นเพื่อน แต่ใจจริงเราไม่อยากให้เค้าสอบติดหรอกนะ แอบคิดว่าคงไม่มั้ง คงไม่หรอกมั้ง แค่มาติวพิเศษแล้วก็มาสอบเป็นเพื่อน เดี๋ยวเราก็กลับบ้านไป ได้อยู่ด้วยกัน เรียนที่เดียวกันเหมือนเดิมแหละ

แต่แล้ว กรรมก็ได้จัดสรรให้เราเงิบไปตอนประกาศผลสอบ เค้าติด เราไม่ติด (แหง อยู่แล้วเพราะไม่เคยสนใจอ่านหนังสือเลยซักตัว แต่เค้าฉลาดมาก เก่งมาก จนเราไม่เคยสังเกต เพราะเราสนใจแค่ความสุขตรงหน้าที่มีตอนนั้น ว่าแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้อยู่ข้างๆตอนนี้ก็พอ)
สรุปคือ เรามีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆเค้าจนลืมเตรียมตัวเตรียมใจที่จะต้องจากกัน ตอนจากนี่อย่าให้เล่าเลย
ไปส่งที่ชานชลารถไฟร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดกลางสถานีคนเป็นร้อยก็หาได้แคร์ไม่


พักยกแป๊บ เข้าใจแล้วว่าทำไมเค้าต้องพิมๆ หยุดๆกัน เพราะเวลาเล่ายาวๆ โคตรดูดพลังงานเลย

นี่แค่ตอนความรักวัยเด็ก ค่อยมาเล่าต่อนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่