ชีวิต 1 วัน กับ 2 ประสบการณ์ที่แตกต่าง

เราเองก็เป็นคนๆ หนึ่ง ที่ต้องลาจากบ้านต่างจังหวัด เข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพมหานคร อย่างใครหลายๆ คน ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมานี้ เราได้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะอยู่ตลอด ทุกๆ ครั้งที่เราขึ้นรถก็จะได้พบกับผู้คนมากมาย ทั้งผู้โดยสารคนอื่นๆ คนขับรถ กระเป๋ารถเมล์ ซึ่งมีทั้งดี-ร้าย ปะปนกันไป ในทุกๆ วัน เนื่องจากสภาพการจราจรที่รถติดแน่นขนัด ทำให้เราได้มีเวลาสังเกตอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น
           เมื่อวานนี้ (วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557) เราต้องเดินทางจากอโศกไปที่ศาลายา เราเลือกที่จะใช้บริการรถเมล์สาย 38 เพื่อไปต่อรถเมล์สาย 515 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และวันนี้เองที่ทำให้เราได้พบเจอกับประสบการณ์ 2 อย่าง ที่แตกต่างกัน

           ประสบการณ์ที่ 1 กับรถเมล์สาย 38
           เราขึ้นรถเมล์ที่หน้า มศว หลังจากขึ้นรถเราก็จ่ายค่าโดยสารและสอบถามเส้นทางกับกระเป๋ารถเมล์ รถเมล์เคลื่อนตัวมาเรื่อยๆ สักพักที่ป้ายรถเมล์ข้างหน้า มีคนอินเดียซึ่งเป็นผู้ชาย 2 คนยืนรออยู่ คนที่ 1 ยืนโบกรถอยู่ พอรถจอดเขาก็ขึ้นมาถามว่าไปอนุสาวรีย์ใช่ไหม (ถามเป็นภาษาอังกฤษ) พอคนขับบอกว่าไป เพื่อนของเขา (คนที่2) ที่ยืนสูบบุหรี่ก็ค่อยๆ เดินมาขึ้นรถ (คนที่ 2 เดินมาค่อนข้างช้า ภาษาบ้านๆ ของเราเรียกว่า ลีลา)
           หลังจากพี่แขก 2 คนนี้ขึ้นรถ รถก็วิ่งมาเรื่อยๆ จนเกือบๆ จะถึงแยกประตูน้ำ เราก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคุยกันว่าสาย 204 กับ 73 ไปพาหุรัดได้ (พี่แขก 2 คนนั้นน่าจะถามทาง) แล้วเขาก็คุยกันย้ำๆ พี่แขกเขาก็เหมือนจะขอลงรถ (ตอนนั้นอยู่นอกป้าย) ลุงคนขับรถเมล์ก็จอดรถให้ลง แล้วพี่แขกคนเดินแกก็ค่อนข้างลีลา ลุงคนขับรถน่าจะทนไม่ไหวแล้วเลยด่าเขาไป บอกให้รีบๆ ลงสิ จอดนอกป้ายเดี๋ยวตำรวจก็จำกุหรอก ไอ้สากกระเบือเอ้ย
           หลังจากสองคนนั้นลงรถไป ลุงแกก็บ่นๆ อีกพักใหญ่ๆ ว่าพวกแขกน่ะนิสัยไม่ดี เลว เค้าถึงว่าเจองูกับแขกให้ตีแขกก่อน บลาๆ (บ่นเยอะมากเราจำได้ไม่หมด) จากนั้นเราก็ได้ยินเสียงกดกริ่ง ระหว่างนั้นลุงแกก็ยังคงบ่นไม่หยุด จนเลยป้ายก็มีคุณป้าคนหนึ่งร้องบอกว่าป้ายด้วยๆ ลุงแกก็จอด พอป้าคนนั้นลุงไป ลุงคนขับก็บอกว่าปัญญาอ่อ.. ยังไม่ทันจะพูดจบ ป้ากระเป๋ารถเมล์ก็ตะโกนขึ้นมาว่า หยุดเลยๆ เค้ากดกริ่งแล้ว อย่าบอกว่าไม่ได้ยิน เค้าไม่ได้ปัญญาอ่อนหรอก อย่าเถียง แขกเมื่อกี้เหมือนกันเขาไม่รู้ทางก็ถามสิ เป็นอะไรมากไหมฮ่ะ แล้วคุณป้ากระเป๋าก็จัดหนักด่าลุงคนขับไป จากนั้นเราก็ลงรถที่อนุสาวรีย์ชัย เป็นอันจบไปกับประสบการณ์ที่ 1

           ประสบการณ์ที่ 1 กับรถเมล์สาย 515
           จากที่ลงรถเมล์สาย 38 แล้ว เราก็เฃรีบเดินมารอรถเมล์สาย 515 ด้วยความโชคดีรถเมล์มาพร้อมกัน 2 คัน เราเลยเลือกที่จะขึ้นรถคันหลัง พอจับจองที่นั่งเรียบร้อย เราเลือกนั่งเบาะเดี่ยว สักพักก็มีผู้โดยสารขึ้นรถมา มีมาถามทางบ้างว่ารถเมล์ผ่านที่นั่นที่นี่ไหม ลุงคนขับก็ตอบ พร้อมยิ้มให้ หลังจากออกเดินทาง ตลอดเส้นทางเราสังเกตว่า
           ลุงคนขับรถ  แกจะมองที่กระจกตลอดเวลาที่มีผู้โดยสารขึ้นลง แกจะรอให้ผู้โดยสารนั่ง หรือหาที่จับได้ก่อนค่อยออกรถ และทุกๆ ครั้งแกจะโค้งศีรษะทักทายผู้โดยสารตลอดและบอกว่า สวัสดีครับ ขอบคุณครับ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเส้นทาง
           ส่วน กระเป๋ารถเมล์ จะคอยบอกทางอยู่ตลอดว่าตอนนี้ถึงไหนแล้ว พอมีที่นั่งว่าพี่เขาก็จะบอกผู้โดยสารให้ไปนั่ง เวลารับเงินค่าโดยสารเขาก็จะขอบคุณทุกครั้ง และทักทายผู้โดยสารเหมือนกับที่ลุงคนขับรถทำ

           ทุกคนสังเกตเห็นอะไรที่แตกต่างกันของรถเมล์สองสายนี้ไหมคะ ?
           ใช่แล้วค่ะ ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ของเราคือ การให้บริการที่ต่างกันมากราวฟ้ากับเหวของรถเมล์ทั้ง 2 สาย ทั้งๆ ที่เป็นรถของ ขสมก เหมือนๆ กัน แต่พนักงานกับแตกต่างกันมาก เราเข้าใจนะคะว่า คนเรามีความแตกต่างกันจะให้ทุกคนยิ้มแย้มปานนางฟ้าทุกครั้งมันคงเป็นไปไม่ได้ แต่เราอยากให้ทาง ขสมก มีระบบการคัดเลือกคนเข้าทำงานมากกว่านี้ เพราะพนักงานขับรถเป็นอาชีพที่ต้องดูแลและรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารด้วย คงไม่มีใครอยากเอาชีวิตไปเสี่ยง หลายๆ คนอาจบอกว่าไม่อยากขึ้นรถเมล์ก็ใช้ MRT BTS สิ แต่ว่าด้วยค่าโดยสารที่ค่อนข้างต่างกันนั้น จึงเป็นปัจจัยที่หลายๆ ท่านต้องเลือกใช้บริการ ขสมก

           ถ้าผู้ใหญ่หลายๆ คนของ ขสมก หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ เราอยากแนะนำว่า
           ก่อนจะรับพนักงาน ควรจัดให้มีการทดสอบทางจิตวิทยาก่อน เพื่อดูว่าคนขับรถมีวุฒิภาวะ และการควบคุมอารมณ์ของตนเองได้มากน้อยแค่ไหน แล้วจึงใช้ข้อมูลนั้นประกอบการตัดสินใจรับบุคคลเข้าทำงาน นอกจากนี้ก็ควรจัดกิจกรรมให้กรมสุขภาพจิตช่วยออกบูธให้คำปรึกษา หรือจัดกิจกรรมให้พนักงานได้คลายเครียดกันด้วย เพราะเราเข้าใจว่าทำงานทุกๆ วัน เจอคนมากมายหลายรูปแบบ รถก็ติด เป็นใครๆ ก็เซ็งค่ะ ถ้าเกิดว่าเพิ่มกระบวนการที่เราแนะนำไป เราเชื่อค่ะว่าปัญหารถเมล์ต่างๆ ที่เราพบเจอตามหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยๆ จะลดลง

           ขอขอบคุณที่อ่านกระทู้นะคะ เราแค่อยากเข้ามาบ่นๆ เฉยๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่