หมอ....หรือ??

เมื่อ 3 ปีก่อน เราได้สมัครเว็บไซด์เกี่ยวกับหาเพื่อนหาแฟนคือตั้งใจจะเล่นไปงั้นคือไม่ได้คิดอะไรเพราะตอนนั้นโสด ก็ได้มีผู้ชายมากมายหลายตากดเข้ามาสนใจเรามาบ้าง ส่งข้อความ ทิ้งอีเมล์เบอร์โทรศัพท์ ก็มี เราก็ได้แต่แอดอีเมล์ไว้คุยใน MSN แทน ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่าเอ่อสนุกดีน่ะ แต่พอมีผู้ชายคนนึงได้ส่งข้อความมาเราก็คุยผู้ชายคนนี้ใช่ชื่อย่อว่า”BB” ซึ่งเราก็ได้ดู Profile เค้าก็โอเครน่ะแต่เราก็ไม่ได้คิดไรไปไกล และก็ทราบว่าเค้าทำงานทางการแพทย์แต่ไม่ได้ว่าจะเป็นหมอคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รพ.แหละ และได้ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ซึ่งเราก็ไม่เคยโทรไปเลย จนมาวันนึงเพื่อนชวนไปเที่ยวแถวปิ่นเกล้าก็สนุกเอฮากันตามประสาสาวๆ จนช่วงเวลาตี 1 ร้านใกล้ปิดแหละ ก็ได้เห็นผู้ชายคนนึงหน้าตาคุ้นๆเดินผ่านโต๊ะไป ด้วยความสงสัยเลยหยิบโทรศัพท์โทรไปปรากฎว่าใช่เลยคือเสียงแรกที่ได้ยินไม่ใช่เสียงพูดน่ะแต่เป็นเสียงเพลงที่เปิดในร้านเราก็เลยถามเค้าว่าเค้าได้มาเที่ยวที่นี่ไหม เค้าก็บอกว่าใช่แล้วก็ถามเราอยู่ไหนพอบอกไปเค้าก็เดินมาหาเราที่โต๊ะ ครั้งแรกที่เห็นเพื่อนเราก็ตกใจกันหมดเพราะเค้าก็หน้าตาหล่อ ผิวขาว ประมาณนึง แล้วก็มานั่งที่โต๊ะเรา พอนั่งคุยสักพักก็ดึงมือเราออกมานั่งคุยด้านนอก แล้วก็เอ่ยปากขออาสาไปส่งเราที่บ้านได้ไหม เราก็ตอบไปว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวกลับกะเพื่อน ซึ่งเค้าก็ตื้อๆๆๆเรา ยอมรับเลยว่าตอนนั้นก็ใจอ่อนนิดนึงก็แหมหน้าตาก็ดีอยู่ อีกใจนึงเราก็กลัวว่าเค้าจะทำอะไรเราไหม พอตกลงว่าโอเครไปส่งก้ได้ เค้าก็พาเราไปโต๊ะเพื่อนเค้าคือช่วงนั้นร้านปิดแหละก็ต่างคนก็ต่างกันกลับ แต่ก่อนกลับเราก้ไปบอกเพื่อนว่าเดี๋ยว “BB” ไปส่ง เพื่อนก็บอกงั้นเดี๋ยวแวะไปเจอกันร้านข้าวต้มน่ะเราก็ตอบโอเคร พอเดินออกจากร้านก็ไปที่ลานจอดรถคิดในใจจะเกิดอะไรขึ้นกับเราไหมนิเราทำไมใจง่ายมากะเค้าได้นิทั้งๆที่พึ่งรู้จักกัน พอมาถึงรถเฮ้ยผู้ชายคนนี้ต้องมีหน้าที่การงานที่ดีแน่นอนขับรถ Honda civic ตัวใหม่สีขาว แต่งด้วย แถมแต่งตัวก็เนียบ แต่ก็ไม่ได้ถามน่ะว่าทำงานอะไรที่ไหน จากนั้นก็ได้ขับรถออกมาจากร้านและบอก”BB”ว่าเพื่อนชวนไปกินข้าวต้ม เค้าก็บอกไม่ไปได้ไหมอยากอยู่กับเรานานๆ ในใจก็คิดเฮ้ยอะไรเนี้ยเจอกันครั้งแรกพูดแบบนี้ผู้ชายคนนี้ดูกะล่อนไม่ใช่ย่อย แต่เราก็ไม่พูดอะไรมากวางท่าให้เหมาะสม แล้วเราก็ไม่ได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวอะไร พอขับไปสักพักเค้าบอกว่าไปโรงแรมไหม เรารีบตอบเลยไม่ไปจะกลับบ้าน เค้าก็บอกเดี๋ยวไปส่งน่ะ แต่ไปโรงแรมแป๊ปเดี๋ยว เราก็ปฏิเสธยืนยันยังไงก็ไม่ไป แล้วเค้าก็ขับไปทางบ้านเราแต่ก็ยังไม่ถึงบ้าน เค้าก็จอดรถข้างทางลวนลามเราจูบ นัวเนียเรา พูดง่ายว่าว่าจูบตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยแหละ เราก็ขัดขืนตลอด เค้าบอกน่ะไปโรงแรมแป๊ปเดี๋ยวเองเราก็พูดไปว่านี่เห็นใจง่ายหรือไงเราไม่ใช่คนง่ายๆน่ะ เค้าก็บอกว่ารู้ไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่สิ่งที่เค้าทำเราว่ามันตรงกันข้ามเลยน่ะ ตอนนั้นโทรหาเพื่อนบอกว่าถึงไหนแล้วตอนนี้เราอยู่ยังไม่ถึงบ้านเลย จอดอยู่ข้างทางนิ เพื่อนก็บอกว่าถึงบ้านกันหมดแล้วเราก็ไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วงก็เลยบอกไปว่าเดี๋ยวเค้าคงไปส่งแหละ พอวางสายจากเพื่อน แล้วหันกลับมา “BB”ก็กดล็อครถหมดแล้วก็เอนเบาะนอน เราก็เลยบอกไปส่งบ้านเหอะเดี๋ยวค่อยนอนน่ะนี่มันจะตี 4 แล้วน่ะ เค้าบอกขับไม่ไหวเราก็ได้แต่อ้อนเค้าว่าไปส่งหน่อยน่ะ สักพักนึงเค้าก็ยอมขับรถไปส่งเราซึ่งเราก็ใช้มารยาเลกลให้เค้าไปส่งให้ถึงบ้าน แต่ก็เหมือนโชคชะตาไม่เป็นใจอีก เมื่อเลี้ยวเข้าซอยบ้านเรา ทางเข้าบ้านเรามืดตลอดทาง เค้าก็จอดรถลวนลามเราอีกครั้งคราวนี้มากว่าเดิน (คิดเอาเองน่ะ) พอสักพักเค้าบอกว่าถ้าไม่ยอมจะไม่ให้เข้าบ้านน่ะ เราก็ไม่ยอม เค้าก็รู้เราไม่ยอมแน่ๆเค้าเลยบอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้มารับไปกินข้าวน่ะ เราก็ตอบอืมพร้อมขอโทษเรา แล้วก็ขับรถไปส่งเราที่บ้านประมาณตี 5 กว่า สรุปคืนนั้นเรารอดมาได้วันต่อมา”BB”ก็โทรมาหาเรามาขอโทดเรา เราก็บอกว่าอือไม่เป็นไรแต่ไม่อยากให้ทำแบบนี้อีก ถึงแม้เราจะไปเที่ยวกลางคืนแต่ก็ไม่ได้ใจง่ายหรือปล่อยเนื้อปล่อยตัว คราวนี้ก็คุยกันมากขึ้นทุกวันๆๆเป็นเวลา 2 เดือน จนมีวันนึงวันนั้นเราหยุดงานช่วงสายๆ”BB”ก็โทรมาชวนไปกินข้าวเที่ยงกัน เราก็เลยไม่ได้ปฏิเสธอะไรก็อาบน้ำแต่งตัวไป แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรในทางที่ไม่ดี พอแต่งตัวใกล้เสร็จ “BB”ก็โทรมาบอกถึงแล้วสักพักเราก็เดินออกไปขึ้นรถ แต่ครั้งนี้เราได้สนิทกันมากขึ้น “BB”ก็พาเราไปโรงแรมม่านรูดแถวราชพฤกษ์ ซึ่งตอนแรกเรายอมรับเลยว่าไม่รู้จริงๆว่าจะพาไปโรงแรมม่านรูด เพราะตอนอยู่ในรถก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะพาไปโรงแรมม่านรูด คุยแต่ว่าจะไปกินไรกันดี”BB”ก็บอกเดี๋ยวพาไป แต่ที่พาไปคือไปกินตับตับๆน่ะจ๊ะ สรุปแล้วครั้งนี้เราก็ได้มีอะไรกับ”BB”ครั้งแรกและป้องกัน เมื่อเสร็จภารกิจก็พาไปกินข้าวแล้วก็ไปส่งที่บ้าน ซึ่งตอนนั้นเราก็เริ่มรู้ว่า”BB”ต้องทำหน้าที่การงานที่ดีแน่ๆเพราะจากที่เวลาที่”BB”โทรหาเรามักจะได้ยินเสมอว่า”BB”จะสั่งยาบ้าง บอกอาการคนไข้บ้าง หรือแม้แต่สรุปเวชบ้าง ประมาณนี้ ซึ่งเราเองก็พอจะรู้เพราะเราเองก็ทำงานเกี่ยวกับด้านนี้เหมือนกัน พอเราเริ่มเก็บข้อมูลจากที่เราได้ยินเวลา”BB”ช่วงเวลาที่คุยกับเราหลายๆครั้งก็เลยถามไปว่าเป็นหมอหรอ “BB”ก็บอกเปล่าเป็นกรรมกร บ้าง อะไรบ้างต่างๆนา ซึ่ง”BB”จะไม่บอกเรา เราก็คิดน่ะว่าเราคงไม่เหมาะกับ “BB”หรอก ดูเค้าสูงส่งเกินไป แต่เราก็ไม่เคยคิดไปไกลมากกว่านี้เอาเป็นว่าคบแล้วมีความสุขก็คบไปเราไม่เคยเรียกร้องอะไรจาก “BB”แม้แต่ครั้งเดียว
ครั้งที่ 2 “BB”ก็โทรมาหาเราบอกว่าเราว่างไหม สเต็ปเดิมคือไปกินข้าวเที่ยงกัน ซึ่งเราก็ไปน่ะแต่ครั้งนี้ “BB” ให้เราไปหาวังหลัง เราก็ไปพร้อมชวนเพื่อนที่ทำงานไปด้วย ไปถึงก็นัดเจอกันท่าน้ำศิริราช แล้วก็ไปนั่งกินข้าวร้านอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาร้านส้มตำจำได้เลย ซึ่งช่วงตอนนั้นเราก็สั่งอาหารเสร็จก็มั่วแต่นั่งคุย สายตาก็เหลือบไปเห็นโต๊ะที่นั่งตรงข้ามมองกันและซุบซิบกัน เราก็พอจะรู้แต่ก็เฉยๆ ก็แน่อยู่แล้วเป็นธรรมดาที่เห็นหมอในโรงพยาบาลกินข้าวกับผู้หญิงอื่นก็คงต้องมีนิดนึง พอกินเสร็จก็ไปต่อ swensen กัน คือที่ไปกินเราก็ไม่ได้คิดว่าจะกินฟรีน่ะ เราจะช่วยออก แต่“BB”ก็จะจ่ายให้ กินเสร็จต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับครั้งนี้เราก็ไม่โดน “BB” กินตับ ช่วงที่เราคบกับ “BB” เราไม่เคยไปดูหนัง หรือเดินห้างเลย มีแต่ไปกินข้าวกับกินตับเท่านั้น แล้ว”BB”ก็จะเงียบหายไปซึ่งเราเองก็จะไม่โทรตามอะไรทั้งสิ้น
ครั้งที่ 3 “BB”ก็โทรหาเราซึ่งเราก็ทำงาน”BB”บอกว่างไหมพอดีผ่านมาแถวที่ทำงานเราจะชวนเราไปกินข้าว เราก็ตอบตกลงไปเพราะมันใกล้ช่วงกลางวันแล้ว พอ”BB”มารับเรา ”BB”ก็พาเราไปโรงแรมไม่ได้พาไปกินข้าวตามที่บอก ครั้งนี้เราก็โดน”BB”กินตับเป็นครั้งที่ 2 และพอมีครั้งที่2 ก็ต้องมีครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 และครั้งต่อๆไป แต่ละครั้งที่มี “BB”จะรุนแรงมาก จะให้เราทำให้”BB”บ้าง ดูแล้ว”BB”มีความต้องการทางเพศสูงแต่ละครั้งที่มีจะป้องกันทุกครั้ง มีอะไรกันแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง แล้วก็มี 2 รอบด้วย สำหรับเราเราอาจจะมองว่าเยอะหรือเค้ามีความต้องการทางเพศมากเกินไป ซึ่งถ้าเรามองจากภายนอกอาจจะมองผู้ชายคนนี้สุขุม ดูสะอาด แต่จริงๆแล้วไม่เลย “BB”เป็นคนมีคารมณ์ดี ผู้หญิงอาจจะลงเสน่ห์เค้าได้ง่าย ซึ่งไม่ต่างจากเรา เราเองก็หลงเสน่ห์อยู่ ซึ่งเวลาที่เราคุยกันเราจะแทนตัวเองด้วยคำว่า”คุณ”เสมอ ตลอดระยะเวลาที่คบกัน 3 ปี เราไม่เคยรู้จักบ้าน ไม่เคยพาไปหาเพื่อนฝูงให้รู้จัก รู้แต่เพียงว่า ทำงานที่โรงพยาบาลแถววังหลัง ชอบแตะบอล และมีหมาที่”BB”เลี้ยงไว้ชื่อ”อชิ”เค้ารักหมามากเลี้ยงเหมือนลูก จิงๆที่เราบอกไปเราก็ไม่เคยเห็นน้องหมาที่ชื่ออชินะ ฟังแต่เพียง”BB”เล่าให้ฟัง “BB”จะทำงานเยอะ มีลับลมคมในอยู่มากซึ่งเราก็ไม่เคยถามอีกเช่นเคย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราไม่เคยเซ้าซี้หรือโทรไปกวนใจ”BB”แม้แต่ครั้งเดียวมีแต่ “BB”โทรมาหาเราชวนแต่เราไปกินตับเท่านั้น  จากนั้นมา”BB”ก็เงียบหายไปประมาณ 6 เดือนเราเองก็ไม่ได้ใส่ใจกับ”BB”มากนักเพราะเราเองก็มีคนอื่นคุยด้วยอยู่
หลังจากที่หายไป 6 เดือน “BB”ก็โทรมาหาถามเราสบายดีไหม อยากเจอ เราก็บอกไม่ว่างบ้าง เพราะรู้อยู่แล้วว่าเจอทีไรก็ต้องกินตับ ครั้งนี้เราปฏิเสธแล้วก็บอกว่าเวลาเจอก็จะกินแต่ตับอย่างเดียว มาๆหายๆ “BB”ก็หัวเราะ ขนาดเราว่ายังไม่รู้สึกเลย จากวันนั้นมา”BB”ก็ไม่ได้ติดต่อเราอีกเลย และเราเองก็ไม่คิดจะติดต่อกับ”BB”อีกต่อไปเช่นกัน  สิ่งที่เล่าต่อไปนื้อยากจะฝากเตือนๆเพื่อนๆทุกคนที่กำลังเจอผู้ชายคนนี้หลอกฟันฟรีๆ ถึงแม้จะหน้าตาดี การทำงานดี แต่จิตใจเค้าไม่หวังอะไรนอกจากต้องการมีเซ็กซ์เท่านั้น  ผู้ชายคนนี้ทำงานเป็นหมอ อยู่โรงพยาบาลมีชื่อเสียง ที่ใครๆก็รู้จัก คงไม่ต้องบอกน่ะที่ไหน ใครเจอก็ระวังไว้ฝากเตือนคนที่กำลังเจอแบบนี้อยู่
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่