คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ถ้ามันผ่านเวลาที่เค้าแจ้งว่าส่งของแล้วมานานเกินปกติ สัก 3-4 วัน
สิ่งที่ควรทำ
...เก็บหลักฐานการซื้อขายทุกอย่างเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ สลิปatm อันนี้ขอให้ทำเป็นนิสัยในการซื้อของทุกๆครั้งเสมอ จนกว่าของจะมาถึงแล้ว ถ้าเป็นไปได้ให้เก็บข้อมูลคนขายไว้ ทั้งชื่อ นามสกุล เบอร์ติดต่อ อีเมล์ เลขบัญชี ชื่อบัญชี ธนาคาร
...ตรงนี้ขอให้ลองเทียบกับเวลาที่เคยซื้อของครั้งอื่นๆ เพราะมันขึ้นอยู่กับระยะทางด้วย (อย่างเราอยู่นอกกรุงเทพฯแถมอยู่หอด้วย กว่าของจะมาถึงห้องก็จะนานหน่อย สัก4-6วัน ) ...ในกรณีที่เป็นครั้งแรกและไม่ทราบเวลาจริงๆ ลองโทรถามหน่วยงานไปรษณีย์ไทยดูได้ ถ้าอยู่ต่างประเทศก็ถามหน่วยงานในประเทศคุณดูแล้วก็เริ่มติดต่อไปถามพ่อค้าแม่ค้าดู เผื่อเค้าไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ติดขัดอะไร ก็จะได้พอรู้ และถ้าเค้าไม่มีคิดตุกติกอะไร ก็ย่อมน่าจะติดต่อได้ง่ายอยู่ เพราะถือเป็นการบริการที่ดีของร้านค้าข้อนึง
...ควรใช้ถ้อยคำสุภาพ ตรงนี้เป็นเรื่องของใจเขาใจเรา ร้านที่ดีก็ไม่อยากทำผิดพลาด แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้วก็
ต้องแก้ไขกันไป อย่าไปถือโทษโกรธเค้า เอาเป็นว่าเค้าแสดงความรับผิดชอบที่เหมาะสม ไม่ปัดความรับผิดชอบก็ดีแล้ว ร้านอย่างนี้ยิ่งน่าอุดหนุนเข้าไปใหญ่ เพราะแสดงว่าเกิดปัญหาแล้วเค้าไม่ทิ้งลูกค้า
...อย่าจิก ใช้คำไม่สุภาพ หยาบคาย อันนี้ก็เหมือนกัน เกิดเป็นกรณีอย่างข้อที่แล้ว คนขายดีๆเค้าหมดกำลังใจเลิกขายไปจะว่าไง.. เราเองนั่นแหละจะเดือดร้อนเพราะร้านดีๆหายไปอีกร้านนึง... โลกนี้ยิ่งอยู่อยากขึ้นทุกวันอยู่ด้วย
ถ้าหลังจากนั้นยังไม่มีความคืบหน้า ได้แก่
1.ติดต่อได้ แต่ของไม่มาซะที...พ่อค้าแม่ค้าปัญหาเยอะแยะล้านแปด เดี๋ยวญาติเสีย.. เดี๋ยวติดธุระไปตจว...เดี๋ยวsupplierมีปัญหา.. เดี๋ยวของติดศุลกากร.. ครั้งสองครั้งพอว่า แต่นี่เล่นผลัดมาไม่ต่ำกว่าสามรอบ...จนนึกว่าพี่แกเล่นวิ่งผลัดอยู่ ก็ขอให้เริ่มสังหรณ์ใจว่าคุณอาจกำลังถูกโกงเข้าให้แล้ว
ปล. ขอบอกไว้ก่อนว่าที่ยกมานี่เป็นเหตุผลยอดฮิตของพวกนี้เลยค่ะ
2.ติดต่อไม่ได้ เดี๋ยวปิดเครื่องบ้าง โทรติดแต่ไม่รับสายบ้าง ทั้งที่โทรตอนเย็นก็แล้ว กลางวันก็แล้ว เป็นแบบนี้มา3-4วัน ก็ชักไม่น่าไว้ใจแล้วล่ะ (ถ้ามาถึงจุดนี้บางร้านที่ไม่กล้าจะโกงจริง แต่อาศัยว่ารอให้ลูกค้าลืมไปเองแล้วก็ทำเงียบจะเริ่มรู้ว่า เราไม่ได้เคี้ยวง่าย ก็จะเลิกคิดจะโกงละ)
สิ่งที่ควรทำ
...เก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคนขายและการซื้อขายเท่าที่จะหาได้ เซฟทั้งหน้าเว็บร้านนั้น หน้ารายการซื้อขายลองเอาชื่อคนขาย ชื่อร้าน เบอร์ อีเมล์ต่างๆไปหาในกูเกิ้ลดู ยิ่งได้ข้อมูลเกี่ยวกับคนขายมากยิ่งดี
...ส่งอีเมล์หรือข้อความหรือโทรหา(ถ้ามันรับ)ในเชิงตำหนิหรือเตือนด้วยถ้อยคำสุภาพและเป็นทางการตามเหมาะสม เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราเอาจริง (เหมือนเวลาแม่หรืออาจารย์เรียกเราด้วยชื่อจริง...เกร็งล่ะสิ ) ที่สำคัญคือถ้าข้อความเหล่านี้ถูกใช้เป็นหลักฐานในกรณีสุดท้ายจริงๆมันเป็นภาษีแก่ตัวเราด้วย
...ถ้าหลังจากนั้นอีกสักหนึ่งอาทิตย์ยังไม่มีความคืบหน้า ก็ขอให้ส่งข้อความสุดท้ายเป็นประกาศิต ว่าเราจะไม่ประนีประนอมกับการโกงของเค้าอีกต่อไป
ถ้าคุณมาถึงจุดนี้แล้วที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าคุณจะทำอย่างไรต่อไป
1.ทำใจ...วิธีนี้ง่ายสุด แต่แย่ที่สุด เพราะเท่ากับว่าขั้นตอนที่ผ่านมาไม่มีความหมายอะไรเลย และแย่กว่านั้นคือยิ่งทำให้คนโกงได้ใจกว่าเดิม คราวนี้จะขู่เท่าไหร่มันก็ไม่กลัวแล้ว
2.สู้...ถ้าคุณมาถึงข้อนี้แล้ว ขอให้เปิดgoogleแล้วพิมพ์ไปว่า "ข้อปฏิบัติเมื่อถูกโกง ซื้อของผ่านเน็ต" แล้วศึกษาดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะแจ้งความยังไง จะเอาผิดหรือจะเอาเงินคืนได้ยังไงบ้าง
ต้องขอโทษด้วยนะคะ เพราะที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยโดนโกงจนมาถึงขั้นนี้ คนขายยอมโอนเงินคืนมาหรือส่งของมาโดยดีทุกราย เราจึงแนะนำไม่ได้จริงๆค่ะว่าวิธีไหนดีกว่ากันยังไง (และเราก็ไม่อยากเจอเหมือนกันค่ะ)
ข้อสำคัญที่สุด
ขั้นตอนทั้งหมดขอให้ทำภายในเวลา1-2เดือน เพราะอายุการแจ้งความจะไม่เกิน 3 เดือนหลังถูกโกงค่ะ
เกร็ดความรู้เสริม
...ขอให้ดูเว็บบอร์ดของร้านที่จะซื้อเสมอว่ามีความเคลื่อนไหวตลอดหรือไม่ ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหวมานานแล้วหรือไม่มีเว็บบอร์ดควรคิดให้ดีก่อนจะซื้อ เพราะประสบการณ์ตรงที่ผ่านมากรณีที่มีปัญหาจะเป็นเว็บที่ไม่มีเว็บบอร์ดเป็นส่วนใหญ่ค่ะ
...ไม่ต้องไปฟูมฟายหรืออ้อนวอนหรือด่าทอหรือเทศน์ธรรมะให้อีกฝ่ายให้เสียเวลา ..มันไม่รู้สึกเจ็บหรือคันหรอก เสียเวลาเปล่าค่ะ แถมทำให้เราดูเป็นรองเค้าด้วย ไม่ควรอย่างยิ่ง
สิ่งที่ควรทำ
...เก็บหลักฐานการซื้อขายทุกอย่างเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ สลิปatm อันนี้ขอให้ทำเป็นนิสัยในการซื้อของทุกๆครั้งเสมอ จนกว่าของจะมาถึงแล้ว ถ้าเป็นไปได้ให้เก็บข้อมูลคนขายไว้ ทั้งชื่อ นามสกุล เบอร์ติดต่อ อีเมล์ เลขบัญชี ชื่อบัญชี ธนาคาร
...ตรงนี้ขอให้ลองเทียบกับเวลาที่เคยซื้อของครั้งอื่นๆ เพราะมันขึ้นอยู่กับระยะทางด้วย (อย่างเราอยู่นอกกรุงเทพฯแถมอยู่หอด้วย กว่าของจะมาถึงห้องก็จะนานหน่อย สัก4-6วัน ) ...ในกรณีที่เป็นครั้งแรกและไม่ทราบเวลาจริงๆ ลองโทรถามหน่วยงานไปรษณีย์ไทยดูได้ ถ้าอยู่ต่างประเทศก็ถามหน่วยงานในประเทศคุณดูแล้วก็เริ่มติดต่อไปถามพ่อค้าแม่ค้าดู เผื่อเค้าไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ติดขัดอะไร ก็จะได้พอรู้ และถ้าเค้าไม่มีคิดตุกติกอะไร ก็ย่อมน่าจะติดต่อได้ง่ายอยู่ เพราะถือเป็นการบริการที่ดีของร้านค้าข้อนึง
...ควรใช้ถ้อยคำสุภาพ ตรงนี้เป็นเรื่องของใจเขาใจเรา ร้านที่ดีก็ไม่อยากทำผิดพลาด แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้วก็
ต้องแก้ไขกันไป อย่าไปถือโทษโกรธเค้า เอาเป็นว่าเค้าแสดงความรับผิดชอบที่เหมาะสม ไม่ปัดความรับผิดชอบก็ดีแล้ว ร้านอย่างนี้ยิ่งน่าอุดหนุนเข้าไปใหญ่ เพราะแสดงว่าเกิดปัญหาแล้วเค้าไม่ทิ้งลูกค้า
...อย่าจิก ใช้คำไม่สุภาพ หยาบคาย อันนี้ก็เหมือนกัน เกิดเป็นกรณีอย่างข้อที่แล้ว คนขายดีๆเค้าหมดกำลังใจเลิกขายไปจะว่าไง.. เราเองนั่นแหละจะเดือดร้อนเพราะร้านดีๆหายไปอีกร้านนึง... โลกนี้ยิ่งอยู่อยากขึ้นทุกวันอยู่ด้วย
ถ้าหลังจากนั้นยังไม่มีความคืบหน้า ได้แก่
1.ติดต่อได้ แต่ของไม่มาซะที...พ่อค้าแม่ค้าปัญหาเยอะแยะล้านแปด เดี๋ยวญาติเสีย.. เดี๋ยวติดธุระไปตจว...เดี๋ยวsupplierมีปัญหา.. เดี๋ยวของติดศุลกากร.. ครั้งสองครั้งพอว่า แต่นี่เล่นผลัดมาไม่ต่ำกว่าสามรอบ...จนนึกว่าพี่แกเล่นวิ่งผลัดอยู่ ก็ขอให้เริ่มสังหรณ์ใจว่าคุณอาจกำลังถูกโกงเข้าให้แล้ว
ปล. ขอบอกไว้ก่อนว่าที่ยกมานี่เป็นเหตุผลยอดฮิตของพวกนี้เลยค่ะ
2.ติดต่อไม่ได้ เดี๋ยวปิดเครื่องบ้าง โทรติดแต่ไม่รับสายบ้าง ทั้งที่โทรตอนเย็นก็แล้ว กลางวันก็แล้ว เป็นแบบนี้มา3-4วัน ก็ชักไม่น่าไว้ใจแล้วล่ะ (ถ้ามาถึงจุดนี้บางร้านที่ไม่กล้าจะโกงจริง แต่อาศัยว่ารอให้ลูกค้าลืมไปเองแล้วก็ทำเงียบจะเริ่มรู้ว่า เราไม่ได้เคี้ยวง่าย ก็จะเลิกคิดจะโกงละ)
สิ่งที่ควรทำ
...เก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคนขายและการซื้อขายเท่าที่จะหาได้ เซฟทั้งหน้าเว็บร้านนั้น หน้ารายการซื้อขายลองเอาชื่อคนขาย ชื่อร้าน เบอร์ อีเมล์ต่างๆไปหาในกูเกิ้ลดู ยิ่งได้ข้อมูลเกี่ยวกับคนขายมากยิ่งดี
...ส่งอีเมล์หรือข้อความหรือโทรหา(ถ้ามันรับ)ในเชิงตำหนิหรือเตือนด้วยถ้อยคำสุภาพและเป็นทางการตามเหมาะสม เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราเอาจริง (เหมือนเวลาแม่หรืออาจารย์เรียกเราด้วยชื่อจริง...เกร็งล่ะสิ ) ที่สำคัญคือถ้าข้อความเหล่านี้ถูกใช้เป็นหลักฐานในกรณีสุดท้ายจริงๆมันเป็นภาษีแก่ตัวเราด้วย
...ถ้าหลังจากนั้นอีกสักหนึ่งอาทิตย์ยังไม่มีความคืบหน้า ก็ขอให้ส่งข้อความสุดท้ายเป็นประกาศิต ว่าเราจะไม่ประนีประนอมกับการโกงของเค้าอีกต่อไป
ถ้าคุณมาถึงจุดนี้แล้วที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าคุณจะทำอย่างไรต่อไป
1.ทำใจ...วิธีนี้ง่ายสุด แต่แย่ที่สุด เพราะเท่ากับว่าขั้นตอนที่ผ่านมาไม่มีความหมายอะไรเลย และแย่กว่านั้นคือยิ่งทำให้คนโกงได้ใจกว่าเดิม คราวนี้จะขู่เท่าไหร่มันก็ไม่กลัวแล้ว
2.สู้...ถ้าคุณมาถึงข้อนี้แล้ว ขอให้เปิดgoogleแล้วพิมพ์ไปว่า "ข้อปฏิบัติเมื่อถูกโกง ซื้อของผ่านเน็ต" แล้วศึกษาดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะแจ้งความยังไง จะเอาผิดหรือจะเอาเงินคืนได้ยังไงบ้าง
ต้องขอโทษด้วยนะคะ เพราะที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยโดนโกงจนมาถึงขั้นนี้ คนขายยอมโอนเงินคืนมาหรือส่งของมาโดยดีทุกราย เราจึงแนะนำไม่ได้จริงๆค่ะว่าวิธีไหนดีกว่ากันยังไง (และเราก็ไม่อยากเจอเหมือนกันค่ะ)
ข้อสำคัญที่สุด
ขั้นตอนทั้งหมดขอให้ทำภายในเวลา1-2เดือน เพราะอายุการแจ้งความจะไม่เกิน 3 เดือนหลังถูกโกงค่ะ
เกร็ดความรู้เสริม
...ขอให้ดูเว็บบอร์ดของร้านที่จะซื้อเสมอว่ามีความเคลื่อนไหวตลอดหรือไม่ ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหวมานานแล้วหรือไม่มีเว็บบอร์ดควรคิดให้ดีก่อนจะซื้อ เพราะประสบการณ์ตรงที่ผ่านมากรณีที่มีปัญหาจะเป็นเว็บที่ไม่มีเว็บบอร์ดเป็นส่วนใหญ่ค่ะ
...ไม่ต้องไปฟูมฟายหรืออ้อนวอนหรือด่าทอหรือเทศน์ธรรมะให้อีกฝ่ายให้เสียเวลา ..มันไม่รู้สึกเจ็บหรือคันหรอก เสียเวลาเปล่าค่ะ แถมทำให้เราดูเป็นรองเค้าด้วย ไม่ควรอย่างยิ่ง
แสดงความคิดเห็น
สามารถแจ้งความได้มั๊ยคะ