คือเพิ่งเรียนจบนะคะ รับปริญญาเสร็จก็เริ่มงานเลย เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. ทำมาก็เกือบ 4 เดือนแล้ว
เรียนจบจิตวิทยาค่ะ แต่สนใจงานและก็อยากเรียนต่อด้านการตลาด เลยมองหางานด้านการตลาด
เราเลือกที่จะหางานที่อยู่ใกล้ๆบ้านเป็นอันดับแรก ต่อมาคือ เรื่องของการเรียนรู้ในงาน เพราะเราไม่ได้เรียนการตลาดมา จึงต้องเรียนจากการทำงาน
เราก็สมัครไปหลายที่ ไปสัมภาษณ์มาก็ได้ทุกที่คะ สุดท้ายแล้วตัดสินใจเลือกที่ๆทำอยู่ เพราะ
1. ใกล้บ้านสุดๆ เดินมาแค่8 นาทีก็ถึง บางทีนั้งมอไซต์ 2 นาทีถึง
2. เงินเดือนดี ถ้าเทียบกับวุฒิป.ตรี ไม่เคยมีประสบการณ์การทำงาน เรียนไม่ตรงสาย เราได้18k อันนี้คือช่วงทดลองงาน 6 เดือนคะ จบ6เดือนอาจมีเพิ่ม
3. บริษัทนี้เอง ไม่เคยมีฝ่ายการตลาดมาก่อน แปลว่าคุณเข้ามา คุณทำได้เต็มที่เลย
ลักษณะการบริหารที่นี้คือเจ้าของคนเดียว ควบคุมดูแลทุกอย่าง แต่ก็มีน้องสาวดูแลเรื่องการโฆษณา และน้องชายดูแลเรื่องการขาย เป็นลักษณะธุรกิจครอบครัว
จากข้อ3 นี้เอง เรามองเห็นลู่ทางในการเรียนรู้งาน ว่าเราจะได้ทำทุกอย่างจริงๆแน่นนอ
และอีกอย่างคือ เราคุยงานกับเจ้าของโดยตรง ไม่ต้องมีระบบเจ้านายเป็นทอดๆ
ตอนเขารับเราเข้ามา เขาเหมือนจะไม่รับเพราะไม่มีประสบการณ์ แต่แล้วเขาก็รับ ปัญหาของที่นี้คือ 12ปีที่ทำกิจการมา ไม่มีการทำการตลาดเลย ในทุกๆปี ยอดขายรวมเพิ่มขึ้นมากๆๆ แต่เมื่อมาดูในรายสินค้าแต่ละตัว กลับน้อยลง เขารับเราเข้ามาดูแลปัญหาส่วนนี้
ลืมบอกไปคะ เขาอยากจะจัดทีมการตลาด 7 คน ตอนเราเข้ามา เขารับมา2คน แต่อีกคนไม่มีความรับผิดชอบ ออกไปโดยไม่บอกกล่าว เลยเหลือเราคนเดียวตอนนี้
โดยขั้นแรกที่เขารับมา เราก็ดูแลยอดขายสินค้าแต่ละที่ เข้าไปแก้ที่หน้าร้าน (4p --> place)
เราก็ได้เสนอเขาเรื่องระบบเทรนพวกเซลล์ และก็ทำโปรแกรม welcome newby เมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามา หรือเซลล์ที่ต้องดูแลร้านต่างๆเข้ามา
เราอาจเสียเวลาเล็กน้อยเพื่อให้ข้อมูลเข้าก่อน เพราะที่ผ่านมาบางคนทำงานมา 1 เดือน ก็ยังไม่รู้เรื่องเลย
พอเราทำเสร็จปรากฏว่าบางคนแต่วันเดียวก็ทำงานได้เลย
แล้วก็ได้ทำเรื่องการออกบูท อีเว้นที่บริษัทได้โคกับนิตยาสารและวิทยุไว้ เราก็ทำหน้าที่เป็น mc ด้วยละจ๊า เวลาไปออกบูท ทั้งแจก ทั้งโฟน ก็สนุกดี
ไปออกบูทเกือบ 20 ครั้งได้ จนเราเสนอไปว่า เราควรจะรับพนักงานเป็นPC ประจำของบริษัท เวลามีงานอีเว้นแบบนี้ก็ให้ PC ไปทำ
พอไม่มีอีเว้น ก็ให้เขาไปตั้งบูทตามห้างต่างๆ โลตัส บิ๊กซีไรงี้ เขาก็สนใจนะ เราก็เขียน JD ให้ไปคร่าวๆ (เคยฝึกงาน HR มา)
สุดท้ายก็ล้มไป เพราะเขาเฉยมากอะ ถึงรับมาก็คงไม่รู้ว่าจะให้ทำงานอะไร
ต่อมา เขามีโปรเจคจะทำสินค้าตัวใหม่ เราก็ดูตลาดให้ ทั้งออกไปซื้อของ กลับมาทำสรุปราคา ส่วนผสม positioning การวางคอนเซปสินค้าใหม่
ซึ่งนี้ละคือจุดเริ่มต้นของปัญหา คือพอเราเคลียอะไรเสร็จ เราจะต้องอัพเดตงานกับเขาว่า จะเอาไงต่อดีคะ เดินยังไงต่อดี แต่นี้คือ เขาไม่มีเวลาให้เราเลย
เหมือนว่าเขาจะให้เรานั้งเฉยๆมาเกือบ 3 สัปดาห์แล้วคะ ระหว่างนี้ เราก็นั้งหางานวิจัยต่างๆของส่วนประกอบสินค้าไรงี้ (เขาไม่ได้สั่ง แต่อยากทำให้เอง)
เพื่อที่เวลา R&D ทำจริงๆแล้วจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการวิจัยมาก แต่นั้งหาไปเรื่อยๆมันก็เพลียอะ แบบฉันชอบการทำงาน อยากให้งานเดินหน้าต่อ
แต่เขาไม่ว่างเลยคะ เขาต้องดูแลทุกอย่างคนเดียว ทั้งการผลิต รับคนเข้าทำงาน ฝ่ายบรรจุ เขาดูแลคนเดียวหมด ไม่มีเวลามาคุยกับเราเลย
ทุกครั้งที่เรานำงานไปเสนอ เขาจะพูดว่า "ดีมาก" และเราเองก็รู้ด้วยว่า เราทำงานดีมากจริงๆ
แต่เกือบ 3 สัปดาห์มาแล้วที่เราได้แต่นั้งเฉยๆ เปิดยูทูป พันทิป โน้นนี้นั้น อ่านไปเรื่อง บาทีก็ดูโคนัน
เพราะเราไม่สามารถเดินหน้างานเราได้เพราะเขาไม่มีเวลาคุยกับเรา
เราโอเคนะกับงานสบายๆ 8.30-17.30 จ.-ส. ตื่น 8 โมงยังมาทำงานทัน ตอนเที่ยงก็กลับไปกินข้าวที่บ้าน ดูการ์ตูนซักตอนทุกวัน
(เมื่อก่อนเคยทำงานที่ได้เงินเดือน 40k ทำวันละ2ชม. มีเวลาเยอะ ใช้เงินหมดค่ะ ไม่มีเก็บ เลยมาทำงานแบบนี้แทน)
เราคิดว่าเขาเสียดุลการค้านะ เพราะว่าเขามีทรัพยากรอยู่ในมือ คือเรา แต่เขากลับไม่ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค้าที่สุด
เขาเสียเงินให้เราเดือนละ 18k ให้เรามานั้งใช้เน็ตฟรี ดูหนัง ฟังเพลง ทั้งๆที่เราอยากงาน เราชอบใช้ความคิด รู้สึกไม่โอเคกับที่เป็นอยู่
เพิ่มเติม ปัญหาเกิดเช้านี้เลยคะ เดือนนี้เรามีต้องไปออกบูธ แต่เราไม่รู้ว่าวันไหน จนเมื่อวันที่6 ตอนเย็นเราได้คุยกับโคของบริษัท เราก็ให้เขาส่งอีเมลล์มา
เขาก็ส่งมาเย็นวันนั้น แล้ววันที่ 7 เราลางาน พอวันนี้มาเชคเมลล์ก็พบว่าจะออกบูทวัน จ. อ. พ. หน้านี้แล้ว ยังไม่ได้เตรียมของด้วย
เราก็ไปบอกฝ่ายเตรียมของ เขาก็ตำหนิเราว่าทำไมเพิ่งมาบอก รู้มานานแล้วไม่ใช่เหรอ
คือ ที่ผ่านมา คุณเขาจะมาบอกเราว่าจะไปออกบูทวันไหน เพราะอีเมลล์ของบริษัทโค ไม่เข้ามาที่อีเมลล์มาร์เก็ตติ้งค่ะ
ถ้าวันนั้นคุณน้องสาวที่ดูแลการโฆษณาเกิดติดต่อไม่ได้จนคุณโคต้องติดต่อเรา เราคงไม่รู้ว่าวันจันทร์นี้ออกบูทเป็นแน่แท้
แถมยังโดนตำหนิจากฝ่ายเตรียมของอีก
สุดท้ายช่วยเราคิดหน่อยว่า เราควรจะออกไปดีไหม หรือรอให้สถานการณ์ดีขึ้น เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้งานจริงๆ เพราะช่วงนี้ เขาสัมภาษณ์คนเยอะมาก
เราไม่อยากเสียดายโอกาสในการเรียนรู้งาน ถ้าเราออกไปแล้วไปที่อื่น ไหนจะเรื่องเงินเดือน เรื่องการเดินทาง เรื่องระบบเจ้านาย
เราคิดว่าตัวเรามีความสามารถนะ และก็ไม่ใช่พวกที่หนักไม่เอาเบาไม่สู้ (นี้มันเบามาก จนไม่มีอะไร จนหมดไฟอะ)
ไม่ชอบตัวเองเลยที่มานั้งเฉยๆ กินตังเขาฟรีอะ
เราควรลาออกจากงานไปหางานใหม่ทำดีกว่าไหม
เรียนจบจิตวิทยาค่ะ แต่สนใจงานและก็อยากเรียนต่อด้านการตลาด เลยมองหางานด้านการตลาด
เราเลือกที่จะหางานที่อยู่ใกล้ๆบ้านเป็นอันดับแรก ต่อมาคือ เรื่องของการเรียนรู้ในงาน เพราะเราไม่ได้เรียนการตลาดมา จึงต้องเรียนจากการทำงาน
เราก็สมัครไปหลายที่ ไปสัมภาษณ์มาก็ได้ทุกที่คะ สุดท้ายแล้วตัดสินใจเลือกที่ๆทำอยู่ เพราะ
1. ใกล้บ้านสุดๆ เดินมาแค่8 นาทีก็ถึง บางทีนั้งมอไซต์ 2 นาทีถึง
2. เงินเดือนดี ถ้าเทียบกับวุฒิป.ตรี ไม่เคยมีประสบการณ์การทำงาน เรียนไม่ตรงสาย เราได้18k อันนี้คือช่วงทดลองงาน 6 เดือนคะ จบ6เดือนอาจมีเพิ่ม
3. บริษัทนี้เอง ไม่เคยมีฝ่ายการตลาดมาก่อน แปลว่าคุณเข้ามา คุณทำได้เต็มที่เลย
ลักษณะการบริหารที่นี้คือเจ้าของคนเดียว ควบคุมดูแลทุกอย่าง แต่ก็มีน้องสาวดูแลเรื่องการโฆษณา และน้องชายดูแลเรื่องการขาย เป็นลักษณะธุรกิจครอบครัว
จากข้อ3 นี้เอง เรามองเห็นลู่ทางในการเรียนรู้งาน ว่าเราจะได้ทำทุกอย่างจริงๆแน่นนอ
และอีกอย่างคือ เราคุยงานกับเจ้าของโดยตรง ไม่ต้องมีระบบเจ้านายเป็นทอดๆ
ตอนเขารับเราเข้ามา เขาเหมือนจะไม่รับเพราะไม่มีประสบการณ์ แต่แล้วเขาก็รับ ปัญหาของที่นี้คือ 12ปีที่ทำกิจการมา ไม่มีการทำการตลาดเลย ในทุกๆปี ยอดขายรวมเพิ่มขึ้นมากๆๆ แต่เมื่อมาดูในรายสินค้าแต่ละตัว กลับน้อยลง เขารับเราเข้ามาดูแลปัญหาส่วนนี้
ลืมบอกไปคะ เขาอยากจะจัดทีมการตลาด 7 คน ตอนเราเข้ามา เขารับมา2คน แต่อีกคนไม่มีความรับผิดชอบ ออกไปโดยไม่บอกกล่าว เลยเหลือเราคนเดียวตอนนี้
โดยขั้นแรกที่เขารับมา เราก็ดูแลยอดขายสินค้าแต่ละที่ เข้าไปแก้ที่หน้าร้าน (4p --> place)
เราก็ได้เสนอเขาเรื่องระบบเทรนพวกเซลล์ และก็ทำโปรแกรม welcome newby เมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามา หรือเซลล์ที่ต้องดูแลร้านต่างๆเข้ามา
เราอาจเสียเวลาเล็กน้อยเพื่อให้ข้อมูลเข้าก่อน เพราะที่ผ่านมาบางคนทำงานมา 1 เดือน ก็ยังไม่รู้เรื่องเลย
พอเราทำเสร็จปรากฏว่าบางคนแต่วันเดียวก็ทำงานได้เลย
แล้วก็ได้ทำเรื่องการออกบูท อีเว้นที่บริษัทได้โคกับนิตยาสารและวิทยุไว้ เราก็ทำหน้าที่เป็น mc ด้วยละจ๊า เวลาไปออกบูท ทั้งแจก ทั้งโฟน ก็สนุกดี
ไปออกบูทเกือบ 20 ครั้งได้ จนเราเสนอไปว่า เราควรจะรับพนักงานเป็นPC ประจำของบริษัท เวลามีงานอีเว้นแบบนี้ก็ให้ PC ไปทำ
พอไม่มีอีเว้น ก็ให้เขาไปตั้งบูทตามห้างต่างๆ โลตัส บิ๊กซีไรงี้ เขาก็สนใจนะ เราก็เขียน JD ให้ไปคร่าวๆ (เคยฝึกงาน HR มา)
สุดท้ายก็ล้มไป เพราะเขาเฉยมากอะ ถึงรับมาก็คงไม่รู้ว่าจะให้ทำงานอะไร
ต่อมา เขามีโปรเจคจะทำสินค้าตัวใหม่ เราก็ดูตลาดให้ ทั้งออกไปซื้อของ กลับมาทำสรุปราคา ส่วนผสม positioning การวางคอนเซปสินค้าใหม่
ซึ่งนี้ละคือจุดเริ่มต้นของปัญหา คือพอเราเคลียอะไรเสร็จ เราจะต้องอัพเดตงานกับเขาว่า จะเอาไงต่อดีคะ เดินยังไงต่อดี แต่นี้คือ เขาไม่มีเวลาให้เราเลย
เหมือนว่าเขาจะให้เรานั้งเฉยๆมาเกือบ 3 สัปดาห์แล้วคะ ระหว่างนี้ เราก็นั้งหางานวิจัยต่างๆของส่วนประกอบสินค้าไรงี้ (เขาไม่ได้สั่ง แต่อยากทำให้เอง)
เพื่อที่เวลา R&D ทำจริงๆแล้วจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการวิจัยมาก แต่นั้งหาไปเรื่อยๆมันก็เพลียอะ แบบฉันชอบการทำงาน อยากให้งานเดินหน้าต่อ
แต่เขาไม่ว่างเลยคะ เขาต้องดูแลทุกอย่างคนเดียว ทั้งการผลิต รับคนเข้าทำงาน ฝ่ายบรรจุ เขาดูแลคนเดียวหมด ไม่มีเวลามาคุยกับเราเลย
ทุกครั้งที่เรานำงานไปเสนอ เขาจะพูดว่า "ดีมาก" และเราเองก็รู้ด้วยว่า เราทำงานดีมากจริงๆ
แต่เกือบ 3 สัปดาห์มาแล้วที่เราได้แต่นั้งเฉยๆ เปิดยูทูป พันทิป โน้นนี้นั้น อ่านไปเรื่อง บาทีก็ดูโคนัน
เพราะเราไม่สามารถเดินหน้างานเราได้เพราะเขาไม่มีเวลาคุยกับเรา
เราโอเคนะกับงานสบายๆ 8.30-17.30 จ.-ส. ตื่น 8 โมงยังมาทำงานทัน ตอนเที่ยงก็กลับไปกินข้าวที่บ้าน ดูการ์ตูนซักตอนทุกวัน
(เมื่อก่อนเคยทำงานที่ได้เงินเดือน 40k ทำวันละ2ชม. มีเวลาเยอะ ใช้เงินหมดค่ะ ไม่มีเก็บ เลยมาทำงานแบบนี้แทน)
เราคิดว่าเขาเสียดุลการค้านะ เพราะว่าเขามีทรัพยากรอยู่ในมือ คือเรา แต่เขากลับไม่ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค้าที่สุด
เขาเสียเงินให้เราเดือนละ 18k ให้เรามานั้งใช้เน็ตฟรี ดูหนัง ฟังเพลง ทั้งๆที่เราอยากงาน เราชอบใช้ความคิด รู้สึกไม่โอเคกับที่เป็นอยู่
เพิ่มเติม ปัญหาเกิดเช้านี้เลยคะ เดือนนี้เรามีต้องไปออกบูธ แต่เราไม่รู้ว่าวันไหน จนเมื่อวันที่6 ตอนเย็นเราได้คุยกับโคของบริษัท เราก็ให้เขาส่งอีเมลล์มา
เขาก็ส่งมาเย็นวันนั้น แล้ววันที่ 7 เราลางาน พอวันนี้มาเชคเมลล์ก็พบว่าจะออกบูทวัน จ. อ. พ. หน้านี้แล้ว ยังไม่ได้เตรียมของด้วย
เราก็ไปบอกฝ่ายเตรียมของ เขาก็ตำหนิเราว่าทำไมเพิ่งมาบอก รู้มานานแล้วไม่ใช่เหรอ
คือ ที่ผ่านมา คุณเขาจะมาบอกเราว่าจะไปออกบูทวันไหน เพราะอีเมลล์ของบริษัทโค ไม่เข้ามาที่อีเมลล์มาร์เก็ตติ้งค่ะ
ถ้าวันนั้นคุณน้องสาวที่ดูแลการโฆษณาเกิดติดต่อไม่ได้จนคุณโคต้องติดต่อเรา เราคงไม่รู้ว่าวันจันทร์นี้ออกบูทเป็นแน่แท้
แถมยังโดนตำหนิจากฝ่ายเตรียมของอีก
สุดท้ายช่วยเราคิดหน่อยว่า เราควรจะออกไปดีไหม หรือรอให้สถานการณ์ดีขึ้น เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้งานจริงๆ เพราะช่วงนี้ เขาสัมภาษณ์คนเยอะมาก
เราไม่อยากเสียดายโอกาสในการเรียนรู้งาน ถ้าเราออกไปแล้วไปที่อื่น ไหนจะเรื่องเงินเดือน เรื่องการเดินทาง เรื่องระบบเจ้านาย
เราคิดว่าตัวเรามีความสามารถนะ และก็ไม่ใช่พวกที่หนักไม่เอาเบาไม่สู้ (นี้มันเบามาก จนไม่มีอะไร จนหมดไฟอะ)
ไม่ชอบตัวเองเลยที่มานั้งเฉยๆ กินตังเขาฟรีอะ