วันแรกที่เจอกัน ...
คุณขึ้นมาชั้น 3 เพื่อมาอัพเดตข้อมูลประจำวัน พูดจาสุภาพนอบน้อม เป็นผู้ชายเสียงเบาฟังแล้วลื่นหู
ตั้งแต่วันนั้น ฉันก็ได้แต่คิดว่าเราจะได้เจอกันบ่อยแค่ไหน “ฉันประทับใจในตัวคุณ”
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ฉันย้ายมาที่นี้ เราได้พูดคุยในช่วงเวลางานและเรื่องงานเพียงเท่านั้น
ความพยายามครั้งแรก...
มีอยู่วันหนึ่งคุณได้พูดถึงงานอดิเรกครั้งแรกกับพี่ทำงาน คุณคงไม่รู้ว่าฉันตั้งใจฟังมันแค่ไหน คุณบอกว่าอยากเปลี่ยนสีรถเป็นสีชมพู หลังจากที่ฉันถามว่า “สีชมพูเลยหรอ” คุณตอบว่า “ก็รถผมไม่มีคนนั่งข้างๆเลยแต่งตามใจตัวเอง” คุณคงไม่รู้อีกนั่นแหละว่าหัวใจคนฟังมันพองโต แต่ก็มารู้ภายหลังว่าที่คุณพูดนั้นอยากให้คนอื่นฟังมากกว่า
ความพยายามครั้งที่สอง...
ผ่านมาหลายสัปดาห์นับจากนั้น คุณเริ่มห่างหาย ไม่มาอัพเดตข้อมูล ฉันต้องโทรตาม แต่ฉันลำบากใจ คุณคงคิดว่าฉันเป็นตัววุ่นวาย แต่ไม่เป็นไรงานคุณคงเยอะ ฉันเริ่มอัพเดตข้อมูลเองโดยการเดินตรวจหน้างาน ฉันยอมกลับบ้านมืดค่ำเพื่องานเอกสารที่ค้างคา แต่ก็ไม่เป็นไรยังไงมันก็คือหน้าที่ของฉัน
ระยะนี้เราไม่ค่อยได้คุยกัน ฉันไม่ตามงาน ไม่ยุ่ง ไม่วุ่นวาย คุณไม่ถามฉันไม่ตอบ ช่วงนี้แหละทรมานสุดๆ ฉันเริ่มรู้สึกจากเจอหน้าคุณ อยากได้ยินเสียงของคุณ ตอนที่เราเดินสวนทางกันคุณไม่มีทางรู้หรอกว่าฉันดีใจมากแค่ไหน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นทักทายกันจากตรงไหนดี
ตลอดทั้งสัปดาห์ฉันจะเฝ้ารอคอยวันเพียงหนึ่งวัน คือวันที่มีการจัดประชุมตลอดช่วงเวลาสองชั่วโมงหรืออาจจะมากกว่านั้น คือช่วงเวลาที่ฉันจะมองหน้าคุณได้ในระยะใกล้ที่สุด แต่ก็อีกนั่นแหละ คุณมักจะนั่งหลังคนอื่น ทำตัวเล็กลีบทำให้บางครั้งฉันมองเห็นแค่บางส่วนจากตัวของคุณแค่เท่านั้น
พักนี้งานเอกสารเริ่มเบาลง ฉันมีโอกาสได้เดินหน้างานมากขึ้น ฉันดูงานในอาคาร คุณดูแลส่วนงานภายนอก ระเบียงและหน้าต่าง อาคารเอ คือส่วนที่ฉันเข้าออกบ่อยที่สุด เพราะอะไรนะหรือ เพราะฉันจะสามารถมองเห็นคุณไกลๆจากบริเวณนี้
วิทยุสื่อสารคือสิ่งเดียวที่จะทำให้ฉันสามารถได้ยินเสียงของคุณได้ในขณะนี้ ขอให้ใครเรียกหาคุณเถอะ ขอให้รู้ไว้ว่าจะฉันจะปรับระดับเสียงให้ได้ยินเสียงคุณให้ชัดเจนมากที่สุด
ถ้ามีเอกสารที่จะต้องสำเนาและถ้าฉันไม่ยุ่งมาก ฉันจะลงมาใช้เครื่องถ่ายเอกสารด้วยตัวเองแทนการใช้งานเลขาฯ เพราะนั้นหมายถึงฉันจะมองเห็นแผ่นหลังของคุณจากจุดที่เครื่องถ่ายเอกสารตั้งอยู่
ความพยายามครั้งที่สาม...
เหมือนทุกอย่างเริ่มจะเป็นใจ ฉันเริ่มมีหวังหลังจากน้องคนนั้นลาออกไป และฉันต้องเปลี่ยนแปลงหน้าที่ เพราะเพื่อนร่วมงานต้องย้ายไปประจำที่โครงการอื่น ส่วนงานภายนอกเริ่มเบาบาง เพื่อนร่วมงานของคุณกำลังจะลาออก คุณต้องมารับผิดชอบหน้าที่แทนเขา ฉันดีใจจนแทบบ้าเมื่อรู้ว่าเรากำลังจะโคจรมาเจอกัน
ส่วนงานของคุณส่วนงานของฉัน “เรา” ต้องรับผิดชอบร่วมกัน แค่เพียงต่างหน้าที่และบทบาท คุณเริ่มขอโทรศัพท์หาฉันแทนการใช้วิทยุสื่อสาร เราคุยกันมากขึ้น ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน ฉันรับรู้เรื่องส่วนตัวของคุณผ่านคนอื่นบ้างคุณคงไม่ว่าอะไร มันเป็นแค่การนินทาเรื่องทั่วไป
เรามีเวลาบางช่วงที่ได้อยู่ด้วยกันแค่สองคน เอาเถอะแม้มันจะเป็นในช่วงเวลางาน แต่นั้นก็มากพอแล้วสำหรับฉัน คุณมีคำพูดที่กำกวม โอเค คุณอาจจะไม่ได้คิดอะไร คุณเป็นคนอัธยาศัยดี แต่นั่นมันทำให้ฉันมีแรงทำงานได้อีกทั้งวัน
ฉันมักได้รับรอยยิ้มบางๆจากคุณ เพราะการทำงานของเราเริ่มเป็นไปได้ดี แต่ถ้าวันไหนคุณดูเครียดๆฉันจะเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ เอาล่ะฉันยอมรับฉันเป็นคนค่อนข้างจริงจังเรื่องงาน ซึ่งมันเป็นไปตามบทบาทและหน้าที่ของฉัน ถ้าฉันเริ่มขึ้นเสียงสูงหรือเริ่มเสียงดัง คุณคงจะรู้ว่าฉันเริ่มโกรธ คุณเป็นคนแรกที่กล้าบอกฉันว่าฉันเริ่มพูดเสียงดังแล้ว และตอนนั้นฉันจะเริ่มเบาเสียงทันที คุณรู้ไหมเพราะคุณฉันเป็นคนใจเย็นขึ้นมาก
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาฉันคิดว่าเราควรจะสนิทกันให้มากขึ้น ฉันเริ่มชวนน้องๆในกลุ่มของคุณที่ฉันสนิทด้วย ไปกินข้าว ไปดื่มกัน เผื่อมีโอกาสที่คุณจะได้ตามไปด้วย ทั้งที่ฉันไม่สามารถเที่ยวกลางคืนได้ หนึ่งคือไม่ชอบดื่ม สองคือฉันต้องกลับไปนอนบ้านซึ่งค่อนข้างไกล และยิ่งดึกยิ่งอันตราย แน่นอนล่ะฉันชอบคุณแต่ฉันก็ยังต้องรักตัวเองเพื่อครอบครัวของฉัน น้องๆเริ่มรับปากว่าเราควรจะไปด้วยกันสักครั้ง และแน่นอนฉันเสนอให้เขาชวนคุณไปด้วยกัน แต่คำตอบกลับทำให้ฉันเจ็บปวดกว่าทุกครั้งที่เคยได้ยิน
ฉันไม่อาจปฏิเสธและไม่อยากหลอกตัวเองอีกต่อไป ฉันรู้อยู่แก่ใจว่าคุณมีคนคงมีคนของคุณแล้ว แต่ไม่มั่นใจว่าถึงขั้นไหนกันแล้ว หลายวันมานี้ฉันพยายามทำใจและไม่อยากเจอหน้าคุณ ไม่อยากได้ยินเสียงของคุณแม้ว่าจะในวิทยุสื่อสารก็ตาม ฉันเจ็บที่หัวใจ ฉัน ร้องไห้เวลาขับรถกลับบ้านแล้วได้ยินเพลงที่เกี่ยวกับการแอบรักหรืออกหัก ฉันเป็นบ้าไปแล้ว ทั้งที่คุณไม่เคยรับรู้ ไม่เกี่ยวอะไรกับชีวิตคุณเลย ฉันทำตัวเองให้เจ็บปวดทั้งนั้น ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ฉันคิดมาโดยตลอดว่ามันคงจะมีสักวันที่ฉันจะตัดใจได้ จะลืมมันได้สักวัน แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเรายังต้องเจอหน้ากันทุกวัน และฉันควรจะทำอย่างไรดี เพื่อไม่ให้คุณอึดอัดหรือลำบากใจ และเรายังสามารถร่วมงานกันได้ด้วยดี
ได้โปรดเถอะ “บอกฉันที”
จากฉัน(ผู้หญิงคนหนึ่ง)ที่แอบชอบคุณ(ผู้ชายคนหนึ่ง)
คุณขึ้นมาชั้น 3 เพื่อมาอัพเดตข้อมูลประจำวัน พูดจาสุภาพนอบน้อม เป็นผู้ชายเสียงเบาฟังแล้วลื่นหู
ตั้งแต่วันนั้น ฉันก็ได้แต่คิดว่าเราจะได้เจอกันบ่อยแค่ไหน “ฉันประทับใจในตัวคุณ”
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ฉันย้ายมาที่นี้ เราได้พูดคุยในช่วงเวลางานและเรื่องงานเพียงเท่านั้น
ความพยายามครั้งแรก...
มีอยู่วันหนึ่งคุณได้พูดถึงงานอดิเรกครั้งแรกกับพี่ทำงาน คุณคงไม่รู้ว่าฉันตั้งใจฟังมันแค่ไหน คุณบอกว่าอยากเปลี่ยนสีรถเป็นสีชมพู หลังจากที่ฉันถามว่า “สีชมพูเลยหรอ” คุณตอบว่า “ก็รถผมไม่มีคนนั่งข้างๆเลยแต่งตามใจตัวเอง” คุณคงไม่รู้อีกนั่นแหละว่าหัวใจคนฟังมันพองโต แต่ก็มารู้ภายหลังว่าที่คุณพูดนั้นอยากให้คนอื่นฟังมากกว่า
ความพยายามครั้งที่สอง...
ผ่านมาหลายสัปดาห์นับจากนั้น คุณเริ่มห่างหาย ไม่มาอัพเดตข้อมูล ฉันต้องโทรตาม แต่ฉันลำบากใจ คุณคงคิดว่าฉันเป็นตัววุ่นวาย แต่ไม่เป็นไรงานคุณคงเยอะ ฉันเริ่มอัพเดตข้อมูลเองโดยการเดินตรวจหน้างาน ฉันยอมกลับบ้านมืดค่ำเพื่องานเอกสารที่ค้างคา แต่ก็ไม่เป็นไรยังไงมันก็คือหน้าที่ของฉัน
ระยะนี้เราไม่ค่อยได้คุยกัน ฉันไม่ตามงาน ไม่ยุ่ง ไม่วุ่นวาย คุณไม่ถามฉันไม่ตอบ ช่วงนี้แหละทรมานสุดๆ ฉันเริ่มรู้สึกจากเจอหน้าคุณ อยากได้ยินเสียงของคุณ ตอนที่เราเดินสวนทางกันคุณไม่มีทางรู้หรอกว่าฉันดีใจมากแค่ไหน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นทักทายกันจากตรงไหนดี
ตลอดทั้งสัปดาห์ฉันจะเฝ้ารอคอยวันเพียงหนึ่งวัน คือวันที่มีการจัดประชุมตลอดช่วงเวลาสองชั่วโมงหรืออาจจะมากกว่านั้น คือช่วงเวลาที่ฉันจะมองหน้าคุณได้ในระยะใกล้ที่สุด แต่ก็อีกนั่นแหละ คุณมักจะนั่งหลังคนอื่น ทำตัวเล็กลีบทำให้บางครั้งฉันมองเห็นแค่บางส่วนจากตัวของคุณแค่เท่านั้น
พักนี้งานเอกสารเริ่มเบาลง ฉันมีโอกาสได้เดินหน้างานมากขึ้น ฉันดูงานในอาคาร คุณดูแลส่วนงานภายนอก ระเบียงและหน้าต่าง อาคารเอ คือส่วนที่ฉันเข้าออกบ่อยที่สุด เพราะอะไรนะหรือ เพราะฉันจะสามารถมองเห็นคุณไกลๆจากบริเวณนี้
วิทยุสื่อสารคือสิ่งเดียวที่จะทำให้ฉันสามารถได้ยินเสียงของคุณได้ในขณะนี้ ขอให้ใครเรียกหาคุณเถอะ ขอให้รู้ไว้ว่าจะฉันจะปรับระดับเสียงให้ได้ยินเสียงคุณให้ชัดเจนมากที่สุด
ถ้ามีเอกสารที่จะต้องสำเนาและถ้าฉันไม่ยุ่งมาก ฉันจะลงมาใช้เครื่องถ่ายเอกสารด้วยตัวเองแทนการใช้งานเลขาฯ เพราะนั้นหมายถึงฉันจะมองเห็นแผ่นหลังของคุณจากจุดที่เครื่องถ่ายเอกสารตั้งอยู่
ความพยายามครั้งที่สาม...
เหมือนทุกอย่างเริ่มจะเป็นใจ ฉันเริ่มมีหวังหลังจากน้องคนนั้นลาออกไป และฉันต้องเปลี่ยนแปลงหน้าที่ เพราะเพื่อนร่วมงานต้องย้ายไปประจำที่โครงการอื่น ส่วนงานภายนอกเริ่มเบาบาง เพื่อนร่วมงานของคุณกำลังจะลาออก คุณต้องมารับผิดชอบหน้าที่แทนเขา ฉันดีใจจนแทบบ้าเมื่อรู้ว่าเรากำลังจะโคจรมาเจอกัน
ส่วนงานของคุณส่วนงานของฉัน “เรา” ต้องรับผิดชอบร่วมกัน แค่เพียงต่างหน้าที่และบทบาท คุณเริ่มขอโทรศัพท์หาฉันแทนการใช้วิทยุสื่อสาร เราคุยกันมากขึ้น ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน ฉันรับรู้เรื่องส่วนตัวของคุณผ่านคนอื่นบ้างคุณคงไม่ว่าอะไร มันเป็นแค่การนินทาเรื่องทั่วไป
เรามีเวลาบางช่วงที่ได้อยู่ด้วยกันแค่สองคน เอาเถอะแม้มันจะเป็นในช่วงเวลางาน แต่นั้นก็มากพอแล้วสำหรับฉัน คุณมีคำพูดที่กำกวม โอเค คุณอาจจะไม่ได้คิดอะไร คุณเป็นคนอัธยาศัยดี แต่นั่นมันทำให้ฉันมีแรงทำงานได้อีกทั้งวัน
ฉันมักได้รับรอยยิ้มบางๆจากคุณ เพราะการทำงานของเราเริ่มเป็นไปได้ดี แต่ถ้าวันไหนคุณดูเครียดๆฉันจะเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ เอาล่ะฉันยอมรับฉันเป็นคนค่อนข้างจริงจังเรื่องงาน ซึ่งมันเป็นไปตามบทบาทและหน้าที่ของฉัน ถ้าฉันเริ่มขึ้นเสียงสูงหรือเริ่มเสียงดัง คุณคงจะรู้ว่าฉันเริ่มโกรธ คุณเป็นคนแรกที่กล้าบอกฉันว่าฉันเริ่มพูดเสียงดังแล้ว และตอนนั้นฉันจะเริ่มเบาเสียงทันที คุณรู้ไหมเพราะคุณฉันเป็นคนใจเย็นขึ้นมาก
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาฉันคิดว่าเราควรจะสนิทกันให้มากขึ้น ฉันเริ่มชวนน้องๆในกลุ่มของคุณที่ฉันสนิทด้วย ไปกินข้าว ไปดื่มกัน เผื่อมีโอกาสที่คุณจะได้ตามไปด้วย ทั้งที่ฉันไม่สามารถเที่ยวกลางคืนได้ หนึ่งคือไม่ชอบดื่ม สองคือฉันต้องกลับไปนอนบ้านซึ่งค่อนข้างไกล และยิ่งดึกยิ่งอันตราย แน่นอนล่ะฉันชอบคุณแต่ฉันก็ยังต้องรักตัวเองเพื่อครอบครัวของฉัน น้องๆเริ่มรับปากว่าเราควรจะไปด้วยกันสักครั้ง และแน่นอนฉันเสนอให้เขาชวนคุณไปด้วยกัน แต่คำตอบกลับทำให้ฉันเจ็บปวดกว่าทุกครั้งที่เคยได้ยิน
ฉันไม่อาจปฏิเสธและไม่อยากหลอกตัวเองอีกต่อไป ฉันรู้อยู่แก่ใจว่าคุณมีคนคงมีคนของคุณแล้ว แต่ไม่มั่นใจว่าถึงขั้นไหนกันแล้ว หลายวันมานี้ฉันพยายามทำใจและไม่อยากเจอหน้าคุณ ไม่อยากได้ยินเสียงของคุณแม้ว่าจะในวิทยุสื่อสารก็ตาม ฉันเจ็บที่หัวใจ ฉัน ร้องไห้เวลาขับรถกลับบ้านแล้วได้ยินเพลงที่เกี่ยวกับการแอบรักหรืออกหัก ฉันเป็นบ้าไปแล้ว ทั้งที่คุณไม่เคยรับรู้ ไม่เกี่ยวอะไรกับชีวิตคุณเลย ฉันทำตัวเองให้เจ็บปวดทั้งนั้น ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ฉันคิดมาโดยตลอดว่ามันคงจะมีสักวันที่ฉันจะตัดใจได้ จะลืมมันได้สักวัน แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเรายังต้องเจอหน้ากันทุกวัน และฉันควรจะทำอย่างไรดี เพื่อไม่ให้คุณอึดอัดหรือลำบากใจ และเรายังสามารถร่วมงานกันได้ด้วยดี