คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 25

สารส้ม...มีอันตรายหรือไม่? วันนี้ศูนย์รักษาพิษสารเคมีอันตรายภาคตะวันออก นำความรู้ดีๆมาฝากเช่นเคย เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายกับเจ้าสารส้มนี้ ที่หลายคนนำมาใช้ประโยชน์กันหลายวิธี ไม่ว่าจะดับกลิ่นตัว หรือกลิ่นเท้าและอีกหลายอย่าง แต่จะมีใครรู้หรือเคยคิดสงสัยบ้างไหม ว่าเจ้าสารส้มที่เรารู้จักกันนี้มีอันตรายหรือไม่
สารส้ม (หรือ Alum or potash alum or potassium aluminium sulfate dodecahydrate) คือสารทำให้หดตัว (Astringent) หรือที่เรียกว่าเกลือเชิงซ้อน (ผลึกเกลือ) ของสารประกอบที่มีธาตุอะลูมิเนียมและซัลเฟตเป็นสารประกอบหลัก แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
อะลูมิเนียมซัลเฟต มีลักษณะเป็นก้อนผงสีขาว
โพแทสเซียมอะลัม มีลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี
แอมโมเนียมอะลัม มีลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี
ทั้ง 3 สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในแบบเดียวกันได้ และหากเติมแอมโมเนียมอะลัมและโพแทสเชียมลงไปจะทำให้เป็นก้อนผลึกใสและบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
คุณสมบัติของสารส้ม
ไม่มีสีและกลิ่น เหมาะสำหรับผู้ชอบใช้น้ำหอมเพราะจะไม่มีกลิ่นไปรบกวนหรือหักล้างกลิ่นน้ำหอมที่ใช้
ไม่เปื้อนเสื้อผ้า เพราะไม่มีส่วนผสมของครีมและน้ำมัน
ปลอดภัย ต่อร่างกาย คือไม่อุดตันรูขุมขน ไม่ซึมเข้าร่างกาย เพราะสารส้มทำให้เกิดประจุลบ จึงไม่สามารถผ่านผนังเซลล์ได้ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายโอโซน
ไม่เสื่อมสภาพ มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อม จึงไม่เสื่อมสภาวะที่อุณหภูมิห้อง
สรรพคุณ
1. สารส้มใช้แกว่งในบ่อเก็บน้ำเพื่อให้สิ่งสกปรกตกตะกอน
2. สามารถใช้ในการกำจัดกลิ่นตัวโดยเฉพาะใต้วงแขน ดับกลิ่นได้ 100% และนานถึง 24 ชั่วโมง สารส้มไม่ปิดรูขุมขนดังนั้น จึงปลอดภัยกว่าการใช้อย่างอื่นกำจัดกลิ่นตัว เพราะบางยี่ห้อจะปิดรูขุมขนทำให้อาจเกิดมะเร็งได้
3. สามารถใช้กำจัดกลิ่นเท้าได้
4. ทำให้อาหารกรอบ นิยมใช้กับการดองผักเพื่อให้ผักดองมีความกรอบ 5. ช่วยให้พริกขี้หนูดูสดใส เก็บไว้ได้หลายวัน โดยการนำพริกขี้หนูแช่ในน้ำสารส้มสักพัก แล้วนำขึ้นมาผึ่งไว้ ก่อนทานก็ล้างพริกซะก่อน
6. ช่วยให้ข้าวเหนียวมีเมล็ดสวย โดยใช้สารส้มแกว่งในน้ำแช่ข้าวเหนียว แล้วแช่ไว้พักครู่ เปลี่ยนน้ำแช่ใหม่ เวลานึ่งแล้วข้าวจะมีเมล็ดสวย
**** พิษของสารส้ม *****
================
1. สารส้มมีพิษในการกินค่อนข้างน้อยมาก อาการที่เกิดขึ้นคือคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ซึม แต่ต้องกินในปริมาณสูงมากจึงเกิดอาการดังกล่าว
2. พิษที่เกิดจากสารส้มและพบได้บ่อย คือการสูดฝุ่นสารส้มในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้เกิดอาการหอบหืดได้
Cradit : http://www.occmedrayong.com/index.php/academictank/231-2013-04-26-03-29-31.html

สารส้ม...มีอันตรายหรือไม่? วันนี้ศูนย์รักษาพิษสารเคมีอันตรายภาคตะวันออก นำความรู้ดีๆมาฝากเช่นเคย เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายกับเจ้าสารส้มนี้ ที่หลายคนนำมาใช้ประโยชน์กันหลายวิธี ไม่ว่าจะดับกลิ่นตัว หรือกลิ่นเท้าและอีกหลายอย่าง แต่จะมีใครรู้หรือเคยคิดสงสัยบ้างไหม ว่าเจ้าสารส้มที่เรารู้จักกันนี้มีอันตรายหรือไม่
สารส้ม (หรือ Alum or potash alum or potassium aluminium sulfate dodecahydrate) คือสารทำให้หดตัว (Astringent) หรือที่เรียกว่าเกลือเชิงซ้อน (ผลึกเกลือ) ของสารประกอบที่มีธาตุอะลูมิเนียมและซัลเฟตเป็นสารประกอบหลัก แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
อะลูมิเนียมซัลเฟต มีลักษณะเป็นก้อนผงสีขาว
โพแทสเซียมอะลัม มีลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี
แอมโมเนียมอะลัม มีลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี
ทั้ง 3 สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในแบบเดียวกันได้ และหากเติมแอมโมเนียมอะลัมและโพแทสเชียมลงไปจะทำให้เป็นก้อนผลึกใสและบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
คุณสมบัติของสารส้ม
ไม่มีสีและกลิ่น เหมาะสำหรับผู้ชอบใช้น้ำหอมเพราะจะไม่มีกลิ่นไปรบกวนหรือหักล้างกลิ่นน้ำหอมที่ใช้
ไม่เปื้อนเสื้อผ้า เพราะไม่มีส่วนผสมของครีมและน้ำมัน
ปลอดภัย ต่อร่างกาย คือไม่อุดตันรูขุมขน ไม่ซึมเข้าร่างกาย เพราะสารส้มทำให้เกิดประจุลบ จึงไม่สามารถผ่านผนังเซลล์ได้ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายโอโซน
ไม่เสื่อมสภาพ มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อม จึงไม่เสื่อมสภาวะที่อุณหภูมิห้อง
สรรพคุณ
1. สารส้มใช้แกว่งในบ่อเก็บน้ำเพื่อให้สิ่งสกปรกตกตะกอน
2. สามารถใช้ในการกำจัดกลิ่นตัวโดยเฉพาะใต้วงแขน ดับกลิ่นได้ 100% และนานถึง 24 ชั่วโมง สารส้มไม่ปิดรูขุมขนดังนั้น จึงปลอดภัยกว่าการใช้อย่างอื่นกำจัดกลิ่นตัว เพราะบางยี่ห้อจะปิดรูขุมขนทำให้อาจเกิดมะเร็งได้
3. สามารถใช้กำจัดกลิ่นเท้าได้
4. ทำให้อาหารกรอบ นิยมใช้กับการดองผักเพื่อให้ผักดองมีความกรอบ 5. ช่วยให้พริกขี้หนูดูสดใส เก็บไว้ได้หลายวัน โดยการนำพริกขี้หนูแช่ในน้ำสารส้มสักพัก แล้วนำขึ้นมาผึ่งไว้ ก่อนทานก็ล้างพริกซะก่อน
6. ช่วยให้ข้าวเหนียวมีเมล็ดสวย โดยใช้สารส้มแกว่งในน้ำแช่ข้าวเหนียว แล้วแช่ไว้พักครู่ เปลี่ยนน้ำแช่ใหม่ เวลานึ่งแล้วข้าวจะมีเมล็ดสวย
**** พิษของสารส้ม *****
================
1. สารส้มมีพิษในการกินค่อนข้างน้อยมาก อาการที่เกิดขึ้นคือคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ซึม แต่ต้องกินในปริมาณสูงมากจึงเกิดอาการดังกล่าว
2. พิษที่เกิดจากสารส้มและพบได้บ่อย คือการสูดฝุ่นสารส้มในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้เกิดอาการหอบหืดได้
Cradit : http://www.occmedrayong.com/index.php/academictank/231-2013-04-26-03-29-31.html
สุดยอดความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
!! ปาท่องโก๋ร้านผม ไม่ได้ใส่ "สารส้ม"นะครับ ครัวคุณต๋อย!!!
วันนี้ 30 ต.ค.57 ผมได้นั่งดูรายการ ครัวคุณต๋อยทางช่อง 3 ทางรายการได้นำเสนอ "อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกินไป"
เรื่องนี้ผมได้เห็นผ่านตามาตั้งแต่ประมาณต้นปี เนื่องจากแชร์ทางเฟสบุค คนรอบตัวผมบางคนที่เห็นก็มาถามบ้างว่า ใส่สารส้มด้วยหรือ?
ผมก็ได้แต่บอกว่า บ้า ไม่ได้ใส่ จะใส่ทำไม? เวลาผ่านไปผมก็ลืมๆมันไป จนกระทั่งวันนี้....วันที่รายการโทรทัศน์ เรทติ้งดี เอาเรื่องนี้มานำเสนอ!!!
และรายการ ได้ให้เครดิตจากเวปนี้ http://www.doctor.or.th/article/detail/4047
จึงลองค้นในเฟสของหมอชาวบ้าน https://www.facebook.com/folkdoctorthailand/photos/a.10150455862432028.419400.172425057027/10152512248547028/?type=1&relevant_count=1 พบว่ามีคนกดไลค์ 15000 กว่า แชร์อีกเกือบ 7000
ตามที่รายการบอกว่า ปาท่องโก๋ มี สารส้ม ผมเลยลองไปหาข้อมูลดู ปรากฎว่าผมไปเจอกระทู้นี้
http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2009/06/D7949923/D7949923.html เป็นกระทู้ตั้งแต่ปี 2552
ในกระทู้นั้น ก็มีคนมาเถียง เรื่องปาท่องโก๋ ไม่ได้มีส่วนประกอบของสารส้ม และของอื่นๆ อีก ในกระทู้นั้นสรุปว่า ข้อมูล น่าจะมาจาก FWD Mail มั่วๆมากกว่า
ของอย่างอื่นผมไม่ขอพูดถึงนะครับ เนื่องจากตัวผมมีอาชีพ " ขายปาท่องโก๋ "
และเมื่อลอง ค้นหา สูตรปาท่องโก๋ ในกูเกิล ผมก็ยังไม่เห็นสูตรไหน ที่ลงว่าใส่สารส้ม!!!! และในชีวิตผม ผมขายปาท่องโก๋ ตั้งแต่ อายุ 23 จนทุกวันนี้ 33 ผมลองหาสูตรปาท่องโก๋ ต่างๆเพื่อนำมาปรับปรุงของตัวเองอยู่เสมอ จากอินเตอร์เน็ทบ้าง ถามคนอื่นบ้าง ก็ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครใส่สารส้ม!
ส่วนสูตรของผม มีดังนี้
1.น้ำ
2.เกลือ
3.น้ำตาล
4.ผงฟู
5.แอมโมเนีย
6.ยีสต์
สูตรผมมีแค่นี้จริงๆครับ...
หรืออาจจะเป็นไปได้ว่า การทำปฎิกริยาทางเคมี อาจทำให้โครงสร้างโมเลกุลเปลี่ยนแปลงไป จนเกิดเป็น สารส้ม
แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ----NH4HCO3
โซเดียมไบคาร์บอเนต----NaHCO3
สารส้ม---- KAl(SO4)2.12H2O
อันนี้ต้องรบกวนผู้รู้ด้วยครับ
สุดท้ายผมขอยืนยันว่า ผม และอีกหลายๆร้าน ไม่ได้ใส่ "สารส้ม" ลงไปในขั้นตอนการทำปาท่องโก๋แน่ครับ
ที่ผมออกมาตั้งคำถามและเรียกร้อง เพราะรายการคุณ ได้นำเสนอข้อมูลผิดๆ ซึ่งกระทบกับอาชีพผมแน่ๆ
ผมยอมรับครับ ว่าปาท่องโก๋ มันไม่ใช่อาหารที่ดี มีประโยชน์มากมายกับร่างกาย ทานมากก็อ้วน แต่!!
ผมอยากจะย้อนถามนะครับ ว่ามีอาหารสิ่งใดในโลก ที่ทาน "มากเกินไป" แล้วมันดีกับร่างกาย แม้แต่น้ำเปล่าเองก็เถอะ...(ส่วนสเกลของคำว่า
"มากเกินไป" มันแค่ไหน? เท่าไร? ปริมาณเท่าใด? นานแค่ไหน? ตัวแปรเยอะมาก)
และส่วนที่สำคัญที่สุดคือ อาหารอย่างอื่นอีก 9 อย่างอาจจะมีสิ่งที่คุณกล่าวมาอยู่จริง แต่!!!คุณกล่าวหาในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ!! มันไม่มีอยู่!! อย่างนี้ในอนาคต อาจจะมีFWDmail บ้าๆบอๆแบบ พอคนเห็นมากเข้า บ่อยเข้า จนรายการทีวีเอาไปพูด สุดท้ายคนดู คนอ่าน คนฟัง เชื่อ!!!
"ตำราลับจากชาวมายา ไม่ควรกิน ปาท่องโก๋ตอนเช้าเพราะในปาท่องโก๋ มีสารกัมมันตภาพรังสี ที่อาจทำให้คุณ มีขี้ตาเยอะกว่าปกติ!!"
**ขอแท็กหว้ากอ หน่อยนะครับ เรื่องสูตรทางเคมี