
ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่อุตส่าห์เผลอใจกดเข้ามากระทู้นี้มาเที่ยวด้วยกันนะคะ จขกท.ซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ลองมารีวิวทริปดู
จากครั้งแรกไปเวียดนาม โฮจิมินท์ - มุยเน่ - ดาลัท - ฮานอย
http://pantip.com/topic/32263512
และ กระทู้ที่ 2 ประเทศ ศรีลังกา 8 เมือง โคลัมโบ - แคนดี้ - พินนาวารา - นูวาร่า - เอลล่า - แทนกอลล์ - กอลล์ - เนกอมโบ
http://pantip.com/topic/32326381
ตอนที่ 2 ค่ะ
http://pantip.com/topic/32777261
เราเริ่มหาข้อมูลต่างๆ โดยมากก็จากในพันทิปนี่แหละค่ะ เพื่อนๆรีวิวได้ละเอียดมาก แต่ในความเป็นจริง การเดินทางก็ไม่ได้สวยหรู ตามที่คาดหวังไว้แต่อย่างใด เริ่มเลยนะคะ เราตกลงใจนั่งรถทัวร์ กทม. - อุดรค่ะ ของนครชัยร์แอร์ ราคา 525 บาท ตอน 22.50 ถึง อุดร ก็ 8.00 เพราะ รถเข้า late ไปเกือบครึ่งชม. จองล่วงหน้าก่อนประมาณ 3 อาทิตย์ เพราะช่วงที่ไปเป็นวันหยุดยาว ไม่กล้าเสี่ยงไปตายเอาดาบหน้า แล้วค่อยซื้อตั๋วรถทัวร์ อุดร หนองคาย วังเวียง รถ VIP บริการดี มีทีวี เกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง ได้ตลอดการเดินทางไม่มีเบื่อแถมเบาะนวดไฟฟ้าอีกตั้งหาก แต่กว่าจะถึงก็เล่นเอาปวดขาใช่ย่อย เพราะนั่งนานไปหน่อย บรรยากาศบนรถค่ะ
ในที่สุด ฉันก็มาถึงอุดรธานี ตอนลงรถมา เบลอๆนิดๆ คือง่วงนอน เดินเข้าไปใน บขส. เห็นคนต่อคิวกันยาวตามนี้
อย่าบอกนะว่าเค้าไปวังเวียงกันหมด เดินเข้าไปถามพนักงาน เค้าบอกว่าวังเวียงเต็มแล้วจ้า มีเที่ยวเดียว 8.30 18 ที่นั่ง ม่ายนะะะะ
เราแบบเอาไงดีๆ เลยถามเค้าว่ามีรถอื่นไหม พอดีคนข้างหลังเราจะไปเหมือนกัน เลยตัดสินใจนั่งรถตู้ไปหนองคาย แล้วเดี๋ยวไปหารถต่อที่เวียงจันทร์กัน ในบขส. ข้างๆจะมีคิวรถตู้ค่ะ ราคา 50 บาท นั่ง ประมาณ 1 ชม.ก็จะถึงด่าน คนแอบเยอะ ต่อคิวแสตมป์บัตรขาเข้า ขาออกเหมือนเราบินไปต่างประเทศ ผ่านด่านก็จะเสียค่ารถอีก 20 เพื่อนั่งข้ามสะพานมิตรภาพไปยังฝั่งลาว
บรรยากาศภายในรถค่ะ
มาถึงด่านลาวก็ต้องต่อคิวซื้อบัตร one way ticket ก่อนนะคะ เพื่อเอาไปสอดตอนก่อนจะออกเหมือนบัตร BTS ค่ะ จ-ศ 5 บาทจ้า ถ้าวันหยุด ส - อา เค้าจิคิดค่าล่วงเวลา 45 บาท ได้บัตรนี้มาแล้วก็เตรียมตัวเขียนใบเข้าเมืองลาว คนแอบเยอะ ชุลมุน วุ่นวายพอสมควร เราก็อาศัยตามๆ ถามๆเค้าไปถามประสาคนปอนๆ
ผ่านด่านมา มีคนมา offer รถตู้ไปเวียงจันทร์บอกว่าจะไปส่งที่สายเหนือเลยจากด่าน 53 กม. เพราะตอนนี้รถไปวังเวียงที่ตลาดเช้าไม่มีแล้ว เรากับเพื่อนที่ตกลงร่วมใจตอนอยู่ บขส.อุดรประมาณ 4 คน ต่อๆต่อมาได้คนละ 150 บาท ก็โอเค นั่งมาถึงสายเหนือ ได้รถตู้มาคนละ 50000 กีบ - 200 บ. ไปลงวังเวียงเลยจ้า 3ชม. รถออกเที่ยงตรง
ภูมิปัญญาชาวบ้าน
ระหว่างทางก็แอบดูวิวสวยๆ ทุ่งนาบ้าง ฝนตกบ้าง วิถึชีวิตชาวบ้านบ้าง ถนนหนหางก็นะ ตึกตักๆ ตกหลุม ตกบ่อ กันพอประมาณเลยทีเดียว รบกวนคนที่เมารถเตรียมยาไว้ด้วยก็ดี เพราะผ่านเขาคดเคี้ยวมาก จขกท.ยังจิแอบเป็นลมนิดๆ
และแล้วเราก็มาถึงจุดหมายของเราแล้ว เย้!!!!! ประมาณ 4 โมง เพราะ late เนื่องจากระหว่างทางฝนตก ถนน เค้าพาเรามาจอดและส่งไว้ตรงนี้ค่ะ
สังเกตฟ้าเริ่มครึ้มๆและ จะต้องรีบไปหาที่พักก่อน หยุดยาวคนเต็ม ฝนตก มืดนี่จิลำบาก แล้วก็ไม่ทันจริงๆด้วย สายฝนตกมาแล้วจ้าา นั่งรอฝนหยุดตกแต่ได้วิวนี้มา โอเคหายกัน ประมาณ 1 ชม. ฝนก็หยุดตก เราก็เริ่มเดินทางหาที่พักกัน โดยจะข้ามสะพานไปดูฝั่งโน้นกันเพราะเงียบกว่าฝั่งตัวเมืองนี้
ข้ามน้ำ ข้ามทะเล ฝ่าฝนกันมาจบที่นี่คะ Banana Bangalow สุดยอดจริงๆ
และเราก็นึกว่าจะเต็ม สุดท้ายว่างจ้า หลังสุดท้ายพอดิบพอดี country side สุดๆ
เข้าไปสำรวจภายในห้องกันค่ะ อุ๊ต๊ะ!!!! คืนละ 500 บาท "ที่พักหลักร้อย แต่วิวหลักล้านจริง"
นี่คือมองจากปลายเตียงออกไปค่ะ ติดทุ่งนา ใกล้ชิดธรรมชาติมาก
ระเบียงนอกห้องมีเปลไว้นอนชมธรรมชาติ แต่วันนี้ฝนตกเลยไม่ได้นอนเล่นกัน มองออกไปไกลสุดลูกตา มันสดชื่นจริงๆ
เก็บข้าวเก็บของเสร็จก็ใกล้จะ 6 โมงเย็นละ ออกไปหาข้าวเย็นกินกันดีกว่า เดินข้ามสะพานไม้ไม่เสียตังอันนี้ไปกินในตัวเมืองกันค่ะ
เฝอร้อนๆ น้ำซุปอร่อยค่ะ
เมื่อหนังท้องตึง เรามาเดินย่อยกันในตัวเมือง นี่คือร้านที่เวลาไปทัวร์คายัค ล่องห่วงยาง จขกท.ซื้อมา 360 บาทสำหรับทัวร์ 1วัน มีล่องห่วงยางไปในถ้ำ อาหารกลางวัน แล้วก็พายเรือคายัค ที่นี่บริการทัวร์เยอะมาก จขกท.เลือกร้านเล็กๆในลืบๆ ราคาจะถูกกว่า
มานี่ก็ต้องกินโรตีค่ะ คนที่นี่เค้าจะเรียกว่า pancake รดชาติก็เหมือนที่ไทยแหละค่ะ ราคาก็ 10000 กีบ - 40 บาท แพงนะเราว่า
เสร็จแล้วก็ออกมาปอนๆเดินเล่นที่ตลาดนัดค่ะ ของขายเยอะ มียิงปืน ปาเป้าเหมือนงานวัดบ้านเรา เพราะเค้าเตรียมตัวต้อนรับ ต่าย อรทัย มาร้องเพลงพรุ่งนี้ค่ะ หุหุ
มานี่ก็ต้องลองเขยลาว จะได้นอนหลับสบาย
เช้าวันที่ 2 ค่ะ ทัวร์นัดเรา 9 โมง แต่ เราออกมาเดินหาอะไรกินตอนเช้าก่อน เดี๋ยวจิไม่มีแรงผจญภัยทั้งวัน ก็มาจบด้วย แซนวิสไส้ไก่ หาซื้อได้ทั่วไปค่ะ ร้านนึงก็จะเหมาขายทั้ง 3 อย่าง โรตี แซนวิสและก็เบอเกอร์
แอบซื้อหนอนเยื่อไผ่ มาให้ที่รีสอร์ททำให้แบ่งกันกินตอนเย็นค่ะ อร่อยมาก แง๊ะมาจากกระบอกไผ่กันเลยทีเดียว
เสร็จแล้วก็ขึ้นรถไปกันค่ะ คล้ายๆกับ 2 แถว จุดแรกที่จะไปคือถ้ำช้างค่ะ (ถามเค้าไม่รุว่าใช่เปล่า)
ต้องเดินข้ามแม่น้ำไปค่ะ วิวสวยจัง ได้สูดหายใจเต็มปอด สดชื่นมาก
ระหว่างทางเดินไปล่องห่วงยาง เราก็ต้องผ่านบ้านคนซึ่งส่วนมากไม่นิยมทาสี เป็นบ้านเปลือยๆ
ผ่านทุ่งข้าวเหนียว นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มกิจกรรม ก็คิดว่าคุ้มค่ามากค่ะ
จขกท.ขอตัวล่องห่วงยางไปในถ้ำก่อนน้า เป็นอะไรที่เมื่อยแขนมาก เพราะเราจะต้องเกาะเชือกตามๆกันไป แต่สนุกดีค่ะมีไฟฉายให้ใส่หัว 1 อัน เพราะข้างในมืด น้ำเย็นมาก
ประมาณเที่ยงๆก็เสร็จแล้ว ออกมาจากถ้ำก็มีอาหารไว้ให้ มีข้าวผัดห่อใบตอง บาร์บีคิว 2 ไม้ ก่อไฟย่างกันสดๆตอนเราไปเล่นน้ำกัน มีผลไม้คือกล้วยกับมะละกอสีสวยน่ากิน หวานน้อยแต่อร่อยดีค่ะ มีขนมปังเช่นเคย เล่นกินทีนึงนี่อิ่มหนักพุงเลย
กินกันอิ่มแล้ว เราก็เดินกลับไปขึ้นรถคันเดิมเพื่อนั่งรถเพื่อไปพายเรืออีกจุดนึงค่ะ ผ่านที่นี่อีกแล้ว โดยส่วนตัว จขกท. ชอบบรรยากาศแบบนี้มาก มันสบายลูกตาดี หายใจได้เต็มที่ มองไปเขียวๆ โอ๊ยสุดแสนจะสุขใจ
ข้าวเหนียวออกรวง
ก่อนกลับผ่านวัดค่ะ แวะไหว้พระแป๊ปนึง
ถึงแล้วค่ะ นิดนึง จขกท. ซื้อกระเป๋ากันน้ำมาเอาไว้ถ่ายรูปตอนลงน้ำมาประมาณ 40 บาท ในวังเวียงมีขายเกือบทุกร้าน ดีค่ะต่อไปนี้ส่วนมากจะเป็นรูปจากมือถือเพราะเราเอกล้องใส่ในถุงกันน้ำไว้แล้ว ใจไม่ถึงพอเอาออกมา พลาดตกน้ำไป มีอันร้องไห้
เจ้าหน้าที่ไปกับเรา จะอธิบายวิธีการพาย ถ้าติดหินจะทำยังไง บลา บลา บลา
พายมาได้ 5 นาที เรือล่มจ้า ดีนะ มือถือใส่ถุงกันน้ำห้อยคออยู่ ส่วนพวกกระเป๋ากล้อง เงินนี่อยู่ในถุงกันน้ำ เอะใจแอบเอาสายเกี่ยวขาเอาไว้ แต่รองเท้าแตะนี่ลอยไปกับสายน้ำ ตกใจมาก นาทีนั้นเป็นห่วงกล้องกับมือถือมากกว่าอะไรเลย
พายมา 2 ข้างทาง ก็เป็นเช่นนี้ค่ะ
และก็มาจบที่บาร์ริมน้ำ เราไม่ได้ซื้ออะไรกิน ได้แต่นอนเปล ดูฝรั่งถอดเสื้อเล่นสนุ๊ก เล่นบาสกัน ฟินๆ
สุดท้ายพายเรือมาจอดหน้าที่พักพอดี ขี้เกียดเดินไกล เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จออกมาเดินเล่นพร้อมขากล้องที่แบกมาด้วย (ได้ใช้แล้ววว) เลาะๆด้านหลังที่พักเป็นทุ่งนาไว้อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกๆ ไม่มีคนเลย เราเลยได้รูปวิวสวยๆมา ดูแค่ภาพก็สามารถบรรยายความรู้สึกได้แล้วค่ะ
ตอนที่ 2 ค่ะ
http://pantip.com/topic/32777261
[CR] รีวิว แบกเป้เที่ยววังเวียง ลาว ไปแบบปอนๆเปรี้ยวๆ ก็ว่ากันไป
ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่อุตส่าห์เผลอใจกดเข้ามากระทู้นี้มาเที่ยวด้วยกันนะคะ จขกท.ซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ลองมารีวิวทริปดู
จากครั้งแรกไปเวียดนาม โฮจิมินท์ - มุยเน่ - ดาลัท - ฮานอย http://pantip.com/topic/32263512
และ กระทู้ที่ 2 ประเทศ ศรีลังกา 8 เมือง โคลัมโบ - แคนดี้ - พินนาวารา - นูวาร่า - เอลล่า - แทนกอลล์ - กอลล์ - เนกอมโบ http://pantip.com/topic/32326381
ตอนที่ 2 ค่ะ http://pantip.com/topic/32777261
เราเริ่มหาข้อมูลต่างๆ โดยมากก็จากในพันทิปนี่แหละค่ะ เพื่อนๆรีวิวได้ละเอียดมาก แต่ในความเป็นจริง การเดินทางก็ไม่ได้สวยหรู ตามที่คาดหวังไว้แต่อย่างใด เริ่มเลยนะคะ เราตกลงใจนั่งรถทัวร์ กทม. - อุดรค่ะ ของนครชัยร์แอร์ ราคา 525 บาท ตอน 22.50 ถึง อุดร ก็ 8.00 เพราะ รถเข้า late ไปเกือบครึ่งชม. จองล่วงหน้าก่อนประมาณ 3 อาทิตย์ เพราะช่วงที่ไปเป็นวันหยุดยาว ไม่กล้าเสี่ยงไปตายเอาดาบหน้า แล้วค่อยซื้อตั๋วรถทัวร์ อุดร หนองคาย วังเวียง รถ VIP บริการดี มีทีวี เกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง ได้ตลอดการเดินทางไม่มีเบื่อแถมเบาะนวดไฟฟ้าอีกตั้งหาก แต่กว่าจะถึงก็เล่นเอาปวดขาใช่ย่อย เพราะนั่งนานไปหน่อย บรรยากาศบนรถค่ะ
ในที่สุด ฉันก็มาถึงอุดรธานี ตอนลงรถมา เบลอๆนิดๆ คือง่วงนอน เดินเข้าไปใน บขส. เห็นคนต่อคิวกันยาวตามนี้
อย่าบอกนะว่าเค้าไปวังเวียงกันหมด เดินเข้าไปถามพนักงาน เค้าบอกว่าวังเวียงเต็มแล้วจ้า มีเที่ยวเดียว 8.30 18 ที่นั่ง ม่ายนะะะะ
เราแบบเอาไงดีๆ เลยถามเค้าว่ามีรถอื่นไหม พอดีคนข้างหลังเราจะไปเหมือนกัน เลยตัดสินใจนั่งรถตู้ไปหนองคาย แล้วเดี๋ยวไปหารถต่อที่เวียงจันทร์กัน ในบขส. ข้างๆจะมีคิวรถตู้ค่ะ ราคา 50 บาท นั่ง ประมาณ 1 ชม.ก็จะถึงด่าน คนแอบเยอะ ต่อคิวแสตมป์บัตรขาเข้า ขาออกเหมือนเราบินไปต่างประเทศ ผ่านด่านก็จะเสียค่ารถอีก 20 เพื่อนั่งข้ามสะพานมิตรภาพไปยังฝั่งลาว
บรรยากาศภายในรถค่ะ
มาถึงด่านลาวก็ต้องต่อคิวซื้อบัตร one way ticket ก่อนนะคะ เพื่อเอาไปสอดตอนก่อนจะออกเหมือนบัตร BTS ค่ะ จ-ศ 5 บาทจ้า ถ้าวันหยุด ส - อา เค้าจิคิดค่าล่วงเวลา 45 บาท ได้บัตรนี้มาแล้วก็เตรียมตัวเขียนใบเข้าเมืองลาว คนแอบเยอะ ชุลมุน วุ่นวายพอสมควร เราก็อาศัยตามๆ ถามๆเค้าไปถามประสาคนปอนๆ
ผ่านด่านมา มีคนมา offer รถตู้ไปเวียงจันทร์บอกว่าจะไปส่งที่สายเหนือเลยจากด่าน 53 กม. เพราะตอนนี้รถไปวังเวียงที่ตลาดเช้าไม่มีแล้ว เรากับเพื่อนที่ตกลงร่วมใจตอนอยู่ บขส.อุดรประมาณ 4 คน ต่อๆต่อมาได้คนละ 150 บาท ก็โอเค นั่งมาถึงสายเหนือ ได้รถตู้มาคนละ 50000 กีบ - 200 บ. ไปลงวังเวียงเลยจ้า 3ชม. รถออกเที่ยงตรง
ภูมิปัญญาชาวบ้าน
ระหว่างทางก็แอบดูวิวสวยๆ ทุ่งนาบ้าง ฝนตกบ้าง วิถึชีวิตชาวบ้านบ้าง ถนนหนหางก็นะ ตึกตักๆ ตกหลุม ตกบ่อ กันพอประมาณเลยทีเดียว รบกวนคนที่เมารถเตรียมยาไว้ด้วยก็ดี เพราะผ่านเขาคดเคี้ยวมาก จขกท.ยังจิแอบเป็นลมนิดๆ
และแล้วเราก็มาถึงจุดหมายของเราแล้ว เย้!!!!! ประมาณ 4 โมง เพราะ late เนื่องจากระหว่างทางฝนตก ถนน เค้าพาเรามาจอดและส่งไว้ตรงนี้ค่ะ
สังเกตฟ้าเริ่มครึ้มๆและ จะต้องรีบไปหาที่พักก่อน หยุดยาวคนเต็ม ฝนตก มืดนี่จิลำบาก แล้วก็ไม่ทันจริงๆด้วย สายฝนตกมาแล้วจ้าา นั่งรอฝนหยุดตกแต่ได้วิวนี้มา โอเคหายกัน ประมาณ 1 ชม. ฝนก็หยุดตก เราก็เริ่มเดินทางหาที่พักกัน โดยจะข้ามสะพานไปดูฝั่งโน้นกันเพราะเงียบกว่าฝั่งตัวเมืองนี้
ข้ามน้ำ ข้ามทะเล ฝ่าฝนกันมาจบที่นี่คะ Banana Bangalow สุดยอดจริงๆ
และเราก็นึกว่าจะเต็ม สุดท้ายว่างจ้า หลังสุดท้ายพอดิบพอดี country side สุดๆ
เข้าไปสำรวจภายในห้องกันค่ะ อุ๊ต๊ะ!!!! คืนละ 500 บาท "ที่พักหลักร้อย แต่วิวหลักล้านจริง"
นี่คือมองจากปลายเตียงออกไปค่ะ ติดทุ่งนา ใกล้ชิดธรรมชาติมาก
ระเบียงนอกห้องมีเปลไว้นอนชมธรรมชาติ แต่วันนี้ฝนตกเลยไม่ได้นอนเล่นกัน มองออกไปไกลสุดลูกตา มันสดชื่นจริงๆ
เก็บข้าวเก็บของเสร็จก็ใกล้จะ 6 โมงเย็นละ ออกไปหาข้าวเย็นกินกันดีกว่า เดินข้ามสะพานไม้ไม่เสียตังอันนี้ไปกินในตัวเมืองกันค่ะ
เฝอร้อนๆ น้ำซุปอร่อยค่ะ
เมื่อหนังท้องตึง เรามาเดินย่อยกันในตัวเมือง นี่คือร้านที่เวลาไปทัวร์คายัค ล่องห่วงยาง จขกท.ซื้อมา 360 บาทสำหรับทัวร์ 1วัน มีล่องห่วงยางไปในถ้ำ อาหารกลางวัน แล้วก็พายเรือคายัค ที่นี่บริการทัวร์เยอะมาก จขกท.เลือกร้านเล็กๆในลืบๆ ราคาจะถูกกว่า
มานี่ก็ต้องกินโรตีค่ะ คนที่นี่เค้าจะเรียกว่า pancake รดชาติก็เหมือนที่ไทยแหละค่ะ ราคาก็ 10000 กีบ - 40 บาท แพงนะเราว่า
เสร็จแล้วก็ออกมาปอนๆเดินเล่นที่ตลาดนัดค่ะ ของขายเยอะ มียิงปืน ปาเป้าเหมือนงานวัดบ้านเรา เพราะเค้าเตรียมตัวต้อนรับ ต่าย อรทัย มาร้องเพลงพรุ่งนี้ค่ะ หุหุ
มานี่ก็ต้องลองเขยลาว จะได้นอนหลับสบาย
เช้าวันที่ 2 ค่ะ ทัวร์นัดเรา 9 โมง แต่ เราออกมาเดินหาอะไรกินตอนเช้าก่อน เดี๋ยวจิไม่มีแรงผจญภัยทั้งวัน ก็มาจบด้วย แซนวิสไส้ไก่ หาซื้อได้ทั่วไปค่ะ ร้านนึงก็จะเหมาขายทั้ง 3 อย่าง โรตี แซนวิสและก็เบอเกอร์
แอบซื้อหนอนเยื่อไผ่ มาให้ที่รีสอร์ททำให้แบ่งกันกินตอนเย็นค่ะ อร่อยมาก แง๊ะมาจากกระบอกไผ่กันเลยทีเดียว
เสร็จแล้วก็ขึ้นรถไปกันค่ะ คล้ายๆกับ 2 แถว จุดแรกที่จะไปคือถ้ำช้างค่ะ (ถามเค้าไม่รุว่าใช่เปล่า)
ต้องเดินข้ามแม่น้ำไปค่ะ วิวสวยจัง ได้สูดหายใจเต็มปอด สดชื่นมาก
ระหว่างทางเดินไปล่องห่วงยาง เราก็ต้องผ่านบ้านคนซึ่งส่วนมากไม่นิยมทาสี เป็นบ้านเปลือยๆ
ผ่านทุ่งข้าวเหนียว นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มกิจกรรม ก็คิดว่าคุ้มค่ามากค่ะ
จขกท.ขอตัวล่องห่วงยางไปในถ้ำก่อนน้า เป็นอะไรที่เมื่อยแขนมาก เพราะเราจะต้องเกาะเชือกตามๆกันไป แต่สนุกดีค่ะมีไฟฉายให้ใส่หัว 1 อัน เพราะข้างในมืด น้ำเย็นมาก
ประมาณเที่ยงๆก็เสร็จแล้ว ออกมาจากถ้ำก็มีอาหารไว้ให้ มีข้าวผัดห่อใบตอง บาร์บีคิว 2 ไม้ ก่อไฟย่างกันสดๆตอนเราไปเล่นน้ำกัน มีผลไม้คือกล้วยกับมะละกอสีสวยน่ากิน หวานน้อยแต่อร่อยดีค่ะ มีขนมปังเช่นเคย เล่นกินทีนึงนี่อิ่มหนักพุงเลย
กินกันอิ่มแล้ว เราก็เดินกลับไปขึ้นรถคันเดิมเพื่อนั่งรถเพื่อไปพายเรืออีกจุดนึงค่ะ ผ่านที่นี่อีกแล้ว โดยส่วนตัว จขกท. ชอบบรรยากาศแบบนี้มาก มันสบายลูกตาดี หายใจได้เต็มที่ มองไปเขียวๆ โอ๊ยสุดแสนจะสุขใจ
ข้าวเหนียวออกรวง
ก่อนกลับผ่านวัดค่ะ แวะไหว้พระแป๊ปนึง
ถึงแล้วค่ะ นิดนึง จขกท. ซื้อกระเป๋ากันน้ำมาเอาไว้ถ่ายรูปตอนลงน้ำมาประมาณ 40 บาท ในวังเวียงมีขายเกือบทุกร้าน ดีค่ะต่อไปนี้ส่วนมากจะเป็นรูปจากมือถือเพราะเราเอกล้องใส่ในถุงกันน้ำไว้แล้ว ใจไม่ถึงพอเอาออกมา พลาดตกน้ำไป มีอันร้องไห้
เจ้าหน้าที่ไปกับเรา จะอธิบายวิธีการพาย ถ้าติดหินจะทำยังไง บลา บลา บลา
พายมาได้ 5 นาที เรือล่มจ้า ดีนะ มือถือใส่ถุงกันน้ำห้อยคออยู่ ส่วนพวกกระเป๋ากล้อง เงินนี่อยู่ในถุงกันน้ำ เอะใจแอบเอาสายเกี่ยวขาเอาไว้ แต่รองเท้าแตะนี่ลอยไปกับสายน้ำ ตกใจมาก นาทีนั้นเป็นห่วงกล้องกับมือถือมากกว่าอะไรเลย
พายมา 2 ข้างทาง ก็เป็นเช่นนี้ค่ะ
และก็มาจบที่บาร์ริมน้ำ เราไม่ได้ซื้ออะไรกิน ได้แต่นอนเปล ดูฝรั่งถอดเสื้อเล่นสนุ๊ก เล่นบาสกัน ฟินๆ
สุดท้ายพายเรือมาจอดหน้าที่พักพอดี ขี้เกียดเดินไกล เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จออกมาเดินเล่นพร้อมขากล้องที่แบกมาด้วย (ได้ใช้แล้ววว) เลาะๆด้านหลังที่พักเป็นทุ่งนาไว้อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกๆ ไม่มีคนเลย เราเลยได้รูปวิวสวยๆมา ดูแค่ภาพก็สามารถบรรยายความรู้สึกได้แล้วค่ะ
ตอนที่ 2 ค่ะ http://pantip.com/topic/32777261
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น