การเรียกร้อง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างรถรอซ่อม !!!


เอาเป็นว่ารถรถถูกชนด้วยความคึกคะนองของคู่กรณี เราเป็นฝ่ายถูก 100% และใช้ระยะเวลาในการซ่อมทั้งสิ้น 84 วัน ต่างฝ่ายต่างมีประกัน
เราขับรถมา 20 กว่าปีไม่เคยมีอุบัติเหตุเลย เคยเชี่ยวเสาแบบเบาๆ 2 ครั้งแค่นั้น ไม่ได้เก่ง ไม่ได้มีโชค แต่ขับขี่แบบไม่ประมาทค่ะ
คิดสภาพวันเกิดเหตุนะค่ะว่าจะเสียขวัญขนาดไหน เราย้ายมาทำงานที่ต่างจังหวัด แน่นอนญาติไม่มี เพื่อนฝูงก็ยังไม่มีเช่นกันค่ะ
เสียขวัญมาก และ โกรธมากด้วยค่ะ แถมเรายังโชคร้ายเจออู่ซ่อมแย่ ทั้งยืดเยื้อ ทั้งงานห่วย สุดท้ายเอาออกมาซ่อมเองจ่ายเองไปอีกบานเลย
เราทำเรื่องเรียกร้องค่าใช้จ่ายในการเดินทางและอื่นๆไปกับบริษัทวิริยะประกันภัย(คู่กรณี) เรียกไปทั้งสิ้น แสนกว่าบาทค่ะ (มีคนแนะนำว่าให้เรียกเผื่อกดค่ะ)
ยื่นเรื่องไปเป็นเดือน ต้องโทรตามอยู่ตลอด แถมพนักงานบ่ายเบี่ยงการรับโทรศัพท์ อ้างขอเอกสารนั่นนี่อยู่เป็นระยะ ตัดสายทิ้งบ้าง และ
ไม่โทรกลับเราเลย ท้ายสุดเค้าบอกวิริยะ ยินดีจ่ายให้ 10,000 บาท และแนะนำให้เราไปดำเนินการฟ้องเองถ้าไม่พอใจ  เศร้า
เงินหนึ่งหมื่นบาทเนี่ย เอาเฉพาะค่า Taxi ที่ไปกลับที่ทำงาน+ออกพบลูกค้า ยังไม่ได้เลยคะ ... เราต้องแบกรับมันไว้เองเหรอค่ะ ??

การที่รถต่างฝ่ายต่างมีประกัน แล้วซ่อมใครซ่อมมันนี่ มันดีจริงเหรอ ?? ในมุมเรา เราเป็นฝ่ายถูกแต่การซ่อมยืดเยื้อรออะไหล่นานมากๆ
โทรบี้กับอู่กับบ.ประกัน ก็ได้แค่โทรแล้วก็จบด้วยการรอ แล้วก็ควักกระเป๋าจ่ายค่า Taxi ไปวันๆ ไปไหนมาไหนก็ไม่ลำบากนะ เปรียบก็เหมือน
เหลือแขนข้างเดียว สามารถใช้ชีวิตได้แต่ไม่สะดวกเลยใช่มั๊ยคะ

บริษัทประกันคู่กรณีของเราคือ บ.วิริยะประกันภัย เจ้าหน้าที่ทำงานได้ใจมากๆ ถามอะไรก็บอกไม่รู้ ต้องปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน ถามอย่างตอบมาหลายอย่างเลย แต่ไม่ตรงคำตอบนะ คือเราฟังเวลาเค้าพูด เราทราบดีค่ะว่าเคาโกหกเราไปวันๆ แก้ผ้าเอาหน้ารอด ...
คือถ้าไม่อยากจ่ายขนาดนั้น ทำไมไม่เอารถคู่กรณีไปซ่อมซะเอง จะได้ตามไล่บี้กับทางอู่เอง กำหนดเองเลยว่าให้เสร็จภายใน 3 วัน 7 วัน
มันน่าจะง่ายและดีกับทุกฝ่ายรึเปล่าคะ

พรุ่งนี้เราจะไปที่ คปภ. ได้เรื่องว่ายังไง จะมาเล่าให้ฟังต่อค่ะ เราจะรักษาสิทธิ์และใช้สิทธิ์ของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็นให้เต็มที่ค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่