สามีจะลาออกจากงานประจำมาเล่นหุ้นค่ะ จะทำยังไงให้เขาเปลี่ยนความคิดดีคะ?

ขอมาระบาย แล้วก็ขอความคิดเห็นด้วยค่ะ (ยาวหน่อยนะคะ)

สามีเป็นวิศวกรค่ะ อายุ 30 ปี เงินเดือนประมาณ 80k  +/- นิดหน่อย
ส่วนเรา (อายุ 27 ปี) สามีให้ลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกชายฝาแฝด อายุ 3 ขวบ
ตัวเราอยู่บ้านว่างๆ ก็เทรดหุ้นไปด้วย ก็พอได้ค่านมให้ลูกนิดหน่อยค่ะ ไม่ได้เล่นหนัก
ก่อนหน้านี้ประมาณปีกว่า สามีสนใจก็เริ่มเข้ามาเล่นด้วย แล้วเขาก็เล่นได้เยอะค่ะ
คือเยอะกว่าเงินเดือนเขาหลายเท่าเลย เราก็ดีใจนะคะ เราเล่นมาก่อน ยังไม่ได้เท่าเขา
เหมือนเขาจับทางได้ อ่านเกมออก เข้ามาไม่นาน ได้เงินเป็นก้อนเลย

แต่หลังๆ มาพอเขาเห็นว่าทำเงินจากทางนี้ได้มากกว่าเงินเดือน ก็เริ่มจะมาจับทางนี้จริงจัง
กอปรกับเขาไปอ่านหนังสือของผู้เขียนท่านนึงที่บอกว่า ถ้าเล่นอย่างเป็นระบบ ก็ไม่ต้องทำงานประจำก็ได้
ก็เกิดเรื่องเลยสิคะทีนี้ เขามีความเห็นคล้อยตามกับนักเขียนท่านนั้น ว่าจะทำงานประจำทำไมให้เหนื่อย
เงินที่ได้มาก็ไม่คุ้มเสียหน่อย แถมถ้าลาออกมาก็จะมีเวลาให้ครอบครัวเต็มที่อีก ผมทำได้ คุณก็ทำได้!!!
ออกตัวก่อนว่าเราไม่ได้แอนตี้แนวคิดนี้นะคะ แต่คือมันก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้เหมือนท่านนั้น
แล้วอีกอย่างคือมันเสี่ยงมากเลยค่ะ (ในความคิดของแม่บ้านที่มีรายได้หลักจากทางสามีอย่างเดียว)
ไหนจะค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่ากิน/ใช้ ค่าเทอมลูก ค่าใช้จ่ายดูแลพ่อแม่  เงินเก็บก็มีไม่มากเลย
บ้านเราเองก็ไม่มีกิจการอะไรรองรับ มีเพียงที่ดินมรดกไม่กี่ไร่ (ซึ่งอยากเก็บไว้ให้ลูกค่ะ)
ส่วนสามีเขาสู้มาด้วยตัวคนเดียว ทำงานส่งตัวเองเรียนค่ะ ไม่มีมรดกอะไร  ทุกอย่างมาสร้างใหม่ร่วมกับเราหมด

ทีนี้พอเขาตั้งเป้าว่าจะลาออก (ปลายปี) รอเอาโบนัสก่อน เราก็คิดสะระตะเลยค่ะ ความเครียดเรื่องความมั่นคงในชีวิตเริ่มมา
คือ เราคิดว่าหุ้นมันมีได้มีเสีย มันไม่ใช่รายได้นอนมาเหมือนเงินเดือน แล้วถ้าเกิดเดือนนั้นเขาเล่นเสีย เราจะอยู่กันอย่างไร?
ในเมื่อเขาเป็นเสาหลักของครอบครัวอยู่คนเดียว เราพยายามทักท้วงเขา แต่เหมือนเขาจะไม่ยอมเปลี่ยนความคิดเลยค่ะ

เราเลยยื่นข้อเสนอใหม่ค่ะ ว่าถ้าเขาลาออกมา งั้นขอเราไปทำงานแทน เพราะลูกก็เข้าเรียนแล้ว เงินเดือนอาจได้ไม่มากเท่าเขา
แต่อย่างน้อยถ้าเดือนไหนเขาพลาด เราก็ยังพอช่วยจุนเจือได้ (เราจบโทสายวิทย์ มี ปสก. นิดหน่อยค่ะ อาจได้ประมาณ 20k +/-)
ปรากฏว่าเขาไม่ยอมค่ะ งอนเลยทีนี้ หาว่าเราดูถูกความสามารถเขา หาว่าเขาจะพาเราไปลำบากงั้นงี้ โอยยย...ปวดหัวค่ะ
จริงๆ เราเชื่อใจเขานะคะ เรารู้ว่าเขาไม่พาเรากับลูกไปลำบากหรอก แต่เราก็ต้องการความมั่นคงด้วย อยากได้เม็ดเงินที่แน่นอน
เพราะแค่เราลำบากเนี่ย ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ที่ผ่านมาก็ลำบากมาด้วยกันไม่น้อยเลย ข้าวกล่องเดียวแบ่งกันกินก็เคยมาแล้วสมัยเรียน
แต่เราไม่อยากให้ลูกมาลำบากด้วยค่ะ อะไรที่มันเสี่ยง อะไรที่มันอาจส่งผลกับลูก ถ้าเลี่ยงได้ก็อยากเลี่ยง กลัวกระทบลูก

สรุปก็ไม่ยอมให้เราไปทำงานค่ะ เขาว่าถ้าไป ก็ถือว่าเราไม่ไว้ใจเขาที่เป็นหัวหน้าครอบครัว เหมือนไปหยามเขาประมาณนั้น
เราก็ไม่ยอมแพ้ค่ะ เอาใหม่  ยื่นข้อเสนอใหม่ ว่าก่อนเขาลาออกให้หาเงินมาให้เราก้อนหนึ่ง เพื่อเป็นหลักประกันให้เรากับลูก
หรือไม่ก็อย่างน้อยผ่อนบ้าน ผ่อนรถให้หมดก่อนก็ได้ แล้วจะลาออกมานั่งเทรดอยู่บ้าน เราก็จะไม่ว่า เพราะอย่างน้อยก็มีที่นอน
เขาก็ไม่ยอมอีกค่ะ ตามสเต็ปเดิมเป๊ะๆ เลย คือเราไม่เชื่อใจเขา ไม่ไว้ใจเขางั้นงี้......  เฮ้อ....จะบ้าตายค่ะ

ทุกวันนี้เขาเฝ้านับวันรอที่จะลาออกอย่างเดียว เขาบอกเชื่อสิว่าเขาทำได้ พยายามกล่อมเราทุกวิถีทางให้เราสบายใจ
แต่ยิ่งเห็นเขามั่นใจ เรายิ่งไม่มั่นใจเลยค่ะ เขาขายฝันให้เรามาก เขาบอกเนี่ยถ้าเขาเล่นได้เงินเก็บก้อนใหญ่สักก้อนนึง
เขาจะเอาไปลงทุนธุรกิจ เขาจะเอาไปลง vi ปันผลดีๆ สักตัวสองตัว เอาไปลงทุนในกองทุน บลาๆๆๆๆๆ....
แค่นี้เราก็มีกินมีใช้แล้ว ไม่ต้องไปทำงานให้เหนื่อยหรอก ให้เงินทำงานแทนเราสิ (จ๊ะที่รัก อย่างกับมาขายตรงเลยนะคะ)
อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้แอนตี้แนวคิดนี้ มันมีทางเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ คนล้มแรงๆ จากความคิดก็มีไม่น้อย
ที่เขาออกมาบอกว่าทำได้ก็แค่คนกลุ่มหนึ่ง แล้วกลุ่มที่ไม่สำเร็จล่ะ มีอีกตั้งเท่าไหร่ แค่เขาไม่ได้ออกมาพูดเท่านั้นเอง
เขาก็แย้งว่า ก็ถ้าไม่ลองจะรู้เหรอว่าเขาทำได้ หรือไม่ได้ เขาไม่อยากมานั่งเสียดายทีหลัง ในเมื่อเขาเห็นโอกาส...

พอเรานอยด์มากๆ สามีก็เปลี่ยนแนวค่ะ แต่ยังคงแนวคิดเดิม คือถ้าเขาลาออกมาแล้วล่มจมล่ะก็...เขาก็กลับไปทำงานใหม่
เอ่อ....คุณคะ คุณจะ 30 แล้ว ตลาดงานมันน้อยลงแล้ว เราคิดว่าโอกาสที่จะได้ฐานเงินเดือนนี้ ตำแหน่งนี้ เป็นไปได้น้อยมาก

ที่จริง เรานะคะแค่ต้องการให้เขาทำงานไปก่อน ทำงานไปด้วยเล่นไปด้วย ก็ไม่เห็นเป็นอะไร แบ่งเวลาให้ถูกก็ไม่น่ามีปัญหา
โอเคในบางจังหวะที่มันผวนมาก ถ้าติดงาน ก็อาจเข้า/ขาย ไม่ทัน แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยังมีงานหลักรองรับอยู่ เจ็บก็คงไม่มาก
หรือไม่ก็ให้เราไปทำงาน ไม่ใช่อยู่เป็นแม่บ้านนั่งรอเงินจากเขาแบบนี้ (ซึ่งฐานะเราก็ไม่ได้ร่ำรวยพอที่จะทำแบบนั้นเลย)

เราไม่รู้ค่ะ ว่าเราคิดถูก หรือคิดผิด คิดมากไปหรือเปล่า หรือเราไม่เชื่อใจเขาอย่างที่เขาว่าเราบ่อยๆ เวลาคุยเรื่องนี้ แล้วงอนกัน
แต่เราในฐานะแม่ เราอยากได้อะไรที่แน่นอนมากกว่าความเสี่ยง ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้ หรือไม่ ถ้าเรายังไม่มีลูก เราคงไม่คิดมากขนาดนี้
ลำพังแค่ตัวเรา ต่อให้เขาล้มหนักๆ ถึงเราจะต้องลำบาก เราก็ไม่กลัวที่ลุกขึ้นแล้วสู้ไปกับเขาเลยค่ะ แค่ไม่อยากให้ลูกลำบากแค่นั้น

โอย...ระบายมายาวเหยียด อัดอั้นมากค่ะ ไม่อยากปรึกษาใครรอบตัวที่รู้จักมักจี่กัน เพราะกลัวคนอื่นจะมองสามีในแง่ไม่ดี
ยังไงถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้ ก็ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ที่มารับฟังปัญหาของเรา

เราอยากทราบจังเลยค่ะ ว่าคุณคิดเห็นอย่างไร โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัว และนักลงทุน....
ตามความคิดคุณเราเป็นภรรยาที่งี่เง่ารึเปล่าคะ?
คุณรู้สึกว่าเราไปหยามความสามารถของคุณรึเปล่า?
เราควรแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไรดี?

ขอบคุณทุกท่านค่ะ

ปล. ไม่รู้ tag ห้องถูกรึเปล่า ถ้าผิดก็ขออภัยด้วยค่ะ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
คุยกัน มากี่ วันแล้ว ครับ

เจอตลาดลง อย่างตอนนี้ เปลี่ยนใจ แล้วมั้ง คริๆ

เงินเดือน 80K ถ้าไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย ยังคิดว่า ทำงานไปด้วยดีกว่าครับ

ผมเอง รายได้จากงานที่ทำ เดือนล่ะ ราวๆ 1 M ยังไม่กล้า หยุดงาน ออกมาเทรดเต็มเวลาเลย

รอให้พอร์ตใหญ่พอก่อน ค่อยว่ากัน
=============================
อ้อเข้ามาแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็นที่อยากเตือนอีกอย่าง

มีเงินเดือนประจำ เล่นหุ้น ไม่กดดันนะ

ได้กำไร ก็ดี ขาดทุนบ้างก็ไม่เป็นไร

มีรายได้จากงานประจำเลี้ยงตัวอยู่แล้ว

แต่ถ้า เล่นหุ้นอย่างเดียว เทรดเต็มเวลา

ตลาดไม่ดี ก็ยังต้องเทรด ฝืนธรรมชาติ ต้องทำกำไรมาชดเชยค่าใช้จ่าย

การเทรดในช่วงขาลง นี่อันตราย และพลาดได้ง่าย

รวมทั้งการต้องการผลตอบแทนที่สูง ให้เลี้ยงตัวได้ บางที ทำให้ ต้องเลือกเล่นหุ้นเก็งกำไร หุ้นปั่น ซึ่งอันตรายเพิ่มไปอีก  
ความคิดเห็นที่ 13
ตามที่คุณหมอ jfk พูดนั้นถูกต้องเลยครับ  อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ  หากออกมาเล่นเต็มเวลาโอกาสขาดทุนยิ่งมาถึงเร็วขึ้นครับ  เพราะมือใหม่ คนที่ไม่มีประสบการณ์ คนที่หวั่นไหว และคนที่แรงกดดันทางด้านการเงินหมายถึงคนทุนน้อยต่ำกว่าห้าล้านและต้องการเอารายได้จากหุ้นมายังชีพ   ตรงนี้แหล่ะจุดตายเลย เพราะคุณจะเอาอารมณ์มากดดันตัวเองจนขาดทุน ระบบอะไรก็เอาไม่อยู่ครับ  ที่ผ่านมาลิงเล่นยังรวยเลยครับ  รอให้รอดตอนเซ็ทต่ำพันให้ได้ก่อนแล้วค่อยลาออกมา  ตอนนี้ถ้าออกมาอนาคตครอบครัวคุณไม่ดีแน่ๆครับ

ปล. เล่นหุ้นบางทีมันแปลกนะ พอจะเข้าๆมันวิ่ง  แต่พอเราตัดสินใจเข้าเท่านั้นมันลงเลย  เงินเดือนน้อยกว่ากำไรจากหุ้นก็จริงแต่มันเก็บอยู่นะ มันเลี้ยงตัวเรามาตลอดนะ  แต่กำไรจากหุ้นบางทีมันมากกว่าหลายเท่าจริง บทที่มันหมดวูบเดียวเท่านั้นเองเกลี้ยงเลย......
ความคิดเห็นที่ 42
เห็นต่างนะครับ ไม่เสียหายที่จะออกมาลอง เงินเดือน 8 หมื่นอายุ ไม่ถึง 30  แสดงว่าเป็นคนมีความสามารถครับ ออกมาเทรดปีสองปี ถ้าล้มเหลว กลับไปหางานใหม่ ก็หาไม่ยากหรอกครับ เทรดด้วยบัญชีเงินสด ไม่ใช่บัญชีเงินกู้ ยังไงก็ไม่เป็นหนี้

ก่อนออกหาเงินสำรองแยกออกจากเงินที่จะลงทุนในหุ้น ให้อยู่ได้แบบไม่ทำงานซัก 6 เดือน

แล้วก็ปล่อยให้ออกมาเทรดดูครับ คนมีความสามารถ ถึงเวลาเค้าจะตัดสินใจเองว่าไหวหรือไม่ไหว ไม่ลองไม่รู้ เค้าอาจจะทำผลตอบแทนได้มหาศาลก็ได้

ช่วงวัยนี้ยังพอรับความเสี่ยงได้ครับ ถ้าล้มก็กลับไปทำงานประจำ เพื่อนผมอายุ 29 ทำงานมา 7 ปี เก็บเงินได้ก้อนนึง กำลังจะขึ้นตำแหน่งใหญ่ แต่ตัดสินใจ ออกจากงานมาลุยธุรกิจส่วนตัวเต็มตัว มันบอกอย่างมากทำแล้วเจ๊ง ก็กลับไปทำงานใหม่ อายุ 30-31 มีประสบการ์ณ หางานใหม่ก็ไม่ยาก แต่ถ้าไม่เจ๊งก็อาจได้เป็น เศรษฐีกับเค้า แต่ถ้าทำงาน จน 35-40 ออกมายากแล้วครับ ตำแหน่งใหญ่โต ภาระล้นตัว

สำหรับคนที่บอกให้ ทำงานไปด้วยเทรดไปด้วย ต้องเข้าใจครับว่าแผนแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางครั้งมันต้องเลือก ระบบเทรดของเค้าอาจจะทำรายได้ เดือนละ 2-3 แสน แต่ต้องเทรดแบบนั่งดูตลอด เพราะงั้นก็ต้องเลือกละหว่าง ทำงานประจำหรือมานั่งเทรด มันไม่สามารถ ทำงานไปด้วยเทรดไปด้วยได้

สำคัญสุดคือมีแผนการ มีวงเงิน มีเงินสำรอง มีเป้าหมาย ถ้าเทรดแล้วไม่ได้ดังเป้า ภายในกี่เดือน จะยอมรับความผิดพลาดยกเลิกแล้วกลับไปทำงาน  ถามในนี้ได้คำตอบร้อยแปด เพราะแต่ละคน ความกล้ากลัวไม่เท่ากัน บางคนอยากได้แค่ค่าขนม ก็เล่นนิดหน่อย จะทำการใหญ่ใจต้องถึงครับ แต่ต้องมีทางออกเผื่อพลาดไว้เสมอ
ความคิดเห็นที่ 90
อยากบอก สั้นๆ ว่า การ trade full time ไม่ได้ทำให้ผลตอบแทน เพิ่มมากกว่า การ เทรดแบบ ระยะกลาง หรือ ยาวเลย ชนิดแบบ
หลายวันเทรดที หรือ ดูเฉพาะ EOD แล้ววางแผนเทรดล่วงหน้า
ตรงกันข้าม การขยันเทรด การดูตลอด การที่ต้องคอยตัดสินใจบ่อยๆ ทำให้เทรดผิดพลาด เสี่ยงต่อความเสียหายมากกว่าด้วยซ้ำ

การไม่มีรายได้ และ หวังรายได้จากการเทรด นั้น เพิ่มความเครียด จนกระทั่ง เสี่ยงต่อการ เป็นโรค ไม่ติดต่อ ประเภท เบาหวาน หัวใจ
มากกว่าปกติด้วยครับ

สามีคุณอายุ 30 จะนั่งเทรดอย่างเดียว จนแก่เลยหรือครับ .. ถ้าตายสัก อายุ 80 ที่เทรดกันนาน  50 ปีเลยนะครับ
แล้วถ้าไม่ได้ อย่างที่ตั้งใจไว้ หรือ พลาดเสียท่า ตอนที่อายุเลยวัยกลางคน
จะรับประกันความมั่นคงที่เหลือ ให้อีก 2 คนข้างตัวอย่างไร

ตัวผมเอง เทรดหุ้นมาเกิน 10 ปี ผมยังรับตัวเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ที่ผลงานปีที่แล้ว แพ้เละเทะ ตัดขาดทุนชนิด กำไรเป็นปีๆ หายไป
ทุกวันนี้ ผมยังทำงานประจำและ ทำงานพิเศษ ด้วยซ้ำ ไม่งอมืองอเท้า แม้พอร์ตใหญ่พอควร
ไม่คิดขนาดที่ว่า ต้องลางาน ทิ้งทุกอย่างมารอเทรดอย่างเดียว ด้วยซ้ำ

ผมเคยทำแบบนี้ช่วงสั้นๆ ในช่วงอายุ 30 กว่าๆ รู้สึกว่า ชีวิตช่วงนั้น เป็นคน ที่ไร้ค่าที่สุดในโลก จนอยากได้เวลานั้นคืนมาเลย เสียดายมาก
ตอนชนะเหมือนคนบ้า ตอนแพ้ยิ่งกว่าคนบ้าอีก คิดแต่จะเอาคืน

โชคดีมาก ที่ผมกลับสู่เสถียรภาพ ได้ในเวลาไม่นาน

ทุกวันนี้ ผมเทรด เพื่ออนาคต และความมั่งคั่ง
ทำงานประจำ(บริษัทเปิดเอง) เพื่อความมั่นคง (ผ่อนสินทรัพย์)
แถมทำงานพิเศษวันหยุด เพื่อการบริโภค


ความคิดเห็นที่ 33
ไม่เห็นโรงศพไม่หลั่งน้ำตา ห้ามยากครับของพรรณนี้ เพราะยุคนี้มีคนทำแบบนั้นแล้วสำเร็จก็มาคุยอวดเยอะ เขียนหนังสือก็เยอะ ทำยังกะเล่นหุ้นแล้วรวยง่ายๆแค่เก่งเรื่องกราฟมองเทคนิคออกก็จบ รวยได้ง่ายๆ อย่างที่คุณว่าแหละถูกแล้วคนที่เล่นแล้วเจ๊งเค้าไม่มาบอกให้คนรู้ไง เราก็เลยรู้สึกเหมือนว่าเจอแต่คนที่สำเร็จเต็มไปหมด

ผมอยากจะห้ามนะแต่ไม่กล้าเพราะเค้าอาจจะสำเร็จแบบผมในอดีตก็ได้ หลังจากลาออกจากงานมาเล่นหุ้นตอนนี้ผมกลายเป็นคนมีอิสระภาพทางการเงินขั้นสูงมากๆ  แต่คุณรู้ไม๊กว่าจะมาถึงตรงนี้ต้องแลกด้วยอะไรมาบ้าง มันไม่ง่ายเลย เสี่ยงสุดๆ เจ๊งหมดตัวก็เคยโดนมาแล้ว ตอนปี40เจ๊งกันล้มหายตายจากไปแทบหมดประเทศ นี่ก็เอาละขุดบ่อล่อปลาให้เม่าหลงเข้าไปกันเยอะๆ อีกปีสองปีไม่รู้จะต้องเจอวิกฤตอะไรอีก เชื่อสิครับว่ามันต้องมีวิกฤตอีกแน่ๆ หากคุณทิ้งเงินเดือน8หมื่นมาแล้วปีหน้าเกิดวิกฤต ตลาดหุ้นกลายเป็นตลาดกินเงิน ครอบครัวคุณจะเอาอะไรรับทานและเลี้ยงลูกๆครับ

แนะนำนะ  ถ้าสามีคุณคิดจะออกจากงานก็จงเล่นหุ้นจนสามารถล้างหนี้บ้านหนี้รถให้หมดเสียก่อน  แล้วมีทุนก้อนใหญ่ๆพอจะเล่นหุ้นได้ค่อยออกจากงานเหอะครับ หรือถ้าคิดจะออกให้ได้จริงๆก็รอให้ตลาดมันต่ำๆแบบปี 40 ที่ ดร.นิเวศ เค้าเริ่มลงทุนนั่นแหละครับถึงจะปลอดภัย ตลาดแบบตอนนี้ต่อให้มันขึ้นไปทำไฮน์ได้อีกในปีหน้า สุดท้ายก็ต้องลงในปีถัดไปครับ ถ้าขึ้นอย่างเดียวได้ทุกปีๆคงรวยกันทั้งโลกไปแล้ว
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่