ทำไมพรรคการเมืองไทยถึงไม่ใช้ระบบ"ไพรมารีโหวต"ครับ?????

ขอแปล “ไพรมารี่โหวต” (Primary vote) ว่า “เลือกก่อน” โดยผู้ที่เป็นคนเลือกก่อนก็คือสมาชิกพรรคการเมืองหรือประชาชนโดยทั่วไป เหตุผลที่ต้องมีการเลือกก่อน อันแรกคือช่วยลดจำนวนผู้สมัครลง ในพรรคหนึ่งๆ นอกจากนายก. ที่ได้ลงสมัครในที่สุดแล้ว ยังมีคนอื่นๆ ที่วิ่งเต้น ขอหัวหน้าพรรค ขอเส้นสายในพรรคที่จะลงสมัครด้วยอีกจำนวนมาก เผอิญกฎหมายบ้านเรากำหนดว่าพรรคหนึ่งมีสิทธิ์ที่จะส่งผู้สมัครในหนึ่งเขตเพียงคนเดียว ก็เลยทำให้หัวหน้าพรรคต้องเป็นคนตัดสินใจว่าจะเอาคนไหนลง แต่ในความจริงทุกแห่งในโลก ในหนึ่งเขตเลือกตั้งจะมีคนที่อยากลงในนามของพรรคหนึ่งๆ มากกว่าหนึ่งคนเสมอ ในแง่นี้การลดจำนวนผู้สมัครหรือคัดสรรผู้สมัครให้มีจำนวนน้อยลง จึงเป็นประโยชน์ต่อพรรคเอง ขณะเดียวกันก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศด้วย เพราะถ้าเราลงสมัครกันทีเขตหนึ่งสองร้อยคน แต่ละคนก็จะได้คะแนนมานิดหน่อย ไม่ถึงครึ่งสักคน ไม่สามารถจะพูดได้ว่าเขาเป็นตัวแทนของประชาชนคนไหนได้เลย

เหตุผลประการที่สองที่สำคัญมาก คือการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะให้ใครมาเป็นส.ส.ของเรา หรือลงสมัครในนามของพรรคที่เราสังกัดอยู่ โดยปกติถ้าประชาชนไม่ได้เป็นผู้กำหนดว่าใครคือผู้สมัครของพรรค ผู้สมัครคนนั้นเมื่อได้เป็นส.ส.แล้ว เขาจะฟังเราหรือ แน่นอนว่าไม่ เหมือนกับเราไปลงคะแนนเลือกตั้ง 4 ปีครั้ง แต่ไม่ได้มีส.ส.ของเราเองจริงๆ เลย เราไม่สามารถใช้ส.ส.เป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบายใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ส่วนข้อเสียของระบบ"เลือกก่อน" คือมันมีความโน้มเอียงในการจะกีดกันพรรคเล็กๆ ออกไป โอกาสที่พรรคเล็กๆ จะได้คนไปลงสมัครเลือกตั้งที่มีโอกาสชนะน้อยมาก และไม่ค่อยได้มีโอกาสโผล่ขึ้นมา ทำให้เป็นปัญหาของประเทศที่ใช้ระบบการเมืองแบบสองพรรคใหญ่ คือทำให้ประชาชนหมดทางเลือก เช่น ฉันไม่เชื่อในนโยบายของพรรคเดโมแครตและรีพลับลิกัน แต่เชื่อในนโยบายของพรรค X ซึ่งไม่มีวันที่จะได้เป็น ส.ส.

ทำไมเราคนไทยถึงควรจะร่วมกันในการผลักดันให้เกิดระบบเลือกก่อน ประการแรกคือพรรคการเมืองทุกพรรคในไทย เป็นสมบัติส่วนตัวของคนจำนวนน้อย จำนวนไม่มากเท่าไรตลอดมา แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ ที่อ้างว่าเป็นพรรคการเมืองที่สมบูรณ์ที่สุด มีระบบภายในที่ดี แต่ในความจริงการเลือกผู้สมัครในเขตต่างๆ ก็ใช้กรรมการบริหารพรรค และขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของหัวหน้าพรรค หรือขาใหญ่ของพรรคด้วย โดยที่ประชาชนไม่เกี่ยว หรือในพรรคเพื่อไทย ทุกคนก็รู้ว่ามี “เจ๊” มี “เฮีย” ซึ่งมีหลายคนทั้งเฮียในพรรคและในมุ้งการเมือง คนเหล่านี้คือคนตัดสิน คนมีส่วนร่วมในการใช้พรรคเพื่อไทยในการต่อรองอำนาจ ต่อรองผลประโยชน์ ส่วนประชาชนไม่เกี่ยวเลย

ขณะเดียวกันตัว ส.ส.ก็ต้องวิ่งหาเฮียหรือเจ๊เพื่อสนับสนุนให้ได้ลงเลือกตั้ง ฉะนั้นเมื่อได้รับเลือกตั้งแล้ว ถามว่าเขาจะตอบสนองต่อเฮียและเจ๊ หรือตอบสนองต่อเรา ก็เป็นธรรมดา ก็ต้องตอบสนองต่อคนที่อุปถัมภ์เขามากกว่า ระบบเลือกก่อนจะทำให้คนที่ได้รับเลือกก่อน จะได้รู้เลยว่าเขาได้เป็นผู้สมัครเพราะพวกเราทุกคน ความเห็นของเราก็จะมีน้ำหนักกับส.ส.มากขึ้น รวมทั้งการที่เกิดเป็นภาระก่อนเลือกตั้งให้ผู้สมัครเสนอหน้ามารับใช้ประชาชนอยู่ตลอดเวลาด้วย

ดังนั้น พรรคการเมืองในประเทศไทยไม่เคยเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายของประชาชนเลย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน สามารถทำนโยบายต่างๆ โดยไม่ได้ปรึกษาหารือกับเรา ที่เรียกว่านโยบายประชานิยม จริงๆ แล้วก็ไม่เคยถาม “ประชา” สักคำ แต่เป็นเรื่องของพระอินทร์ที่ส่องลงมามองบนโลก และคิดเอาเองว่าควรจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้คนบนโลกนี้ กลายเป็นนโยบายที่เราต่อรองไม่ได้ สรุปแล้วประเทศไทยมีการเลือกตั้งมาหลายครั้งหลายหนแล้ว แต่คนไทยยังไม่เคยมีส.ส.ของตัวเองสักคนเดียว จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ตราบเท่าที่เรายังไม่มีระบบเลือกก่อนให้เราเป็นผู้กำหนดผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนก็จะเป็นของเจ๊และของเฮียตลอดไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่