J A P A N ไม่ขึ้นรถไฟ ไม่นั่งรถเมล์ เดินเอาค่ะ พบเจออะไรบ้าง มาดูกัน

ฉันมันบ้า...(รึป่าว)

เวลามีเยอะ...หรือ ต่อมอยากรู้อยากเห็นทำงานมากไป จะด้วยเหตุผลไหนก็แล้วแต่ ฉันพบว่า การเดินเที่ยว ไม่ขึ้นรถไฟ ไม่ไปรถเมล์ มันเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้ฉันหลงไหลการเดินเพื่อการท่องเที่ยว เห็นบ้านเห็นเมือง เห็นผู้คน เห็นอะไรแปลกใหม่ โดยเฉพาะวิถีชีวิตคนเมือง ในรูปแบบชิลๆ ทั้งๆ ที่อยู่ในเมืองหลวงที่วุ่นวาย ผู้คนมากมายมหาศาลอย่างกรุงโตเกียว

ในวันที่ฝนไม่ตก อย่างวันนี้ ฉันเลือกที่จะเดินเล่นไปเรื่อยๆ แวะดูโน่นนี่ข้างทาง กลายเป็นนักเดินทางเต็มตัว มิใช่นักท่องเที่ยวทั่วไป (ว่าไปนั่น เหมือน Upgrade จากนักท่องเที่ยวธรรมดา เป็นนักเดินทางแนวๆ 555)



อย่างที่เคยเล่าไว้ในกระทู้แรกๆ ของ Trip นี้ คือฉันพักที่ Tokyo Hutte ใหม่กิ๊ก เป็นที่พักแบบ Hostel เน้นประหยัด ทำเลดีมาก หากินสะดวก ขึ้นรถไฟมาจากสนามบินก็แค่ต่อเดียว ตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Oshiage (Tokyo Skytree) และติดกับแม่น้ำสายเล็กๆ ทำให้การเดินเล่นจากตรงนี้ไป Asakusa หรือ Ueno ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

ก่อนออกเดิน หาข้าวกินก่อน ใกล้ๆ ที่พัก อยู่มุมถนนตรงสี่แยก จะมีร้านข้าวหน้าปลาดิบ ที่อร่อย (อยากวงเล็บไว้ว่า อร่อยมากค่ะ)
ราคาก็ไม่แพง แค่ 500 เยน (บวก Vat เป็น 540 เยนนะ 8%)



ฉันไม่ได้คลั้งไคล้ปลาดิบหรอกนะ
แต่เพื่อความอยู่รอดในญี่ปุ่น ก็ต้องหาของกินแบบไม่แพงมาก
แต่ถ้า........ไอ้ที่ว่า "ไม่แพงมาก" ถ้ากินแล้วไม่อร่อย หรือกินแล้วไม่ได้อรรถรส ฉันก็ขอกินมาม่า หรือ ขนมปังอะไรก็ได้ แทน

ที่จะบอกคือ........ข้าวหน้าปลาดิบของเจ้านี้ เค้าไม่ธรรมดาอ่ะ คือมันอร่อยตั้งแต่คำแรกยันคำสุดท้าย เหมือนว่า ข้าว ปลาดิบกับซอสที่ให้มาพร้อมวาซาบิเค้าปรุงอะไรมาด้วยสักอย่าง ทำให้ฉันกินหมด ไม่เหลือแม่แต้เม็ดเดียว ทุกครั้งที่ซื้อมากิน มันจะอร่อยเหมือนเดิมทุกกล่อง จุดเด่น มันไม่ได้อยู่ที่อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คือมันรวมๆ กัน แล้วมันถูกปาก ถูกใจ ถูกตังค์ มากค่ะ



ร้านเค้าก็เรียบๆ ง่ายๆ ยืนตรง counter หน้าร้าน ขอเค้าถ่ายรูป เค้าก็อนุญาตค่ะ ร้านเป็นแบบ To go นะคะ ไม่มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งกิน ถ้าจะนั่งกินตรงหน้าร้านที่มีเก้าอี้อยู่ 2 ตัวนั่นก็คงจะไม่ผิดกติกา หรือจะซื้อกลับไปนั่งกินใน Hostel ก็ได้ มีน้ำให้ดื่มฟรีๆ ใส่น้ำแข็งไว้ให้ในเหยือก บริการตัวเองได้ตลอดเวลา



นอกจากข้าวหน้าปลาดิบแล้ว ก็ยังมีร้าน Mc Donald ตั้งแข่งใกล้ๆ กันให้ลูกค้าเลือก
ข้ามถนนมาแล้ว หันกลับไป ถ่ายรูปได้แบบนี้ สำหรับ Hostel จะอยู่ติดกับตึกขาวๆ ตรงกลางภาพค่ะ



ตรงข้ามกับร้านข้าวหน้าปลาดิบ จะเป็นร้านปาจิงโกะ มีอยู่วันหนึ่ง เจอขบวนแห่อะไรสักอย่าง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร เพราะวันนั้นทั้งวันเจอขบวนแบบนี้หลายที่มาก วันที่ไป เจองานใหญ่ที่ Shibuya ขบวนมาเยอะมากๆ เหมือนแข่งกันด้วยค่ะ



(แอบเอาภาพมาแปะหน่อย เพราะคนละวันกันกับวันที่เดินเที่ยว)

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ใครไม่กินปลาดิบ ใกล้ๆ ที่พัก หาร้านกินข้าวได้หลายที่ อย่างเช่นร้านนี้ ชื่อร้านอะไรก็อ่านไม่ออก ถ้าเห็น Logo แบบนี้ ก็เข้าไปได้เลยเพราะมีหลายสาขามากๆ ไปไหนก็เจอ ฉันลองมาแล้ว 2 ครั้ง พบว่าถูกปากและถูกตังค์เหมือนกัน ดูภาพแล้วเลือกได้จากเครื่องหยอดเหรียญในร้าน





มีวันนึง ลองข้าวหน้าหมูย่าง มีซุปมาด้วยนะคะ ทุกอย่างเลย มื้อนี้หมดไป 490 เยน



จากแม่น้ำเล็กๆ ตรงนี้ ถ้าเดินเข้าซอยเล็กๆ หลายๆ ซอยทางซ้ายมือของแม่น้ำ ก็จะเจอถนน Asakusa Dori



ถนนที่เดินอยู่ ทางเดินก็จะประมาณนี้ คือติดถนนที่รถวิ่งผ่านไปมานั่นแหละค่ะ ถนนเส้นนี้ ตรงไปเรื่อยๆ มีแยกทางขวาเยื้องๆ หน่อยๆ จะเป็นสะพานสีแดงย่านอาซากุสะ ตามไปเรื่อยๆ นะคะ



มองกลับไป ก็ยังคงเห็น Tokyo Skytree อยู่เป็นเพื่อน ถนนตรงนี้ คนละถนนกันกับภาพแรก ตรงแม่น้ำนะคะ แต่อยู่ขนานกัน (ภาพเอามาจากคนละวันกัน ท้องฟ้าเลยไม่เหมือนกัน)



เดินมาเรื่อยๆ ก็จะมีถนนเล็กๆ ต้องข้ามบ้าง เจอ Taxi สีเขียวแบบนี้ ยังไม่รู้ว่าต่างกับสีดำยังไง จะเหมือนบ้านเรามั้ย ที่สีเขียวเหลือง หมายถึง รถส่วนตัวแต่เอามาจดทะเบียนทำรถ Taxi ส่วนรถสีอื่นๆ เป็นรถเช่าจากบริษัทหรือสหกรณ์ Taxi ทั่วๆ ไป



เดินมาอีกสักแป็บ เจอร้านขายของชำ เข้าไปซื้อน้ำ ไว้พกกินระหว่างทางสักหน่อย



พบว่าราคาถูกกว่าร้าน 7-11 ที่อยู่ใกล้ๆ กันแถวนั้นนะคะ





เดินมาอีก เจอสวนสาธารณะค่ะ สวยเชียว



เดินมายืนอยู่กลางสะพาน มองไปไกลหน่อย เห็นกิจกรรมอะไรบางอย่างค่ะ



ต่อมอยากรู้อยากเห็น เริ่มทำงาน .. ฉันไม่รีรอ เดินเข้าไปตามทางเดินด้านข้างสะพาน ภาพนี้ถ่ายย้อนกลับไป ตรงจุดที่ยืนถ่ายรูปอยู่กลางสะพานเมื่อกี้



เดินเข้าไปใกล้ๆ เห็นแล้วค่ะ ว่ามีกิจกรรมอะไร



เอาหน้ากล้องสอดเข้าไป ดูชัดอีกหน่อย เห็นเค้าตกปลากันค่ะ แต่ยืนดูสักพัก มีความน่าสนใจค่ะ อดใจไม่ไหว เลยต้องเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เลย



เจอป้ายนี้ แต่ก็อ่านคำอธิบายอะไรไม่ออก ภาษาญี่ปุ่นไม่กระดิกสักคำ



ตรงทางเข้าโซนตกปลา มีป้ายนี้อีก (แง....ใครอ่านออกบ้าง)



เดินเข้าไปเลยละกัน

คือ...ก็อีแค่ตกปลา ทำไมฉันต้องหยิบมาเล่า คืองี้ค่ะ ก็มันสงสัย เพราะจากการเดินไปเดินมา พร้อมการสังเกต พบว่า ทุกๆ ครั้งที่คุณลุงทั้งหลาย ตกปลาได้ เค้าก็จะค่อยๆ เอาตะขอที่เกี่ยวอยู่กับเหงือกปลา แกะออก แล้วโยนปลากลับไปในน้ำค่ะ



คือมันอดวิเคราะห์ไม่ได้ว่า สถานที่ตรงนี้ เป็นที่นั่งซ้อมตกปลาสาธารณะ หรืออย่างไร พอตกปลาได้ ถึงได้ปล่อยกลับไปในน้ำทุกครั้ง หรือฉันยืนดูไม่นานพอที่จะเห็นเค้าเอาปลากลับบ้าน แต่ก็ไม่เห็นใครมีถังใบใหญ่มาใส่ปลาเลยนี่นา เดินดูกันต่อค่ะ

แต่ละคน ก็เหมือนจะมี Option กันคนละอย่างสองอย่าง มี Prop เก้าอี้ตกปลาส่วนตัว ร่มส่วนตัว







บางคนก็ไม่มีอะไรมาก นั่งบนเก้าอี้ที่เค้าจัดให้ สบายๆ ชิลๆ ไม่เน้น Option



เดินออกมา เตรียมจะไปต่อ เดินไป ถ่ายรูปไป สังเกตไป รับรู้คุณภาพชีวิตของคนญี่ปุ่นเลยค่ะ ว่าเค้ามีความสุขกันจริงๆ
บ้างก็มาออกกำลังกาย เดินเล่น จูงหมา เข็นรถเข็นพาหลานเดินเล่น ได้เลี้ยงหลานไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วย







ลาจากสวนสาธารณะ พร้อมคลองเล็กๆ สำหรับตกปลาเล่น ด้วยภาพนี้ กับ จุดดื่มน้ำตรงนี้
ปลื้มแทนคนญี่ปุ่นค่ะ รัฐบาลเค้าคิดให้หมดละ เพียงคุณรู้จักใช้ชีวิตให้ดีเป็นพอ



ใต้สะพาน มีทางสำหรับคนเดินข้ามถนน รถจักรยานก็ลอดผ่านตรงนี้ คือไม่ได้ข้ามหรอก เรียกว่า ลอดถนนใต้สะพานอ่ะค่ะ พร้อมต้นไม้เขียวๆ ให้ได้สดชื่น



ติดกับสะพาน มี I (information) พูดไม่ได้ อ่านเอาเอง อยู่ตรงนี้ ทำให้ฉันรู้ว่า จากจุดที่ยืนอยู่ จะไปเที่ยวไหนได้บ้าง



ซูมให้ดูค่ะ จะได้เห็นว่า การที่จะพักแถวนี้ เดินเล่นแถวนี้ ก็มีที่เที่ยวหลายแห่งที่ไปได้ทั้งรถเมล์ รถไฟ และเดินก็ได้ อย่างฉันวันนี้
จากภาพ จะเห็นว่า แม่น้ำที่อยู่ติดกับ ตึกเบียร์ Asahi ชื่อแม่น้ำ Sumida แล้วแถวๆ นั้น ก็มีที่น่าสนใจอยู่หลายที่ คือ Sumida Heritage Museum, มีวัดอีก 2-3 วัด ศาลเจ้า แล้วก็ท่าเรือ ที่ฉันตัดสินใจนั่งไปเที่ยว Odaiba



เดินไปเรื่อยๆ ระหว่างทาง ก็จะเจอรถจักรยาน ทั้งมาข้างหลัง และขี่สวนฉันไป ระวังหน่อยค่ะ เพราะถ้าเราไม่เปิดไฟเลี้ยว เค้าอาจชนได้ อ้าว...ละจะเปิดไฟเลี้ยวยังไง ทำหูแดงข้างซ้ายเวลาจะเลี้ยวซ้าย หรือเบี่ยงซ้ายเหรอ ยัยบ๊องส์ แหม...ก็ง่ายๆ เดินตรงๆ อย่าเบี่ยงซ้ายทีขวาที ถ้าจะเดินเอนไปเอียงมา ก็หันดูก่อนว่ามีรถจักรยานมาใกล้ๆ มั้ย ฉันก็เผลอหลายรอบ เกือบโดนจักรยานชนอ่ะ เค้าขี่กันไวนะ แต่ก็เห็นเบรคได้ไวเหมือนกัน



จากภาพข้างบน เป็นภาพที่ฉันชินตา วันไหนแดดดี หรือฝนไม่ตก ก็จะเห็นเค้าเอาผ้าห่ม ออกมาผึ่งกันแบบนั้นแหละ เห็นได้ทุกที่

ระหว่างทาง เจอร้านสะดวกซื้ออยู่หลายยี่ห้อเลยค่ะ



อย่างร้านนี้ ฉันลองเดินเข้าไปดู เผื่อมีอะไรให้กินระหว่างเดินเล่น



มีที่นั่ง ที่ล้างมือ ให้ด้วย กินมาม่า (ไม่มีหรอก มีแต่บะหมี่ญี่ปุ่น) หรือ พวกแซนวิช ข้าวปั้น ข้าวห่อสาหร่าย เครื่องทำน้ำร้อน



ผ่านร้านขายแว่นตา คนญี่ปุ่นกับน้องหมานี่เป็นอะไรที่ เห็นได้โดยทั่วไป การนำเสนอสินค้าก็ยังไม่พ้น เอาน้องหมาเป็น Presenter หน้าร้าน (เอ๊ะ หรือว่าร้านขายแว่นตาสำหรับหมา ก็วันก่อน เห็นมีคนจูงหมาที่ใส่แว่นตาด้วยอ่ะ)



และระหว่างเดินไปทั่วแบบนี้ สิ่งที่สังเกตได้อีกอย่าง คือ ......... เดี๋ยวมาต่อ เค้าให้แค่ 10000 ตัวอักษรตรงนี้ค่ะ ตอนนี้พิมพ์มา 9,998 ตัว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่