หลายๆ ครั้งคร่าวที่ผม กลับ ครุ่นคิดตั้งคำถามเรื่องราวต่างๆในอดีต
....... มนุษย์เราเกิดขึ้นมา ด้วยสปีชี่ส์ สายพันธุ์ที่กล่าวอ้างจากนักวิทยาศาสตร์ที่ต่างถกเถียงกันมาว่า สายพันธุ์เดียวกับ ลิง ........... ลิงเป็นสัตว์สังคมที่อยู่กันเป็นกลุ่มก้อนตั้งแต่โบราณกาล ตั้งแต่โลกถือวิวัฒนการ ต่อมาเป็นการบิดทางสายพันธุ์ที่ถือกำเนิดขึ้น เป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ ที่เรียกตัวเองว่า" มนุษย์ "
ตั้งแต่ยุคหินฟินสโตน หากหลายท่านได้พินิจวิเคราะห์กันดู การสืบเนื่องจาก ยุคหินโบราณเอง มนุษย์ ก็อยู่เป็นก๊กเป็นก้อน เมิงไป ไหน กูไปด้วย สร้างวิถีชีวิตของสายพันธุ์ในสืบเนื่องต่อไป บ้างก็คงเคยได้ยิน การหาคู่ของยุคหิน โดยทำการตีกบาลฝ่ายหญืงเพื่อที่จองเป็นแม่ของลูกสายพันธุ์สร้างสรรค์แบนด์เดียวทางสายพันธุ์ Dna ที่อยากคงอยู่ต่อไป...........
จนแล้ว จนเหล่า มนุษย์ เริ่มมีวิวัฒนาการ ที่ดีขึ้นเรื่อย สร้างอณาเขต สร้างเมือง สิ่งปลูกสร้าง จน สิ่งที่สำคัญของการพบป่ะกันแหละกัน
"ภาษาสื่อสาร" ภาษาก็เป็นกลุ่มแตกเหล่า ตามความต้องการที่เผ่าพันธุ์เชื้อชาติสร้างสรรค์บูรณาการ จนเป็นที่ยอมรับ ของสังคม ระดับเล็กระดับกลางไปจนถึงระดับทั่ว ไป
ช่องทางการสื่อสาร ต่างที่เรามักพบเห็นเองก็ถือว่า เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากนะครับ จาก ส่งสัญญาณด้วย ควันไฟ แสง สี เสียง จนปรับเปลี่ยน ผ่านกลยุทธ์นักคิด นักประดิษฐ์ต่างๆที่ฝากชื่อไว้ก้องโลก ในโลกา
จนมาถึง ยุคปัจจุบันไม่นานการเข้ามาการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมของมนุษย์ ที่สร้างความ หรรษา ช่องทางการสื่อสารใหม่ๆๆ โดยที่เราทุกคนต่างปฎิเสธไปไม่ได้ เลย ว่า โซเชียลเข้ามามีบทบาทต่อเรามากที่เดียว บวก ลบ ความคิด การเข้ามาของ สิ่งที่เรียกว่า โซเชียส การมาของเจ้าโชเชียส เหล่านี้สร้างความเพลิดเพลินหรรษาฆ่าเวลา มากมายที่หลากหลายคนใช้เป็นวิถีทางเลือก แก้เบื่อให้กับตนเอง
แต่สิ่งที่หลังๆๆผมได้เห็น วิเคราะห์์ว่า โซเชียลเป็นดาบสองคม มีทั้งดีและไม่ดี สิ่งที่ดีก็มีมากมายเป็นภูเขาโลกา สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และอื่นๆอีกมากมาย
ที่เป็นภัยเงียบ ก็มีอีกเป้นภูเขาโลกา ตามเป็นเงาตามตัวของด้านประโยชน์เองเฉกเช่นเดียว กัน เราอาจจะเคยเห็น กันกับพาดหัวข่าวหลากหลาย ที่มีการทะเลาะวิวาท วาดวาทะใส่กันแหละกัน ฆ่าฟันกันตาย ลวงข่มขืน หรือ หลอกหลวงทรัพย์สิน สูญเงิน เสียทองไปมากต่อมาก ขึ้นอยู่กับว่า วิจารณญาณส่วนบุคคล ว่าใครโดนเรื่องไหน ไปตามๆๆกัน
ส่วนผมเองก็ไม่เถียงครับว่าเราเองก็เป็นuser คนหนึ่ง ที่เข่ามาโลดแล่นบนเวทีโซเชียลต่างๆนานๆ ทั้งหลากหลาย ก่อนหน้านัตัวเองก็ใช้สมาทโฟน มาเหมือนกัน แต่เนื่องจากว่า เราเองทำหายจนบ่อยเกินไป เลย คิดว่าไม่เอาแหละขึ้เกรียจซื้อและใช้ธรรมดา โทรเข้า โทรออกก็พอ จนลดเวลาการเสพย์โซเชี่ยล ต่างๆๆไม่ได้ ตลอดเวลา มีเวลาที่เล่นบ้างตอนที่ใช้pcเท่านั้น จนทำให้คิดว่า การที่เราไม่รับรู้ข้อมูลการสื่อสาร Interactive ในเวลาเดียวกันมันก็
ทำให้ม่านตาเบิกกว้างมองเห็น focus ไปได้ไกลกว่าที่ จอ สมาทโฟนปิดกั้นโลกที่อยู่ตรงหน้าในขณะนั้น !!!!
การที่ผมได้พบประสบเจอ หลายๆๆครั้ง ได้ไปทานข้าวแล้วเห็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ทานอาหาร เป็นวันครอบครัว วันอาทิตย์ช่างเป็นเรื่องที่น่าปิติยินดี เหลือเกิน แต่ที่เห็นกลับบนโต๊ะอาหาร พ่อ แม่ พี่สาว ต่างมีสายตาeye contact ไม่ห่างจากหน้าจอ สมาทโฟน เด็กชายตัวน้อยอายุไม่เกิน4ขวบจากการประมาณคร่าวจากสายตาของผม เด็กน้อยคนนั่นกำลังเพิ่งจะหัดกินข้าวด้วยตัวเอง ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในสายตาของใครๆ แต่สิ่งที่ผมมองมันเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิตที่กำลังมีความพัฒนาการทางด้านกายภาพซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่กลับหามีแววตาสอดส่อง มายังเด็กน้อยคนนั้นไม่.........
เทคโนโลยี ที่ทำให้อะไรสะดวกรวดเร็วไปหมด แต่ก่อน เราเคยใช้ เน็ตความเร็วไม่เกิน 256 ตอนนี้ปรับเปลี่ยน ไป มากมายหลายเท่าตัวได้ ทำให้เราได้ลดความอดทนการรอคอย ยิ่งเร็วเท่าไหร่ ความอดทนของมนุษย์นั้นลดลงตาม..................... เรายิ่งตอบสนองความต้องการทวีมากเท่าไหร่ ตัวเรานั้นแหละ ที่กำลังจะdowngrade ความเป็นมนุษย์ลดลง ...................
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"คุณรู้มั้ยว่า .... ? ในแต่ละวัน เวลาที่เราสูญเสียไปกับการใช้โทรศัทพ์มือถือ คิดเป็น 4ปีของเวลาทั้งชีวิต
หน้าจอทัชสกรีนแบบสัมผัสกับทำให้ ความสัมพันธระหว่างเราน้อยลงเรื่อยๆ
และเมื่อบรรดาเหล่า สมาทโฟน และอีกสารพัดไอที เข้ายึดครองพื้นที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความสัมพันธของเรา ความใกล้ชิดของเรา หรือเพื่อน แม้แต่พ่อแม่เอง กลับ ทวีความลดน้อยลงไป ......
สิ่งที่เคยบอกกล่าวเอาไว้ในงานโฆษณาต่างๆว่าจะทำให้พวกเราใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ทำไมยิ่งรู่สึกว่า สายใยเราหว่างคนใกล้ชิดนั้น กลับค่อยๆfade ตัวจางหายไป .......
อย่างการมีเพื่อนในface book เรามีมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่รู้สึกว่าทำไมนะเพื่อนรอบตัวเรากลับ ลดน้อยลงไป การติดต่อ ก็บอกว่า เดี่ยวเจอในfacebook ทั้งๆๆที่แต่ก่อน ไปไกลแค่ไหนก็ยังเจอกันได้ ...................
สิ่งที่ตั้งค่าเอาไว้เป็นหน้าHome computer กลับทำให้คนบางคนมีคุณค่าตามยอดการกดLike และจำนวนผู้ติดตาม ............(คือเป็นการวัดคุณค่าของความเป็นคนหรอ ?)
เวลาผมนั่งรถหรือ เรือ ผมสังเกต ว่าคนเรามักเมินเฉยกับสิ่งที่กำลังอยู่รอบข้าง
เราเมินเฉยต่อการแสดงความรัก ความมีน้ำใจต่อกัน แต่กันแสดงว่าคิดเห็นลงในหน้ากระดาษว่างๆ บนcommet ?
แล้วบ้างสิ่งบ้างอย่างที่เป็นพวกตัวย่อ ทั้งหลายนั้น นี่เราจะประหยัดเวลากันมากเกินไป มั้ย ซึ่งบ้างคำอาจจะเป็นประวัติศาสตร์ การคิดค้นของใครบ้างคน ในอดีต?
ความเร็วระบบไร้สายต่างๆ เราต้องการมันไว้ทำไม? เมื่อผลการศึกษาได้ออกมาบอกกล่าวว่า #ทำให้ความสนใจของมนุษย์สั้นเพียงไม่ถึง1วินาที#
อย่าลืมไปนะว่าคุณมีทางเลือกที่สามารถทำได้ !!!
และในเรื่องนี้ไม่มี ระบบปฎิบัติการใดๆๆ ที่คุณนั้นสามารถ upload หรือ update หาได้ตาม Ios หรือ android คุณต้องเริ่มทำมันอย่างจริงจัง ที่อยู่ที่การตัดสินใจของคุณเอง และลงมือทำด้วยตัวเอง
ใครกันที่มากำหนดให้เราโพสภาพเก่าของเรา ได้ เฉพาะวัน พฤหัสบดี
ผมเบื่อเหลือเกินที่จะต้องมานั่งทำตามกฎเกณฑ์พวกที่เพื่อทำให้คนอื่นที่ไม่ได้ มีส่วน

ะไรกับชีวิตเกิดความพึ่งพอใจ .....เพื่อตีกรอบเป้นส่วนหนึ่งของยุคดิจิตอล บ้าบอ คอแตก เหล่านี้
ผมแค่อยากยืนยิ้มได้ในวันที่แบตเตอรี่มือถือของผมใกล้จะหมดไม่ต้อง กระสับกระส่ายเป็นหน้าลงแดง ตอนที่ไม่ได้เสพย์โซเชี้ยะเน็ตเวริค์ ...........เพราะอะไรรู้มั้ย .......................... เพราะนั่นหมายความว่าความเป็นมนุษย์ของผมกำลังกลับมาอีกครั้ง ................."
จาก แมวพเนจร
ความเป็นมนุษย์ กลับคืนมาอีกครั้งเมื่อแบตเตอรี่ บนสมาทโฟนหมดไป
....... มนุษย์เราเกิดขึ้นมา ด้วยสปีชี่ส์ สายพันธุ์ที่กล่าวอ้างจากนักวิทยาศาสตร์ที่ต่างถกเถียงกันมาว่า สายพันธุ์เดียวกับ ลิง ........... ลิงเป็นสัตว์สังคมที่อยู่กันเป็นกลุ่มก้อนตั้งแต่โบราณกาล ตั้งแต่โลกถือวิวัฒนการ ต่อมาเป็นการบิดทางสายพันธุ์ที่ถือกำเนิดขึ้น เป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ ที่เรียกตัวเองว่า" มนุษย์ "
ตั้งแต่ยุคหินฟินสโตน หากหลายท่านได้พินิจวิเคราะห์กันดู การสืบเนื่องจาก ยุคหินโบราณเอง มนุษย์ ก็อยู่เป็นก๊กเป็นก้อน เมิงไป ไหน กูไปด้วย สร้างวิถีชีวิตของสายพันธุ์ในสืบเนื่องต่อไป บ้างก็คงเคยได้ยิน การหาคู่ของยุคหิน โดยทำการตีกบาลฝ่ายหญืงเพื่อที่จองเป็นแม่ของลูกสายพันธุ์สร้างสรรค์แบนด์เดียวทางสายพันธุ์ Dna ที่อยากคงอยู่ต่อไป...........
จนแล้ว จนเหล่า มนุษย์ เริ่มมีวิวัฒนาการ ที่ดีขึ้นเรื่อย สร้างอณาเขต สร้างเมือง สิ่งปลูกสร้าง จน สิ่งที่สำคัญของการพบป่ะกันแหละกัน
"ภาษาสื่อสาร" ภาษาก็เป็นกลุ่มแตกเหล่า ตามความต้องการที่เผ่าพันธุ์เชื้อชาติสร้างสรรค์บูรณาการ จนเป็นที่ยอมรับ ของสังคม ระดับเล็กระดับกลางไปจนถึงระดับทั่ว ไป
ช่องทางการสื่อสาร ต่างที่เรามักพบเห็นเองก็ถือว่า เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากนะครับ จาก ส่งสัญญาณด้วย ควันไฟ แสง สี เสียง จนปรับเปลี่ยน ผ่านกลยุทธ์นักคิด นักประดิษฐ์ต่างๆที่ฝากชื่อไว้ก้องโลก ในโลกา
จนมาถึง ยุคปัจจุบันไม่นานการเข้ามาการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมของมนุษย์ ที่สร้างความ หรรษา ช่องทางการสื่อสารใหม่ๆๆ โดยที่เราทุกคนต่างปฎิเสธไปไม่ได้ เลย ว่า โซเชียลเข้ามามีบทบาทต่อเรามากที่เดียว บวก ลบ ความคิด การเข้ามาของ สิ่งที่เรียกว่า โซเชียส การมาของเจ้าโชเชียส เหล่านี้สร้างความเพลิดเพลินหรรษาฆ่าเวลา มากมายที่หลากหลายคนใช้เป็นวิถีทางเลือก แก้เบื่อให้กับตนเอง
แต่สิ่งที่หลังๆๆผมได้เห็น วิเคราะห์์ว่า โซเชียลเป็นดาบสองคม มีทั้งดีและไม่ดี สิ่งที่ดีก็มีมากมายเป็นภูเขาโลกา สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และอื่นๆอีกมากมาย
ที่เป็นภัยเงียบ ก็มีอีกเป้นภูเขาโลกา ตามเป็นเงาตามตัวของด้านประโยชน์เองเฉกเช่นเดียว กัน เราอาจจะเคยเห็น กันกับพาดหัวข่าวหลากหลาย ที่มีการทะเลาะวิวาท วาดวาทะใส่กันแหละกัน ฆ่าฟันกันตาย ลวงข่มขืน หรือ หลอกหลวงทรัพย์สิน สูญเงิน เสียทองไปมากต่อมาก ขึ้นอยู่กับว่า วิจารณญาณส่วนบุคคล ว่าใครโดนเรื่องไหน ไปตามๆๆกัน
ส่วนผมเองก็ไม่เถียงครับว่าเราเองก็เป็นuser คนหนึ่ง ที่เข่ามาโลดแล่นบนเวทีโซเชียลต่างๆนานๆ ทั้งหลากหลาย ก่อนหน้านัตัวเองก็ใช้สมาทโฟน มาเหมือนกัน แต่เนื่องจากว่า เราเองทำหายจนบ่อยเกินไป เลย คิดว่าไม่เอาแหละขึ้เกรียจซื้อและใช้ธรรมดา โทรเข้า โทรออกก็พอ จนลดเวลาการเสพย์โซเชี่ยล ต่างๆๆไม่ได้ ตลอดเวลา มีเวลาที่เล่นบ้างตอนที่ใช้pcเท่านั้น จนทำให้คิดว่า การที่เราไม่รับรู้ข้อมูลการสื่อสาร Interactive ในเวลาเดียวกันมันก็
ทำให้ม่านตาเบิกกว้างมองเห็น focus ไปได้ไกลกว่าที่ จอ สมาทโฟนปิดกั้นโลกที่อยู่ตรงหน้าในขณะนั้น !!!!
การที่ผมได้พบประสบเจอ หลายๆๆครั้ง ได้ไปทานข้าวแล้วเห็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ทานอาหาร เป็นวันครอบครัว วันอาทิตย์ช่างเป็นเรื่องที่น่าปิติยินดี เหลือเกิน แต่ที่เห็นกลับบนโต๊ะอาหาร พ่อ แม่ พี่สาว ต่างมีสายตาeye contact ไม่ห่างจากหน้าจอ สมาทโฟน เด็กชายตัวน้อยอายุไม่เกิน4ขวบจากการประมาณคร่าวจากสายตาของผม เด็กน้อยคนนั่นกำลังเพิ่งจะหัดกินข้าวด้วยตัวเอง ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในสายตาของใครๆ แต่สิ่งที่ผมมองมันเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิตที่กำลังมีความพัฒนาการทางด้านกายภาพซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่กลับหามีแววตาสอดส่อง มายังเด็กน้อยคนนั้นไม่.........
เทคโนโลยี ที่ทำให้อะไรสะดวกรวดเร็วไปหมด แต่ก่อน เราเคยใช้ เน็ตความเร็วไม่เกิน 256 ตอนนี้ปรับเปลี่ยน ไป มากมายหลายเท่าตัวได้ ทำให้เราได้ลดความอดทนการรอคอย ยิ่งเร็วเท่าไหร่ ความอดทนของมนุษย์นั้นลดลงตาม..................... เรายิ่งตอบสนองความต้องการทวีมากเท่าไหร่ ตัวเรานั้นแหละ ที่กำลังจะdowngrade ความเป็นมนุษย์ลดลง ...................
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"คุณรู้มั้ยว่า .... ? ในแต่ละวัน เวลาที่เราสูญเสียไปกับการใช้โทรศัทพ์มือถือ คิดเป็น 4ปีของเวลาทั้งชีวิต
หน้าจอทัชสกรีนแบบสัมผัสกับทำให้ ความสัมพันธระหว่างเราน้อยลงเรื่อยๆ
และเมื่อบรรดาเหล่า สมาทโฟน และอีกสารพัดไอที เข้ายึดครองพื้นที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความสัมพันธของเรา ความใกล้ชิดของเรา หรือเพื่อน แม้แต่พ่อแม่เอง กลับ ทวีความลดน้อยลงไป ......
สิ่งที่เคยบอกกล่าวเอาไว้ในงานโฆษณาต่างๆว่าจะทำให้พวกเราใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ทำไมยิ่งรู่สึกว่า สายใยเราหว่างคนใกล้ชิดนั้น กลับค่อยๆfade ตัวจางหายไป .......
อย่างการมีเพื่อนในface book เรามีมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่รู้สึกว่าทำไมนะเพื่อนรอบตัวเรากลับ ลดน้อยลงไป การติดต่อ ก็บอกว่า เดี่ยวเจอในfacebook ทั้งๆๆที่แต่ก่อน ไปไกลแค่ไหนก็ยังเจอกันได้ ...................
สิ่งที่ตั้งค่าเอาไว้เป็นหน้าHome computer กลับทำให้คนบางคนมีคุณค่าตามยอดการกดLike และจำนวนผู้ติดตาม ............(คือเป็นการวัดคุณค่าของความเป็นคนหรอ ?)
เวลาผมนั่งรถหรือ เรือ ผมสังเกต ว่าคนเรามักเมินเฉยกับสิ่งที่กำลังอยู่รอบข้าง
เราเมินเฉยต่อการแสดงความรัก ความมีน้ำใจต่อกัน แต่กันแสดงว่าคิดเห็นลงในหน้ากระดาษว่างๆ บนcommet ?
แล้วบ้างสิ่งบ้างอย่างที่เป็นพวกตัวย่อ ทั้งหลายนั้น นี่เราจะประหยัดเวลากันมากเกินไป มั้ย ซึ่งบ้างคำอาจจะเป็นประวัติศาสตร์ การคิดค้นของใครบ้างคน ในอดีต?
ความเร็วระบบไร้สายต่างๆ เราต้องการมันไว้ทำไม? เมื่อผลการศึกษาได้ออกมาบอกกล่าวว่า #ทำให้ความสนใจของมนุษย์สั้นเพียงไม่ถึง1วินาที#
อย่าลืมไปนะว่าคุณมีทางเลือกที่สามารถทำได้ !!!
และในเรื่องนี้ไม่มี ระบบปฎิบัติการใดๆๆ ที่คุณนั้นสามารถ upload หรือ update หาได้ตาม Ios หรือ android คุณต้องเริ่มทำมันอย่างจริงจัง ที่อยู่ที่การตัดสินใจของคุณเอง และลงมือทำด้วยตัวเอง
ใครกันที่มากำหนดให้เราโพสภาพเก่าของเรา ได้ เฉพาะวัน พฤหัสบดี
ผมเบื่อเหลือเกินที่จะต้องมานั่งทำตามกฎเกณฑ์พวกที่เพื่อทำให้คนอื่นที่ไม่ได้ มีส่วน
ผมแค่อยากยืนยิ้มได้ในวันที่แบตเตอรี่มือถือของผมใกล้จะหมดไม่ต้อง กระสับกระส่ายเป็นหน้าลงแดง ตอนที่ไม่ได้เสพย์โซเชี้ยะเน็ตเวริค์ ...........เพราะอะไรรู้มั้ย .......................... เพราะนั่นหมายความว่าความเป็นมนุษย์ของผมกำลังกลับมาอีกครั้ง ................."
จาก แมวพเนจร