ไม่ใช่ทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนกัน และบางแพลตฟอร์มอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตมากกว่าที่คิด
.
โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาให้ “ไถดูไปเรื่อยๆ” อย่าง ‘Instagram’ และ ‘TikTok’ ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลกระทบมากกว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการสื่อสารกับคนจริงๆ อย่าง ‘Facebook’ และ ‘WhatsApp’
ข้อสรุปนี้อ้างอิงจาก ‘World Happiness Report’ โดย Wellbeing Research Centre มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งพบว่า ผู้ที่ใช้ WhatsApp และ Facebook บ่อย มักมีความพึงพอใจในชีวิตสูงกว่า ขณะที่ X, Instagram, และ TikTok ซึ่งขับเคลื่อนด้วยอินฟลูเอนเซอร์และอัลกอริทึม กลับสัมพันธ์กับความสุขที่ลดลง และปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้น
.
แนวโน้มนี้เกิดขึ้นสอดคล้องกันในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และยุโรปตะวันตก ซึ่งการใช้โซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้น มักมาพร้อมกับความสุขของคนรุ่นใหม่ที่ลดลง
.
ส่วนในตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือก็ให้ผลไปในทิศทางเดียวกัน คือแพลตฟอร์มที่เน้น ‘การเสพ’ คอนเทนต์ โดยเฉพาะภาพและวิดีโอ มีแนวโน้มส่งผลลบมากกว่าแพลตฟอร์มที่ใช้สื่อสารกันโดยตรง
.
‘Jan-Emmanuel De Neve’ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบรรณาธิการรายงาน มองว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่การ ‘เลิกใช้’ โซเชียลมีเดีย แต่คือการทำให้มันกลับมาเป็นพื้นที่สำหรับการเชื่อมต่อกับคนจริงๆ มากกว่าการเสพคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว
.
[ ใช้โซเชียลมีเดียแค่ไหนถึงเรียกว่าพอดี ]
.
งานวิจัยชี้ว่า การใช้โซเชียลมีเดียไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง ให้ผลดีกับความพึงพอใจในชีวิต มากกว่าการไม่ใช้เลยด้วยซ้ำ แต่ในความเป็นจริง คนส่วนใหญ่ใช้โซเชียลมีเดียเฉลี่ยราว 2 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน ซึ่งเกินระดับที่เหมาะสมไปแล้ว
.
เมื่อผลกระทบเริ่มชัดขึ้น หลายประเทศจึงเริ่มออกนโยบายเพื่อลดความเสี่ยง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่น เช่น ‘ออสเตรเลีย’ ที่ประกาศแบนโซเชียลมีเดียสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ครอบคลุม Facebook, Instagram, TikTok และ X แต่ยกเว้นแอปแชทอย่าง WhatsApp
.
ขณะที่ประเทศอื่นๆ ก็เริ่มขยับในทิศทางเดียวกัน ซึ่งกำลังถูกจับตาว่าจะได้ผลจริงแค่ไหน และจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลกหรือไม่
.
อย่างไรก็ตาม รายงานนี้ไม่ได้สรุปว่าโซเชียลมีเดียคือสาเหตุทั้งหมดของปัญหาสุขภาพจิตในคนรุ่นใหม่ เพราะแม้แต่ประเทศที่เข้าถึงแพลตฟอร์มเหล่านี้ใกล้เคียงกัน ก็ยังมีระดับความเป็นอยู่ของเยาวชนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ปัจจัยอื่นๆ อย่างค่าครองชีพ ความกังวลเรื่องงาน และอนาคตทางเศรษฐกิจ ยังคงมีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร
.
ท้ายที่สุด โซเชียลมีเดียอาจไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ แต่เป็นเครื่องมือที่สะท้อนว่า วิธีใช้งานต่างหากที่จะกำหนดว่า มันจะทำให้ชีวิตดีขึ้น หรือแย่ลง
.
ที่มา : Brand Inside
ยิ่งไถฟีด TikTok ยิ่งรู้สึกแย่ ทำเสียสุขภาพจิต มากกว่าแชตกับเพื่อนจริงๆ