"เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑ คือ โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจและมีทัศนคติด้านลบต่อบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต ทำให้บุคคลดังกล่าวไม่ได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม เป็นเหตุให้ความผิดปกติทางจิตทวีความรุนแรงขึ้นจนก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่น สมควรมีกฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิต เพื่อกำหนดกระบวนการในการบำบัดรักษาบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต อันเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของบุคคลนั้นและสังคม"
กล่าวโดยสรุปก็คือ กฎหมายต้องการคุ้มครองคนในสังคม มิให้ถูกทำร้ายโดยบุคคลที่อาจมีความผิดปกติทางจิต โดยให้อำนาจ เจ้าหน้าที่"บังคับ" ให้นำผู้ที่ป่วยทางจิตดังกล่าว เข้ารับการรักษาได้
จากกรณีอื้อฉาวของนักร้องดังคนหนึ่ง ซึ่งเคยเข้ารับการรักษาอาการทางจิตมาระยะหนึ่ง อาการก็เหมือนดีขึ้นมาก แต่ไม่นานมานี้ กลับมีอาการรุนแรงขึ้นอีก ผมจึง อยากให้ผู้เกี่ยวข้อง,ผู้มีอำนาจหน้าที่ ได้พิจารณาว่า กรณีของนักร้องดังท่านหนึ่งนั้น สมควรจะใช้อำนาจตามกฏหมายนี้เข้าดำเนินการหรือยัง, การหมิ่นประมาทอย่างรุนแรงต่อแพทย์ผู้ให้การรักษา, การส่งภาพของลับไปให้ภรรยา และน้องภรรยา, การใช้วาจาหยาบคายทาง social media, มีรูปภรรยาเป็นรอยฟกช้ำ ไม่ทราบว่าโดนทำร้ายหรือเปล่า ฯลฯ
กรณีเช่นนี้ เห็นว่าเข้าองค์ประกอบของมาตรา ๒๒ (๒) หรือยัง
สมควรบังคับใช้ พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑กับนักร้องดัง หรือยัง
กล่าวโดยสรุปก็คือ กฎหมายต้องการคุ้มครองคนในสังคม มิให้ถูกทำร้ายโดยบุคคลที่อาจมีความผิดปกติทางจิต โดยให้อำนาจ เจ้าหน้าที่"บังคับ" ให้นำผู้ที่ป่วยทางจิตดังกล่าว เข้ารับการรักษาได้
จากกรณีอื้อฉาวของนักร้องดังคนหนึ่ง ซึ่งเคยเข้ารับการรักษาอาการทางจิตมาระยะหนึ่ง อาการก็เหมือนดีขึ้นมาก แต่ไม่นานมานี้ กลับมีอาการรุนแรงขึ้นอีก ผมจึง อยากให้ผู้เกี่ยวข้อง,ผู้มีอำนาจหน้าที่ ได้พิจารณาว่า กรณีของนักร้องดังท่านหนึ่งนั้น สมควรจะใช้อำนาจตามกฏหมายนี้เข้าดำเนินการหรือยัง, การหมิ่นประมาทอย่างรุนแรงต่อแพทย์ผู้ให้การรักษา, การส่งภาพของลับไปให้ภรรยา และน้องภรรยา, การใช้วาจาหยาบคายทาง social media, มีรูปภรรยาเป็นรอยฟกช้ำ ไม่ทราบว่าโดนทำร้ายหรือเปล่า ฯลฯ
กรณีเช่นนี้ เห็นว่าเข้าองค์ประกอบของมาตรา ๒๒ (๒) หรือยัง