คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมเจ้าของกระทู้ก่อนนะครับ ที่ตั้งใจเก็บเงินตั้งแต่เริ่มมีรายได้ เพราะแค่เริ่มต้นดีก็ถือว่าสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วครับ
สำหรับการเก็บเงินนั้นแนะนำว่าให้กันส่วนที่จะเก็บแต่ละเดือนแยกออกไปตั้งแต่วันเงินเดือนออกเลย จะดีกว่าใช้เหลือแล้วค่อยมาเก็บ (ภาษาเทคนิคเรียกว่า pay yourself first ครับ) ส่วนเงินที่กันออกมาแล้วจะเก็บอย่างไรนั้น ขอแนะนำว่า
1. เก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน 6 เท่าของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน โดยเก็บไว้ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด มีสภาพคล่องสูงสุด ซึ่งแนะนำว่าเป็นกองทุนตลาดเงิน เพราะว่าให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์โดยทั่วไป ปัจจุบันจะให้ผลตอบแทนประมาณ 2.0%-2.5% ต่อปี แต่ต้องขายล่วงหน้า 1 วันทำการเมื่อต้องการใช้เงิน หรืออาจจะฝากเป็นเงินฝากออมทรัพย์พิเศษที่จำกัดจำนวนครั้งในการเบิกถอนว่าให้ถอนได้ไม่เกินเดือนละกี่ครั้งซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าออมทรัพย์ทั่วไป
2. เมื่อสำรองเงินเผื่อฉุกเฉินได้ตามเป้าหมายแล้ว ต้องดูช่วงอายุ และความสามารถในการรับความเสี่ยง แต่เข้าใจว่าเจ้าของกระทู้นี้คงยังอยู่ในช่วงอายุ 2x ปี ยังสามารถรับความเสี่ยงได้มาก ในการจัดสรรเงินลงทุนก็น่าจะเป็น กองทุนตลาดเงิน 20% กองทุนพันธบัตร 20% และ กองทุนหุ้น 60% (แต่เมื่ออายุมากขึ้นสัดส่วนที่ลงในสินทรัพย์เสี่ยงหรือกองทุนหุ้นนั้นก็จะต้องลดลง ) ซึ่งอาจจะเป็นกองทุนหุ้นที่ลงทุนใน SET50 ซึ่งกองทุนนี้จะลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ 50 ตัวของตลาดหลักทรัพย์ไทย การเคลื่อนไหวจะใกล้เคียงกับดัชนี SET50 หรือจะเป็นกองทุนหุ้นอื่นๆ ก็ได้แล้วแต่ความชอบ แต่แนะนำว่าให้เข้าไปดูไส้ในของแต่ละกองทุนและนโยบายการลงทุนว่าหุ้นอันดับต้นๆ ที่กองนั้นๆ ลงทุนไว้ตรงกับที่เราชอบไหม? ดังนั้นสมมติว่าเริ่มต้น 2,000 บาทต่อเดือน ถ้าลงทุนตามสัดส่วนดังกล่าวผลตอบแทนคาดหวังจะอยู่ที่ประมาณ 8.0% -8.5% ต่อปี หากลงทุนสม่ำเสมอทุกๆ เดือน เป็นเวลา 35 ปี เงินก้อนนี้จะโตเป็น 4 - 4.5 ล้านบาท แต่ถ้าสามารถออมได้เพิ่มขึ้นทุกๆ ปีตามเงินเดือนที่สูงขึ้นก็จะยิ่งมากกว่านี้ครับ และการทยอยลงทุนทุกๆ เดือนนั้นมีข้อดีคือ ทำให้เรามีวินัย และเป็นการเฉลี่ยต้นทุน ซึ่งในทางปฏิบัติได้พิสูจน์มาแล้วว่าใช้ได้ผลจริงๆ เพราะถ้าช่วงหุ้นตกเราก็จะได้จำนวนหน่วยลงทุนที่มากขึ้น
3. เมื่อเรารู้เป้าหมายแล้วว่าเราจะลงทุนในอะไร เท่าไหร่แล้ว แต่ที่จะขาดไม่ได้คือ วิธีการ ผมขอแนะนำให้ทำเรื่องเปิดบัญชีกองทุนแล้วหักบัญชีอัตโนมัติจากบัญชีธนาคาร ในที่นี้อาจจะเป็นบัญชีเงินเดือน หรือเปิดบัญชีใหม่สำหรับการลงทุนโดยเฉพาะก็จะได้ตรวจสอบง่ายดี พร้อมกับเปิดบริการทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ทสำหรับบัญชีกองทุนด้วยครับ เผื่อมีการซื้อเพิ่ม หรือย้ายกองทุน จะได้สะดวก เพราะการลงทุนนั้นถ้าเราทำให้ง่ายที่สุด จะได้มีความสุขกับการออม คอยเฝ้าดูดอกผลงอกเงย แต่ถ้าเราทำเรื่องการลงทุนให้เป็นเรื่องยากเสียตั้งแต่ตอนต้นแล้วจะหมดกำลังใจในการการออมไปเยอะเลย
4. สุดท้ายนี้ขอให้ประสบความสำเร็จ และมีความสุขกับการลงทุน
สำหรับการเก็บเงินนั้นแนะนำว่าให้กันส่วนที่จะเก็บแต่ละเดือนแยกออกไปตั้งแต่วันเงินเดือนออกเลย จะดีกว่าใช้เหลือแล้วค่อยมาเก็บ (ภาษาเทคนิคเรียกว่า pay yourself first ครับ) ส่วนเงินที่กันออกมาแล้วจะเก็บอย่างไรนั้น ขอแนะนำว่า
1. เก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน 6 เท่าของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน โดยเก็บไว้ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด มีสภาพคล่องสูงสุด ซึ่งแนะนำว่าเป็นกองทุนตลาดเงิน เพราะว่าให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์โดยทั่วไป ปัจจุบันจะให้ผลตอบแทนประมาณ 2.0%-2.5% ต่อปี แต่ต้องขายล่วงหน้า 1 วันทำการเมื่อต้องการใช้เงิน หรืออาจจะฝากเป็นเงินฝากออมทรัพย์พิเศษที่จำกัดจำนวนครั้งในการเบิกถอนว่าให้ถอนได้ไม่เกินเดือนละกี่ครั้งซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าออมทรัพย์ทั่วไป
2. เมื่อสำรองเงินเผื่อฉุกเฉินได้ตามเป้าหมายแล้ว ต้องดูช่วงอายุ และความสามารถในการรับความเสี่ยง แต่เข้าใจว่าเจ้าของกระทู้นี้คงยังอยู่ในช่วงอายุ 2x ปี ยังสามารถรับความเสี่ยงได้มาก ในการจัดสรรเงินลงทุนก็น่าจะเป็น กองทุนตลาดเงิน 20% กองทุนพันธบัตร 20% และ กองทุนหุ้น 60% (แต่เมื่ออายุมากขึ้นสัดส่วนที่ลงในสินทรัพย์เสี่ยงหรือกองทุนหุ้นนั้นก็จะต้องลดลง ) ซึ่งอาจจะเป็นกองทุนหุ้นที่ลงทุนใน SET50 ซึ่งกองทุนนี้จะลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ 50 ตัวของตลาดหลักทรัพย์ไทย การเคลื่อนไหวจะใกล้เคียงกับดัชนี SET50 หรือจะเป็นกองทุนหุ้นอื่นๆ ก็ได้แล้วแต่ความชอบ แต่แนะนำว่าให้เข้าไปดูไส้ในของแต่ละกองทุนและนโยบายการลงทุนว่าหุ้นอันดับต้นๆ ที่กองนั้นๆ ลงทุนไว้ตรงกับที่เราชอบไหม? ดังนั้นสมมติว่าเริ่มต้น 2,000 บาทต่อเดือน ถ้าลงทุนตามสัดส่วนดังกล่าวผลตอบแทนคาดหวังจะอยู่ที่ประมาณ 8.0% -8.5% ต่อปี หากลงทุนสม่ำเสมอทุกๆ เดือน เป็นเวลา 35 ปี เงินก้อนนี้จะโตเป็น 4 - 4.5 ล้านบาท แต่ถ้าสามารถออมได้เพิ่มขึ้นทุกๆ ปีตามเงินเดือนที่สูงขึ้นก็จะยิ่งมากกว่านี้ครับ และการทยอยลงทุนทุกๆ เดือนนั้นมีข้อดีคือ ทำให้เรามีวินัย และเป็นการเฉลี่ยต้นทุน ซึ่งในทางปฏิบัติได้พิสูจน์มาแล้วว่าใช้ได้ผลจริงๆ เพราะถ้าช่วงหุ้นตกเราก็จะได้จำนวนหน่วยลงทุนที่มากขึ้น
3. เมื่อเรารู้เป้าหมายแล้วว่าเราจะลงทุนในอะไร เท่าไหร่แล้ว แต่ที่จะขาดไม่ได้คือ วิธีการ ผมขอแนะนำให้ทำเรื่องเปิดบัญชีกองทุนแล้วหักบัญชีอัตโนมัติจากบัญชีธนาคาร ในที่นี้อาจจะเป็นบัญชีเงินเดือน หรือเปิดบัญชีใหม่สำหรับการลงทุนโดยเฉพาะก็จะได้ตรวจสอบง่ายดี พร้อมกับเปิดบริการทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ทสำหรับบัญชีกองทุนด้วยครับ เผื่อมีการซื้อเพิ่ม หรือย้ายกองทุน จะได้สะดวก เพราะการลงทุนนั้นถ้าเราทำให้ง่ายที่สุด จะได้มีความสุขกับการออม คอยเฝ้าดูดอกผลงอกเงย แต่ถ้าเราทำเรื่องการลงทุนให้เป็นเรื่องยากเสียตั้งแต่ตอนต้นแล้วจะหมดกำลังใจในการการออมไปเยอะเลย
4. สุดท้ายนี้ขอให้ประสบความสำเร็จ และมีความสุขกับการลงทุน
แสดงความคิดเห็น
เพิ่งเริ่มทำงาน อยากมีเงินเก็บเป็นของตัวเอง
เข้าเรื่องเลยนะกันเนอะ^^ จขกท.เพิ่งเรียนจบค่ะ จบแล้วทำงานต่อเลยมาได้ 6 เดือนแล้ว เงินเดือนประมาน15,000-25,000 บาท
ก็มีส่งกลับบ้านบ้างค่ะ ใช้จ่ายส่วนตัวบ้าง ที่ทำงานมีที่พักให้ฟรี อาหารก็ฟรี แต่ส่วนมากซื้อทานมากกว่า ใช้เฉพาะค่ากินวันละ100-200 บาท
ถ้าวันหยุดอาจใช้ไปเที่ยวบ้าง สรุปแต่ละเดือนมีเก็บ 1,000-3,000 บาท แต่ช่วงนี้กระแสธุรกิจเครือขาย/ขายตรงมาแรง เราก็อยากมีเงินเพิ่มขึ้นด้วย
และอยากแต่งงานด้วยแหล่ะ มัวแต่จะรอให้เจ้าบ่าวหาฝ่ายเดียวก็ใช่เรื่อง รออีกนานแน่ๆ 555 เลยลงทุนกับส่วนนี้ไปค่ะ แต่ผลออกมาได้ไม่ค่อยดี
อีกอย่างเราเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้จักใคร และชวนใครมาร่วมกับเราก็ไม่ค่อยมี หายากมาก แต่เราไม่ได้โทษที่ธุรกิจเลยนะ
เป็นเพราะเรามากกว่าที่ไม่ค่อยขยัน แฮ่ะๆ (ลบๆ ไม่ขอเอ่ยต่อนะ)😯😯😯😯 จนมาตอนนี้คิดได้ค่ะ อยากลงทุนเกี่ยวกับพวกกองทุนรวม
หรือพวกพันธบัตร พวกทองไรงี้ อาจจะคิดว่าฝันสูง เงินน้อยไปหน่อย แต่อยากมีเงินพออยู่พอกิน ในอนาคตจะได้ไม่ลำบากไปขอยืมใคร
ตอนนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะเก็บสักเดือนละ 5,000 บาท และคิดว่าจะลงทุนกับพวกกองทุนเดือนละ 1,000-2,000 บาท อยากถามว่าเงินแค่นี้พอไหมคะ
ต้องใช้เงินประมานเท่าไหร่ ลงทุนระยะนานแค่ไหน และตัวไหนดี หรือแนะนำหนังสือดีๆ อ่านเข้าใจง่ายก็ได้ค่ะ ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเก็บด้วยนะคะ
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ช่วยอ่านมาซะเยอะเลย^^ และขอขอบพระคุณล่วงหน้าที่ช่วยให้คำแนะนำค่ะ