การมีรายได้ทางเดียวถือว่าเสี่ยงครับ แต่จะให้เอาเวลาไปทำอาชีพเสริมอย่างอื่น บางทีเราก็เหนื่อยจากงานประจำมามากพอแล้ว หลายคนเลยหันมาสนใจการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอเหมือนเงินเดือน วันนี้ผมเลยขอรวบรวม "หุ้นและกองทุนในตลาดสหรัฐฯ ที่จ่ายปันผลเป็นรายเดือน" มาฝากครับ
ข้อดีของการปันผลรายเดือนคือ เราสามารถเอาเงินนั้นมาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ หรือจะนำไปลงทุนต่อ (Reinvest) เพื่อให้พอร์ตโตแบบทบต้นได้ไวขึ้นครับ
1. Realty Income (O) - "The Monthly Dividend Company"
ถ้าพูดถึงหุ้นปันผลรายเดือน จะขาดตัวนี้ไปไม่ได้ครับ เขาถึงขั้นจดเครื่องหมายการค้าว่าเป็นบริษัทแห่งการจ่ายปันผลรายเดือนเลย
• ธุรกิจ: เป็น REIT (กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์) ที่ให้เช่าพื้นที่กับร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง 7-Eleven, Walgreens และ Dollar General
• จุดเด่น: จ่ายปันผลต่อเนื่องมานานหลายทศวรรษ และมีการปรับเพิ่มปันผลเกือบทุกปี ความเสี่ยงต่ำเพราะรายได้มาจากการเช่าที่มีสัญญาระยะยาว
• เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการความชัวร์และสม่ำเสมอเหมือนได้รับค่าเช่าบ้าน
2. Main Street Capital (MAIN) - "ยักษ์ใหญ่สายปล่อยกู้"
ตัวนี้เป็น BDC (Business Development Company) ที่ทำหน้าที่เหมือนธนาคารให้กับบริษัทขนาดกลาง
• ธุรกิจ: ให้กู้ยืมเงินและเข้าไปถือหุ้นในบริษัทต่างๆ เพื่อรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและเงินปันผล
• จุดเด่น: ให้ผลตอบแทน (Yield) ค่อนข้างสูงกว่าหุ้นทั่วไป และมักจะมี "ปันผลพิเศษ" (Special Dividend) แถมให้บ่อยครั้งในช่วงที่เศรษฐกิจดี
• เหมาะสำหรับ: คนที่รับความเสี่ยงได้มากขึ้นอีกนิด เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงขึ้น
3. JPMorgan Equity Premium Income ETF (JEPI) - "กองทุนรวมขวัญใจสาย Income"
สำหรับใครที่ไม่อยากเลือกหุ้นรายตัว กองทุน ETF ตัวนี้คือคำตอบของปี 69 ครับ
• วิธีทำเงิน: กองทุนนี้จะถือหุ้นคุณภาพดีในดัชนี S&P 500 พร้อมกับทำกลยุทธ์ "Covered Call" เพื่อสร้างรายได้พิเศษมาจ่ายปันผลให้เรา
• จุดเด่น: ปันผลรายเดือนในอัตราที่น่าพอใจ และมีความผันผวนต่ำกว่าการถือหุ้นเทคฯ เพียวๆ
• เหมาะสำหรับ: คนที่อยากกระจายความเสี่ยงในหุ้นหลายตัว แต่ยังอยากได้เงินสดเข้ากระเป๋าทุกเดือน
ตารางเปรียบเทียบ
คำเตือนและข้อควรระวัง:
• ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax): หุ้นอเมริกาจะโดนหักภาษีปันผล 15-30% (ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและแอปที่ใช้) อย่าลืมคำนวณตรงนี้ด้วยนะครับ
• ความผันผวนของค่าเงิน: เราได้เป็นดอลลาร์ ถ้าเงินบาทแข็งค่า เงินที่แลกกลับมาอาจจะดูน้อยลง
• ข้อมูลนี้เป็นการแชร์ความรู้เท่านั้น: ไม่ใช่การชี้ชวนลงทุน เพื่อนๆ ควรศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus) อีกครั้งก่อนตัดสินใจครับ
รวม 3 หุ้น/กองทุนอเมริกา "ปันผลทุกเดือน" สร้าง Passive Income สไตล์คนขี้เกียจเฝ้าจอ!
ข้อดีของการปันผลรายเดือนคือ เราสามารถเอาเงินนั้นมาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ หรือจะนำไปลงทุนต่อ (Reinvest) เพื่อให้พอร์ตโตแบบทบต้นได้ไวขึ้นครับ
1. Realty Income (O) - "The Monthly Dividend Company"
ถ้าพูดถึงหุ้นปันผลรายเดือน จะขาดตัวนี้ไปไม่ได้ครับ เขาถึงขั้นจดเครื่องหมายการค้าว่าเป็นบริษัทแห่งการจ่ายปันผลรายเดือนเลย
• ธุรกิจ: เป็น REIT (กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์) ที่ให้เช่าพื้นที่กับร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง 7-Eleven, Walgreens และ Dollar General
• จุดเด่น: จ่ายปันผลต่อเนื่องมานานหลายทศวรรษ และมีการปรับเพิ่มปันผลเกือบทุกปี ความเสี่ยงต่ำเพราะรายได้มาจากการเช่าที่มีสัญญาระยะยาว
• เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการความชัวร์และสม่ำเสมอเหมือนได้รับค่าเช่าบ้าน
2. Main Street Capital (MAIN) - "ยักษ์ใหญ่สายปล่อยกู้"
ตัวนี้เป็น BDC (Business Development Company) ที่ทำหน้าที่เหมือนธนาคารให้กับบริษัทขนาดกลาง
• ธุรกิจ: ให้กู้ยืมเงินและเข้าไปถือหุ้นในบริษัทต่างๆ เพื่อรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและเงินปันผล
• จุดเด่น: ให้ผลตอบแทน (Yield) ค่อนข้างสูงกว่าหุ้นทั่วไป และมักจะมี "ปันผลพิเศษ" (Special Dividend) แถมให้บ่อยครั้งในช่วงที่เศรษฐกิจดี
• เหมาะสำหรับ: คนที่รับความเสี่ยงได้มากขึ้นอีกนิด เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงขึ้น
3. JPMorgan Equity Premium Income ETF (JEPI) - "กองทุนรวมขวัญใจสาย Income"
สำหรับใครที่ไม่อยากเลือกหุ้นรายตัว กองทุน ETF ตัวนี้คือคำตอบของปี 69 ครับ
• วิธีทำเงิน: กองทุนนี้จะถือหุ้นคุณภาพดีในดัชนี S&P 500 พร้อมกับทำกลยุทธ์ "Covered Call" เพื่อสร้างรายได้พิเศษมาจ่ายปันผลให้เรา
• จุดเด่น: ปันผลรายเดือนในอัตราที่น่าพอใจ และมีความผันผวนต่ำกว่าการถือหุ้นเทคฯ เพียวๆ
• เหมาะสำหรับ: คนที่อยากกระจายความเสี่ยงในหุ้นหลายตัว แต่ยังอยากได้เงินสดเข้ากระเป๋าทุกเดือน
ตารางเปรียบเทียบ
คำเตือนและข้อควรระวัง:
• ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax): หุ้นอเมริกาจะโดนหักภาษีปันผล 15-30% (ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและแอปที่ใช้) อย่าลืมคำนวณตรงนี้ด้วยนะครับ
• ความผันผวนของค่าเงิน: เราได้เป็นดอลลาร์ ถ้าเงินบาทแข็งค่า เงินที่แลกกลับมาอาจจะดูน้อยลง
• ข้อมูลนี้เป็นการแชร์ความรู้เท่านั้น: ไม่ใช่การชี้ชวนลงทุน เพื่อนๆ ควรศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus) อีกครั้งก่อนตัดสินใจครับ