คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ข่าวหนังสือพิมพ์ทันหุ้น วันที่ 17 กย. :
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า EMC กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจจากเดิมเน้นการรับงานก่อสร้าง จึงหันมาทำอสังหาฯ โดยการเข้าซื้อหุ้นบริษัท ริชแมน พร็อพเพอร์ตี้ และนอร์ท พร็อพเพอร์ตี้ และอีก 2-3 แห่งรวมๆ กันมีมูลค่าโครงการในอนาคตหลายพันล้านบาท ยอดขายพร้อมโอนในไตรมาส 4/2557 นี้แล้ว
ทั้งนี้ EMC มีความพร้อมด้านการเงิน และรับก่อสร้างเอง จึงถือว่าทำครบวงจรคือ เป็นผู้จ้างสร้างไปพร้อมๆ กับขายเอง ซึ่งโครงการส่วนใหญ่อยู่ที่ จ.ชลบุรี และบางแสน ซึ่งมียอดขายดีมาก ยอดจองเกือบเต็ม นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะสร้าง คอมมูนิตี้มอลล์อีก 2 แห่ง มูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนนั้นจะเกิดขึ้นในปี 2558 อย่างจริงจัง เพราะโครงการอสังหาฯสร้างเกือบเสร็จแล้ว ทำให้จะรับรู้รายได้เต็มปี และมีมาร์จิ้นสูงกว่างานก่อสร้างหลายเท่าตัว ทำให้กำไรของ EMC จะเติบโตก้าวกระโดดจากปีนี้
ดังนั้น ควรจับตาพื้นฐานที่เปลี่ยนไป และราคาจะต้องเปลี่ยนแปลง โดยคาดว่าปี 2558 ราคาพื้นฐาน EMC จะอยู่ที่ 2 บาท และลูก EMC-W4 จะเทียบเท่าที่ 1.80 บาท แต่ขณะที่ตัวแม่ติด Cash จึงมองว่าการเข้าเก็บลูกไว้ก่อนไม่ได้มีความเสี่ยง เมื่อมองอนาคตไปไกลระดับนี้ แนวโน้มกราฟให้ที่ตัวแม่ เมื่อใช้กราฟรายเดือนจะเห็นการโค้งตัวขึ้นเป็นรูปถ้วยอย่างชัดเจน มีเป้าหมายที่ 1.50 บาท และ EMC-W4 มีต้านที่ 1 บาท
นายศิริพงศ์ ว่องวุฒิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีเอ็มซี จำกัด (มหาชน) หรือ EMC เปิดเผยว่า สัดส่วนรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท เนื่องจากเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่มาก แต่ในอนาคตบริษัทจะรุกธุรกิจอสังหาฯ มากขึ้น
ทั้งนี้เชื่อว่าในปีนี้จะสามารถกลับมามีผลประกอบการที่เป็นบวกได้ จากปีก่อนที่ขาดทุนสูงถึง 1,348.54 ล้านบาท หลังจากที่บริษัทหันมาทำงานที่ถนัดมากขึ้น และสามารถเลือกรับงานในกลุ่มที่ทำกำไรได้ดี อาทิ งานสร้างโรงงาน ประกอบกับ ช่วงต้นปีที่ผ่านมางานประมูลต่างๆ ชะลอออกไป บริษัทจึงได้มีการปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงให้ดี
อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในปีนี้ไว้ที่ 2,500 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2556 ที่มีรายได้ 1,677.27 ล้านบาท ซึ่งครึ่งปีแรกมีรายได้แล้ว 909.28 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ(Backlog) ประมาณ 2,500 ล้านบาท ที่จะสามารถรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ในปีนี้ประมาณ 70%
นอกจากนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างการประมูลงานใหม่ 3 งาน ได้แก่ คอนโดมิเนียม 2 แห่ง และคอมมูนิตี้มอลล์ 1 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 700 ล้านบาท โดยมีโอกาสที่จะได้รับงานเกิน 50% ปัจจุบันอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการประมูล ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลังบริษัทก็ยังเตรียมจะเข้าประมูลงานใหม่ๆ อีกมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 ล้านบาท
สำหรับบริษัท SANKEN-EMC ที่บริษัทได้ร่วมลงทุนกับบริษัท SANKEN SETSUBI KOGYO ปัจจุบันอยู่ระหว่างประมูลงานของบริษัทญี่ปุ่นในไทยจำนวน 2 งาน ซึ่งจะเป็นงานวางระบบประกอบอาคาร มูลค่าราว 500-600 ล้านบาท คาดว่าจะรู้ผลการประมูลทั้งหมดในช่วงปลายไตรมาส 3/2557-ต้นไตรมาส 4/2557
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า EMC กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจจากเดิมเน้นการรับงานก่อสร้าง จึงหันมาทำอสังหาฯ โดยการเข้าซื้อหุ้นบริษัท ริชแมน พร็อพเพอร์ตี้ และนอร์ท พร็อพเพอร์ตี้ และอีก 2-3 แห่งรวมๆ กันมีมูลค่าโครงการในอนาคตหลายพันล้านบาท ยอดขายพร้อมโอนในไตรมาส 4/2557 นี้แล้ว
ทั้งนี้ EMC มีความพร้อมด้านการเงิน และรับก่อสร้างเอง จึงถือว่าทำครบวงจรคือ เป็นผู้จ้างสร้างไปพร้อมๆ กับขายเอง ซึ่งโครงการส่วนใหญ่อยู่ที่ จ.ชลบุรี และบางแสน ซึ่งมียอดขายดีมาก ยอดจองเกือบเต็ม นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะสร้าง คอมมูนิตี้มอลล์อีก 2 แห่ง มูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนนั้นจะเกิดขึ้นในปี 2558 อย่างจริงจัง เพราะโครงการอสังหาฯสร้างเกือบเสร็จแล้ว ทำให้จะรับรู้รายได้เต็มปี และมีมาร์จิ้นสูงกว่างานก่อสร้างหลายเท่าตัว ทำให้กำไรของ EMC จะเติบโตก้าวกระโดดจากปีนี้
ดังนั้น ควรจับตาพื้นฐานที่เปลี่ยนไป และราคาจะต้องเปลี่ยนแปลง โดยคาดว่าปี 2558 ราคาพื้นฐาน EMC จะอยู่ที่ 2 บาท และลูก EMC-W4 จะเทียบเท่าที่ 1.80 บาท แต่ขณะที่ตัวแม่ติด Cash จึงมองว่าการเข้าเก็บลูกไว้ก่อนไม่ได้มีความเสี่ยง เมื่อมองอนาคตไปไกลระดับนี้ แนวโน้มกราฟให้ที่ตัวแม่ เมื่อใช้กราฟรายเดือนจะเห็นการโค้งตัวขึ้นเป็นรูปถ้วยอย่างชัดเจน มีเป้าหมายที่ 1.50 บาท และ EMC-W4 มีต้านที่ 1 บาท
นายศิริพงศ์ ว่องวุฒิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีเอ็มซี จำกัด (มหาชน) หรือ EMC เปิดเผยว่า สัดส่วนรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท เนื่องจากเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่มาก แต่ในอนาคตบริษัทจะรุกธุรกิจอสังหาฯ มากขึ้น
ทั้งนี้เชื่อว่าในปีนี้จะสามารถกลับมามีผลประกอบการที่เป็นบวกได้ จากปีก่อนที่ขาดทุนสูงถึง 1,348.54 ล้านบาท หลังจากที่บริษัทหันมาทำงานที่ถนัดมากขึ้น และสามารถเลือกรับงานในกลุ่มที่ทำกำไรได้ดี อาทิ งานสร้างโรงงาน ประกอบกับ ช่วงต้นปีที่ผ่านมางานประมูลต่างๆ ชะลอออกไป บริษัทจึงได้มีการปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงให้ดี
อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในปีนี้ไว้ที่ 2,500 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2556 ที่มีรายได้ 1,677.27 ล้านบาท ซึ่งครึ่งปีแรกมีรายได้แล้ว 909.28 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ(Backlog) ประมาณ 2,500 ล้านบาท ที่จะสามารถรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ในปีนี้ประมาณ 70%
นอกจากนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างการประมูลงานใหม่ 3 งาน ได้แก่ คอนโดมิเนียม 2 แห่ง และคอมมูนิตี้มอลล์ 1 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 700 ล้านบาท โดยมีโอกาสที่จะได้รับงานเกิน 50% ปัจจุบันอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการประมูล ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลังบริษัทก็ยังเตรียมจะเข้าประมูลงานใหม่ๆ อีกมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 ล้านบาท
สำหรับบริษัท SANKEN-EMC ที่บริษัทได้ร่วมลงทุนกับบริษัท SANKEN SETSUBI KOGYO ปัจจุบันอยู่ระหว่างประมูลงานของบริษัทญี่ปุ่นในไทยจำนวน 2 งาน ซึ่งจะเป็นงานวางระบบประกอบอาคาร มูลค่าราว 500-600 ล้านบาท คาดว่าจะรู้ผลการประมูลทั้งหมดในช่วงปลายไตรมาส 3/2557-ต้นไตรมาส 4/2557
แสดงความคิดเห็น
EMC ตัวนี้น่าซื้อเก็บไหมครับ