....ไขปริศนาโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย น้ำกำลังจะท่วมโลกจริงหรือ?

น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว แผนที่โลกต้องถูกเขียนใหม่

...เพราะแผ่นดินเดิมกำลังจะจมบาดาล!
ภาวะโลกร้อนมันรุนแรงอย่างที่เขาว่ากันจริงหรือ?
วันนี้ขอพาคุณไปหาคำตอบที่แท้จริง!กันครับ

...ทุกวันนี้มนุษย์ก็ตื่นตัวเรื่องภาวะโลกร้อนกันมากขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ถาโถมเข้าใส่
ซึ่งแต่ละเรื่องก็ล้วนแต่โหดๆ ทั้งนั้น
โดยเฉพาะน้ำแข็งขั้วโลกจะละลาย ระดับน้ำในมหาสมุทรจะเพิ่มขึ้น
กลืนผืนแผ่นดินจมหายใต้บาดาลไปตลอดกาล!
เราจะไปคุยกับ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

....นักวิชาการที่เชี่ยวชาญเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
และเข้าใจภาวะโลกร้อนดีที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย
...ให้รู้กันไปเลยว่า น้ำจะท่วมโลกจริงอย่างที่เขาว่ากันมั้ย?

น้ำกำลังจะท่วมโลก จริงหรือ?

....ว่ากันว่า… โลกร้อน อากาศแปรปรวน น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลาย
น้ำในมหาสมุทรจะเอ่อท่วมแผ่นดิน!
...ดร.อานนท์... ถ้าคาดการณ์จากความรู้เท่าที่มนุษย์เรามีอยู่
มันไม่ถึงกับท่วมโลกหรอก คือระดับน้ำอาจจะสูงขึ้นบ้าง
แต่ไม่ได้สูงเท่ากันไปหมดทั้งโลก
เพราะโลกมันไม่ได้เหมือนกะละมังที่ใส่น้ำแล้วจะสูงเท่ากันหมด
ระดับน้ำในโลกมันไม่เคยเท่ากันอยู่แล้ว
ไอ้ที่บอกว่าท่วมนี่หมายถึง ..ตรงจุดที่น้ำเคยสูงอยู่แล้วก็จะสูงยิ่งขึ้นกว่าเดิม

อีก 20 ปี จะไม่เหลือน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ?

...ว่ากันว่า... น้ำแข็งขั้วโลกเหนือกำลังละลายอย่างรวดเร็ว
อีกหน่อยจะไม่มีน้ำแข็งที่ขั้วโลกเลย
ระดับน้ำในมหาสมุทรจะสูงขึ้นมาก แผ่นดินจะถูกน้ำทะเลกลืนในอีกไม่นาน!
...ดร.อานนท์... ตอนนี้น้ำแข็งขั้วโลกขั้วโลกเหนือละลายในอัตราที่สูงมาก
เพราะขั้วโลกเหนือเป็นน้ำแข็งที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ
และน้ำข้างใต้มันพาความร้อนเข้ามาได้ดี ถ้ายังคงเป็นแบบนี้
ในอีก 20-40 ปีข้างหน้าอาจจะไม่เหลือน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนืออยู่เลย
แต่ยังไงก็ตาม น้ำแข็งขั้วโลกเหนือมันไม่ค่อยมีผลกับระดับน้ำทะเลเท่าไหร่
เหมือนคุณเอาน้ำกับน้ำแข็งใส่แก้วแล้วปล่อยให้ละลาย
ต่อให้มันละลายจนหมด น้ำในแก้วมันก็ไม่ได้สูงขึ้น
ที่น่ากลัวคือน้ำแข็งขั้วโลกใต้ซึ่งมีลักษณะไม่เหมือนกัน
เพราะมันเป็นน้ำแข็งบนแผ่นดิน ถ้ามันละลาย
ก็จะเหมือนเราคีบน้ำแข็งก้อนใหม่เติมลงไปในแก้ว
ถ้าน้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายหมด
ระดับน้ำในมหาสมุทรจะเพิ่มขึ้นมาก
แต่ย้ำว่า "ต้องละลายจนหมด หรือเกือบหมด" ครับ ซึ่งตอนนี้มันยังไม่ถึงขนาดนั้น

หลายเกาะกำลังจะจมน้ำ?
...ว่ากันว่า... อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย
และประเทศที่เป็นเกาะทั้งหลายจะโดนน้ำทะเลท่วม!
...ดร.อานนท์... ถ้าน้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายหมดจริง
พื้นที่ที่อาจจะโดนก็คงมีเฉพาะชายฝั่ง
เพราะแถบนั้นเป็นเกาะภูเขาไฟ
ซึ่งส่วนใหญ่จะสูงกว่าระดับน้ำทะเลเป็นร้อยๆ เมตร
การที่จะจมไปหมดมันแทบจะเป็นไปไม่ได้
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือพวกเกาะปะการัง (Atoll)
พวกนี้เป็นภูเขาไฟที่ดับไปนานแล้ว และจมลงไปแล้ว
แต่ที่ยังโผล่เหนือน้ำได้ก็เพราะมีปะการังไปเกาะอยู่บนก้อนหิน
เมื่อก่อนถ้าระดับน้ำสูงขึ้นปีละ 3-4 มม. ปะการังมันก็โตทันกันพอดี
แต่เดี๋ยวนี้ปะการังโดนมนุษย์รบกวนก็เลยโตช้า
พอระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เกาะพวกนี้ก็เลยมีความเสี่ยงสูงที่จะโดนน้ำท่วม

มัลดีฟส์กำลังจะกลายเป็นอดีต?

....ว่ากันว่า... มัลดีฟส์ คือหมู่เกาะแรก
ที่จะโดนมหาสมุทรกลืนกินในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า!
....ดร.อานนท์... ความจริงมันไม่ใช่เกาะแรกหรอกนะ
เพราะที่ผ่านมาก็มีเกาะจมน้ำไปแล้วนับไม่ถ้วน
แต่ในกรณีมัลดีฟส์
อีกไม่เกิน 20-30 ปีข้างหน้ามันอาจจะอยู่ใต้น้ำทั้งหมด
เพราะหลายๆ จุดบนมัลดีฟส์อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลแค่ไม่กี่สิบ ซม.
คือโดยปกติแล้ว ตอนกลางของมหาสมุทร
ช่วงน้ำขึ้นน้ำลงในแต่ละวันจะต่างกันน้อยมาก แค่ประมาณ 10 ซม.
ปะการังมันก็เลยโตได้แค่นั้น
ทีนี้ถ้าระดับน้ำเพิ่มขึ้น ปะรารังก็โตไม่ทัน
โอกาสที่จะกลายเป็นเกาะจมน้ำก็เลยสูงมาก

ตาฮิติกำลังจะเป็น ว่าที่เมืองบาดาล?

....ว่ากันว่า... หมู่เกาะตาฮิติ
คงหนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกับมัลดีฟส์!
...ดร.อานนท์... ตาฮิติเองก็เช่นเดียวกับมัลดีฟส์
เพราะเป็นเกาะปะการังเหมือนกัน
แต่ของพวกนี้มันจะค่อยๆ เกิดทีละน้อย
ไม่ใช่ว่าตื่นเช้ามาพรุ่งนี้แล้วจะท่วมหมดเลย
ดังนั้นมนุษย์เราจึงยังมีเวลาเตรียมการรับมือได้

บังคลาเทศก็โดนด้วย?

....ว่ากันว่า... บังคลาเทศก็จะประสบชะตากรรมเดียวกับอีกหลายๆ พื้นที่
น้ำทะเลจะรุกเข้ามา ผู้คนต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตครั้งใหญ่!
...ดร.อานนท์... บังคลาเทศ โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำคงคาเป็นที่ราบต่ำมาก
แต่มันไม่ได้เสี่ยงแค่เรื่องระดับน้ำทะเล
จากการละลายของน้ำแข็งเพราะภาวะโลกร้อนเท่านั้นครับ
แต่มันยังมีเรื่องของพายุด้วย
ความเสียหายจากน้ำท่วมบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะมาจากพายุ
เวลาพายุเข้า  ระดับน้ำตรงชายฝั่งจะเพิ่มขึ้น 3-4 เมตร
พายุนี่มันมาทีหนึ่งจะอยู่ถึง 48 ชั่วโมง  
และมีคลื่นสูงถึง 4 เมตรสาดกระหน่ำเข้ามาอยู่ตลอดตั้ง 48 ชั่วโมง
ความเสียหายมันรุนแรงมาก
ดังนั้นพื้นที่ตรงนี้มันมีความเสี่ยงของมันอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องโลกร้อนเท่านั้น

เวียดนามใต้ก็ไม่รอด?

...ว่ากันว่า... นครโฮจิมินห์ และเวียดนามใต้อีกหลายเมือง
กำลังจะโดนน้ำทะเลรุกเข้ามาในไม่ช้า!
...ดร.อานนท์... เอาง่ายๆ เลยนะ ในอีก 100 ปีข้างหน้า
ประเทศส่วนใหญ่จะโดนน้ำทะเลรุกเข้ามา 1-2 กม.
เรื่องนี้เป็นไปได้ แต่คงไม่ถึงขนาดเข้ามาลึกเป็นหลายๆ สิบ กม.
ยกเว้นบางพื้นที่ที่เสี่ยงมากๆ เช่น เวียดนามตอนใต้
บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
เรื่อยลงไปถึงปลายแหลมคาเมา (แหลมญวน)  ตรงนั้นเป็นที่ต่ำมาก
ผมเคยนั่งรถจากชายฝั่งเข้ามาตั้งเกือบ 100 กม.
พื้นที่ยังสูงกว่าระดับน้ำทะเลแค่ 1 เมตร
เวลาน้ำทะเลขึ้นสูงๆ น้ำก็รุกคืบเข้ามา
แต่ไม่ได้ท่วมเข้ามาในแผ่นดิน มันจะไหลเข้ามาตามระบบคลอง
แต่ชาวบ้านตอนนี้เขาก็ปรับตัว เริ่มมีการสร้างผนังกั้นน้ำ
ปรับวิถีชีวิตไปคล้ายๆ คนไทยสมัยก่อน สร้างบ้านใต้ถุนสูง ใช้เรือกันมากขึ้น

ชาวเซี่ยงไฮ้ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ?

...ว่ากันว่า... เซี่ยงไฮ้ก็จะโดนน้ำจากทะเลหนุนเข้าท่วม!
...ดร.อานนท์... ความจริงพื้นที่ของเซี่ยงไฮ้ยังไม่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล
แต่มันตั้งอยู่ตรงปากแม่น้ำแยงซีซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่มาก
และตรงนั้นก็เป็นที่ต่ำมาก น้ำทะเลที่หนุนเข้ามามันจะเข้าท่วมทางปากแม่น้ำ
และล้นเข้ามาในตัวเซี่ยงไฮ้
ระยะหลังเส้นทางของพายุที่เข้ามาในแถบนี้มันเริ่มมีแนวโน้มขึ้นทางเหนือ
เข้าหาเซี่ยงไฮ้มากขึ้น ก็เลยเป็นเมืองที่มีความเสี่ยง
แต่ความเสี่ยงมันไม่ได้มาจากระดับทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียว
แต่มันยังมีความเสี่ยงเรื่องภัยพิบัติ โดยเฉพาะพายุซึ่งไม่ได้มาทุกปี

ดินแดนทะเลทราย กำลังจะกลายเป็นดินแดนใต้ทะเล?

...ว่ากันว่า... อียิปต์เองก็กำลังจะโดนน้ำทะเลล้นเข้าซัด
จนกลายเป็นพื้นที่ใต้ทะเลในไม่นานนี้!
...ดร.อานนท์... เมืองไคโร และอเล็กซานเดรีย
อยู่ในติดกับก้นทะเลเมดิเตอเรเนียน ซึ่งค่อนข้างจะเป็นทะเลปิด
และขนาดไม่ค่อยใหญ่เมื่อเทียบกับมหาสมุทร
อะไรที่มันเล็ก ศักยภาพในการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงก็จะน้อย
ความจริงเมืองที่อยู่แถบชายฝั่งเมดิเตอเรเนียนต่างก็มีความเสี่ยงกันทั้งนั้น
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นภูเขาลาดชันใกล้ชายฝั่ง
มีจุดเดียวที่เป็นที่ต่ำก็คือปากแม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอียิปต์ ก็เลยมีความเสี่ยงเยอะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่