สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ผมมองว่า เงินต้นที่จะผลิตดอกผลให้ได้ 70,000 บาทต่อเดือน นั้น ถ้าลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่เสี่ยงมาก
น่าจะมีประมาณ 20 ล้าน ซึ่งคุณจะต้องทำเพิ่มให้ได้ประมาณ 1 เท่าตัว ใน 7 ปี
คำนวนจากเงินเดือนพี่ที่ได้รับ 1.3 แสนคูณ 12 เดือน คูณ 7 ปี เข้าไป จะได้ 10.92 ล้านบาท
ผมมองว่าเงินเดือนประมาณนี้ ถ้าพี่บอกว่าเก็บเงินเก่งน่าจะเก็บได้ครึ่งหนึ่ง
ก็ประมาณ 5 ล้าน ยังเหลืออีก 5 ล้านที่พี่จะต้องได้เพิ่มจากการลงทุนจากการลงทุน
ผมคิดคร่าว ๆ จากเงินต้น 10 ล้านที่พี่มี น่าจะต้องทำผลตอบแทนให้ได้ประมาณ 6% ต่อปี
ซึ่งก็ไม่ได้ทะเยอทะยานเกินไป เพียงแต่เงินบางส่วน กองอยู่ในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า 6% ต่อปี
ถ้าพี่จะถือสินทรัพย์เหล่านั้นต่อไป ก็หลีกหนีไม่พ้นที่จะต้องลงทุนในหุ้น หรือกองทุนผสมที่มีหุ้นอยู่ด้วย
ซึ่งโดยเฉลี่ย ผลตอบแทนของหุ้นจะมากกว่า 10% อยู่แล้ว
เพียงแต่ถ้าพี่โชคไม่ดี หุ้นตกหนักในปีที่พี่เกษียณ โอกาสจะไปถึงเป้าจะเป็นไปได้ยาก
ผมแนะนำให้พี่ใช้เวลา ศึกษาวิธีการทำกำไรจากการเล่นหุ้นสักพัก
และนำเงินส่วนน้อย สักแสนสองแสนมาลองตลาดก่อนสักปีสองปี
จากนั้นห้าปีสุดท้าย ย้ายเงินส่วนที่ผลตอบแทนน้อยกว่า 6% มาลงในหุ้น หรือกองทุนหุ้นครับ
จึงจะมีโอกาสถึงเป้าที่พี่คาดหวังไว้
อันนี้เป็นมุมมองของผมนะครับ อย่าลืมกฎ High risk high return นะครับ
สถานการณ์ของพี่ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเกินไป แต่ถ้าไม่เสี่ยงเลย เกรงว่าจะไม่ถึงเป้านะครับ
น่าจะมีประมาณ 20 ล้าน ซึ่งคุณจะต้องทำเพิ่มให้ได้ประมาณ 1 เท่าตัว ใน 7 ปี
คำนวนจากเงินเดือนพี่ที่ได้รับ 1.3 แสนคูณ 12 เดือน คูณ 7 ปี เข้าไป จะได้ 10.92 ล้านบาท
ผมมองว่าเงินเดือนประมาณนี้ ถ้าพี่บอกว่าเก็บเงินเก่งน่าจะเก็บได้ครึ่งหนึ่ง
ก็ประมาณ 5 ล้าน ยังเหลืออีก 5 ล้านที่พี่จะต้องได้เพิ่มจากการลงทุนจากการลงทุน
ผมคิดคร่าว ๆ จากเงินต้น 10 ล้านที่พี่มี น่าจะต้องทำผลตอบแทนให้ได้ประมาณ 6% ต่อปี
ซึ่งก็ไม่ได้ทะเยอทะยานเกินไป เพียงแต่เงินบางส่วน กองอยู่ในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า 6% ต่อปี
ถ้าพี่จะถือสินทรัพย์เหล่านั้นต่อไป ก็หลีกหนีไม่พ้นที่จะต้องลงทุนในหุ้น หรือกองทุนผสมที่มีหุ้นอยู่ด้วย
ซึ่งโดยเฉลี่ย ผลตอบแทนของหุ้นจะมากกว่า 10% อยู่แล้ว
เพียงแต่ถ้าพี่โชคไม่ดี หุ้นตกหนักในปีที่พี่เกษียณ โอกาสจะไปถึงเป้าจะเป็นไปได้ยาก
ผมแนะนำให้พี่ใช้เวลา ศึกษาวิธีการทำกำไรจากการเล่นหุ้นสักพัก
และนำเงินส่วนน้อย สักแสนสองแสนมาลองตลาดก่อนสักปีสองปี
จากนั้นห้าปีสุดท้าย ย้ายเงินส่วนที่ผลตอบแทนน้อยกว่า 6% มาลงในหุ้น หรือกองทุนหุ้นครับ
จึงจะมีโอกาสถึงเป้าที่พี่คาดหวังไว้
อันนี้เป็นมุมมองของผมนะครับ อย่าลืมกฎ High risk high return นะครับ
สถานการณ์ของพี่ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเกินไป แต่ถ้าไม่เสี่ยงเลย เกรงว่าจะไม่ถึงเป้านะครับ
urbanmom ถูกใจ, Kitakaze ถูกใจ, DongKem ถูกใจ, แมกดี ถูกใจ, CottonGalz ถูกใจ, น้าหมีอ้วน ถูกใจ, ปริ่ม ถูกใจ, naytiri ถูกใจ, positive thought ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
อายุ48 ปี จัดพอร์ทการลงทุนอย่างไรให้ไม่ลำบากตอนเกษียณ( 55 ปี)
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 4.7 ล้าน ( ไม่มี employee choice ให้เลือก และบริษัทให้ fund mgr ลงทุนแบบ
Conservative มาก ผลตอบแทนจึงน้อยมากแค่ ประมาณ 3% ) เพราะฉะนั้น เงินส่วนนิ้ เราคงไปทำอะไรไม่ได้ ในตอนนี้)
- พันธบัตรรัฐบาล ตัวล่าสุด 1 ล้าน หักภาษีเหลือ ดอกเบี้ย ประมาณ 4% ต่อปี
- หุ้นกู้ bts แบบ 10 ปี 1 ล้าน ดอกเบี้ย ประมาณ 6.50% ต่อปี ( ตัวนี้ ผลตอบแทนok แต่จะหมดอายุ ปี 2559 )
- หุ้นกู้ ptt และ pttgc อย่างละ 3 แสนบาท ดอกเบี้ยน่าจะ 3 % กว่า
- หุ้นK Europe ของ KBANK 5 แสน ( ซื้อมาได้ประมาณครึ่งปี แต่ตอนนี้ติดลบ 7 พันกว่าบาท )ได้ปันผลไป2 รอบ ประมาณ2หมื่น
ตัวนี้ น่าขายทิ้งมั้ยคะ เพราะหักแล้วก็ยังถือว่ากำไร
- LTF / RMF รวมประมาณ 2 ล้านกว่า แต่อันนี้ ก็คงไปยุ่งไม่ได้ เพราะให้ Fund Mgr เขาจัดการไป เราแค่คอยดู
Ltf บางกองที่มี dividend ได้ตกรวมกันประมาณปีละ 3 หมื่นบาท
- หุ้น ตอนนี้ พอร์ทว่าง ตั้งใจว่าจะแบ่งเงินเดือนๆละ 50,000 บาทมาซื้อหุ้น ที่ดูไว้คือ MINT CENTEL
BGH แต่หาจังหวะเข้าไม่ได้เลย ไม่แน่ใจว่า ราคายุติธรรมอยู่ตรงไหน
- ถ้ารวมกองทุน พันธบัตร เงินสด แล้วอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านต้นๆ ตอนนี้ไม่มีภาระใดๆต้องผ่อนค่ะ
- คิดว่า ตัวเองเก็บเงินแต่ละเดือนเก่งพอสมควร แต่การทำให้เงินงอกเงย ยังไม่ดีเท่าที่ควร จึงอยากขอคำแนะนำทุกท่านในนี้ค่ะ
เพื่อให้มีเงินใช้จ่ายเดือนละประมาณ 7 หมื่นบาท/เดือน ในวัยเกษียณ 55 ปีค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ