ใช้คำว่าหนีออกจากบ้าน ดูแล้วเหมือนมีเหตการณ์อะไรร้ายแรงนักหนา ความจริงแล้วเป็นความตั้งใจ
จะไปเยี่ยมญาติซึ่งป่วยอยู่ที่ ร.พ.ลำพูน สล่าปู่ตั้งชื่อเอาเท่ ๆ ไปอย่างนั้นเอง
งานนี้สล่าปู่ฉายเดี่ยว พร้อมกับ s3 คู่ใจเจ้าเก่าเท่านั้น ระหว่างที่ไปก็ได้พบนั่น กินนี่ จึงอยากเอามาเล่าสู่กันฟัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอกับข้าวเมือง อย่าเพิ่งอิจฉาก็แล้วกัน
ความที่ไปคนเดียว จึงเป็นเรื่องง่ายมากที่จะเลือกกินเอาแบบที่ชอบหรือแบบง่าย ๆ ได้ตามใจตัวเอง
ขาไป ระหว่างทางผ่านสวนสนที่ใคร ๆ ได้ผ่านมักจะแวะชมบรรยากาศกัน แชะไว้เสียหน่อย
หลังจากถึงลำพูนเข้าเยี่ยมญาติจนหมดเวลาเยี่ยม ก็มาหาอะไรใส่ท้องเป็นมื้อกลางวัน เป็นร้านอาหารประเภทกับข้าวพื้นเมือง
ค่อนข้างมีชื่อของจังหวัดลำพูนร้านหนึ่ง
อยากกินกับข้าวเมืองเหนือครับ ทั้ง ๆ ที่ก็เป็นคนเหนือ
ลาบขม (ลาบเนื้อ)
จิ๊นส้มหมก (แหนมหมู)
แกงอ่อมปลาเหยี่ยน (ปลาไหล)
รวมชุดใหญ่ น่าจะเยอะเกินไปสำหรับ 1 คน แต่ในที่สุดก็หมดจนได้
กลับขึ้นเชียงใหม่ก่อนเข้าที่พัก ผ่านสวนราชพฤกษ์ แวะยืดเส้นยืดสายหน่อย
เข้าที่พักหลับเป็นตาย ข้าวเย็นไม่ต้องถามถึงมื้อกลางวันยังอยู่ที่คอนี้อยู่เลย
รุ่งเช้าเดินไปซื้อข้าวนึ่ง ไส้อั่ว ที่ร้านค้าใกล้ ๆ ที่พักมากินอย่างง่าย ข้าวนึ่ง 10 บาท ไส้อั่ว 20
มื้อกลางวัน ที่เดิมง่าย ๆ เพราะอยู่ใกล้ รพ. คราวนี้ขอเปลี่ยนเป็นหมู ลาบหมูกับแกงอ่อมหมู
ลดจำนวนกับข้าวลง ค่อยสบายหน่อยแค่อิ่มแต่ไม่อึดอัด แต่มันไม่อย่างนั้นนะซิ
ขำตัวเองจะตายแทบไม่อยากเล่าให้ใครฟัง หลังจากอิ่มเห็นคนไม่เยอะก็เลยนั่งพักผ่อนจิ้มเฟซ จิ้มไลน์เล่น
เด็กเดินมาถามว่ามีไอติมจะรับไหม? ถามว่ามีอะไรบ้าง เด็กก็ตอบว่ามะพร้าวก็มี นึกในใจว่าคงตักใส่ถ้วยมา
แค่ก้อนหรือสองก้อน จึงบอกว่าเอามาเถอะ โดยที่หน้าไม่เงยด้วยซ้ำ
สักพักมันมาอย่างนี้ จะให้ทำอย่างไรห่อกลับบ้านก็ไม่ได้ แค่เนื้อมะพร้าวยังพอทน
นี่ต้องล่อทั้งน้ำ ทั้งเนื้อ ไอติมอีก 2 ก้อน เครื่องโรยอีกต่างหาก แต่ก็หมดอยู่นะหมดแบบอึดอัดไง
กลับที่พัก เพื่อเยี่ยมรอบเย็นอีกครั้ง หลังจากเยี่ยมรอบเย็นก่อนเข้าที่พักแวะบิ๊กซี หาไรใส่ท้องเสียหน่อย
ง่าย ๆ แบบว่าโรคจิตเห็นที่ไหนไม่ได้ต้องกิน อร่อยไม่อร่อยว่ากันทีหลัง
เช้านี้ไม่ค่อยหิวกาแฟแก้วเดียวเอาอยู่
มื้อกลางวันก่อนลงลำพูน เอาง่าย ๆ ใกล้ที่พักตรงกาดแม่เอียะ (อ แทน ห)
ข้าวหมูอบ หน้าตาดูดีมาก รสชาติก็พอใช้ได้
จากนั้นก็ลงไปลำพูน เยี่ยมญาติรอบเที่ยง แล้วก็เดินทางกลับบ้านที่จากมา 3 วัน
ระหว่างขับรถกลับ ตาแว๊บเห็นอะไรคุ้น ๆ ข้างทาง ต้องรีบเบรคทันทีทันใด
คนเหนือเรียกจิ๊นแห้ง หรือบางจังหวัดจะเรียกจิ๊นเกื๋อ (เกลือ)
ที่เป็นเนื้อจะเป็นเนื้อควาย ซึ่งเนื้อควายเขาจะขายขีดละ 60 บาท เนื้อหมู 40 บาท
ก็ได้ติดมือมานิดหน่อย
ยาวมาถึงตลาดฮอด แวะเยี่ยมแผงปลาเจ้าเก่า หน้านี้ปลาบางอย่างราคาลดลงเยอะ เช่นปลาเพี้ย
จากเคยซื้อ 140-150 ต่อโล วันนี้ ราคาโลละ 100 บาท ส่วนปลาค้าวจาก 140-150 ขึ้นไปที่ 180
เนื้ออ่อน 300 เหมือนเดิม
ได้ปลาเพี้ยมา 1 ตัว 1.6 ก.ก. พ่อค้าคิดให้ 150 บาท ยืนดูเขาทำอย่างชำนาญแป๊บเดียวเสร็จ
กะเอาไปทำลาบปลาเพี้ยครับ
ระหว่างทางกลางดอย แม่ค้าแขวนเห็ดไข่ห่าน ไข่เหลืองขายข้างทางแต่ไม่ได้ซื้อ แวะอุดหนุนนี่มา 2 ถุง
ลองทายซิครับ ว่ามันคืออะไร
จบการเดินทางอย่างยาวนาน 3 วัน 2 คืน มีเมนูลาบปลาเพี้ยสำหรับคอลาบคนเมือง และจิ๊นแห้งนึ่งกินกับ
น้ำพริกตาแดง ข้าวนึ่งอุ่น ซึ่งจะขอเสนอเป็นกระทู้ถัดไปครับ
สวัสดีครับ
หนีออกจากบ้าน 3 วัน มีอะไรมาแบ่งปันกันชมเยอะแยะ
จะไปเยี่ยมญาติซึ่งป่วยอยู่ที่ ร.พ.ลำพูน สล่าปู่ตั้งชื่อเอาเท่ ๆ ไปอย่างนั้นเอง
งานนี้สล่าปู่ฉายเดี่ยว พร้อมกับ s3 คู่ใจเจ้าเก่าเท่านั้น ระหว่างที่ไปก็ได้พบนั่น กินนี่ จึงอยากเอามาเล่าสู่กันฟัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอกับข้าวเมือง อย่าเพิ่งอิจฉาก็แล้วกัน
ความที่ไปคนเดียว จึงเป็นเรื่องง่ายมากที่จะเลือกกินเอาแบบที่ชอบหรือแบบง่าย ๆ ได้ตามใจตัวเอง
ขาไป ระหว่างทางผ่านสวนสนที่ใคร ๆ ได้ผ่านมักจะแวะชมบรรยากาศกัน แชะไว้เสียหน่อย
หลังจากถึงลำพูนเข้าเยี่ยมญาติจนหมดเวลาเยี่ยม ก็มาหาอะไรใส่ท้องเป็นมื้อกลางวัน เป็นร้านอาหารประเภทกับข้าวพื้นเมือง
ค่อนข้างมีชื่อของจังหวัดลำพูนร้านหนึ่ง
อยากกินกับข้าวเมืองเหนือครับ ทั้ง ๆ ที่ก็เป็นคนเหนือ
ลาบขม (ลาบเนื้อ)
จิ๊นส้มหมก (แหนมหมู)
แกงอ่อมปลาเหยี่ยน (ปลาไหล)
รวมชุดใหญ่ น่าจะเยอะเกินไปสำหรับ 1 คน แต่ในที่สุดก็หมดจนได้
กลับขึ้นเชียงใหม่ก่อนเข้าที่พัก ผ่านสวนราชพฤกษ์ แวะยืดเส้นยืดสายหน่อย
เข้าที่พักหลับเป็นตาย ข้าวเย็นไม่ต้องถามถึงมื้อกลางวันยังอยู่ที่คอนี้อยู่เลย
รุ่งเช้าเดินไปซื้อข้าวนึ่ง ไส้อั่ว ที่ร้านค้าใกล้ ๆ ที่พักมากินอย่างง่าย ข้าวนึ่ง 10 บาท ไส้อั่ว 20
มื้อกลางวัน ที่เดิมง่าย ๆ เพราะอยู่ใกล้ รพ. คราวนี้ขอเปลี่ยนเป็นหมู ลาบหมูกับแกงอ่อมหมู
ลดจำนวนกับข้าวลง ค่อยสบายหน่อยแค่อิ่มแต่ไม่อึดอัด แต่มันไม่อย่างนั้นนะซิ
ขำตัวเองจะตายแทบไม่อยากเล่าให้ใครฟัง หลังจากอิ่มเห็นคนไม่เยอะก็เลยนั่งพักผ่อนจิ้มเฟซ จิ้มไลน์เล่น
เด็กเดินมาถามว่ามีไอติมจะรับไหม? ถามว่ามีอะไรบ้าง เด็กก็ตอบว่ามะพร้าวก็มี นึกในใจว่าคงตักใส่ถ้วยมา
แค่ก้อนหรือสองก้อน จึงบอกว่าเอามาเถอะ โดยที่หน้าไม่เงยด้วยซ้ำ
สักพักมันมาอย่างนี้ จะให้ทำอย่างไรห่อกลับบ้านก็ไม่ได้ แค่เนื้อมะพร้าวยังพอทน
นี่ต้องล่อทั้งน้ำ ทั้งเนื้อ ไอติมอีก 2 ก้อน เครื่องโรยอีกต่างหาก แต่ก็หมดอยู่นะหมดแบบอึดอัดไง
กลับที่พัก เพื่อเยี่ยมรอบเย็นอีกครั้ง หลังจากเยี่ยมรอบเย็นก่อนเข้าที่พักแวะบิ๊กซี หาไรใส่ท้องเสียหน่อย
ง่าย ๆ แบบว่าโรคจิตเห็นที่ไหนไม่ได้ต้องกิน อร่อยไม่อร่อยว่ากันทีหลัง
เช้านี้ไม่ค่อยหิวกาแฟแก้วเดียวเอาอยู่
มื้อกลางวันก่อนลงลำพูน เอาง่าย ๆ ใกล้ที่พักตรงกาดแม่เอียะ (อ แทน ห)
ข้าวหมูอบ หน้าตาดูดีมาก รสชาติก็พอใช้ได้
จากนั้นก็ลงไปลำพูน เยี่ยมญาติรอบเที่ยง แล้วก็เดินทางกลับบ้านที่จากมา 3 วัน
ระหว่างขับรถกลับ ตาแว๊บเห็นอะไรคุ้น ๆ ข้างทาง ต้องรีบเบรคทันทีทันใด
คนเหนือเรียกจิ๊นแห้ง หรือบางจังหวัดจะเรียกจิ๊นเกื๋อ (เกลือ)
ที่เป็นเนื้อจะเป็นเนื้อควาย ซึ่งเนื้อควายเขาจะขายขีดละ 60 บาท เนื้อหมู 40 บาท
ก็ได้ติดมือมานิดหน่อย
ยาวมาถึงตลาดฮอด แวะเยี่ยมแผงปลาเจ้าเก่า หน้านี้ปลาบางอย่างราคาลดลงเยอะ เช่นปลาเพี้ย
จากเคยซื้อ 140-150 ต่อโล วันนี้ ราคาโลละ 100 บาท ส่วนปลาค้าวจาก 140-150 ขึ้นไปที่ 180
เนื้ออ่อน 300 เหมือนเดิม
ได้ปลาเพี้ยมา 1 ตัว 1.6 ก.ก. พ่อค้าคิดให้ 150 บาท ยืนดูเขาทำอย่างชำนาญแป๊บเดียวเสร็จ
กะเอาไปทำลาบปลาเพี้ยครับ
ระหว่างทางกลางดอย แม่ค้าแขวนเห็ดไข่ห่าน ไข่เหลืองขายข้างทางแต่ไม่ได้ซื้อ แวะอุดหนุนนี่มา 2 ถุง
ลองทายซิครับ ว่ามันคืออะไร
จบการเดินทางอย่างยาวนาน 3 วัน 2 คืน มีเมนูลาบปลาเพี้ยสำหรับคอลาบคนเมือง และจิ๊นแห้งนึ่งกินกับ
น้ำพริกตาแดง ข้าวนึ่งอุ่น ซึ่งจะขอเสนอเป็นกระทู้ถัดไปครับ
สวัสดีครับ