มหากาพย์ปราบโกง vs คดีรถหาย .... จะลงเอยอย่างไร ?

กระทู้สนทนา
มหากาพย์ปราบโกง   โดย หมัดเหล็ก    ไทยรัฐออนไลน์


รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งท่าเอาจริงกับ การแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน
โดยการกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ และเน้น นโยบายความโปร่งใสในการทำงาน มี
จริยธรรม มีจิตสำนึก และไม่นิ่งเฉยต่อการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นแบบฟอร์ม ของรัฐบาลชุดนี้
โดยขอความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เชื่อว่า อำนาจพิเศษ ที่มีอยู่ในมือของ
รัฐบาลและ คสช. จะเป็นดาบอาญาสิทธิ์ที่จะใช้ปราบโกงโดยเฉพาะ

เมื่อเงื่อนไข การทุจริตคอร์รัปชัน เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจจากรัฐบาลชุดที่แล้ว เพราะฉะนั้น
รัฐบาลชุดนี้จะต้อง สร้างผลงานให้เป็นรูปธรรม ไม่เช่นนั้น ดาบจะกลับมาเชือดคอ รัฐบาลเอง
โดยเฉพาะการทุจริตในแวดวงราชการ ที่ต้องถือว่า แม้แต่บาทเดียว ก็ต้องไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น

อีกทั้งในยุคนี้ ไม่มีนักการเมือง มีแต่พวกพ้องที่ คสช.เลือกเข้ามา บริหารประเทศ เพราะฉะนั้น
ถ้าเกิดความไม่ชอบมาพากลขึ้น การประณาม การทุจริต ก็จะเป็นสองเท่า ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

แน่นอนว่าการทุจริตอยู่คู่กับสังคมไทยมานาน ไม่ว่าจะเป็น การทุจริตซึ่งหน้า หรือทุจริตเชิง
นโยบาย เพราะฉะนั้นก็ต้อง ทำใจว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์และ คสช. จะไม่สามารถทำให้ โปร่งใส
ได้ในระยะเวลาสั้นๆ

แต่ที่ไม่ควรละเลย คือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว หรือเป็นนโยบายของรัฐบาล ชุดนี้ จะปล่อยให้มีการทุจริตเกิด
ขึ้นไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ไม่เช่นนั้นความน่าเชื่อถือของรัฐบาลจะจบลงทันที ถูกมองว่าไม่ต่างอะไร
จากสมบัติผลัดกันชม

ต้นทุนของคนที่ คสช.เลือกเข้ามาทำงานเป็นการการันตีในเบื้องต้น แต่ไม่ได้การันตีว่า กลไกของรัฐบาล
จะไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น ดังนั้น กฎเหล็ก หรือมาตรการบังคับให้การปฏิบัติหน้าที่ของกลไกของรัฐ จะต้อง
ถูกกำหนดขึ้นมาโดยเร็ว ไม่ใช่เป็นแค่ นามธรรม หรือวาจาที่ให้สัญญาประชาคมเท่านั้น

งบประมาณที่ใช้ก่อนและหลังที่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัวในวันพรุ่งนี้ ควร
เอามาตรวจสอบอย่างใกล้ชิด คตร.หรือคณะกรรมการตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ น่าจะทำหน้าที่
ได้ดีกว่า น่าเชื่อถือว่า องค์กรอิสระ ที่ถูกวิจารณ์ในแง่ลบอยู่บ่อยๆ

วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมหรือยังที่จะถือดาบลงมือเชือด ปัญหาการทุจริต รวมทั้งความฟุ่มเฟือย ในการ
ใช้งบประมาณภาครัฐ นาฬิกาในสภาชุดที่แล้ว เรือนละ 5 หมื่น กับ ไมค์ที่ติดตั้งใหม่ในห้องประชุม ครม.
อันละ 1 แสน 4 หมื่นบาท มีอะไรที่แตกต่างกันหรือไม่ ระหว่างภูมิทัศน์กับวิสัยทัศน์ ควรจะเร่งปรับปรุงอะไร
มากกว่ากัน


เป็นโจทย์แรกที่รัฐบาลชุดนี้จะต้องนำไปทบทวน ระหว่างความพอเพียง ที่จะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาตาม
วัตถุประสงค์ของการ ยึดอำนาจ หรือเข้ามาต่อยอดอำนาจเท่านั้น

ความหวังที่ พล.อ.ประยุทธ์และ คสช. น่าจะเป็นความหวังเดียว กับการขีดเส้นตาย ทำสงครามกับการ
คอร์รัปชันทุกรูปแบบ เป็นจุดสตาร์ต ที่จะปฏิรูปประเทศให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ ให้ต่างจากรัฐบาล
ที่มาจากการเลือกตั้ง.

หมัดเหล็ก

http://www.thairath.co.th/content/448500

มันหายไป    โดย แม่ลูกจันทร์    ไทยรัฐออนไลน์

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เมืองไทยอภินิหารมีจริง

ถ้าอภินิหารไม่มีจริง รถยนต์หรู 500 คัน มูลค่าหลายพันล้านบาท จะหายไปดื้อๆ
จากคลังสินค้าทัณฑ์บนของกรมศุลกากรได้อย่างไร??

ทั้งๆที่คลังสินค้าทัณฑ์บนของกรมศุลกากรมีเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

งานนี้ถ้าเกลือไม่เป็นหนอน หนอนก็เป็นเกลือ

เฮ้อ...เหลือเชื่อจริงๆ อะเมซซิ่งไทยแลนด์

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า ที่ยิ่งกว่าอภินิหารมีจริงคือ กว่าเรื่องจะแดงขึ้นมา รถซุปเปอร์คาร์
ป้ายแดงก็อันตรธานไปแล้วกว่า 500 คัน

เกิดอะไรขึ้นกับระบบตรวจสอบบัญชีสินค้าในคลังทัณฑ์บน??

เพราะหากมีการตรวจสอบบัญชีรถหรูตามระเบียบราชการ ถ้ารถในบัญชีขาดหายไป
แค่ 3 คัน 5 คัน ก็ต้องพบความผิดปกติทันที

แต่นี่ดันปล่อยให้รถป้ายแดงราคาแพงล่องหนไปถึง 500 คัน

แน่นอน ต้องมีการสมคบคิดกระทำการทุจริตต่อเนื่องมาหลายปี

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า แต่ที่น่าตื่นตะลึงคือ บัดนี้รถหรูป้ายแดง 500 คัน ที่หายชะแว้ปออกจาก
คลังสินค้าทัณฑ์บนกรมศุลกากร ได้แปลงร่างกลายเป็นรถยนต์จดทะเบียนถูกต้องจากกรมการขนส่ง
ทางบกอย่างสะดวกโยธิน

โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าแม้แต่สลึงเดียว

แสบไส้ติ่งมั้ยล่ะประเทศไทย

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า ตามปกติรถยนต์หรูที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งคันต้องจ่ายภาษี
นำเข้าอย่างต่ำที่สุด 200 เปอร์เซ็นต์ของราคาเอฟโอบี

เช่น รถราคา 10 ล้าน ต้องจ่ายภาษีนำเข้า 20 ล้านบาทโดยประมาณ

ความเสียหายจากขบวนการตุ๊กแกกินตับ ปล่อยให้รถหรูหายไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนกว่า 500 คัน

ทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้จากภาษีถึง 5,000 ล้านบาททีเดียว

เห็นมั้ย เกลือเป็นหนอนไม่กี่ตัวประเทศขาดรายได้ (ที่ต้องได้) ไปก้อนโตมโหฬาร

“แม่ลูกจันทร์” ให้เครดิต นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่ ที่สวมวิญญาณ
นกกระปูด ออกมาปูดเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

อธิบดีสมชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ไล่ตามล่าตามยึดรถหรูนำเข้าที่ล่องหนไปจากคลังสินค้าของ
กรมศุลกากรคืนมาได้แล้วกว่า 100 คัน

และกำลังขอความร่วมมือทหารให้ช่วยไล่ล่ารถเถื่อนอีกเกือบ 400 คันมาดำเนินคดี

กรมศุลกากรได้สั่งลงโทษเจ้าหน้าที่ (ปลายแถว) ไปแล้ว 2 คน

ท่านทำดีแล้ว...แต่ยังดีไม่พอ

“แม่ลูกจันทร์” มองว่า เรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางที่เจ้าหน้าที่ระดับล่างแค่คนสองคน
จะกล้าหาญชาญชัยปล่อยให้รถหรูถูกเชิดไปถึง 500 คัน

ต้องมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงร่วมมือด้วยแน่นอน

ข้อสำคัญ ต้องมีกลุ่มธุรกิจนำเข้ารถที่มีเครือข่ายมีเส้นสายมีอิทธิพลเป็นตัวชักใย

การจะแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังจึงต้องปิดช่องโหว่ให้สนิททุกรู

“แม่ลูกจันทร์” เสนอว่า จากนี้ไป ใครที่นำเข้ารถซุปเปอร์คาร์ ต้องจ่ายภาษีนำเข้า
ให้ครบถ้วนภายใน 90 วัน

ใครจะอ้างขอนำรถออกไปโชว์ (ยังไม่จ่ายภาษี) ต้องมีแบงก์การันตีเท่า
อัตราภาษีบวกดอกเบี้ยเต็มจำนวน

สังคมจะอยู่ร่วมกันได้ คนไทยทุกคนต้องจ่ายภาษีอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

คนจนจ่ายภาษีน้อย คนรวยจ่ายภาษีมากตามกติกา

คนจนกว่าจะซื้อรถยนต์ใช้ซักคันต้องผ่อนยาวจนไข่ยาน

คนรวยถ้าอยากใช้รถหรูคุณก็ต้องเสียภาษีแพง

เรื่องมันก็แค่นั้นเอง เข้าใจเรอะยัง??

"แม่ลูกจันทร์"

http://www.thairath.co.th/content/448486

เจ้าคิกคัก        นอกจากคดี ไมค์  แล้วยังมีคดีรถอีก   ยังดีที่อธิบดีกรมศุลกากร
                                       ออกมาปูดเรื่องนี้เอง  รอดตัวไปได้ว่า  ไม่มีเอี่ยว  
                                              รัฐบาลปราบโกง  จะทำให้เรื่องนี้โปร่งใสถูกใจปชช.
                                                   ได้แค่ไหน  ตามติดดูกัน  
                          2 โจทย์แรก  ที่รัฐบาล ต้องแสดงความโปร่งใส  สำหรับรัฐบาล
                          ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
  หัวเราะ

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่