เราใช้กรุงเทพประกันภัยครั้งแรกเมื่อเดือน มิ.ย. 56 โดยทางศูนย์ฮอนด้าแนะนำว่าดี เห็นบอกว่า ค่าประกันค่าเบี้ยจะแพงกว่าที่อื่นหน่อยแต่โดยรวมเรื่องบริการถือว่าดีเลย เราก็ตกลง ปีแรกฮอนด้าออกค่าประกันชั้น 1 ให้ เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 23,000-24,000 บาท
เหตุการณ์ประทับใจตามคำแนะนำเกิดขึ้น เมื่อเดือน มี.ค. เมื่อพี่ชายแฟนเราที่มีประวัติเข้าจิตเวชหลายครั้ง เกิดอาการเครียดและอาละวาดทำลายข้าวของ และที่สำคัญแกเอาอิฐบล็อคมาทุบกระจกรถบานแตกร้าวทั้งบานเลยค่ะ เหตุการณ์วันนั้นค่อนข้างสะเทือนขวัญคนในครอบครัวทั้งจิตใจทั้งร่างกาย ด้วยเราเองก็เกือบโดนลูกหลง นาทีที่รถโดนทุบเราร้องไห้ลงไปกองกับพื้นเหมือนหัวใจจะสลายตรงนั้นเลย เพราะเรากับแฟนซื้อมาด้วยเงินตัวเอง จากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง เป็นรถคันแรกของครอบครัวเรา
วันรุ่งขึ้น เหตุการณ์ทางใจเริ่มสงบขึ้นทำใจว่าพี่เค้าไม่ปกติ พี่ชายแฟนถูกส่งตัวเข้าจิตเวชอีกครั้ง (( โดยปกติผู้ป่วยจิตเวชจะถูกบำบัดแค่ครั้งละ 2-3 เดือนเท่านั้นค่ะ เมื่ออาการดีขึ้นแพทย์จะให้ออก )) เรากับแฟนไม่แน่ใจเรื่องการคุ้มครองสักเท่าไหร่ด้วยคู่กรณีคือพี่ชายแท้ๆ ของแฟน และแฟนก็คือคนแจ้งเคลม
ความคิดด้านชั่วเริ่มผุดมาในหัว : แจ้งความจริงไปแล้วผลจะออกมาแบบไหน เราออกตังค์แทนพี่รึเปล่าเหมือนควักกระเป๋าตังค์ตัวเองจากฝั่งขวามาไว้ฝั่งซ้ายมั้ยนะ ( ชำระแทนพี่ชายผ่านมือประกันเพื่อเอามาให้ตัวเองรัยงี้ ) หรืออีกข้อนึงเค้าจะดำเนินคดีพี่ชายมั้ยนะ ความคิดเหล่านี้ส่งผลให้เราโทรไปแจ้งเคลมโดยให้ข้อมูลเท็จ แต่ จนท. รับเรื่องจับโกหกเราได้เลยให้เราคุยกับผู้จัดการค่ะ ทั้ง จนท. และ ผู้จัดการ พูดจากับเราดีมากๆ และขอให้เราพูดความจริง เราเลยเล่าความจริงให้ฟังค่ะ เหตุผลที่เราโกหก สุดท้ายก็กล่าวขอโทษ ผจก. ที่ไม่พูดความจริงออกไปแต่แรก รู้มั้ยคะ...ผู้จัดการน่ารักมากกกก ค่อนข้างเข้าใจ เห็นอกเห็นใจเราพอสมควรค่ะ เรื่องรถเลยจบลงที่ ผจก.เปิดเคสซ่อมพิเศษให้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมซ่อมแต่อย่างใด ไว้เสียเบี้ยสิ้นปีอย่างเดียว ทำเรื่องประกัน เบิกกระจกประมาณ 10 วัน เข้าศูนย์ 2 วัน รถงามเหมือนเดิม ปิดประเด็นแรกไปอย่าง Happy ending ^^
-----------------------------------
4 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ต้นเดือน ก.ค. ประกันใกล้หมดเต็มที ทุกวันทั้งวันได้รับสายประกันบริษัทต่างๆ ไม่หยุดหย่อน แต่เรากับแฟนก็ปฏิเสธไป ด้วยใจตอนนั้นมีแต่กรุงเทพ ยังไงก็จะต่อกับกรุงเทพเท่านั้นไม่เปลี่ยนใจ แฟนโทรหากรุงเทพถึงเรื่องการต่อประกันว่าต้องทำยังไงบ้าง ประกันส่งต่อให้ฮอนด้าเป็นผู้ดำเนินการให้ค่ะ รวมเบี้ยปีนี้ต้องจ่ายราวๆ 27,000 บาท แต่เราก็ยินดีค่ะ และเมื่อต้น ส.ค. ที่ผ่านมานี้มี จนท. มาถ่ายรูปรถพร้อมทั้งระบุตำหนิรถมา 3 ตำแหน่งตามภาพค่ะ
รอแล้วรอเล่าประกันก็ขาดแล้วยังไม่ได้รับการติดต่อ จนผ่านไปเกือบ 2 อาทิตย์ ฮอนด้าโทรมาบอกว่า
"กรุงเทพประกันภัยไม่รับต่อประกันรถเราด้วยเหตุผลคือ รถเราแผลเยอะ" แผลที่ว่าเราไม่เคยคิดจะเคลมเค้าเลยค่ะ ด้วยมันเป็นอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากตัวเองทั้งนั้น เวลาถอยเข้า-ถอยออกพลาด รถเราไม่มีประวัติเฉี่ยวชน ก็ยิ่งทำให้ข้องใจมากๆ งงกับคำตอบของกรุงเทพมากค่ะเรื่องแผลของรถ ล่าสุดเลยฝากฮอนด้าตามเรื่องให้ คราวนี้มาดูแผลรถกัน รถยังไม่ได้ล้าง พึ่งถ่ายตะกี้สดๆ ร้อนๆ ตอนตี 4 มืดหน่อยนะคะ
ด้านหลังโดยรวม
เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้วได้ฝากเรื่องไว้กับ จนท. ฮอนด้าค่ะ
ความข้องใจมาแดงก็วันนี้จนเป็นบ่อเกิดของกระทู้นี้ค่ะ เมื่อได้อ่านข้อความบางส่วนจากเพจกรุงเทพประกันภัย แล้วดันคล้ายเคสเราด้วยสิ
ตัวอย่างที่ 1
ตัวอย่างที่ 2
อ๋อ!! แผลเยอะแค่ข้ออ้าง จริงๆ แล้วประวัติเคยเปลี่ยนกระจกต่างหากที่ไม่รับต่อ.....ทั้งนี้ไม่ว่าเหตุผลแผลเยอะหรือเปลี่ยนกระจกก็ตาม เราก็ว่ามันเกินไป ลาขาดค่ะ
**มีพี่ที่รู้จักกันรถยางแตกอัดก็อปปี้เสาไฟฟ้าหลักหัก 1 ต้น เมื่อปีที่แล้ว สภาพรถเยินสุดๆ แต่แกพึ่งออก เลยตัดสินใจซ่อม ประกันตีราคา 550,000 บาท ก็ซ่อมหมดทุนประกันห้าแสน แล้วก็ควักเองอีก 5 หมื่น ปีนี้ประกันเจ้าเดิมก็ใจดีให้พี่แกต่ออีก แถมเบี้ยก็หลักพัน ตอนนี้เราตัดสินใจแล้วว่าจะต่อประกันกับเจ้านี้ค่ะ....ไม่ได้หวังอยากซ่อมแพงๆ หรอกนะคะ ไม่อยากชน 55555555 แต่มันได้ใจค่ะ ไม่เขี่ยลูกค้าทิ้ง อีกอย่างจะได้มั่นใจด้วยว่าแผลเล็กๆ แบบรถเราคงไม่ถูกปฏิเสธอีกในปีต่อๆ ไป ^^
ขอไม่เอ่ยชื่อบริษัทประกันเจ้านี้นะคะ เพราะแต่ละคนคงเจอเคสดี เคสแย่มาต่างกัน ต่างเจ้า เอ่ยชื่อหลายที่ เดี๋ยวมีดราม่าค่ะ ส่วนตัวอยากแชร์ประสบการณ์จริงของตัวเองที่พึ่งโดนทิ้งอย่างกับขยะ Big Clearance By Bangkok Insurance เซ็งเบาๆ 55555555
แชร์ประสบการณ์ กรุงเทพประกันภัยทำกับลูกค้าแบบนี้?
เหตุการณ์ประทับใจตามคำแนะนำเกิดขึ้น เมื่อเดือน มี.ค. เมื่อพี่ชายแฟนเราที่มีประวัติเข้าจิตเวชหลายครั้ง เกิดอาการเครียดและอาละวาดทำลายข้าวของ และที่สำคัญแกเอาอิฐบล็อคมาทุบกระจกรถบานแตกร้าวทั้งบานเลยค่ะ เหตุการณ์วันนั้นค่อนข้างสะเทือนขวัญคนในครอบครัวทั้งจิตใจทั้งร่างกาย ด้วยเราเองก็เกือบโดนลูกหลง นาทีที่รถโดนทุบเราร้องไห้ลงไปกองกับพื้นเหมือนหัวใจจะสลายตรงนั้นเลย เพราะเรากับแฟนซื้อมาด้วยเงินตัวเอง จากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง เป็นรถคันแรกของครอบครัวเรา
วันรุ่งขึ้น เหตุการณ์ทางใจเริ่มสงบขึ้นทำใจว่าพี่เค้าไม่ปกติ พี่ชายแฟนถูกส่งตัวเข้าจิตเวชอีกครั้ง (( โดยปกติผู้ป่วยจิตเวชจะถูกบำบัดแค่ครั้งละ 2-3 เดือนเท่านั้นค่ะ เมื่ออาการดีขึ้นแพทย์จะให้ออก )) เรากับแฟนไม่แน่ใจเรื่องการคุ้มครองสักเท่าไหร่ด้วยคู่กรณีคือพี่ชายแท้ๆ ของแฟน และแฟนก็คือคนแจ้งเคลม
ความคิดด้านชั่วเริ่มผุดมาในหัว : แจ้งความจริงไปแล้วผลจะออกมาแบบไหน เราออกตังค์แทนพี่รึเปล่าเหมือนควักกระเป๋าตังค์ตัวเองจากฝั่งขวามาไว้ฝั่งซ้ายมั้ยนะ ( ชำระแทนพี่ชายผ่านมือประกันเพื่อเอามาให้ตัวเองรัยงี้ ) หรืออีกข้อนึงเค้าจะดำเนินคดีพี่ชายมั้ยนะ ความคิดเหล่านี้ส่งผลให้เราโทรไปแจ้งเคลมโดยให้ข้อมูลเท็จ แต่ จนท. รับเรื่องจับโกหกเราได้เลยให้เราคุยกับผู้จัดการค่ะ ทั้ง จนท. และ ผู้จัดการ พูดจากับเราดีมากๆ และขอให้เราพูดความจริง เราเลยเล่าความจริงให้ฟังค่ะ เหตุผลที่เราโกหก สุดท้ายก็กล่าวขอโทษ ผจก. ที่ไม่พูดความจริงออกไปแต่แรก รู้มั้ยคะ...ผู้จัดการน่ารักมากกกก ค่อนข้างเข้าใจ เห็นอกเห็นใจเราพอสมควรค่ะ เรื่องรถเลยจบลงที่ ผจก.เปิดเคสซ่อมพิเศษให้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมซ่อมแต่อย่างใด ไว้เสียเบี้ยสิ้นปีอย่างเดียว ทำเรื่องประกัน เบิกกระจกประมาณ 10 วัน เข้าศูนย์ 2 วัน รถงามเหมือนเดิม ปิดประเด็นแรกไปอย่าง Happy ending ^^
-----------------------------------
4 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ต้นเดือน ก.ค. ประกันใกล้หมดเต็มที ทุกวันทั้งวันได้รับสายประกันบริษัทต่างๆ ไม่หยุดหย่อน แต่เรากับแฟนก็ปฏิเสธไป ด้วยใจตอนนั้นมีแต่กรุงเทพ ยังไงก็จะต่อกับกรุงเทพเท่านั้นไม่เปลี่ยนใจ แฟนโทรหากรุงเทพถึงเรื่องการต่อประกันว่าต้องทำยังไงบ้าง ประกันส่งต่อให้ฮอนด้าเป็นผู้ดำเนินการให้ค่ะ รวมเบี้ยปีนี้ต้องจ่ายราวๆ 27,000 บาท แต่เราก็ยินดีค่ะ และเมื่อต้น ส.ค. ที่ผ่านมานี้มี จนท. มาถ่ายรูปรถพร้อมทั้งระบุตำหนิรถมา 3 ตำแหน่งตามภาพค่ะ
รอแล้วรอเล่าประกันก็ขาดแล้วยังไม่ได้รับการติดต่อ จนผ่านไปเกือบ 2 อาทิตย์ ฮอนด้าโทรมาบอกว่า "กรุงเทพประกันภัยไม่รับต่อประกันรถเราด้วยเหตุผลคือ รถเราแผลเยอะ" แผลที่ว่าเราไม่เคยคิดจะเคลมเค้าเลยค่ะ ด้วยมันเป็นอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากตัวเองทั้งนั้น เวลาถอยเข้า-ถอยออกพลาด รถเราไม่มีประวัติเฉี่ยวชน ก็ยิ่งทำให้ข้องใจมากๆ งงกับคำตอบของกรุงเทพมากค่ะเรื่องแผลของรถ ล่าสุดเลยฝากฮอนด้าตามเรื่องให้ คราวนี้มาดูแผลรถกัน รถยังไม่ได้ล้าง พึ่งถ่ายตะกี้สดๆ ร้อนๆ ตอนตี 4 มืดหน่อยนะคะ
ด้านหลังโดยรวม
เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้วได้ฝากเรื่องไว้กับ จนท. ฮอนด้าค่ะ
ความข้องใจมาแดงก็วันนี้จนเป็นบ่อเกิดของกระทู้นี้ค่ะ เมื่อได้อ่านข้อความบางส่วนจากเพจกรุงเทพประกันภัย แล้วดันคล้ายเคสเราด้วยสิ
ตัวอย่างที่ 1
ตัวอย่างที่ 2
อ๋อ!! แผลเยอะแค่ข้ออ้าง จริงๆ แล้วประวัติเคยเปลี่ยนกระจกต่างหากที่ไม่รับต่อ.....ทั้งนี้ไม่ว่าเหตุผลแผลเยอะหรือเปลี่ยนกระจกก็ตาม เราก็ว่ามันเกินไป ลาขาดค่ะ
**มีพี่ที่รู้จักกันรถยางแตกอัดก็อปปี้เสาไฟฟ้าหลักหัก 1 ต้น เมื่อปีที่แล้ว สภาพรถเยินสุดๆ แต่แกพึ่งออก เลยตัดสินใจซ่อม ประกันตีราคา 550,000 บาท ก็ซ่อมหมดทุนประกันห้าแสน แล้วก็ควักเองอีก 5 หมื่น ปีนี้ประกันเจ้าเดิมก็ใจดีให้พี่แกต่ออีก แถมเบี้ยก็หลักพัน ตอนนี้เราตัดสินใจแล้วว่าจะต่อประกันกับเจ้านี้ค่ะ....ไม่ได้หวังอยากซ่อมแพงๆ หรอกนะคะ ไม่อยากชน 55555555 แต่มันได้ใจค่ะ ไม่เขี่ยลูกค้าทิ้ง อีกอย่างจะได้มั่นใจด้วยว่าแผลเล็กๆ แบบรถเราคงไม่ถูกปฏิเสธอีกในปีต่อๆ ไป ^^
ขอไม่เอ่ยชื่อบริษัทประกันเจ้านี้นะคะ เพราะแต่ละคนคงเจอเคสดี เคสแย่มาต่างกัน ต่างเจ้า เอ่ยชื่อหลายที่ เดี๋ยวมีดราม่าค่ะ ส่วนตัวอยากแชร์ประสบการณ์จริงของตัวเองที่พึ่งโดนทิ้งอย่างกับขยะ Big Clearance By Bangkok Insurance เซ็งเบาๆ 55555555