ข่าวหลอก +
อย่าเพิ่งต๊กกะใจ!!! ที่เห็น บมจ.โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) (SLC) เพิ่มทุนรอบนี้...ก็เพราะว่าทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่ออนาคตที่ดีของบริษัทและบริษัทในเครือและผู้ถือหุ้นทุกท่าน โดยเงินที่ได้มานั้นเตรียมเอาไปลงทุนซื้ออาคารสถานีโทรทัศน์แห่งใหม่ของ “สปริงนิวส์” พร้อมขึ้นสู่การเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย...บอกแล้ววววว เค้าทำเพื่ออนาคตคจริงๆคร้า
เรื่องจริง
วันนี้เจอแต่เรื่อง SLC SLC SLC เต็มไปหมดเลย..
มีเพื่อนบางคนที่เพิ่งเริ่มลงทุน อ่านข่าว SLC แล้วไม่เข้าใจ เลยมาถามผมเรื่องเพิ่มทุน ผมขอถือโอกาสอธิบายเรื่องการเพิ่มทุนแบบโคตรหฤโหดของ SLC ผ่านเพจ Market Anyware เลยละกันครับ เพื่อมือใหม่หลายๆ คนที่เพิ่งเริ่มลงทุนจะได้อ่านดรามา SLC กันเข้าใจมากขึ้น
สมมติว่าเมื่อหลายปีที่แล้วคุณหุ้นเปิดร้านอาหารกับเพื่อนของคุณชื่อนาย S นาย L กับนาย C โดยนาย S, L, C และคุณ รวม 4 คนนั้นถือหุ้นกันคนละ 1 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5 บาท รวมเป็นหุ้นทั้งหมด 4 ล้านหุ้น มูลค่าทุนรวมทั้งหมด 20 ล้านบาท
ร้านอาหารที่เปิดขายไม่ค่อยดี ค่าเช่าที่ก็แพง ลูกค้ากลับมีไม่มาก ธุรกิจของพวกคุณขาดทุนทุกปีจนเงินทุน 20 ล้านบาทร่อยหรอลงทุกวันๆ ถึงจุดหนึ่งนาย S,L,C ก็บอกกับคุณว่า เงินทุนที่เหลือของร้านอาหารไม่น่าจะพอแล้วล่ะ สงสัยเราคงจะต้องเพิ่มทุนไม่งั้นจะดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ได้
==นี่คือสถานการณ์ปกติที่ควรจะเป็น==
สถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ครับ ถ้าธุรกิจมีปัญหา ผู้ถือหุ้นจะต้องรับความเสี่ยงอยู่แล้ว โดยปกติ นาย S,L,C ควรจะบอกคุณว่า อยากเพิ่มทุนอีก 20 ล้าน เรามาลงขันเพิ่มกันอีกคนละ 5 ล้านมั้ย เพิ่มทุนแบบ 1:1 ในราคาหุ้นละ 5 บาท ถ้าทุกคนเห็นด้วย เราก็จะได้เงินเพิ่มมาใช้ในธุรกิจอีก 20 ล้านบาท แล้วแต่ละคนก็ยังคงมีสัดส่วนหุ้นเท่าเดิม แต่ถ้าคุณไม่สะดวกใจเพิ่มทุนก็ได้นะ นาย S จะลงเงินแทนในส่วนของคุณเอง แต่สัดส่วนหุ้นคุณก็จะน้อยลงไปครึ่งนึง คุณรับได้มั้ย
ก่อนเพิ่มทุน
นาย S >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย L >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 1 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 25%
หลังเพิ่มทุน (ถ้าคุณไม่ลงเงินเพิ่ม)
นาย S >> 3 ล้านหุ้น 37.5% (ลงแทนคุณ 1 ล้านหุ้น)
นาย L >> 2 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 2 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 12.5%
หลังเพิ่มทุน บริษัทจะได้เงินทุนกลับมา 20 ล้านบาท ส่วนตัวเลขสัดส่วนผู้ถือหุ้นของคุณที่ตกลงมาจาก 25% เหลือแค่ 12.5% เป็นเรื่องที่คุณต้องรับให้ได้ครับ คุณเป็นผู้ถือหุ้น รับความเสี่ยงในธุรกิจ เมื่อธุรกิจขาดทุน ต้องการเงินเพิ่ม แต่คุณไม่อยากจ่าย สัดส่วนหุ้นของคุณก็จะตกลงไป มันก็เป็นเรื่องที่แฟร์ดี (ส่วนทำไมธุรกิจถึงขาดทุน อันนั้นคุณต้องไปไล่เบี้ยกับผู้บริหารเอาเอง)
==แต่นี่คือสถานการณ์จริงๆ ที่เกิดขึ้น==
เอาเข้าจริง นาย S,L,C ไม่ได้ตรงไปตรงมาแบบนี้นี่สิปัญหา..!!
สามคนนี้เดินมาหาคุณ บอกว่า อยากเพิ่มทุนอีก 20 ล้าน เรามาลงขันเพิ่มกันอีกคนละ 5 ล้านมั้ย แต่ไม่ใช่การเพิ่มทุนแบบ 1:1 นะ เป็นการเพิ่มทุนแบบ 1:5 ในราคาหุ้นละ 1 บาท..!!!
ฟังดูเหมือนๆ กันเลย ระดมทุนเพิ่ม 20 ล้านบาทเท่ากันกับเคสแรกเป๊ะ แล้วมันหมายความว่าไงครับ..?
หมายความว่า คุณเคยลงทุนหุ้นละ 5 บาท ตอนนี้หุ้นใหม่ที่จะเพิ่มทุนเหลือแค่ 1 บาท (ถูกลงไป 80%..!!) แล้วถ้าคุณจะลงทุน 5 ล้านบาท เท่ากับคุณจะได้หุ้น 5 ล้านหุ้น รวมกับหุ้นเดิมของคุณ 1 ล้านหุ้นเป็น 6 ล้านหุ้น
แล้วมันมีผลยังไงล่ะ..?
ถ้าคุณควักกระเป๋าเพิ่ม 5 ล้านไปเพิ่มทุน คุณจะยังคงสัดส่วนผู้ถือหุ้นไว้ได้ครับ
ก่อนเพิ่มทุน
นาย S >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย L >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 1 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 25%
หลังเพิ่มทุน (ถ้าคุณลงเงินเพิ่ม)
นาย S >> 6 ล้านหุ้น 25%
นาย L >> 6 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 6 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 6 ล้านหุ้น 25% (หุ้นเดิม 1 ล้านหุ้น บวกหุ้นใหม่ 5 ล้านหุ้น)
บริษัทได้เงินกลับมา 20 ล้านในการเพิ่มทุน ผู้ถือหุ้นทุกคนคงสัดส่วนเดิม
แต่ถ้าคุณไม่มีตังค์ล่ะ พอคุณไม่เพิ่มทุนปั๊ป นาย S บอกว่า ไม่เป็นไร เค้าจะเพิ่มทุนในส่วนของคุณเอง ผลลัพธ์มันจะเป็นแบบนี้ครับ
หลังเพิ่มทุน (ถ้าคุณไม่ลงเงินเพิ่ม)
นาย S >> 11 ล้านหุ้น 45.83% (หุ้นเดิม 1 ล้านหุ้น บวกหุ้นใหม่ 10 ล้านหุ้น)
นาย L >> 6 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 6 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 4.17%
จบการเพิ่มทุน คุณกลายเป็นผู้ถือเศษหุ้น 4.17% ในชั่วพริบตาหลังการเพิ่มทุนครับ การเพิ่มทุน 1:5 ในราคา 1 บาท คือการบีบบังคับให้คุณต้องควักกระเป๋า หากต้องการรักษาสัดส่วนผู้ถือหุ้นของคุณเอาไว้ มิเช่นนั้น หุ้นในมือของคุณก็จะ dilute อย่างรุนแรงจนแทบไม่เหลือมูลค่ากันเลยทีเดียว
สุดท้ายแม้คุณจะเคยซื้อหุ้นละ 5 บาท แต่หลังการเพิ่มทุน มูลค่าหุ้นในมือของคุณจะวิ่งเข้าหา 1 บาทแบบอัตโนมัติเลย นี่คือที่สุดของการ dilution ที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยมีแต่เสียกับเสีย
การบังคับเพิ่มทุน 1:5 ในราคา 1 บาท ถ้าคุณไม่เล่นด้วย ปริมาณหุ้นรวมในบริษัทจะเพิ่มขึ้น 5 เท่า จนทำให้สัดส่วนหุ้นเดิมที่คุณมี เหลือแค่เศษเสี้ยวของผู้ถือหุ้น
ในขณะที่การเพิ่มทุน 1:1 ในราคาเดิม 5 บาท ถึงคุณไม่เล่นด้วย ปริมาณหุ้นรวม ในบริษัทจะเพิ่มขึ้นแค่ 1 เท่า ปริมาณหุ้นของคุณก็จะเจือจางลงตามสัดส่วนที่เพิ่มเข้ามาแบบแฟร์ๆ
และนี่คือที่มาของกรณี SLC เพิ่มทุนที่ฮือฮากันมาวันสองวันนี้ โดย SLC เพิ่มทุน 1:5 ในราคาหุ้นละ 0.09 บาท โดยขณะประกาศ หุ้น SLC มีมูลค่าหุ้นละ 0.45 บาท อยู่ในตอนนั้น
ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นครับ floor ติดกันสองวัน บ่ายวันนี้มีเด้งขึ้นมานิดหน่อย (ผมไม่โพสกราฟเทคนิคนะครับ เพราะหุ้นแบบนี้กราฟเทคนิคระดับเทพแค่ไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้)
หลังเพิ่มทุน หุ้น SLC จะเพิ่มจาก 4,000 ล้านหุ้น ไปอยู่แถวๆ 24,000 ล้านหุ้น อันนี้ผมยังไม่ได้พูดถึงส่วนการเพิ่มทุนแบบ Private Placement อีก 55,000 ล้านหุ้น กับหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture) อีก 11,000 ล้านหุ้น ที่ทาง SLC จัดระดมเงินอย่างหนัก หลังเพิ่มทุนกับรายย่อยแล้ว รวมๆ กันน่าจะมีหุ้นเพิ่มทะลุ 100,000 ล้านหุ้นทีเดียว คล้ายๆ N-PARK เข้าไปทุกที (พี่จะเพิ่มทุนขนาดนี้ ไปเปิดบริษัทใหม่เลยง่ายกว่ามั้ย..?)
อธิบายมาตั้งนาน แน่นอนว่ามีคำถามมากมายเกี่ยวกับ SLC โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส กับธรรมาภิบาลที่เหมือนบริษัทปล้นผู้ถือหุ้นรายย่อยกันแบบหน้าด้านๆ เอาเข้าใจถ้าถามว่าน่าเห็นใจมั้ย อย่ามองว่าผมใจร้ายเลยครับ ผมไม่ค่อยเห็นใจเท่าไหร่
- หุ้นปั่นส่วนใหญ่ธรรมาภิบาลดีมั้ย รายย่อยส่วนใหญ่ก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังชอบซื้อ ชอบเล่นกัน หุ้นบางตัวราคาวิ่งไป 5-6 เท่า รายย่อยยิ้มร่า คิดว่าตัวเองเก่ง เข้าถูกจังหวะ มองเจ้ามือออก ไม่เห็นมีผู้ถือหุ้นคนไหนบ่นเรื่องธรรมภิบาลซักคน
- แต่พอหุ้นปั่นโดนทุบ รายย่อยพลาด พอร์ทแดงฉาน ลบ 60-70% ตอนนี้เริ่มจะมาด่าผู้บริหาร โวยวายเรื่องธรรมาภิบาลกันแล้ว
หุ้นปั่น มันปั่นได้ทั้งขึ้นและลงครับ อยากได้ลูกเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือครับ โดนตะปปกลับมาก็อย่าร้อง.. จริงมั้ย 😅
(ผมเห็นใจก็แต่กลุ่มนักลงทุนมือใหม่ ที่ไม่รู้ว่า SLC เป็นหุ้นปั่น แต่ถ้าคุณศึกษาดูงบซักแค่ 2-3 นาที คุณจะเห็นชัดเจนว่า หุ้นตัวนี้ไม่มีอนาคต ไม่มีพื้นฐานใดๆ รองรับเลย)
ที่มา
ห้ะ!!อะไรนะ SLC ระดุมทุนเพื่ออนาคต
เรื่องจริง
วันนี้เจอแต่เรื่อง SLC SLC SLC เต็มไปหมดเลย..
มีเพื่อนบางคนที่เพิ่งเริ่มลงทุน อ่านข่าว SLC แล้วไม่เข้าใจ เลยมาถามผมเรื่องเพิ่มทุน ผมขอถือโอกาสอธิบายเรื่องการเพิ่มทุนแบบโคตรหฤโหดของ SLC ผ่านเพจ Market Anyware เลยละกันครับ เพื่อมือใหม่หลายๆ คนที่เพิ่งเริ่มลงทุนจะได้อ่านดรามา SLC กันเข้าใจมากขึ้น
สมมติว่าเมื่อหลายปีที่แล้วคุณหุ้นเปิดร้านอาหารกับเพื่อนของคุณชื่อนาย S นาย L กับนาย C โดยนาย S, L, C และคุณ รวม 4 คนนั้นถือหุ้นกันคนละ 1 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5 บาท รวมเป็นหุ้นทั้งหมด 4 ล้านหุ้น มูลค่าทุนรวมทั้งหมด 20 ล้านบาท
ร้านอาหารที่เปิดขายไม่ค่อยดี ค่าเช่าที่ก็แพง ลูกค้ากลับมีไม่มาก ธุรกิจของพวกคุณขาดทุนทุกปีจนเงินทุน 20 ล้านบาทร่อยหรอลงทุกวันๆ ถึงจุดหนึ่งนาย S,L,C ก็บอกกับคุณว่า เงินทุนที่เหลือของร้านอาหารไม่น่าจะพอแล้วล่ะ สงสัยเราคงจะต้องเพิ่มทุนไม่งั้นจะดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ได้
==นี่คือสถานการณ์ปกติที่ควรจะเป็น==
สถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ครับ ถ้าธุรกิจมีปัญหา ผู้ถือหุ้นจะต้องรับความเสี่ยงอยู่แล้ว โดยปกติ นาย S,L,C ควรจะบอกคุณว่า อยากเพิ่มทุนอีก 20 ล้าน เรามาลงขันเพิ่มกันอีกคนละ 5 ล้านมั้ย เพิ่มทุนแบบ 1:1 ในราคาหุ้นละ 5 บาท ถ้าทุกคนเห็นด้วย เราก็จะได้เงินเพิ่มมาใช้ในธุรกิจอีก 20 ล้านบาท แล้วแต่ละคนก็ยังคงมีสัดส่วนหุ้นเท่าเดิม แต่ถ้าคุณไม่สะดวกใจเพิ่มทุนก็ได้นะ นาย S จะลงเงินแทนในส่วนของคุณเอง แต่สัดส่วนหุ้นคุณก็จะน้อยลงไปครึ่งนึง คุณรับได้มั้ย
ก่อนเพิ่มทุน
นาย S >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย L >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 1 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 25%
หลังเพิ่มทุน (ถ้าคุณไม่ลงเงินเพิ่ม)
นาย S >> 3 ล้านหุ้น 37.5% (ลงแทนคุณ 1 ล้านหุ้น)
นาย L >> 2 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 2 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 12.5%
หลังเพิ่มทุน บริษัทจะได้เงินทุนกลับมา 20 ล้านบาท ส่วนตัวเลขสัดส่วนผู้ถือหุ้นของคุณที่ตกลงมาจาก 25% เหลือแค่ 12.5% เป็นเรื่องที่คุณต้องรับให้ได้ครับ คุณเป็นผู้ถือหุ้น รับความเสี่ยงในธุรกิจ เมื่อธุรกิจขาดทุน ต้องการเงินเพิ่ม แต่คุณไม่อยากจ่าย สัดส่วนหุ้นของคุณก็จะตกลงไป มันก็เป็นเรื่องที่แฟร์ดี (ส่วนทำไมธุรกิจถึงขาดทุน อันนั้นคุณต้องไปไล่เบี้ยกับผู้บริหารเอาเอง)
==แต่นี่คือสถานการณ์จริงๆ ที่เกิดขึ้น==
เอาเข้าจริง นาย S,L,C ไม่ได้ตรงไปตรงมาแบบนี้นี่สิปัญหา..!!
สามคนนี้เดินมาหาคุณ บอกว่า อยากเพิ่มทุนอีก 20 ล้าน เรามาลงขันเพิ่มกันอีกคนละ 5 ล้านมั้ย แต่ไม่ใช่การเพิ่มทุนแบบ 1:1 นะ เป็นการเพิ่มทุนแบบ 1:5 ในราคาหุ้นละ 1 บาท..!!!
ฟังดูเหมือนๆ กันเลย ระดมทุนเพิ่ม 20 ล้านบาทเท่ากันกับเคสแรกเป๊ะ แล้วมันหมายความว่าไงครับ..?
หมายความว่า คุณเคยลงทุนหุ้นละ 5 บาท ตอนนี้หุ้นใหม่ที่จะเพิ่มทุนเหลือแค่ 1 บาท (ถูกลงไป 80%..!!) แล้วถ้าคุณจะลงทุน 5 ล้านบาท เท่ากับคุณจะได้หุ้น 5 ล้านหุ้น รวมกับหุ้นเดิมของคุณ 1 ล้านหุ้นเป็น 6 ล้านหุ้น
แล้วมันมีผลยังไงล่ะ..?
ถ้าคุณควักกระเป๋าเพิ่ม 5 ล้านไปเพิ่มทุน คุณจะยังคงสัดส่วนผู้ถือหุ้นไว้ได้ครับ
ก่อนเพิ่มทุน
นาย S >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย L >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 1 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 25%
หลังเพิ่มทุน (ถ้าคุณลงเงินเพิ่ม)
นาย S >> 6 ล้านหุ้น 25%
นาย L >> 6 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 6 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 6 ล้านหุ้น 25% (หุ้นเดิม 1 ล้านหุ้น บวกหุ้นใหม่ 5 ล้านหุ้น)
บริษัทได้เงินกลับมา 20 ล้านในการเพิ่มทุน ผู้ถือหุ้นทุกคนคงสัดส่วนเดิม
แต่ถ้าคุณไม่มีตังค์ล่ะ พอคุณไม่เพิ่มทุนปั๊ป นาย S บอกว่า ไม่เป็นไร เค้าจะเพิ่มทุนในส่วนของคุณเอง ผลลัพธ์มันจะเป็นแบบนี้ครับ
หลังเพิ่มทุน (ถ้าคุณไม่ลงเงินเพิ่ม)
นาย S >> 11 ล้านหุ้น 45.83% (หุ้นเดิม 1 ล้านหุ้น บวกหุ้นใหม่ 10 ล้านหุ้น)
นาย L >> 6 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 6 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 4.17%
จบการเพิ่มทุน คุณกลายเป็นผู้ถือเศษหุ้น 4.17% ในชั่วพริบตาหลังการเพิ่มทุนครับ การเพิ่มทุน 1:5 ในราคา 1 บาท คือการบีบบังคับให้คุณต้องควักกระเป๋า หากต้องการรักษาสัดส่วนผู้ถือหุ้นของคุณเอาไว้ มิเช่นนั้น หุ้นในมือของคุณก็จะ dilute อย่างรุนแรงจนแทบไม่เหลือมูลค่ากันเลยทีเดียว
สุดท้ายแม้คุณจะเคยซื้อหุ้นละ 5 บาท แต่หลังการเพิ่มทุน มูลค่าหุ้นในมือของคุณจะวิ่งเข้าหา 1 บาทแบบอัตโนมัติเลย นี่คือที่สุดของการ dilution ที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยมีแต่เสียกับเสีย
การบังคับเพิ่มทุน 1:5 ในราคา 1 บาท ถ้าคุณไม่เล่นด้วย ปริมาณหุ้นรวมในบริษัทจะเพิ่มขึ้น 5 เท่า จนทำให้สัดส่วนหุ้นเดิมที่คุณมี เหลือแค่เศษเสี้ยวของผู้ถือหุ้น
ในขณะที่การเพิ่มทุน 1:1 ในราคาเดิม 5 บาท ถึงคุณไม่เล่นด้วย ปริมาณหุ้นรวม ในบริษัทจะเพิ่มขึ้นแค่ 1 เท่า ปริมาณหุ้นของคุณก็จะเจือจางลงตามสัดส่วนที่เพิ่มเข้ามาแบบแฟร์ๆ
และนี่คือที่มาของกรณี SLC เพิ่มทุนที่ฮือฮากันมาวันสองวันนี้ โดย SLC เพิ่มทุน 1:5 ในราคาหุ้นละ 0.09 บาท โดยขณะประกาศ หุ้น SLC มีมูลค่าหุ้นละ 0.45 บาท อยู่ในตอนนั้น
ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นครับ floor ติดกันสองวัน บ่ายวันนี้มีเด้งขึ้นมานิดหน่อย (ผมไม่โพสกราฟเทคนิคนะครับ เพราะหุ้นแบบนี้กราฟเทคนิคระดับเทพแค่ไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้)
หลังเพิ่มทุน หุ้น SLC จะเพิ่มจาก 4,000 ล้านหุ้น ไปอยู่แถวๆ 24,000 ล้านหุ้น อันนี้ผมยังไม่ได้พูดถึงส่วนการเพิ่มทุนแบบ Private Placement อีก 55,000 ล้านหุ้น กับหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture) อีก 11,000 ล้านหุ้น ที่ทาง SLC จัดระดมเงินอย่างหนัก หลังเพิ่มทุนกับรายย่อยแล้ว รวมๆ กันน่าจะมีหุ้นเพิ่มทะลุ 100,000 ล้านหุ้นทีเดียว คล้ายๆ N-PARK เข้าไปทุกที (พี่จะเพิ่มทุนขนาดนี้ ไปเปิดบริษัทใหม่เลยง่ายกว่ามั้ย..?)
อธิบายมาตั้งนาน แน่นอนว่ามีคำถามมากมายเกี่ยวกับ SLC โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส กับธรรมาภิบาลที่เหมือนบริษัทปล้นผู้ถือหุ้นรายย่อยกันแบบหน้าด้านๆ เอาเข้าใจถ้าถามว่าน่าเห็นใจมั้ย อย่ามองว่าผมใจร้ายเลยครับ ผมไม่ค่อยเห็นใจเท่าไหร่
- หุ้นปั่นส่วนใหญ่ธรรมาภิบาลดีมั้ย รายย่อยส่วนใหญ่ก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังชอบซื้อ ชอบเล่นกัน หุ้นบางตัวราคาวิ่งไป 5-6 เท่า รายย่อยยิ้มร่า คิดว่าตัวเองเก่ง เข้าถูกจังหวะ มองเจ้ามือออก ไม่เห็นมีผู้ถือหุ้นคนไหนบ่นเรื่องธรรมภิบาลซักคน
- แต่พอหุ้นปั่นโดนทุบ รายย่อยพลาด พอร์ทแดงฉาน ลบ 60-70% ตอนนี้เริ่มจะมาด่าผู้บริหาร โวยวายเรื่องธรรมาภิบาลกันแล้ว
หุ้นปั่น มันปั่นได้ทั้งขึ้นและลงครับ อยากได้ลูกเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือครับ โดนตะปปกลับมาก็อย่าร้อง.. จริงมั้ย 😅
(ผมเห็นใจก็แต่กลุ่มนักลงทุนมือใหม่ ที่ไม่รู้ว่า SLC เป็นหุ้นปั่น แต่ถ้าคุณศึกษาดูงบซักแค่ 2-3 นาที คุณจะเห็นชัดเจนว่า หุ้นตัวนี้ไม่มีอนาคต ไม่มีพื้นฐานใดๆ รองรับเลย)
ที่มา