EP.4 ดาว-ก้อย | ‘คู่จิ้น’ ความสัมพันธ์ที่มีคนรอบข้างเป็นใหญ่

คำว่า ‘จิ้น’ มาจากคำว่า ‘Imagine’ ที่แปลว่า ‘จินตนาการ’
    
‘คู่จิ้น’ จึงหมายถึง ‘คู่ที่อยู่ในจินตนาการ’ นั่นเอง
    
ศัพท์คำนี้น่าจะมีที่มาจากกลุ่มแฟนคลับเกาหลี ที่จินตนาการให้นักร้องในวงที่ตัวเองชอบมีความสัมพันธ์กัน จะแค่ขำๆ หรือจริงจังก็สุดแท้แต่ตัวคนจิ้นเองจะกำหนด คล้ายๆ กับการจับคู่ทั่วไป เพียงแต่ สาเหตุที่ต้องจิ้น เป็นเพราะว่าเขาหรือเธอที่ถูกนำมาจับคู่นั้น

เป็นเพศเดียวกัน
    
การจิ้นมักจะเกิดจากกลุ่มคนที่เห็นว่า เขาหรือเธอคู่นั้นมีความสนิทสนมกันมาก รักใคร่กลมเกลียวกันปานจะกลืน หรือเล่นกันแบบถึงเนื้อถึงตัวบ่อยๆ จนดูน่าลุ้นให้เป็นมากกว่าเพื่อนธรรมดา อย่างเช่น ภู-ธีร์ ในซีซันแรกที่ดาวจิ้นจนเอามาแต่งฟิคได้เป็นฉากๆ
    
พอมาซีซันสอง ดาวและก้อยเองที่เป็นเพื่อนสนิทกันอยู่แล้ว แถมยังชอบเล่นถึงเนื้อถึงตัวกันในบางครั้ง แม่สาวโลกสวยนักจิ้นในซีซันแรกจึงตกเป็นคู่จิ้นให้คนอื่นๆ ฟินกันบ้างไปโดยปริยาย แถมตัวดาวเองก็ยังสนุกสนานกับกระแสจิ้นนี้ด้วยการทำ ‘แฟนเซอร์วิส’ หรือจงใจรับมุกด้วยการทำเป็นหวานกับก้อยให้คนอื่นกรี๊ดด้วย เช่น การที่จู่ๆ ก็ชวนก้อยเล่นจ้องตา ใครหลบตาก่อนคนนั้นแพ้ และตั้งแต่วินาทีที่ก้อยหลบตาและยอมรับแบบอ้อมแอ้มกับดาวว่า ‘เขิน’ ก็ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล...



เมื่อดาวดีใจที่เห็นว่ามีคนชอบคู่เธออยู่ไม่น้อยเลยให้ดิวถ่ายรูปสร้างโมเมนท์เพิ่ม เพื่อให้คนในเพจ ‘จิ้นรัก’ มาเอาไปกรี๊ดให้เป็นกระแสกันต่อนั้น ก้อยดูกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด จริงๆ ก็ตั้งแต่เป็นกังวลว่าเป็นเพจอะไร พับบลิกหรือเปล่าแล้วนั่นแหละ แต่ด้วยความที่ใจกว้างมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อเห็นเพื่อนสนุกและดาวเองก็ยังไม่เห็นว่าอะไร สุดท้ายก้อยก็ยอมอยู่ในวังวนของแฟนเซอร์วิสนี้ต่อไป แม้ข้างในใจของก้อยจะเริ่มคิดกับดาวเกินเพื่อนแล้วก็ตาม แววตาของก้อยตอนมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของดาวแล้วแอบอมยิ้มกับตัวเอง สื่อความรู้สึกออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม



ฉากที่ยืนยันว่าสองคนนี้สนิทกันจริงๆ แบบไม่ต้องสร้างโมเมนท์ใดๆ ก็คือฉากที่ไปลองชุดชั้นในด้วยกัน สองสาวคงทำแบบนี้ด้วยกันบ่อย ถึงได้ปราศจากความเขินอายใดๆ ทั้งสิ้น และฉากต่อเนื่องนี้เองที่พอจะบอกได้ว่า
    
ไม่ใช่แค่ก้อยคนเดียวแล้วที่มี something wrong
    
เพราะจังหวะที่มือแตะกันแล้วเกิดอาการสปาร์คนั้น ถ้าดาวยังคิดกับก้อยแค่เพื่อนสนิทดังเช่นวันวาน ไม่มีทางที่จะนิ่งงันขนาดนี้แน่ๆ แต่ดาวอาจจะยังเพียงแค่รู้สึกแปลกๆ เท่านั้น ในความรู้สึกของคนเขียน ถ้าเหตุการณ์ต่อเนื่องไม่ใช่ดาวเจอดินอีกครั้งในโหมดดี๊ด๊าเลือกของกับสาวอื่น ดูท่าทางมีความสุขมากแล้วล่ะก็ ดาวอาจจะเริ่มห่างจากก้อยก็เป็นได้ ไม่ใช่รังเกียจ แต่ห่างเพื่อออกมาคิดว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกันแน่มากกว่า



แต่ในเมื่อแทบล้มทั้งยืนเพราะการเจอคนที่เคยทำร้ายอีกครั้งอย่างไม่คาดคิด การมีใครสักคนอยู่ข้างๆ ก็ย่อมน่าจะดีกว่าเป็นไหนๆ แล้วยิ่งเป็นเพื่อนสนิทผู้แสนดีอย่างก้อยด้วยแล้ว ดาวจึงไม่ลังเลเลยที่จะพูดออกไปว่า ‘คืนนี้แกอยู่กับฉันได้มั้ย?’
    
ดาวที่เก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวมาตลอด พอได้ระบาย ก็ไม่แปลกที่จะแสดงด้านอ่อนแอออกมาเต็มพิกัด ถึงก้อยจะยังคิดกับดาวแบบเพื่อน ก็คงปลอบอย่างเต็มความสามารถอยู่แล้ว ประสาอะไรกับ...การที่แปรเปลี่ยนเป็น เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ไปเรียบร้อย เพราะคงไม่มีเพื่อนที่ไหนปลอบกันด้วยการจูบหน้าผาก จูบปลายจมูกแหงๆ ซึ่งก้อยก็ดูชะงักไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อดาวลืมตาขึ้นมาตอนที่เธอเพิ่งผละริมฝีปากออกจากปลายจมูกเจ้าตัว ดูลังเลกับการทำต่อ ที่แน่นอนว่าตำแหน่งต่อไปต้องเป็นการ ‘จูบที่ปาก’ อย่างไม่ต้องสงสัย แต่เมื่อดาวเองกลับเอียงหน้ารับเหมือนกับจะเต็มใจ ก้อยก็เดินหน้าต่อ จูบปลอบอย่างละมุนละไม และดาวก็ไม่มีทีท่าปฏิเสธใดๆ แต่กลับเป็นก้อยเองที่ยั้งตัวเองไว้แล้วหันหนีไปทางอื่น ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและกระวนกระวาย ผู้เขียนคิดว่าเหตุผลที่ผลักดันให้ก้อยทำเช่นนี้มีอยู่ 3 ข้อ

1) เพิ่งฟังไปหยกๆ ว่าดาวชอบผู้ชาย

2) นั่นเพื่อนแกนะ แกทำแบบนั้นกับเพื่อนได้ไง

3) สภาพจิตใจดาวกำลังแย่มาก ก้อยจึงไม่อาจรู้ได้เลยว่าที่ดาวตอบรับจูบนี้เพียงเพราะขาดที่พึ่ง แต่แท้จริงแล้วไม่ได้คิดอะไรเลยหรือเปล่า ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริง คนที่จะรู้สึกแย่ที่สุดก็คือก้อยเอง


ยังดีที่ฉากนี้จบลงด้วยการที่ดาวกอดกลับ ซบไหล่ และจับมือ แต่มันก็อาจจะเป็นดาบสองคม เพราะมันทำให้ความหวังของก้อยเพิ่มมากยิ่งขึ้น จากแค่ชอบ ตกหลุมรัก คงกลายเป็นยกให้ทั้งใจไปเรียบร้อย



ไม่รู้เหมือนกันว่าคืนนั้นเกิดอะไรต่อหรือเปล่า เพราะเช้ามา ทั้งดาวและก้อยก็สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถ้าจะว่ากันตามตรง ดีกรีความน่ารักมุ้งมิ้งพาให้จิกหมอนนั้นยังมากกว่าฉากจูบเสียอีก! ในความคิดผู้เขียน ฉากบนโต๊ะอาหารนี้บอกชัดว่าความสัมพันธ์ทางใจของทั้งสองคนเปลี่ยนไปเรียบร้อย แม้ดูเผินๆ ฉากหยอกอย่างการเอาปากไปชนต้นแขนของก้อยจะคล้ายๆ กับฉากเซอร์วิสในห้องดนตรีไทย แต่รายละเอียดเบื้องหลังมันต่างกันมาก อย่างน้อยๆ ก็สายตาและท่าทีของดาว เพราะนี่มันคือสายตาที่เอาไว้ใช้มองคนรักชัดๆ อีกทั้งก็อยู่กันสองคน ไม่ต้องทำเพื่อเอาใจใคร หรืออยากให้ใครมากรี๊ดด้วย โดยส่วนตัวถือว่าฉากนี้เป็นฉากที่ ‘คู่จิ้น’ ได้เปลี่ยนมาเป็น ‘คู่จริง’ อย่างเป็นทางการ





(มีต่อ)

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  Hormones วัยว้าวุ่น เพศที่สาม ความรักวัยรุ่น ละครโทรทัศน์
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่