คือผมเป็นแบบประเภท แบบอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อนสนิท ถามว่ากลัวการเข้าสังคมมั้ย ก็ไม่น่ะ คุยได้อยู่ได้ปรับตัวได้ ชอบเล่นเรื่องตลก ให้คนอื่นขำด้วยซ็ำ รู้จักคนเยอะ แต่ก็ไม่สนิทใครเลย เพราะ
1.ผมขี้เกรงใจ ไม่ชอบชวนใครไปไหน เพราะรู้สึกว่า ไม่อยากบังคับความรู้สึกใคร(คือมันเจอแบบนี้มาแบบว่าเค้าอึดอัด เลยพูดใส่เราหลังจากนั้น เออ นอยด์กับการคบเพื่อนไปเลย) แต่ไปไหนถ้าเขาชวนผมก้ไปนะ แต่ถ้าชวนคนท้ายๆนี่ ก็ไม่ไปอีก(น้อยใจ ความสำคัญต่ำ)
2.ผมเป็นคนมีเป้าหมายชีวิตชัดเจน ผมกลัวว่าการคบเพื่อน จะทำให้เส้นทางของผมที่จะไปถึงเป้าหมายอาจจะช้าลง ผมจึงชอบสนิทกับคนที่มีอายุแล้วก็มีหน้าทีการงานพอตัวแล้ว (ตั้งเป้าหมายว่า จะต้องสร้างตัวเองให้ได้ก่อนที่จะมีแฟน ไม่อยากเอาใครมาลำบาก เพราะเหตุผลข้างบน ผมแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากกว่าว่าถ้าเขาผิดหวัง หรือเขาลำบากเพราะเรานี่ ตราบาปในใจเลยแหละ คือจริงๆชีวิตมันก็สำเร็จระดับนึงมีการมีงานทำก็ดีนะ แต่มันยังเป็นนามธรรม ไม่มีอะไรที่หยิบจับได้เลย)
โสด + ไม่มีเพื่อนสนิทนี่ มัน เหงา x2 เลยน่ะ
แต่ด้วยความที่มันก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว ก็อยู่ง่ายกว่าคนทั่วไป ก็ชินๆ แต่พอคุณ 25 ปีขึ้นไป เฟซคุณจะมีงานแต่ง เพื่อนคุณจะทยอยแต่งงาน น้องคุณ พี่คุณ แต่งงานมีหลาน เวลากลับบ้านเขาก็จะถาม โอ๊ย อย่าขุดสะเก็ด ทีนี้มันก็คิดมาก
เกรินมาตั้งนาน วิธีแก้เหงาของผมน่ะ
- ขายของ เออมันก็สนุกดีน่ะ ได้ตังด้วย แล้วชีวิตนะจะไม่มีเวลาว่างเลย พอไม่ว่าง ก็ไม่เหงา แต่ขายของมันก็มีช่วงเวลาพีค และร่วงโรย ของผมเป็นสินค้าเฉพาะทาง กำลังซื้อจะเป็นชายมีครอบครัว นั่นหมายความว่าถ้ามีความกังวล เขาก็ไม่ซื้อ เจอเรื่องนี้ของผมฟุบมาเกือบ 14 เดือน เพิ่งมาขึ้นบ้างช่วงนี้แหละ
- พอช่วง Low ทำไงละทีนี้ ของก็ออกช้า เดือนนึงซื้อไม่กี่ชิ้น มันก็ว่าง ว่าก็คิด จนวันนึงได้มีโอกาสศึกษาธรรมะ แบบที่เอามาใช้บนโลกได้ คือ การรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นบนชีวิต มองอย่างเข้าใจว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ชีวิตของคนต้องเจอทั้งดีและไม่ดี เออ มันมีความสุขในชีวิตขึ้นเยอะ ผมไม่ชอบพิธีกรรมอะไร ผมมองว่า นั่งสมาธิ มันก็ดีตอนนั้นแหละ เอามาใช้ชีวิตจริงไม่ได้ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ทุกวันนี้ ขับรถสบายใจมากใครมักง่าย ไม่โกรธไม่อะไร (ผมขับมอไซค์ด้วย)
- ในเมื่อโลกจริงไม่ค่อยได้สุงสิงกับใคร ก็ใช้ โลก social นี่แหละ ผมเป็นคนติดเฟซมาก จนสมาธิสั้น ทำงานแป้บเดียวดูอีกแล้ว ต้องอัปเดทข่าวเร็วสุด ใครเม้นตอบทันที มันก็ช่วงให้เราไม่มีเวลาว่าง แต่วันไหนเน็ตเน่าก็เหงาทันที 555
- ไม่พยายามไปห้าง เพราะไปสุดท้ายก็เดินคนเดียวกินข้าวคนเดียว มันดูแปลกๆ คนอื่นจะมอง มีไปโรงหนังบ้าง ถ้านั่งกินพวกฟาสฟูดก้ไม่ค่อยแปลกเท่าไหร่ ส่วนหนังจะดูอะไรก็ได้ ไม่ใช่หนังรัก (หนังนี่แหละ ตัวทำนอยด์ ) ถ้าชอบหนังรักเรื่องไหน รอแผ่นดูคนเดียวดีกว่าดีว่าเดินไปเจอคนจับมือกัน ... เอิ่มมมม
แชร์วิธีแก้ความเหงาของผมให้ฟังครับ ของคุณทำอย่างไรกันบ้าง (ส่วนการมีคู่ชีวิตหรือไม่นั้น ผมไม่ได้ตั้งความคาดหวังอะไรสูงเท่าไหร่นัก คิดว่า ถ้าไม่มีใคร อยู่แบบนี้เอาก็ได้ ไม่ต้องทุกข์กับความรักด้วย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้หงี่ก็ซื้อกินเอา แต่ช่วงสร้างตัว ของแบบนี้อย่าหวังว่าจะได้ตังผม)
คุณมีวิธีแก้ "ความเหงา" อย่างไรบ้าง
1.ผมขี้เกรงใจ ไม่ชอบชวนใครไปไหน เพราะรู้สึกว่า ไม่อยากบังคับความรู้สึกใคร(คือมันเจอแบบนี้มาแบบว่าเค้าอึดอัด เลยพูดใส่เราหลังจากนั้น เออ นอยด์กับการคบเพื่อนไปเลย) แต่ไปไหนถ้าเขาชวนผมก้ไปนะ แต่ถ้าชวนคนท้ายๆนี่ ก็ไม่ไปอีก(น้อยใจ ความสำคัญต่ำ)
2.ผมเป็นคนมีเป้าหมายชีวิตชัดเจน ผมกลัวว่าการคบเพื่อน จะทำให้เส้นทางของผมที่จะไปถึงเป้าหมายอาจจะช้าลง ผมจึงชอบสนิทกับคนที่มีอายุแล้วก็มีหน้าทีการงานพอตัวแล้ว (ตั้งเป้าหมายว่า จะต้องสร้างตัวเองให้ได้ก่อนที่จะมีแฟน ไม่อยากเอาใครมาลำบาก เพราะเหตุผลข้างบน ผมแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากกว่าว่าถ้าเขาผิดหวัง หรือเขาลำบากเพราะเรานี่ ตราบาปในใจเลยแหละ คือจริงๆชีวิตมันก็สำเร็จระดับนึงมีการมีงานทำก็ดีนะ แต่มันยังเป็นนามธรรม ไม่มีอะไรที่หยิบจับได้เลย)
โสด + ไม่มีเพื่อนสนิทนี่ มัน เหงา x2 เลยน่ะ
แต่ด้วยความที่มันก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว ก็อยู่ง่ายกว่าคนทั่วไป ก็ชินๆ แต่พอคุณ 25 ปีขึ้นไป เฟซคุณจะมีงานแต่ง เพื่อนคุณจะทยอยแต่งงาน น้องคุณ พี่คุณ แต่งงานมีหลาน เวลากลับบ้านเขาก็จะถาม โอ๊ย อย่าขุดสะเก็ด ทีนี้มันก็คิดมาก
เกรินมาตั้งนาน วิธีแก้เหงาของผมน่ะ
- ขายของ เออมันก็สนุกดีน่ะ ได้ตังด้วย แล้วชีวิตนะจะไม่มีเวลาว่างเลย พอไม่ว่าง ก็ไม่เหงา แต่ขายของมันก็มีช่วงเวลาพีค และร่วงโรย ของผมเป็นสินค้าเฉพาะทาง กำลังซื้อจะเป็นชายมีครอบครัว นั่นหมายความว่าถ้ามีความกังวล เขาก็ไม่ซื้อ เจอเรื่องนี้ของผมฟุบมาเกือบ 14 เดือน เพิ่งมาขึ้นบ้างช่วงนี้แหละ
- พอช่วง Low ทำไงละทีนี้ ของก็ออกช้า เดือนนึงซื้อไม่กี่ชิ้น มันก็ว่าง ว่าก็คิด จนวันนึงได้มีโอกาสศึกษาธรรมะ แบบที่เอามาใช้บนโลกได้ คือ การรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นบนชีวิต มองอย่างเข้าใจว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ชีวิตของคนต้องเจอทั้งดีและไม่ดี เออ มันมีความสุขในชีวิตขึ้นเยอะ ผมไม่ชอบพิธีกรรมอะไร ผมมองว่า นั่งสมาธิ มันก็ดีตอนนั้นแหละ เอามาใช้ชีวิตจริงไม่ได้ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ทุกวันนี้ ขับรถสบายใจมากใครมักง่าย ไม่โกรธไม่อะไร (ผมขับมอไซค์ด้วย)
- ในเมื่อโลกจริงไม่ค่อยได้สุงสิงกับใคร ก็ใช้ โลก social นี่แหละ ผมเป็นคนติดเฟซมาก จนสมาธิสั้น ทำงานแป้บเดียวดูอีกแล้ว ต้องอัปเดทข่าวเร็วสุด ใครเม้นตอบทันที มันก็ช่วงให้เราไม่มีเวลาว่าง แต่วันไหนเน็ตเน่าก็เหงาทันที 555
- ไม่พยายามไปห้าง เพราะไปสุดท้ายก็เดินคนเดียวกินข้าวคนเดียว มันดูแปลกๆ คนอื่นจะมอง มีไปโรงหนังบ้าง ถ้านั่งกินพวกฟาสฟูดก้ไม่ค่อยแปลกเท่าไหร่ ส่วนหนังจะดูอะไรก็ได้ ไม่ใช่หนังรัก (หนังนี่แหละ ตัวทำนอยด์ ) ถ้าชอบหนังรักเรื่องไหน รอแผ่นดูคนเดียวดีกว่าดีว่าเดินไปเจอคนจับมือกัน ... เอิ่มมมม
แชร์วิธีแก้ความเหงาของผมให้ฟังครับ ของคุณทำอย่างไรกันบ้าง (ส่วนการมีคู่ชีวิตหรือไม่นั้น ผมไม่ได้ตั้งความคาดหวังอะไรสูงเท่าไหร่นัก คิดว่า ถ้าไม่มีใคร อยู่แบบนี้เอาก็ได้ ไม่ต้องทุกข์กับความรักด้วย [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้)