แต่งงาน พาลูกมาอยู่เชียงใหม่กับสามี ชีวิตเปลี่ยนสุดๆ

สืบเนื่องจากกระทู้นี้ http://pantip.com/topic/32410998 ของคุณ บางขณะ เลยทำให้เราอยากเขียนกระทู้การมาอยู่เชียงใหม่ในมุมของเราบ้าง

เราแต่งงานได้ ปีกว่าๆ ลูก 1.1 ขวบ ก็พาลูกมาอยู่กับสามีที่เชียงใหม่ (พ่อ แม่ สามีเสียหมดแล้ว พี่ๆ สามีก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน)
ข้อดี
1.อากาศดี
2.ลูกได้อยู่กับพ่อ เป็นครอบครัว

การมาสร้างครอบครัวที่เชียงใหม่ ก็ต้องมาช่วยทำงานเลี้ยงครอบครัว ตัวเป็นเกลียว เหนื่อยมาก แต่ก่อนอยู่กับพี่ชาย มีงานประจำทำ รับผิดชอบแต่ตัวเอง สบายสุดๆ พอแยกมามีครอบครัวของตัวเอง อะไรๆ ก็เงิน ต้องใช้เงินทุกอย่าง บ้านก็ยังผ่อนอยู่ พอย้ายมาทำงานประจำที่เชียงใหม่  ยอมลาออกจากตำแหน่งเดิม มารับตำแหน่งใหม่ (สังกัดเดิม) โยกย้ายไม่ได้เพราะไม่ใช่ข้าราชการ เงินเดือนหายไปครึ่งนึง ทำงานที่ไม่ชอบ ไม่คิดว่าจะต้องทำ  งานเอกสารต่างๆ งานประสานงานกับคนอื่นๆ ก็ต้องทำ เพราะอยากให้ลูกได้อยู่กับพ่อ เป็นครอบครัว

สามีก็ทำงานแต่ไม่พอ ตอนแรกทำร้านเนต โดนพี่ตำหนวดกวน เลยปิดร้าน แล้วสามีชอบงานศิลปะ ก็ไปเรียนปั้นกระถางต้นไม้ อ่างบัว ร้านก็เปลี่ยนเป็นร้านทำปูนปั้น แต่รายได้น้อย ไม่เคยหมุนเงินด้วยการยืมเงินบัตรเครดิตก็ทำเป็นละทีนี้ แล้วก็ตามมาด้วยความเครียด เกือบจะต้องขายบ้านเพื่อปลดหนี้  คิดว่าถ้าขายไปจะไปซื้อที่ปลูกบ้านนอกๆ เมืองเชียงใหม่ หลังเล็กๆ ก็ตระเวนๆ ดูกัน เราไม่ได้บอกที่บ้านว่ามีปัญหา แต่ที่บ้านรู้ก็ตอนเราจะขายบ้านแล้ว พี่สาวถาม เราก็เลยต้องเล่า เล่าไปร้องให้ไป ทางครอบครัวเราเข้ามาช่วยเหลือ (ครอบครัวสามี เหลือแต่พี่สาวคนโตที่สนิท แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันไม่กล้ารบกวน) แล้วเห็นว่าสามีเราชอบทำอาหาร เลยให้ไปเรียนทำสุกี้กับแม่ของพี่สะไภ้ คอร์สเร่งรัด อิอิ เรียนทฤษฎี 1 วัน ทำจริง 1 วัน แล้วก็ให้เงินมาทำทุน ปรับปรุงร้านใหม่ แรกๆ เมนูยังไม่เยอะ หลักๆ ก็สุกี้ แล้วอาหารตามสั่งนิดหน่อย หลังๆ สามีทำโน่น นี่ เพิ่ม มีข้าวหมูกรอบ หมูแดง ลงทุนทำโอ่งอบเอง ศึกษาจากในเนตบ้าง สามีไปเรียนทำหมูกรอบ หมูแดง เป็ดย่างด้วย

แรกๆ เปิดร้าน 10.00-20.00 น. ก็จ้างคนงานมาช่วย 8.00-18.00 น.เราทำงานประจำเสร็จก็มาช่วยสามีต่อ เหนื่อยมาก เคยล้างจานไป ร้องให้ไป แต่สามีไม่เห็นหรอก พอทำไปเรื่อยๆ หลัง 1 ทุ่มคนน้อย แล้วกว่าจะเลิกร้าน กว่าจะเก็บร้านเสร็จ ดึกมาก ลูกก็ไม่ยอมไปนอนเอง รอพ่อ แม่นอนด้วย บางทีก็นอนเสื่อข้างล่าง กว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน สงสารลูก เลยคุยกันกับสามี เปลี่ยนเวลา เริ่มเช้าดีกว่า หาที่ฝากขายข้าวกล่อง แล้ว 16.00 น. ปิดร้าน ให้คนงานมา 7.00 – 17.00 น.แทน

ปัจจุบันเราต้องตื่นตี 5 ทำงานร้านอาหารทำข้าวกล่องฝากขายส่งตลาดแถวบ้านที่บ้าน 7 โมงเช้า แต่งตัวตัวเอง และลูก 8 โมงส่งลูกไปโรงเรียน เราไปทำงานประจำ 16.30 ออกไปรับลูกที่โรงเรียน กลับบ้านเตรียมของสำหรับขายอาหารวันต่อไป ล้างจาน ทำโน่น นี่ นั่น 21.30 นอนได้รีบนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า

ร้านเรามาเปิดตอนช่วงมีเหตุการเมืองพอดี ขายไม่ค่อยดี บางวันไม่ถึงพัน แต่บางวันก็ขายดีเว่อร์ แต่ไม่บ่อย ก็อดทนกันไป ยืนหยัด ลูกค้าก็บอกอร่อยนะ คิดว่าถ้าบ้านเมือง เศรษฐกิจดีขึ้น ร้านคงจะดีขึ้นไปด้วย

อยู่มา 4 ปีละ เชียงใหม่ จะได้เที่ยวก็ต่อเมื่อมีเพื่อนมาเที่ยว ก็พาเค้าไป ไปกับเค้า ปกติก็ทำงานแล้วกลับบ้าน ตั้งแต่มาอยู่นี่ ร้องให้ด้วยความเครียดนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งเรื่องเงิน เรื่องครอบครัว ที่แรกๆ ต้องปรับตัวกันน่าดู กว่าจะเข้าใจดีขึ้น อย่างทุกวันนี้  ซึ่งก็ยังมีทะเลาะบ้าง นิดหน่อย แต่นานๆ ที สามีใจเย็นขึ้นเยอะ เข้าใจ และเห็นใจเรา ที่ร่วมต่อสู้กันมา

ที่สำคัญ ลูกมีความสุขมาก ดูจากพฤติกรรม ร่าเริง ขี้เล่น เล่นกับพ่อแรงๆ ได้ อ้อนแม่ อ้อนพ่อ ดื้อบ้างตามประสาเด็ก แต่ก็เชื่อฟังดีเวลาสอน ก็ได้ลูกนี่แหละเป็นโซ่ทองคล้องใจจริงๆ ไม่งั้นคงต่างคนต่างไปแล้ว ลูกเป็นกำลังใจให้เรายอมทำงานหนัก มองหน้าลูก กอดลูกก็มีความสุข ตอนนี้สุขใจมาก แต่เรื่องฐานะการเงินยังต้องต่อสู้กันต่อไป

สรุป ไม่ได้ว่าอยู่ที่เชียงใหม่ไม่ดีนะคะ แต่อยู่ที่ไหนชีวิตครอบครัวเราก็คงเป็นแบบนี้ แต่พอดี มาอยู่ที่เชียงใหม่น่ะค่ะ

ที่ประทับใจเชียงใหม่สุดๆ ก็คือ การไหว้ค่ะ อยู่ กทม. เวลาเจอคนที่มีอายุมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน หรือคนอื่นๆ ไม่ค่อยไหว้ เพราะเจอกันทุกวัน แค่ยิ้ม ทักทาย แต่ที่นี่ น้องๆ ที่ทำงาน หรือคนอื่นๆ ถ้าเจอคนที่อายุมากกว่า ยกมือไหว้กันตลอด ทุกวัน แรกๆ รู้สึกแปลกๆ แต่นานๆ ไปกลับชอบมาก เป็นวัฒนธรรมที่น่ารัก เราสอนลูกให้ไหว้แบบนี้ตลอดเลย จนบางทีพาลูกกลับไปเยี่ยมบ้านที่ กทม. เจอหลานๆ คนอื่นจะชอบมาล้อ พูดกับลูกเราว่า มินมิน สวัสดีค่ะ ลูกเราก็จะสวัสดีค่ะตอบตลอด จนเป็นเรื่องขำๆ ไป แต่ไม่ใช่ขำแบบตลกล้อเลียนนะคะ แต่หลานๆ พี่ๆ เราจะชมว่าสอนลูกดีค่ะ เอ็นดูลูกเรามากเลย ยังมีเรื่องน่ารักๆ เช่น ภาษาเมือง อีก ไว้จะเล่าให้ฟังเพิ่มนะคะ

รูปร้านอาหารเล็กๆ ที่ช่วยกันสร้างมา


สังเกตเมนูอาหาร สีเหลืองด้านบนขวา แรกๆ รายการน้อย ตอนนี้ยาวเหยียด 55


คนนี้เลย โซ่ทองคล้องใจ กำลังใจที่ดีเยี่ยม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่