กิลเดอรอยด์ ล็อกฮาร์ต อาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มด และเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ (ค.ศ.1992-1993)


ข้อมูลส่วนตัว

วันเกิด : 26 มกราคม
ไม้กายสิทธิ์ : ไม้เชอรี่ แกนเอ็นหัวใจมังกร ยาวเก้านิ้ว บิดงอได้ง่าย
สถานะทางสายเลือด : เลือดผสม พ่อเป็นมักเกิ้ล แม่เป็นแม่มด
บ้านที่ฮอกวอตส์ : เรเวนคลอ
ครอบครัว : ยังไม่ได้แต่งงานและมีพี่สาวสองคนเป็นมักเกิ้ลทั้งคู่
ความสามารถพิเศษ : คาถาลบความทรงจำอันทรงอานุภาพและเจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีส่วนผสมของไข่แดงจากตัวออกคามีซึ่งการันตีว่าช่วยให้ผมสวยเงางาม (แชมพูนี้ดีจริงแต่มีผลข้างเคียงที่อันตรายและใช้ต้นทุนในการผลิตสูง)
งานอดิเรก : วาดภาพเหมือนตนเองและอวยสรรพคุณของตนเองไม่หยุดหย่อน
รางวัลเกียรติยศ : เหรียญตราแห่งเมอร์ลินขั้นสาม,สมาชิกกิตติมศักดิ์ของสันนิบาตต่อต้านอำนาจมืดและผู้ชนะรางวัลยิ้มมีเสน่ห์ที่สุดจากนิตยสารแม่มดรายสัปดาห์ติดต่อกันถึงห้าครั้ง

ชีวิตวัยเยาว์

กิลเดอรอยด์มีพ่อเป็นมักเกิ้ลและแม่เป็นแม่มดและเขามีพี่สาวอีกสองคน ในบรรดาที่น้องทั้งสาม กิลเดอรอยด์เป็นเพียงคนเดียวที่แสดงลักษณะของการมีเวทมนตร์อยู่ภายในตัว ทั้งความฉลาดและความหล่อเหลาทำให้เขากลายเป็นลูกชายคนโปรดของคุณแม่และพอยิ่งพบว่าเขามีเวทมนตร์ในตัว แม่ของเขาก็ยิ่งเอาอกเอาใจและตามใจมากเป็นพิเศษซึ่งกลายเป็นเหมือนยาพิษที่ทำให้กิลเดอรอยด์กลายเป็นคนหลงตัวเองขึ้นเรื่อยๆ ท้ายสุดก็กลายเป็นนิสัยที่แก้ไม่หายของเขาไปในที่สุด


ช่วงเวลาที่ฮอกวอตส์

การได้เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ไม่ได้เป็นดั่งที่กิลเดอรอยด์และแม่ของเขาคาดหวังเท่าใดนัก เมื่อต้องมาอยู่ท่ามกลางนักเรียนที่ล้วนแต่เป็นลูกหลานผู้วิเศษที่ดูเหมือนว่าหลายๆคนจะเก่งกว่ากิลเดอรอยด์กันทั้งนั้น (เขาวาดฝันไว้เสมอว่าเมื่อเขาเดินลงมาจากหอพักเรเวนคลอและเดินไปตามระเบียงแล้วจะมีแต่นักเรียนกระซิบกระซาบและตื่นเต้นถึงชื่อของเขาในแง่ของผู้ที่มีความสามารถทางเวทมนตร์อันน่าทึ่ง ซึ่งนี่เป็นเรื่องในฝันของกิลเดอรอยด์ที่ไม่เคยเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย)

กิลเดอรอยด์เชื่อมั่นในตัวเองอยู่เสมอว่าเขามีความเป็นวีรบุรุษอย่างเพียบพร้อม แต่ผ่านไปไม่นานเขาก็ต้องผิดหวังอย่างที่สุดเมื่อเขาพบว่าชื่อของเขาไม่เป็นที่รู้จักเลยสักนิดเดียวและทักษะทางเวทมนตร์ของเขาก็ไม่มีอะไรที่โดดเด่นเป็นพิเศษและยังไม่มีใครชอบทรงผมที่โบกพลิ้วอย่างเงางามของเขาเลยสักคน

แต่ก็ไม่ได้แปลว่ากิลเดอรอยด์จะไม่มีความสามารถอะไรเลย อาจารย์ส่วนใหญ่ต่างรู้ว่าเด็กคนนี้มีแววที่ฉลาดเฉลียวและมีความสามารถที่เกินความคาดหมายอยู่ภายใน ถ้าเขาหมั่นฝึกฝนตัวเองให้มากกว่าที่เขาเอาเวลาส่วนใหญ่ไปคุยโวกับเพื่อนๆในชั้นเรียนถึงความใฝ่ฝันของเขา เด็กคนนี้จะเป็นพ่อมดอีกคนหนึ่งที่มีความสามารถไม่น้อยหน้าใครๆเลย (กิลเดอรอยด์จะบอกกับทุกคนที่ยอมรับฟังเขาว่าเขาจะประดิษฐ์ศิลาอาถรรพ์ให้สำเร็จให้ได้ก่อนที่จะจบจากโรงเรียนนี้ เขาจะเป็นกัปตันทีมควิดดิชทีมชาติของอังกฤษที่จะเอาด้วยเวิร์ดคัพมาได้ให้ และปิดท้ายด้วยการบอกว่าเขาจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ที่อายุน้อยที่สุดคนแรกในประวัติศาสตร์ของหมู่เกาะบริเตน)

จากการถูกคัดสรรไปอยู่บ้านเรเวนคลอ กิลเดอรอยด์มีผลคะแนนการเรียนที่ดีอยู่สม่ำเสมอ แต่กลับมีนิสัยที่ทำให้เขามีประวัติด่างพร้อยและไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนอื่นเลย นั่นคือถ้าเขาไม่ได้เป็นที่หนึ่งหรือดาวเด่นในกิจกรรมอะไร เขาจะไม่ยอมเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้นๆเลย ตลอดเวลาที่เรียนเขามักใฝ่หาและคอยคิดค้นแต่สูตรและวิธีลัด โดยไม่ได้มองที่คุณค่าของเนื้อหาวิชาที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่เลยแม้แต่น้อย เขาสนใจเพียงแต่ว่าทำอย่างไรให้ตนเองได้เป็นจุดสนใจ เขาปรารถนาที่จะได้รางวัลและโล่เกียรติยศอย่างมาก จนถึงขั้นไปกดดันอาจารย์ใหญ่ให้ริเริ่มการทำวารสารประจำโรงเรียนเพียงเพราะความต้องการหลักอย่างเดียว คือได้เห็นชื่อและภาพถ่ายของตนเองอยู่บนหน้าปกวารสาร ดังนั้นเขาจึงไม่เคยโด่งดังหรือมีชื่อเสียงจริงๆแต่กลับถูกจดจำไว้ในฐานะเด็กที่เอาแต่เรียกร้องความสนใจอยู่ตลอดเวลา

เขาเคยลูกลงโทษกักบริเวณเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพราะเขาใช้คาถาเสกกระดาษให้ยาวยี่สิบฟุตซึ่งเต็มไปด้วยลายเซ็นต์ของตนเองให้ปลิวว่อนไปทั่วสนามแข่งควิดดิช เขาเคยเสกภาพขนาดใหญ่ของตนเองขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อเลียนแบบตรามาร และมีอยู่ครั้งหนึ่งเขาเคยส่งการ์ดวาเลนไทน์จำนวนแปดร้อยใบให้กับตัวเองจนเป็นเหตุให้นกฮูกฝูงใหญ่เข้ามาในห้องโถงใหญ่จนการรับประทานอาหารเช้าในวันนั้นต้องถูกยกเลิกไปเลย เพราะมีแต่ขนและขี้ของนกฮูกกระจายเต็มชามข้าวโอ้ต


หลังจบจากฮอกวอตส์

เมื่อกิลเดอรอยด์จบการศึกษาจากฮอกวอตส์ ล้วนแต่เป็นความโล่งใจของบรรดาอาจารย์และเจ้าหน้าที่ฮอกวอตส์ และมีข่าวแว่วมาตลอดว่ากิลเดอรอยด์ได้งานในต่างประเทศและทำให้เขามีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง บรรดาอาจารย์ที่เคยสอนเขาต่างเริ่มรู้สึกว่าพวกเขามองเด็กคนนี้ผิดไปหรือเปล่า เพราะศิษย์คนนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางเวทมนตร์และความกล้าหาญจากวีรกรรมที่เขาไปพานพบและเจอมาในการกำจัดสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายชนิดต่างๆ

หากแต่ความเป็นจริงคือ กิลเดอรอยด์พบเป้าหมายในชีวิตของเขาในที่สุด เขาคิดว่าตนเองเป็นพ่อมดที่ฉลาดและมีความสามารถ เพียงแต่ขี้เกียจไปหน่อยเท่านั้นเอง เขาตัดสินใจที่จะฝึกฝนทักษะเดียวของเขาที่ดีที่สุดให้ก้าวหน้าไปยิ่งกว่าทักัษะอื่นใด นั่นคือการใช้คาถาลบความทรงจำที่ทรงอานุภาพ และด้วยความชำนาญในคาถานี้ เขาจึงสามารถการรวบรวมวีรกรรมและผลงานของพ่อมดแม่มดที่เก่งกาจจำนวนมากหลังจากฟังเรื่องราววีรกรรมเหล่านั้นเสร็จสิ้นแล้วเขาจึงฉวยโอกาสลบความทรงจำของวีรบุรุษและวีรสตรีเหล่านั้น และนำเรื่องราวที่เขาได้รับฟังมาเขียนเป็นหนังสือของตนเองโดยสวมรอยว่าตัวเขาเองเป็นผู้สร้างวีรกรรมทั้งหลายเหล่านั้นเอง เมื่อกลับมายังอังกฤษเขานำวีรกรรมเหล่านั้นมาเขียนเป็นหนังสือและวางขาย

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้กิลเดอรอยด์เป็นเจ้าของตำแหน่งสุดยอดนักเขียนที่มียอดขายหนังสือดีที่สุด เจ้าของผลงานอัตชีวประวัติของตนเองหลายต่อหลายเล่มและเป็นที่รู้จักในฐานะนักป้องกันตัวจากศาสตร์มืดอันดับต้นของโลก หลังจากจบจากฮอกวอตส์ไปเพียงแค่สิบปีเท่านั้น และนั่นทำให้เขาได้มาซึ่งรางวัลเกียรติยศอย่างเหรียญตราแห่งเมอร์ลินขั้นสามและได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ประจำสันนิบาตต่อต้านอำนาจมืด และด้วยความหล่อของเขาที่ไม่เคยแม้แต่จะมีรอยขีดข่วนถึงแม้ว่าต้องเผชิญกับสัตว์ร้ายอย่างมนุษย์หมาป่า ผีแบนชี โทรลล์ภูเขา ฯลฯ ก็ทำให้เขาชนะรางวัลยิ้มที่มีเสน่ห์ที่สุดจากนิตยสารแม่มดรายสัปดาห์ติดต่อกันถึงห้าครั้งด้วยกัน


กลับมาสู่ฮอกวอตส์

บรรดาอาจารย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างสงสัยว่าทำไม อัลบัส ดัมเบิลดอร์ถึงตัดสินใจเชิญ กิลเดอรอยด์ ล็อกฮาร์ตกลับมายังฮอกวอตส์ในตำแหน่งอาจารย์สอนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด นอกจาความเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครมายอมสอนในตำแหน่งนี้ (จากข่าวลือที่ว่าตำแหน่งนี้มีอาถรรพ์นั้นแพร่ออกไปทั่วทั้งโลกผู้วิเศษ) บรรดาอาจารย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงจำวีรกรรมของกิลเดอรอยด์ที่น่าปวดหัวและน่ารังเกียจอย่างที่สุดของเขาเมื่อตอนที่ยังเรียนอยู่ได้ไม่ลืม ถึงแม้ตอนหลังเขาจะมีประวัติที่ดีขึ้นก็ตาม

ความจริงแล้ว อัลบัส ดัมเบิลดอร์วางอีกแผนหนึ่งไว้อย่างซับซ้อนกว่าที่ใครจะคาดคิด เนื่องจากในบรรดาพ่อมดที่กิลเดอรอยด์ไปแอบอ้างเอาวีรกรรมมานั้นดันมีอยู่สองคนซึ่งเป็นคนที่ดัมเบิลดอร์รู้จักและทำให้อาจารย์ใหญ่เชื่อว่าเขาเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังวีรกรรมทั้งหมดทั้งมวลของกิลเดอรอยด์และควรอย่างยิ่งที่จะจับเขามาไว้ในโรงเรียนเพื่อให้ทุกคนได้ประจักษ์ว่าจริงๆแล้วนี่มันก็แค่วีรบุรุษจอมลวงโลกคนหนึ่งเท่านั้นเอง

เมื่อศาสตราจารย์มักกอนนากัลทราบเรื่องราวทั้งหมดเธอเอ่ยถามกับดัมเบิลดอร์ว่าแล้วนักเรียนจะได้อะไรจากเจ้าคนที่ลวงโลกและเอาแต่เรียกร้องความสนใจอย่างคนนี้ ดัมเบิลดอร์ก็ตอบว่า “มีอะไรให้เรียนรู้มากมาย แม้แต่จากครูที่แย่ที่สุด สิ่งที่นักเรียนจะได้เรียนรู้คืออะไรที่ไม่ควรทำและอะไรที่ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง”

กิลเดอรอยด์เอง ในตอนแรกก็ไม่ได้อยากกลับมาสอนที่ฮอกวอตส์เท่าใดนัก เพราะในช่วงเวลานั้นเขากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นกับผลงานวีรกรรมแอบอ้างของตนเอง หากดัมเบิลดอร์ไม่ไปเป่าหูที่สนใจแต่ชื่อเสียงของเขาโดยการพูดเป็นนัยๆถึง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ว่าจะไม่เอาเด็กชายผู้รอดชีวิตคนนี้มาสะสมในเส้นทางแห่งชื่อเสียงของตนเองบ้างหรือและดัมเบิลดอร์ก็คิดถูก กิลเดอรอยด์ย่อมไม่พลาดเหยื่อชิ้นนี้อย่างแน่นอนและตอบตกลงในเวลาอันรวดเร็ว (ซึ่งวิธีนี้ดัมเบิลดอร์ก็ใช้อีกในสี่ปีต่อมาเพื่อจูงใจให้อาจารย์อีกคนหนึ่งกลับมาสอนที่ฮอกวอตส์)

เมื่อกลับสู่ฮอกวอตส์ กิลเดอรอยด์ก็พบว่าทักษะทางเวทมนตร์ของเขาที่เคยแหลมคมก็เลวร้ายลงจนเกินเยียวยาเสียแล้ว เหลือเพียงคาถาเพียงบทเดียวคือคาถาลบความทรงจำที่เขาใช้ได้ดีเพราะเขาใช้มันอยู่ซ้ำๆเรื่อยๆในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การสอนหนังสือของเขากลายเป็นการเล่าวีรกรรมของตนเอง ในเวลาไม่นานนักเรียนก็ประจักษ์ชัดว่าแท้จริงแล้วเขามันแค่วีรบุรุษลวงโลกน่าโง่คนหนึ่ง

ในช่วงปลายปีการศึกษาที่เขาสอนที่ฮอกวอตส์ เกิดอุบัติเหตุที่ทำร้ายกิลเดอรอยด์จนหมดสภาพอย่างสิ้นเชิง เมื่อคาถาลบความทรงจำซึ่งถูกเสกด้วยไม้กายสิทธิ์ที่ไม่สมบูรณ์สะท้อนกลับใส่ตัวเขาเองและลบความทรงจำของเขาเองในอดีตทั้งหมด

"ปัจจุบันกิลเดอรอยด์ก็ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในห้องพักผู้ป่วยห้องเจนัส ทิกกี้
ที่โรงพยาบาลวิเศษเซนต์มังโกเพื่อผู้ป่วยและบาดเจ็บ"




ข้อมูลจาก : Pottermore New from J.K. Rowling ในส่วน Harry Potter and the Chamber of Secret
แปลและเรียบเรียงโดย : shootty ผู้ช่วยบรรณารักษ์ @Platform 9 3/4
http://www.hp-platform934.com/
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่