ทำไมหนอเวลาจะตั้งกระทู้เล่าเรื่องไม่ดี ถึงมีแต่เรื่องเพื่อนบอกมา เอาเรื่องจริงกันดีกว่า
เรื่องมีอยู่ว่า วันก่อนฉัน กลับจากกรุงเทพ โดยรถทัวร์ บขส. รถ 6 โมงเย็น ผู้โดยสารร้อยแปดพันแม่.......ของเขาเหล่านั้น
ด้วยความที่ต้องเดินทางด่วนรถทัวร์ซื้อตั๋วง่ายที่สุด และต้องรีบทำภารกิจในวันนั้นให้เสร็จ ฉันรู้สึกเหมือมแบตเตอรี่ในตัวหมด พอรถออกปั๊บฉันหลับปุ๊บ
ฝันว่าอยู่ที่ไหนไม่รู้เสียงคนจอแจดังเซ็งแซ่ สะดุ้งตื่น เอ๊ะ!!!!เสียงยังอยู่ สติมารับรู้เกิด
อ้อ.. อ๋อ เขา กำลังโทรศัพท์กัน ไม่เป็นไรเดี๋ยวเขาคงหยุด นั่งปนนอนไป ใจเย็นๆ กดปุ่มนวดหลังเอาเพลินไปก่อน อืมมมม....เพลินอารมณ์หน่อย
อืมมมมม....เอ๊อออ .หนึ่งทุ่มก็แล้ว สองทุ่มก็แล้ว และแล้วก็ สาม ยาวไปถึง สี่ ทุ่ม ซ้าย ขวา เยื้องขวา เยื้องซ้าย เยื้องหน้า เยื้องหลัง
เหล่าพวกเขาโทรศัพท์กันอิ๊บอ๊าย ข้างหน้า โทรหาปั๋ว ข้างซ้ายโทรหาเมีย เยื้องซ้ายโทรหาลูก เยื้องขวาโทรเพ้อหาคนที่กำลังจะทิ้งมัน ข้างหลังโทรหาคนกำลังจะเป็นปั๋วเมื่อไปถึง
ส่วนข้างขวาเธอไม่กล้าโทร เพราะฉันกำลังชวนเธอวิเคราะห์เรื่องมารยาทการใช้โทรศัพท์ในที่สาธารณะของคนรอบข้าง
แต่วิเคราะห์อย่างไรไม่รู้ เธอถึงกับถอดแบตโทรศัพท์มันออกเลยแปลกจัง หรือเธอกลัวแบตเสื่อม???? จะหลับเธอก็ดูเหมือนไม่กล้าหลับ
หรือคงกลัวกรนใส่หูฉัน ก็...ไม่รู้สินะ แต่ฉันนั่งยันได้ว่าเราเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เพราะเรายังสบตาและยิ้มให้กัน
ในที่สุดรถก็จอดให้กินข้าวที่ไหนไม่รู้ นี่อีกเรื่องของไอ้รถถั่ว (ทัวร์นั่นแหละ ฉันแค่ อยากเรียกมันว่า ถั่ว) ที่น่าเบื่อที่สุด ค่อยเล่าวันหลังเอาเรื่องนี้ก่อนนะ
เล่าต่อ....
พอกินข้าวเสร็จก็ขึ้นรถ เอาอีกแระ วัฐจักรเดิมมาอีกแระ หันไปมองคนที่นั่งข้างๆ พวกลูกคุณช่างโทร
แบบว่าอยากจะส่งความเห็นใจไปให้ ก็เห็นแต่ละคนมีหูฟังอุดหูหลับตาพริ้ม มีคิ้วที่ขมวดเล็กน้อยเท่านั้น ฉันก็โล่งใจที่เขามีตัวช่วยแล้ว
ฉันผู้ซึ่งไม่มีตัวช่วยก็ทนนอนๆไป ดูลมหายใจตัวเองไปเพลินๆก็พอกล้อมแกล้ม เคลิ้มๆหลับไปได้ ตอนเที่ยงคืนกว่าๆ
กำลังจะฝันพอดี สะดุ้งตื่นกับเสียงโฆษณาขายของ แปร๋นๆ เข้าหู ด้วยความเจ็บแค้นในหัวอกลูกผู้หญิงตัวเล็กๆตั้งแต่หัวค่ำ
เปฺิดตาแทบไม่ขึ้นก็รำพึงด้วยเสียงอันดังไปขณะที่ตายังปิดอยู่ว่า
โอ๊ยยยย!!!!!อะไรกันนักหนานะ จะใช้โทรศัพท์จะดูทีวี ก็เงียบๆหน่อยสิวะคะ ตั้งกะค่ำยันใกล้รุ่งจะไม่ให้นอนกันเลยรึวะจ๊ะ
ตะโกนเสร็จลืมตาขึ้นมา อ่ะ?????ในรถเงียบกริ๊บ ฉันหันไปมองหาต้นตอเสียง สิ่งที่ฉันเห็นคือ ผู้โดยสารค่อยๆเอาผ้าห่มคลุมหัวตัวเอง(คงคิดว่า......อืมม..ช่างเถอะฉันไม่อยากเดา)
แต่.. อพิโถ อพิถังกะละมังแตก ต้นตอเสียง ที่แท้คือ พนักงานรถเขามีเมตตาเปิดบอลนัดชิงชนะเลิศ เยอรมันกับอาเจนติน่า ดู และ เดาเอาว่าผู้โดยสารก็อยากดูด้วย เพล้ง!!!! หน้าแตกไหมเดาสิ
เฮอะๆ คนอย่างฉันเรอะจะหน้าแตก the show must go on เลยอุทานบ่นออกมาดังๆเผื่อคนในรถอยากฟังว่า
อ้อ เปิดทีวีดูบอลใครอยากดูรึ (ความรู้สึกเหมือนถามเด็กตอนเป็นครู) ทุกคนในรถเงียบกริบอีกตามเคย และ นั่น ฉันถือว่าเป็นคำตอบ
ฉันก็เดินไปหน้ารถ บอกกับพนักงานทั้งสองว่า “ผู้โดยสารจะนอนจงกรุณาปิดโทรทัศน์เสีย”
พนักงานแจ้งกลับว่า “โด่..ป้า บอลชิงชนะเลิศป้า สี่ปีมีแค่ครั้งเดียวป้า เผื่อ ผู้โดยสารอยากดู”
ฉัน “ กูเอ้ย ป้า ถามมาแล้วไม่มีใครบอกว่าอยากดู โปรดปิดเสียเถิดเชื่อป้า ตลอดทางจนก่อนเที่ยงคืนผู้โดยสารโทรกระหน่ำซัมเมอร์เซลไม่ได้นอนเลย หากเธอเปิดไอ้บอลนี่อีกจะได้นอนกันเมื่อไหร่ บนรถคือที่สาธารณะไม่ใช่ห้องนั่งเล่นที่บ้าน เปิดดูเฉพาะตัวเองเถิด ไม่ต้องห่วงผู้โดยสารนะจ๊ะ“
แล้วฉันก็เดินกลับมา นั่งที่เดิม พนักงานขัดขืนอยู่อีกแป๊บ แล้วทีวี จึงปิดลง แต่ ตาฉันนี่สิ มันปิดไม่ลงไปพักใหญ่ๆเลย
อ่านจบไม่ต้องกลัวว่าจะเจอฉันอีก เพราะฉันคงจะไม่นั่งรถทัวร์อีกนานละ กลัวเจอคันเดิม สวัสดี
เพิ่งตระหนักว่าฉันเป็น...มนุษย์ป้า...ดังว่า
เรื่องมีอยู่ว่า วันก่อนฉัน กลับจากกรุงเทพ โดยรถทัวร์ บขส. รถ 6 โมงเย็น ผู้โดยสารร้อยแปดพันแม่.......ของเขาเหล่านั้น
ด้วยความที่ต้องเดินทางด่วนรถทัวร์ซื้อตั๋วง่ายที่สุด และต้องรีบทำภารกิจในวันนั้นให้เสร็จ ฉันรู้สึกเหมือมแบตเตอรี่ในตัวหมด พอรถออกปั๊บฉันหลับปุ๊บ
ฝันว่าอยู่ที่ไหนไม่รู้เสียงคนจอแจดังเซ็งแซ่ สะดุ้งตื่น เอ๊ะ!!!!เสียงยังอยู่ สติมารับรู้เกิด
อ้อ.. อ๋อ เขา กำลังโทรศัพท์กัน ไม่เป็นไรเดี๋ยวเขาคงหยุด นั่งปนนอนไป ใจเย็นๆ กดปุ่มนวดหลังเอาเพลินไปก่อน อืมมมม....เพลินอารมณ์หน่อย
อืมมมมม....เอ๊อออ .หนึ่งทุ่มก็แล้ว สองทุ่มก็แล้ว และแล้วก็ สาม ยาวไปถึง สี่ ทุ่ม ซ้าย ขวา เยื้องขวา เยื้องซ้าย เยื้องหน้า เยื้องหลัง
เหล่าพวกเขาโทรศัพท์กันอิ๊บอ๊าย ข้างหน้า โทรหาปั๋ว ข้างซ้ายโทรหาเมีย เยื้องซ้ายโทรหาลูก เยื้องขวาโทรเพ้อหาคนที่กำลังจะทิ้งมัน ข้างหลังโทรหาคนกำลังจะเป็นปั๋วเมื่อไปถึง
ส่วนข้างขวาเธอไม่กล้าโทร เพราะฉันกำลังชวนเธอวิเคราะห์เรื่องมารยาทการใช้โทรศัพท์ในที่สาธารณะของคนรอบข้าง
แต่วิเคราะห์อย่างไรไม่รู้ เธอถึงกับถอดแบตโทรศัพท์มันออกเลยแปลกจัง หรือเธอกลัวแบตเสื่อม???? จะหลับเธอก็ดูเหมือนไม่กล้าหลับ
หรือคงกลัวกรนใส่หูฉัน ก็...ไม่รู้สินะ แต่ฉันนั่งยันได้ว่าเราเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เพราะเรายังสบตาและยิ้มให้กัน
ในที่สุดรถก็จอดให้กินข้าวที่ไหนไม่รู้ นี่อีกเรื่องของไอ้รถถั่ว (ทัวร์นั่นแหละ ฉันแค่ อยากเรียกมันว่า ถั่ว) ที่น่าเบื่อที่สุด ค่อยเล่าวันหลังเอาเรื่องนี้ก่อนนะ
เล่าต่อ....
พอกินข้าวเสร็จก็ขึ้นรถ เอาอีกแระ วัฐจักรเดิมมาอีกแระ หันไปมองคนที่นั่งข้างๆ พวกลูกคุณช่างโทร
แบบว่าอยากจะส่งความเห็นใจไปให้ ก็เห็นแต่ละคนมีหูฟังอุดหูหลับตาพริ้ม มีคิ้วที่ขมวดเล็กน้อยเท่านั้น ฉันก็โล่งใจที่เขามีตัวช่วยแล้ว
ฉันผู้ซึ่งไม่มีตัวช่วยก็ทนนอนๆไป ดูลมหายใจตัวเองไปเพลินๆก็พอกล้อมแกล้ม เคลิ้มๆหลับไปได้ ตอนเที่ยงคืนกว่าๆ
กำลังจะฝันพอดี สะดุ้งตื่นกับเสียงโฆษณาขายของ แปร๋นๆ เข้าหู ด้วยความเจ็บแค้นในหัวอกลูกผู้หญิงตัวเล็กๆตั้งแต่หัวค่ำ
เปฺิดตาแทบไม่ขึ้นก็รำพึงด้วยเสียงอันดังไปขณะที่ตายังปิดอยู่ว่า
โอ๊ยยยย!!!!!อะไรกันนักหนานะ จะใช้โทรศัพท์จะดูทีวี ก็เงียบๆหน่อยสิวะคะ ตั้งกะค่ำยันใกล้รุ่งจะไม่ให้นอนกันเลยรึวะจ๊ะ
ตะโกนเสร็จลืมตาขึ้นมา อ่ะ?????ในรถเงียบกริ๊บ ฉันหันไปมองหาต้นตอเสียง สิ่งที่ฉันเห็นคือ ผู้โดยสารค่อยๆเอาผ้าห่มคลุมหัวตัวเอง(คงคิดว่า......อืมม..ช่างเถอะฉันไม่อยากเดา)
แต่.. อพิโถ อพิถังกะละมังแตก ต้นตอเสียง ที่แท้คือ พนักงานรถเขามีเมตตาเปิดบอลนัดชิงชนะเลิศ เยอรมันกับอาเจนติน่า ดู และ เดาเอาว่าผู้โดยสารก็อยากดูด้วย เพล้ง!!!! หน้าแตกไหมเดาสิ
เฮอะๆ คนอย่างฉันเรอะจะหน้าแตก the show must go on เลยอุทานบ่นออกมาดังๆเผื่อคนในรถอยากฟังว่า
อ้อ เปิดทีวีดูบอลใครอยากดูรึ (ความรู้สึกเหมือนถามเด็กตอนเป็นครู) ทุกคนในรถเงียบกริบอีกตามเคย และ นั่น ฉันถือว่าเป็นคำตอบ
ฉันก็เดินไปหน้ารถ บอกกับพนักงานทั้งสองว่า “ผู้โดยสารจะนอนจงกรุณาปิดโทรทัศน์เสีย”
พนักงานแจ้งกลับว่า “โด่..ป้า บอลชิงชนะเลิศป้า สี่ปีมีแค่ครั้งเดียวป้า เผื่อ ผู้โดยสารอยากดู”
ฉัน “ กูเอ้ย ป้า ถามมาแล้วไม่มีใครบอกว่าอยากดู โปรดปิดเสียเถิดเชื่อป้า ตลอดทางจนก่อนเที่ยงคืนผู้โดยสารโทรกระหน่ำซัมเมอร์เซลไม่ได้นอนเลย หากเธอเปิดไอ้บอลนี่อีกจะได้นอนกันเมื่อไหร่ บนรถคือที่สาธารณะไม่ใช่ห้องนั่งเล่นที่บ้าน เปิดดูเฉพาะตัวเองเถิด ไม่ต้องห่วงผู้โดยสารนะจ๊ะ“
แล้วฉันก็เดินกลับมา นั่งที่เดิม พนักงานขัดขืนอยู่อีกแป๊บ แล้วทีวี จึงปิดลง แต่ ตาฉันนี่สิ มันปิดไม่ลงไปพักใหญ่ๆเลย
อ่านจบไม่ต้องกลัวว่าจะเจอฉันอีก เพราะฉันคงจะไม่นั่งรถทัวร์อีกนานละ กลัวเจอคันเดิม สวัสดี