เป็นโอตาคุนี่แสนจะลำบาก (กระทู้นี้ขอหน่อย หม่นดำในใจมากแล้ว)

ตั้งแต่เด็ก ผมไม่มีเพื่อนเลย จะมีบางทีที่เข้ามาคุยด้วยก็จะออกไปทางการแกล้งกันมากกว่า ซึ่งผมต้องเดินคนเดียวตลอด ผมรู้สึกผิดแปลกก็ตั้งแต่ตอนม.ต้น จนผมมาแน่ใจว่าตัวเองผิดปกติแน่นอนก็ตอนเข้ามหาลัยครั้งแรกตอนอายุ20 เพราะชีวิตมหาลัยเป็นอะไรที่ค่อนข้างโตมากแล้ว การที่จะแกล้งกันถูกมองว่าเป็นเรื่องเด็กๆ พวกเด็กมหาลัยจึงมักที่จะตั้งกลุ่มของตัวเอง และเลือกที่จะไม่ยุ่งกับผมมากกว่าที่จะแกล้ง มันทำให้ผมรู้สึกโดดเดี่ยวโคตรๆ ซึ่งถึงแม้ตอนม.ปลายหรือปวช. จะเป็นช่วงที่ใครๆก็บอกว่าเป็นช่วงที่วัยรุ่นได้ใช้ชีวิตและมีความสุขกับกลุ่มเพื่อนมากที่สุด ซึ่งผมก็พอจะมีเรื่องจดจำดีๆในสมัยนั้นอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ได้เศษเสี้ยวของคนทั่วไปที่ได้สัมผัสรสชาตินั้นอย่างเต็มอิ่ม และเก็บมันเป็นความประทับใจ พอผมจบปวช. เพื่อนที่เคยติดต่อกันบ้าง ก็หายไป จนไม่มีใครคิดถึงผมเลย เหมือนผมไม่มีรุ่นอยู่กับเค้า ทั้งๆที่ตอนนี้ผมก็รู้ว่าหลายคนยังติดต่อกันผ่านเฟสและนัดเจอกัน แต่ไม่มีใครคิดถึงผม และผมก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปทักในกลุ่มเฟสของพวกนั้นด้วย

กลับมาที่เรื่องมหาวิทยาลัย ทั้งปีทั้งชาติ เกือบ9ในสิบของชีวิต ถ้าเลิกเรียนผมก็กลับบ้านเลย ถ้ายังรอเรียน ช่วงกลางวันผมก็มักจะเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุด(จริงๆเข้าไปหลับ)เพื่อรอเวลาเรียนในภาคบ่าย และหลายครั้งที่ผมไม่ได้ส่งงานเพราะไม่อยากไปเรียน ไม่กล้าเข้าไปนั่งร่วมกับคนอื่นในรุ่น เพราะรู้ว่าเค้าไม่ต้อนรับผม บางวิชาผมตัดสินใจดร็อปทั้งๆที่เรียนได้ แต่แค่ไม่มีคนนั่งเรียนด้วยเท่านั้น ยังจำได้ครั้งนึง ที่ผมเดินถือใบดร็อปไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาเซ็น แต่เค้ากลับ"แซวผมว่า ทำไมจะเอาใบลาออกมาให้กรูเซ็นเหรอ" ซึ่งตอนนั้นเจ็บใจมาก แต่ทำไงได้ ตัวเรามันหัวเดียวกระเทียมลีบ แต่ผมรอวันที่จะเอาคืนคนๆนี้มาตลอด
ผมประคองเกรดแบบทุลักทุเลมาได้จนถึงปี3 จนถึงจุดที่ผมรู้สึกเป็นตัวประหลาดมากที่สุด มันทำให้ผมเลิกเรียนไปดื้อๆ หายไปเฉยๆ โดยที่ไม่มีใครคิดที่จะโทรมาถามหรือรั้งผมไว้เลย(ช่วงนั้นแบ็ทแมนบีกินส์ฉายพอดี)

พ่อแม่ผมก็กลุ้มใจ ท่านให้ผมไปเรียนราม สาขานิติ ซึ่งตรงกันข้ามกับที่ผมเรียนมาตั้งแต่ปวช.อย่างสิ้นเชิง ยิ่งกฎหมายภาษีกับที่ดินที่ผมลองเอามาอ่าน ยอมรับว่าโคตรงง ที่จำได้ผมได้Gแค่กฏหมายอาญาวิชาเดียว นอกนั้นก็พอถูไถ แต่สุดท้าย 4ปี ผมเก็บไม่ถึงครึ่ง คิดว่าไม่ไหวแล้ว เลิกเหอะ

จนในที่สุดผมตัดสินใจเลือกเรียนมหาวิทยาลัยที่ผมดูถูกมาตลอดตั้งแต่เด็ก มหาวิทยาลัยที่ใครๆก็พูดกันว่าแค่มีเงินจ่ายค่าเทอม จบแน่(ใครก็คงรู้ว่าที่ไหน) แต่ผมเข้าไป ผมโดนปฎิเสธอย่างรุนแรง ทั้งจากอาจารย์ และเด็กร่วมรุ่น ที่ถึงขนาดโต๊ะเรียนในห้อง มันจะเป็นโต๊ะยาวสีขาว2โต๊ะ ตอนเรียนผมก็เข้าไปนั่งโต๊ะนึง ที่มีเด็กนั่งกันอยู่แล้ว2คน แต่พอเพื่อนมันมามันก็มานั่งโต๊ะหลังผม และเรียกไอ้2คนที่นั่งโต๊ะผมไปนั่งโต๊ะมัน แล้วที่เหลือก็ทยอยเข้ามาเรียน จนอ.เข้ามา ปรากฎโต๊ะผมมีผมนั่งอยู่คนเดียว แต่ข้างหลังมันนั่งอัดกันทั้งชั้น16คน จนอ.ถาม พวกเอ็งจะไปนั่งออกันทำไม ที่ว่างมีตั้งมากมาย ผมไม่พูดอะไร แต่กลับบ้านไปผมร้องไห้แทบทุกวัน ซึ่งสุดท้ายก้ตามระเบียบ ผมอยู่ที่นี่จนถึงแค่ปี2 ผมก็ลาออกเพราะทนไม่ไหว

และท้ายที่สุดผมตัดสินใจเข้าเรียนมหาลัยแถวภาคตะวันออก ซึ่งที่นี่ผมตั้งใจจะเป็นที่สุดท้ายแล้ว ถ้าไม่จบที่นี่กรูเลิก ไม่รงไม่เรียนมันแล้ว ผมสอบตรงเข้าไปตอนอายุ26ย่าง27 ตอนสัมภาษณ์ผมบอกอาจารย์ว่า ผมเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องเพื่อน ซึ่งอ.ก็ถามว่าดูท่าทางผมก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ก็ดูคุยรู้เรื่องดี แต่ผมบอก อย่าเพิ่งตัดสินตอนนี้ จนกว่าผมจะเรียน แล้วก้ตามระเบียบ ที่นี่ผมโดนหนักที่สุด ขาดเรียนบ่อยมาก ส่งงานก้ช้า ถามการบ้านเด็กในห้องก้ไม่มีใครยอมบอก เหมือนรวมทุกปัญหาตั้งแต่ม.แรกจนถึงปัจจุบันมาสุมไว้ที่นี่ วิชาที่ต้องเรียนกันในเอก หลายทีที่เรียนไม่ตรงเวลา เค้าก็จะนัดกันโดยโทรบอกต่อๆกัน หรือไม่ก็ผ่านเฟส ซึ่งผมไม่มีเบอรืใครเลย ถึงมีก็ไม่มีใครโทรบอก เฟสเหรอ โทรศัพท์ผมไม่มีเน็ตด้วยซ้ำ ถึงมีมันก็ไม่รับเข้ากลุ่ม หลายครั้งมากที่วิชานึง นัดกันเรียนล่วงหน้า3ชั่วโมง แต่พอไปถึงห้องกลับว่างเปล่า เพราะอ.เปลี่ยนเวลาเรียนกะทันหันก่อนผมจะเข้าแค่ครึ่งชั่วโมง  รายงานที่ต้องทำเป็นกลุ่มผมก็จะถูกบีบให้อยู่นิ่งๆเหมือนไม่มีตัวตน หรือบางวิชาที่ผมตกลงจะทำหัวข้อนี้มาบรรยาย แต่พวกนั้นกลับทำส่วนของผมเตรียมไว้และบรรยายก่อนผมจะมา ซึ่งรายงานนั้นผมนั่งทำทั้งวันทั้งคืน3วันในการหาข้อมูลกว่าจะทำเสร็จ ผมวิ่งมาห้องที่เรียนปกติก็ไม่มีใคร วิ่งวนหาห้องเรียนไปมาทั้งตึกโดยที่ผ่านห้องที่พวกนั้นกำลังบรรยายรายงานในห้องมืดผ่านไปมาดดยที่ไม่มีใครในห้องคิดจะเปิดประตูออกมาเรียกผมซักคน  จนสุดท้ายรายงานที่นั่งพิมพ์มา3วันก็สูญเปล่า จนผมทนไม่ได้ รู้สึกว่าเราถูกเด็กที่อายุน้อยกว่าเกือบ9ปีดูถูก ผมรีบลุกออกจากห้อง วิ่งลงไปซื้อน้ำมันก๊าด กะจะมาราดห้องเรียนเผาซะให้หมด แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ขับรถกลับบ้านไปก็ร้องไห้ไป จนถึงขนาดไปเฉี่ยวกับมอไซค์ โดยปกติผมเป็นคนเงียบๆมาก ดูช้าๆ ไม่สู้คน แต่ตอนนั้นมันเครียดจนผมตัดสินใจปาดรถกลับ ให้เค้าลงมาคุย คนขับหน้าอย่างโหด แต่ตอนนั้นผมไม่สนใจอะไรแล้ว ถ้าจะต้องซัดกันก็เอา ผมตะคอกใส่ทั้งคนขี่ ทั้งเมียเค้าที่กำลังท้องอย่างกับคนบ้า จะวิ่งเข้าไปต่อย แต่ตอนนั้นแฟนเค้าที่หน้าอย่างโหด(เหมือนกุ๊ย) แต่ดันสติสตังค์ดีมาก พูดจาเยือกเย็น บุดลิกดูเป็นผู้ใหญ่ไม่เข้ากะหน้าเลย บอกให้ผมใจเย็นๆ เจรจาจะให้ผมไปตกลงที่โรงพัก จนสุดท้ายผมใจเย็นลง แล้วเลิกรากันไป
สุดท้าย ที่นี่ผมก็ออกตอนปี3กลางเทอม1 เพราะทนแรงกดดันไม่ไหว

หมอทางจิตเวชบอกผมว่า ผมเป็นPersonerlity Disorder เป็นพวกขาดทักษะทางการเข้าสังคม แต่ผมว่าผมเกิดมาซวย ทำคุณคนไม่ขึ้นต่างหาก ทั้งๆที่เราก็พยายามจะผูกมิตรกับทุกๆคน ช่วยเหลือทุกคนถ้าเค้าต้องการ แต่ก็ไม่มีใครต้องการผม

ผมยังจำคำพูดของเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยที่แรกได้เลย " เม-ริง ก็เป็นคนดีคนนึงเลยนะ แต่ทำไมไม่มีใครยอมรับเมริงวะ!!? "

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่