ตอนที่ ๑๓
http://pantip.com/topic/32345755/comment1
รพีพัฒน์เพิ่งกลับจากสถานบันเทิง ชายหนุ่มเดินตรงเข้าห้องครัวด้วยความเคยชิน เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีคนอยู่ในครัว
“มาเติมพลังรอบดึกหรือครับ”ชายหนุ่มถอดแจ็กเก็ตพาดไหล่
พรีมได้ยินเสียงยียวนคุ้นหูก็นึกโมโหตัวเองที่หิวรอบดึก รพีพัฒน์เดินไปยืนข้างหลังหญิงสาว ชะโงกมองข้ามไหล่ พอเห็นว่าเธอกำลังทำอะไรกินก็กระซิบข้างหูเธอว่า
“คุณคงใช้แรงไปเยอะสินะ ใหม่ๆ ก็แบบนี้แหละต้องตักตวงให้พอ แต่งงานกันไปคุณคงนอนเหี่ยวอยู่บนเตียงคนเดียว”
พรีมพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมา เขาเป็นคนแบบนี้เองเหรอ ในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมาจนได้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนเดียวกับเพื่อนบ้านร่วมคอนโด พรีมปิดแก๊ส เทบะหมี่ใส่ชาม หญิงสาวถือชามวางบนเคาน์เตอร์ริมหน้าต่าง เธอลงมือทานบะหมี่ไม่สนใจคนที่จ้องแต่จะกวนประสาท วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนช่วยให้เธอผ่อนคลาย คืนนี้ดาวเต็มท้องฟ้าส่องแสงสว่างยั่วล้อแสงไฟนีออนรอบหาด
เสียงเปิดกระป๋องทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย รพีพัฒน์ยืนพิงตู้เย็นกระดกเบียร์กระป๋องดื่ม เขาอยากได้กับแกล้มจึงเปิดถุงมันฝรั่งดัง
“โพละ”
“นั่งด้วยคนนะ”เสียงเลื่อนเก้าอี้พร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่ของรพีพัฒน์นั่งลงเก้าอี้ข้างๆ
พรีมถอนหายใจ จะกวนใจเธอไปถึงไหนนะ หวังว่าหลังงานแต่งเขาจะกลับไปอยู่สวนเหมือนเดิม หญิงสาวไม่อยากนึกภาพตัวเองอยู่ร่วมชายคาเดียวกับน้องสามี
“อิ่มแล้วเหรอ”รพีพัฒน์ทัก
พรีมเทบะหมี่ที่เหลืออีกครึ่งชามใส่ถังขยะ หญิงสาวล้างชามคว่ำบนตะแกรง เปิดตู้เย็นหยิบน้ำขวดออกมารินใส่แก้ว รพีพัฒน์ลุกมายืนข้างๆ
“ผมก็หิวน้ำ”
“ในตู้เย็นก็มี”หญิงสาวพยักเพยิดไปที่ตู้เย็น
ชายหนุ่มไม่สนใจ ดึงขวดน้ำจากมือหญิงสาวไปดื่ม พรีมหันหลังเดินหนีชายหนุ่ม รพีพัฒน์เดินตามเขาคว้าข้อมือของเธออย่างแรงจนหญิงสาวเกือบเสียหลักดีที่เขารั้งตัวไว้ทัน
“ปล่อยนะ”พรีมพูดเสียงเบา เธอไม่อยากปลุกภูวดลที่นอนอยู่อีกห้อง
“อย่ามาทำตัวหมางเมินใส่ผมแบบนี้นะ ผมไม่ชอบ”
“ฉันก็ไม่ชอบเหมือนกันที่คุณทำตัวแบบนี้ พูดจาไม่ให้เกียรติฉัน แถมกลั่นแกล้งฉันต่างๆ นานา คุณไม่เห็นหัวฉันในฐานะคู่หมั้นของคุณภู ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่อย่าลืมว่าฉันอายุมากกว่าคุณ”พรีมพูดสิ่งที่อัดอั้นตันใจออกมา
“ถ้าไม่อยากให้ผมเป็นแบบนี้ ถอนหมั้นพี่ภูไปซะ”
“ฉันไม่ถอนหมั้น ฉันจะแต่งงานกับคุณภู”พรีมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ในเมื่อคุณยืนกรานแบบนี้ ก็ตามใจ แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะ”ชายหนุ่มจ้องตาหญิงสาว แววตาของเขาทำให้เธอขลาดกลัว
“มันจะแรงขึ้นเรื่อยๆ”ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงอาฆาต เขาปล่อยมือเธออย่างไม่ใยดี
“ฉันไปทำอะไรให้คุณโกรธแค้น”พรีมรำพึงอย่างเจ็บปวด
รพีพัฒน์หยิบตุ๊กตาสนูปปี้ของพรีมมากอด ชายหนุ่มเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นของเธอ ตัวเขาเองก็เบื่อกับการที่ต้องสรรหาวิธีกลั่นแกล้งหญิงสาว เธอไม่รู้หรอกว่าเขาเจ็บปวดมากกว่าเธอสิบเท่า
“คืนนี้นอนกับฉันนะ”ชายหนุ่มบอกตุ๊กตาที่ฉกมาจากพรีม
สระว่ายน้ำตอนเช้าไม่มีคนมาใช้บริการ พรีมหย่อนขาลงในสระ น้ำไม่เย็นมากเธอจึงไถลตัวลงสระ หญิงสาวว่ายน้ำประมาณยี่สิบนาทีจึงขึ้นจากสระ หญิงสาวดึงหมวกออก ตามด้วยหนังยางที่รัดผม เธอใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมอย่างเบามือ
“คุณภูตื่นหรือยังนะ”เธอพูดกับตัวเอง
เสียงฝักบัวริมสระทำให้หญิงสาวหันไปมอง ต่างฝ่ายต่างยืนนิ่ง เพราะไม่คิดว่าจะเจอกัน พรีมหยิบเสื้อคลุมมาสวม ส่วนรพีพัฒน์ล้างตัวเสร็จแล้วก็เดินมาหาพรีม
“แหม ดวงเรานี่สมพงษ์กันจริงๆ นะครับ”ชายหนุ่มเหวี่ยงเสื้อคลุมลงบนเก้าอี้ริมสระ
พรีมหันหลังเดินอ้อมสระ รพีพัฒน์ไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ ชายหนุ่มเดินไปดักรอที่ประตูทางออก พรีมผลักเขาให้พ้นทาง กลับถูกเขากอดเสียแน่น
“ปล่อย”พรีมพูดลอดไรฟัน แววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“ไม่ปล่อย”ชายหนุ่มยักคิ้วให้หญิงสาว ส่วนมือก็ดึงเชือกที่ผูกเสื้อคลุมกระตุกครั้งเดียว เสื้อคลุมก็ลงไปกองที่ข้อเท้าของเธอ
“คุณพี”พรีมเรียกชายหนุ่มเสียงเขียว
รพีพัฒน์อุ้มหญิงสาวไปตรงจุดที่น้ำลึกที่สุดในสระ พรีมทั้งชกทั้งข่วนชายหนุ่มแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยเธอ จนหญิงสาวเป็นฝ่ายเหนื่อยเอง
“คุณจะทำอะไร”พรีมทำเสียงสั่น
ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาโยนร่างหญิงสาวลงสระจนน้ำกระเพื่อมเป็นวงใหญ่ไหลล้นขอบสระจนเรี่ยเท้าชายหนุ่ม รพีพัฒน์ยืนกอดอกมองร่างบางที่กำลังพยุงตัวเองในน้ำด้วยแววตาเฉยเมย ศีรษะของพรีมโผล่พ้นน้ำ หญิงสาวพยายามว่ายไปริมขอบสระอย่างทุลักทุเล แม้ว่าเธอจะกลั้นหายใจทัน แต่น้ำก็เข้าจมูกจนหญิงสาวสำลัก ตะคริวกินขาจนท่อนขาเรียวงามชะงักค้าง พรีมร้องตะโกนอย่างตกใจว่า
“ช่วยด้วย”
รพีพัฒน์ได้ยินก็ยังยืนเฉย จนร่างของหญิงสาวจมหายลงไปในน้ำนั่นแหละ ชายหนุ่มจึงรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เขากระโดดลงไปคว้าร่างบางของหญิงสาวขึ้นมา ชายหนุ่มอุ้มร่างที่หมดสติของพรีมไปที่เตียงนอนริมสระ จากนั้นจึงผายปอดเธอจนหญิงสาวรู้สึกตัว
“เจ็บน่อง”พูดจบหญิงสาวก็หลับตา
รพีพัฒน์จับขาหญิงสาวยืดออกเพื่อให้ก้อนเลือดคลายตัว ชายหนุ่มหยิบเสื้อคลุมมาสวมให้หญิงสาว เขาอุ้มเธอกลับห้องพักด้วยหัวใจปวดร้าว
“โดนขนาดนี้ คุณควรยอมแพ้ได้แล้วนะ”ชายหนุ่มกระซิบบอกร่างที่ไร้สติในอ้อมแขน
รพีพัฒน์วางร่างบอบบางของพรีมลงบนเตียงอย่างเบามือ เสียงประตูลิฟท์เปิดพร้อมกับเสียงฝีเท้าหลายคู่ย่ำลงบนพื้นกระเบื้องหินอ่อน แม่ครัวมาเตรียมอาหารเช้า พร้อมแม่บ้านที่มาทำความสะอาด ชายหนุ่มดึงเชือกเสื้อคลุม ปล่อยชายเสื้อทั้งสองข้างให้แผ่นออก เขาเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดที่น่าจะสวมสบายที่สุดออกมา รวมถึงชุดชั้นใน รพีพัฒน์หยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่คลุมร่างหญิงสาว ก่อนจะสอดมือถอดชุดว่ายน้ำสองชิ้นจากเรือนกายที่หลับใหล มือของเขาสัมผัสผิวเนียนนุ่มของเธอแล้วก็ต้องรีบชักกลับ ชายหนุ่มตำหนิตัวเอง ก็แค่ผู้หญิงหมดสติคนหนึ่ง ถึงกระนั้นกว่าเขาจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเสร็จก็กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ใบหน้าของรพีพัฒน์แดงก่ำ เหงื่อกาฬแตกพลัก
“บ้าจริง เราก็ผ่านผู้หญิงมาตั้งมากมาย ทำอย่างกับเพิ่งเคยแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงครั้งแรกไปได้”ชายหนุ่มตำหนิตัวเอง เขานำชุดว่ายน้ำไปซัก ส่วนเสื้อคลุมโยนลงตะกร้ารอซัก
พรีมกระพริบตามองคนที่นั่งข้างเตียงกุมมือเธอไว้มั่นอย่างแปลกใจ ภูวดลยิ้มให้คู่หมั้นที่เพิ่งตื่น ชายหนุ่มปล่อยมือเมื่อหญิงสาวชันกายลุกขึ้น เขาหยิบหมอนมาวางที่พนักเตียงเพื่อให้เธอพิง
“คุณภูมาทำอะไรที่นี่คะ”พรีมถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“นายพีบอกว่าคุณจมน้ำเพราะเป็นตะคริว”ภูวดลพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมยิ้มให้เธอ
“โชคดีที่นายพีช่วยไว้ทัน คราวหลังอย่าไปว่ายน้ำคนเดียวนะครับ”
“ค่ะ”หญิงสาวฝืนยิ้มให้คู่หมั้น
“ผมสั่งให้แม่ครัวเตรียมอาหารกลางวันให้แล้ว คุณพรีมล้างหน้าล้างตาก่อนนะครับ”
“กี่โมงแล้วคะ”พรีมถามด้วยน้ำเสียงตกใจ หญิงสาวหยิบนาฬิกาบนโต๊ะหัวเตียงมาดู
“เที่ยงแล้วเหรอ พรีมหลับไปนานเลย”หญิงสาวพูดเสียงอ่อย
“ผมออกไปก่อนนะ”ภูวดลลุก เลื่อนเก้าอี้ไปไว้หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ
“ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้พรีมหรือคะ”หญิงสาวเพิ่งเห็นว่าเธอสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย
“นายพีสั่งให้แม่บ้านมาเปลี่ยนให้ครับ”
“อ๋อ ค่ะ”พรีมพยักหน้ารับรู้ หญิงสาวเผลอถอนหายใจด้วยความโล่งอก
พรีมก้มหน้าก้มตารับประทานอาหาร พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นคู่หมั้นมองเธอพร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดู หญิงสาวยิ้มตอบด้วยท่าทีเขินอาย
“มีอะไรติดที่หน้าพรีมหรือเปล่าคะ”หญิงสาวถามแก้เก้อ
“ไม่มีครับ คุณพรีมคงหิวมาก”ชายหนุ่มรินชามะนาวใส่แก้วของหญิงสาว
“ค่ะ”หญิงสาวยื่นจานให้แม่บ้านเติมข้าว
“คุณพีไปไหนหรือคะ”พรีมฝืนใจถามถึงคนที่ทำให้เธอเกือบตาย
“กลับไปแล้วครับ มีงานด่วน”ภูวดลกุมมือหญิงสาวแน่น
“อดทนหน่อยนะครับ”
“ค่ะ”หญิงสาวรับคำหนักแน่น
“อ้อ ผมนี่ไม่น่าให้อภัยเลย ลืมบอกเรื่องสำคัญกับคุณ”ภูวดลมองหญิงสาวด้วยแววตารู้สึกผิด
“เรื่องอะไรหรือคะ”พรีมถามด้วยน้ำเสียงตกใจ เกรงว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี
“นายพีเป็นคนจัดดอกไม้ในงานของเรา”
“คุณภูขอให้คุณพีทำเหรอคะ”
“ไม่ได้ขอครับ บังเอิญชลธี เจ้าของโรงแรมเป็นเพื่อนร่วมชั้นตอนเรียนมัธยม เลยขอให้นายพีดูแลสวน รวมถึงดอกไม้ในงานแต่งของเรา”
“คุณพีเก่งนะคะ”พรีมชมจากใจจริง แต่พอนึกถึงกริยาที่เขาทำกับเธอวันนั้น หญิงสาวนึกอยากถอนคำพูด
“ครับ นายพีเคยเรียนภูมิสถาปัตย์ แต่เลิกเรียนกลางคัน หันมาเอาดีทางจัดสวนแทน”
ภูวดลพาหญิงสาวไปนั่งรถเล่นในตัวเมือง ก่อนจะขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ
******************************************
หนามหัวใจ โดย กัณฐมาศ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เพลิงสุมทรวง โดย กัณฐมาศ ตีพิมพ์แล้วกับสำนักพิมพ์ทัช
หนามหัวใจ ตอนที่ ๑๔
รพีพัฒน์เพิ่งกลับจากสถานบันเทิง ชายหนุ่มเดินตรงเข้าห้องครัวด้วยความเคยชิน เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีคนอยู่ในครัว
“มาเติมพลังรอบดึกหรือครับ”ชายหนุ่มถอดแจ็กเก็ตพาดไหล่
พรีมได้ยินเสียงยียวนคุ้นหูก็นึกโมโหตัวเองที่หิวรอบดึก รพีพัฒน์เดินไปยืนข้างหลังหญิงสาว ชะโงกมองข้ามไหล่ พอเห็นว่าเธอกำลังทำอะไรกินก็กระซิบข้างหูเธอว่า
“คุณคงใช้แรงไปเยอะสินะ ใหม่ๆ ก็แบบนี้แหละต้องตักตวงให้พอ แต่งงานกันไปคุณคงนอนเหี่ยวอยู่บนเตียงคนเดียว”
พรีมพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมา เขาเป็นคนแบบนี้เองเหรอ ในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมาจนได้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนเดียวกับเพื่อนบ้านร่วมคอนโด พรีมปิดแก๊ส เทบะหมี่ใส่ชาม หญิงสาวถือชามวางบนเคาน์เตอร์ริมหน้าต่าง เธอลงมือทานบะหมี่ไม่สนใจคนที่จ้องแต่จะกวนประสาท วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนช่วยให้เธอผ่อนคลาย คืนนี้ดาวเต็มท้องฟ้าส่องแสงสว่างยั่วล้อแสงไฟนีออนรอบหาด
เสียงเปิดกระป๋องทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย รพีพัฒน์ยืนพิงตู้เย็นกระดกเบียร์กระป๋องดื่ม เขาอยากได้กับแกล้มจึงเปิดถุงมันฝรั่งดัง “โพละ”
“นั่งด้วยคนนะ”เสียงเลื่อนเก้าอี้พร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่ของรพีพัฒน์นั่งลงเก้าอี้ข้างๆ
พรีมถอนหายใจ จะกวนใจเธอไปถึงไหนนะ หวังว่าหลังงานแต่งเขาจะกลับไปอยู่สวนเหมือนเดิม หญิงสาวไม่อยากนึกภาพตัวเองอยู่ร่วมชายคาเดียวกับน้องสามี
“อิ่มแล้วเหรอ”รพีพัฒน์ทัก
พรีมเทบะหมี่ที่เหลืออีกครึ่งชามใส่ถังขยะ หญิงสาวล้างชามคว่ำบนตะแกรง เปิดตู้เย็นหยิบน้ำขวดออกมารินใส่แก้ว รพีพัฒน์ลุกมายืนข้างๆ
“ผมก็หิวน้ำ”
“ในตู้เย็นก็มี”หญิงสาวพยักเพยิดไปที่ตู้เย็น
ชายหนุ่มไม่สนใจ ดึงขวดน้ำจากมือหญิงสาวไปดื่ม พรีมหันหลังเดินหนีชายหนุ่ม รพีพัฒน์เดินตามเขาคว้าข้อมือของเธออย่างแรงจนหญิงสาวเกือบเสียหลักดีที่เขารั้งตัวไว้ทัน
“ปล่อยนะ”พรีมพูดเสียงเบา เธอไม่อยากปลุกภูวดลที่นอนอยู่อีกห้อง
“อย่ามาทำตัวหมางเมินใส่ผมแบบนี้นะ ผมไม่ชอบ”
“ฉันก็ไม่ชอบเหมือนกันที่คุณทำตัวแบบนี้ พูดจาไม่ให้เกียรติฉัน แถมกลั่นแกล้งฉันต่างๆ นานา คุณไม่เห็นหัวฉันในฐานะคู่หมั้นของคุณภู ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่อย่าลืมว่าฉันอายุมากกว่าคุณ”พรีมพูดสิ่งที่อัดอั้นตันใจออกมา
“ถ้าไม่อยากให้ผมเป็นแบบนี้ ถอนหมั้นพี่ภูไปซะ”
“ฉันไม่ถอนหมั้น ฉันจะแต่งงานกับคุณภู”พรีมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ในเมื่อคุณยืนกรานแบบนี้ ก็ตามใจ แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะ”ชายหนุ่มจ้องตาหญิงสาว แววตาของเขาทำให้เธอขลาดกลัว
“มันจะแรงขึ้นเรื่อยๆ”ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงอาฆาต เขาปล่อยมือเธออย่างไม่ใยดี
“ฉันไปทำอะไรให้คุณโกรธแค้น”พรีมรำพึงอย่างเจ็บปวด
รพีพัฒน์หยิบตุ๊กตาสนูปปี้ของพรีมมากอด ชายหนุ่มเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นของเธอ ตัวเขาเองก็เบื่อกับการที่ต้องสรรหาวิธีกลั่นแกล้งหญิงสาว เธอไม่รู้หรอกว่าเขาเจ็บปวดมากกว่าเธอสิบเท่า
“คืนนี้นอนกับฉันนะ”ชายหนุ่มบอกตุ๊กตาที่ฉกมาจากพรีม
สระว่ายน้ำตอนเช้าไม่มีคนมาใช้บริการ พรีมหย่อนขาลงในสระ น้ำไม่เย็นมากเธอจึงไถลตัวลงสระ หญิงสาวว่ายน้ำประมาณยี่สิบนาทีจึงขึ้นจากสระ หญิงสาวดึงหมวกออก ตามด้วยหนังยางที่รัดผม เธอใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมอย่างเบามือ
“คุณภูตื่นหรือยังนะ”เธอพูดกับตัวเอง
เสียงฝักบัวริมสระทำให้หญิงสาวหันไปมอง ต่างฝ่ายต่างยืนนิ่ง เพราะไม่คิดว่าจะเจอกัน พรีมหยิบเสื้อคลุมมาสวม ส่วนรพีพัฒน์ล้างตัวเสร็จแล้วก็เดินมาหาพรีม
“แหม ดวงเรานี่สมพงษ์กันจริงๆ นะครับ”ชายหนุ่มเหวี่ยงเสื้อคลุมลงบนเก้าอี้ริมสระ
พรีมหันหลังเดินอ้อมสระ รพีพัฒน์ไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ ชายหนุ่มเดินไปดักรอที่ประตูทางออก พรีมผลักเขาให้พ้นทาง กลับถูกเขากอดเสียแน่น
“ปล่อย”พรีมพูดลอดไรฟัน แววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“ไม่ปล่อย”ชายหนุ่มยักคิ้วให้หญิงสาว ส่วนมือก็ดึงเชือกที่ผูกเสื้อคลุมกระตุกครั้งเดียว เสื้อคลุมก็ลงไปกองที่ข้อเท้าของเธอ
“คุณพี”พรีมเรียกชายหนุ่มเสียงเขียว
รพีพัฒน์อุ้มหญิงสาวไปตรงจุดที่น้ำลึกที่สุดในสระ พรีมทั้งชกทั้งข่วนชายหนุ่มแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยเธอ จนหญิงสาวเป็นฝ่ายเหนื่อยเอง
“คุณจะทำอะไร”พรีมทำเสียงสั่น
ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาโยนร่างหญิงสาวลงสระจนน้ำกระเพื่อมเป็นวงใหญ่ไหลล้นขอบสระจนเรี่ยเท้าชายหนุ่ม รพีพัฒน์ยืนกอดอกมองร่างบางที่กำลังพยุงตัวเองในน้ำด้วยแววตาเฉยเมย ศีรษะของพรีมโผล่พ้นน้ำ หญิงสาวพยายามว่ายไปริมขอบสระอย่างทุลักทุเล แม้ว่าเธอจะกลั้นหายใจทัน แต่น้ำก็เข้าจมูกจนหญิงสาวสำลัก ตะคริวกินขาจนท่อนขาเรียวงามชะงักค้าง พรีมร้องตะโกนอย่างตกใจว่า
“ช่วยด้วย”
รพีพัฒน์ได้ยินก็ยังยืนเฉย จนร่างของหญิงสาวจมหายลงไปในน้ำนั่นแหละ ชายหนุ่มจึงรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เขากระโดดลงไปคว้าร่างบางของหญิงสาวขึ้นมา ชายหนุ่มอุ้มร่างที่หมดสติของพรีมไปที่เตียงนอนริมสระ จากนั้นจึงผายปอดเธอจนหญิงสาวรู้สึกตัว
“เจ็บน่อง”พูดจบหญิงสาวก็หลับตา
รพีพัฒน์จับขาหญิงสาวยืดออกเพื่อให้ก้อนเลือดคลายตัว ชายหนุ่มหยิบเสื้อคลุมมาสวมให้หญิงสาว เขาอุ้มเธอกลับห้องพักด้วยหัวใจปวดร้าว
“โดนขนาดนี้ คุณควรยอมแพ้ได้แล้วนะ”ชายหนุ่มกระซิบบอกร่างที่ไร้สติในอ้อมแขน
รพีพัฒน์วางร่างบอบบางของพรีมลงบนเตียงอย่างเบามือ เสียงประตูลิฟท์เปิดพร้อมกับเสียงฝีเท้าหลายคู่ย่ำลงบนพื้นกระเบื้องหินอ่อน แม่ครัวมาเตรียมอาหารเช้า พร้อมแม่บ้านที่มาทำความสะอาด ชายหนุ่มดึงเชือกเสื้อคลุม ปล่อยชายเสื้อทั้งสองข้างให้แผ่นออก เขาเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดที่น่าจะสวมสบายที่สุดออกมา รวมถึงชุดชั้นใน รพีพัฒน์หยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่คลุมร่างหญิงสาว ก่อนจะสอดมือถอดชุดว่ายน้ำสองชิ้นจากเรือนกายที่หลับใหล มือของเขาสัมผัสผิวเนียนนุ่มของเธอแล้วก็ต้องรีบชักกลับ ชายหนุ่มตำหนิตัวเอง ก็แค่ผู้หญิงหมดสติคนหนึ่ง ถึงกระนั้นกว่าเขาจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเสร็จก็กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ใบหน้าของรพีพัฒน์แดงก่ำ เหงื่อกาฬแตกพลัก
“บ้าจริง เราก็ผ่านผู้หญิงมาตั้งมากมาย ทำอย่างกับเพิ่งเคยแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงครั้งแรกไปได้”ชายหนุ่มตำหนิตัวเอง เขานำชุดว่ายน้ำไปซัก ส่วนเสื้อคลุมโยนลงตะกร้ารอซัก
พรีมกระพริบตามองคนที่นั่งข้างเตียงกุมมือเธอไว้มั่นอย่างแปลกใจ ภูวดลยิ้มให้คู่หมั้นที่เพิ่งตื่น ชายหนุ่มปล่อยมือเมื่อหญิงสาวชันกายลุกขึ้น เขาหยิบหมอนมาวางที่พนักเตียงเพื่อให้เธอพิง
“คุณภูมาทำอะไรที่นี่คะ”พรีมถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“นายพีบอกว่าคุณจมน้ำเพราะเป็นตะคริว”ภูวดลพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมยิ้มให้เธอ
“โชคดีที่นายพีช่วยไว้ทัน คราวหลังอย่าไปว่ายน้ำคนเดียวนะครับ”
“ค่ะ”หญิงสาวฝืนยิ้มให้คู่หมั้น
“ผมสั่งให้แม่ครัวเตรียมอาหารกลางวันให้แล้ว คุณพรีมล้างหน้าล้างตาก่อนนะครับ”
“กี่โมงแล้วคะ”พรีมถามด้วยน้ำเสียงตกใจ หญิงสาวหยิบนาฬิกาบนโต๊ะหัวเตียงมาดู
“เที่ยงแล้วเหรอ พรีมหลับไปนานเลย”หญิงสาวพูดเสียงอ่อย
“ผมออกไปก่อนนะ”ภูวดลลุก เลื่อนเก้าอี้ไปไว้หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ
“ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้พรีมหรือคะ”หญิงสาวเพิ่งเห็นว่าเธอสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย
“นายพีสั่งให้แม่บ้านมาเปลี่ยนให้ครับ”
“อ๋อ ค่ะ”พรีมพยักหน้ารับรู้ หญิงสาวเผลอถอนหายใจด้วยความโล่งอก
พรีมก้มหน้าก้มตารับประทานอาหาร พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นคู่หมั้นมองเธอพร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดู หญิงสาวยิ้มตอบด้วยท่าทีเขินอาย
“มีอะไรติดที่หน้าพรีมหรือเปล่าคะ”หญิงสาวถามแก้เก้อ
“ไม่มีครับ คุณพรีมคงหิวมาก”ชายหนุ่มรินชามะนาวใส่แก้วของหญิงสาว
“ค่ะ”หญิงสาวยื่นจานให้แม่บ้านเติมข้าว
“คุณพีไปไหนหรือคะ”พรีมฝืนใจถามถึงคนที่ทำให้เธอเกือบตาย
“กลับไปแล้วครับ มีงานด่วน”ภูวดลกุมมือหญิงสาวแน่น
“อดทนหน่อยนะครับ”
“ค่ะ”หญิงสาวรับคำหนักแน่น
“อ้อ ผมนี่ไม่น่าให้อภัยเลย ลืมบอกเรื่องสำคัญกับคุณ”ภูวดลมองหญิงสาวด้วยแววตารู้สึกผิด
“เรื่องอะไรหรือคะ”พรีมถามด้วยน้ำเสียงตกใจ เกรงว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี
“นายพีเป็นคนจัดดอกไม้ในงานของเรา”
“คุณภูขอให้คุณพีทำเหรอคะ”
“ไม่ได้ขอครับ บังเอิญชลธี เจ้าของโรงแรมเป็นเพื่อนร่วมชั้นตอนเรียนมัธยม เลยขอให้นายพีดูแลสวน รวมถึงดอกไม้ในงานแต่งของเรา”
“คุณพีเก่งนะคะ”พรีมชมจากใจจริง แต่พอนึกถึงกริยาที่เขาทำกับเธอวันนั้น หญิงสาวนึกอยากถอนคำพูด
“ครับ นายพีเคยเรียนภูมิสถาปัตย์ แต่เลิกเรียนกลางคัน หันมาเอาดีทางจัดสวนแทน”
ภูวดลพาหญิงสาวไปนั่งรถเล่นในตัวเมือง ก่อนจะขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ
******************************************
หนามหัวใจ โดย กัณฐมาศ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้