วันนี้พี่นั่งอยู่ ในร้านอาหาร หน้าบริษัท พี่รีบทานข้าว เพื่อทำเวลาให้ทันเข้างานมากๆเลย
ทำเวลารีบทาน จนข้าวติดคอพี่เลย พี่ก็ลืมซื้อน้ำมาด้วยสิ
ก็เลยลุกขึ้น เดินไปซื้อน้ำ และก็รีบจ่ายตังค์ เพื่อที่จะรีบเดินกลับไปนั่งกินข้าวต่อ
ในขณะนั้นเอง มีเด็กตัวน้อยๆ สี่ คน น่าจะตัวเท่าๆน้องนี่หล่ะ วิ่งไล่จับหยอกล้อกัน
จู่ๆก็วิ่งมาชนพี่ จนขวดน้ำพี่กระเด็นหลุดจากมือ เด็กอีก สาม คนไม่ได้สนใจพี่เลย วิ่งกันต่อไป
แต่มีเด็กคนหนึ่ง ยืนจ้องมองหน้าพี่ ส่วนพี่ ก็มองหน้าน้องเขา
เขาเดินไปหยิบขวดน้ำคืนให้พี่ และพูดกับพี่ว่า "ขอโทษครับ" พร้อมร้อยยิ้มและเสียงหัวเราะ
จากนั้นน้องเขาก็ วิ่งตามเพื่อนๆ ไปเล่นกันต่อ ส่วนพี่เองก็นั่งทานข้าวต่อ
และก็หันไปมองเด็กๆ สี่ คน ที่ซุกซนวิ่งเล่นไล่จับ กันตรงพื้นที่โล่งๆ ใกล้ร้านอาหาร
แค่การวิ่งชนปั้งเดียว ของเด็ก สาม-สี่คน ทำให้พี่รู้ว่าใครเป็นเด็กที่มีนิสัยดี น่ารัก มีความรับผิดชอบ
และทำให้พี่ได้คิดย้อนไปเมื่อสมัยพี่ยังเป็นเด็กน้อย ตัวน่าจะเท่าๆ น้องนี่หล่ะ
ทำวีรกรรมแย่ๆ ไว้เยอะ ไม่ค่อยตั้งใจเรียน นอนหลับในห้องเรียนบ้าง โดดเรียนบ้าง
แอบนิ่งเฉยต่อความผิดตัวเองบ้าง ไม่รับผิดชอบหน้าที่ ที่แม่สั่งให้พี่ล้างจานบ้าง
แอบไปเล่นเกมส์กับเพื่อนๆบ้าง ไม่แปรงฟันก่อนนอนด้วย
ย้อนกลับมาตรงจุดที่พี่นั่งกินข้าวอยู่ในตอนนี้ ทำให้พี่รู้เหตุผลว่า
ทำไมพี่ถึงได้ฟันผุ ต้องถอนฟันทิ้ง
ทำไมต้องทำงานที่ใช้แรงมากกว่าความคิด ต้องรีบให้ทันเวลางาน ชีวิตเร่งรีบและลำบากพอควร
เพราะตอนเด็กพี่ไม่ขยันเรียน พี่ก็เลยไม่ได้ทำงานสบายๆ อย่างใครเขายังไงหล่ะ
สุดท้ายพี่ขอฝากสิ่งที่พี่คิดได้ จากการที่พี่โดนชนจนขวดน้ำกระเด็น จากเด็กตัวน้อยๆ อย่างน้องๆ ว่า
ใช้ชีวิตช่วงวัยเด็กให้คุ้มนะครับ เป็นคนดี ไม่เหลวไหล ผิดได้ แต่อย่าผิดในเรื่องไม่ดี "มากเกินไป"
เพราะเวลาที่โตขึ้นจะได้ไม่ต้องนั่งคิดเศร้าใจ กับสิ่งที่ทำผิดพลาดไป
ทุกอย่างในชีวิตเป็นผลพวงมาจากวัยเด็ก ไม่ว่า จิตใจ นิสัย ร่างกาย หรือ กริริยามารยาท
ไม่ต้องถามนะครับว่า "มาอารมณ์ไหนเนี๊ยะ"
เมื่อวันที่น้องๆโตขึ้น วันนั้นน้องจะรู้ผิดชอบชั่วดีมากขึ้น
และน้องก็จะนึกถึงเรื่องอดีตที่ผิดพลาด มากกว่าเรื่องดีๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจำ
แต่ช่วงเวลาที่ทุกคนคงคิดถึง ก็คงเป็นวัยเรียนล่ะครับ
ที่มักจะพูดกันว่า "เสียดายเน๊อะถ้าตั้งใจกว่านี้ คงดีไม่น้อย มีงานดีๆ เงินดีๆ ทำ"
บางคนเห็นเด็กๆ เล่นกันก็พูดย้อนไปว่า "อยากกลับไปเด็กจังจะได้ไม่ต้องคิดอะไร"
สักวันหนึ่ง น้องก็จะโตขึ้นแบบอย่างพี่ และคนเหล่านั้น ....
ฝากไว้เพียงเท่านี้ครับ
อยากให้คุณอ่าน ให้ลูกคุณฟัง
ทำเวลารีบทาน จนข้าวติดคอพี่เลย พี่ก็ลืมซื้อน้ำมาด้วยสิ
ก็เลยลุกขึ้น เดินไปซื้อน้ำ และก็รีบจ่ายตังค์ เพื่อที่จะรีบเดินกลับไปนั่งกินข้าวต่อ
ในขณะนั้นเอง มีเด็กตัวน้อยๆ สี่ คน น่าจะตัวเท่าๆน้องนี่หล่ะ วิ่งไล่จับหยอกล้อกัน
จู่ๆก็วิ่งมาชนพี่ จนขวดน้ำพี่กระเด็นหลุดจากมือ เด็กอีก สาม คนไม่ได้สนใจพี่เลย วิ่งกันต่อไป
แต่มีเด็กคนหนึ่ง ยืนจ้องมองหน้าพี่ ส่วนพี่ ก็มองหน้าน้องเขา
เขาเดินไปหยิบขวดน้ำคืนให้พี่ และพูดกับพี่ว่า "ขอโทษครับ" พร้อมร้อยยิ้มและเสียงหัวเราะ
จากนั้นน้องเขาก็ วิ่งตามเพื่อนๆ ไปเล่นกันต่อ ส่วนพี่เองก็นั่งทานข้าวต่อ
และก็หันไปมองเด็กๆ สี่ คน ที่ซุกซนวิ่งเล่นไล่จับ กันตรงพื้นที่โล่งๆ ใกล้ร้านอาหาร
แค่การวิ่งชนปั้งเดียว ของเด็ก สาม-สี่คน ทำให้พี่รู้ว่าใครเป็นเด็กที่มีนิสัยดี น่ารัก มีความรับผิดชอบ
และทำให้พี่ได้คิดย้อนไปเมื่อสมัยพี่ยังเป็นเด็กน้อย ตัวน่าจะเท่าๆ น้องนี่หล่ะ
ทำวีรกรรมแย่ๆ ไว้เยอะ ไม่ค่อยตั้งใจเรียน นอนหลับในห้องเรียนบ้าง โดดเรียนบ้าง
แอบนิ่งเฉยต่อความผิดตัวเองบ้าง ไม่รับผิดชอบหน้าที่ ที่แม่สั่งให้พี่ล้างจานบ้าง
แอบไปเล่นเกมส์กับเพื่อนๆบ้าง ไม่แปรงฟันก่อนนอนด้วย
ย้อนกลับมาตรงจุดที่พี่นั่งกินข้าวอยู่ในตอนนี้ ทำให้พี่รู้เหตุผลว่า
ทำไมพี่ถึงได้ฟันผุ ต้องถอนฟันทิ้ง
ทำไมต้องทำงานที่ใช้แรงมากกว่าความคิด ต้องรีบให้ทันเวลางาน ชีวิตเร่งรีบและลำบากพอควร
เพราะตอนเด็กพี่ไม่ขยันเรียน พี่ก็เลยไม่ได้ทำงานสบายๆ อย่างใครเขายังไงหล่ะ
สุดท้ายพี่ขอฝากสิ่งที่พี่คิดได้ จากการที่พี่โดนชนจนขวดน้ำกระเด็น จากเด็กตัวน้อยๆ อย่างน้องๆ ว่า
ใช้ชีวิตช่วงวัยเด็กให้คุ้มนะครับ เป็นคนดี ไม่เหลวไหล ผิดได้ แต่อย่าผิดในเรื่องไม่ดี "มากเกินไป"
เพราะเวลาที่โตขึ้นจะได้ไม่ต้องนั่งคิดเศร้าใจ กับสิ่งที่ทำผิดพลาดไป
ทุกอย่างในชีวิตเป็นผลพวงมาจากวัยเด็ก ไม่ว่า จิตใจ นิสัย ร่างกาย หรือ กริริยามารยาท
ไม่ต้องถามนะครับว่า "มาอารมณ์ไหนเนี๊ยะ"
เมื่อวันที่น้องๆโตขึ้น วันนั้นน้องจะรู้ผิดชอบชั่วดีมากขึ้น
และน้องก็จะนึกถึงเรื่องอดีตที่ผิดพลาด มากกว่าเรื่องดีๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจำ
แต่ช่วงเวลาที่ทุกคนคงคิดถึง ก็คงเป็นวัยเรียนล่ะครับ
ที่มักจะพูดกันว่า "เสียดายเน๊อะถ้าตั้งใจกว่านี้ คงดีไม่น้อย มีงานดีๆ เงินดีๆ ทำ"
บางคนเห็นเด็กๆ เล่นกันก็พูดย้อนไปว่า "อยากกลับไปเด็กจังจะได้ไม่ต้องคิดอะไร"
สักวันหนึ่ง น้องก็จะโตขึ้นแบบอย่างพี่ และคนเหล่านั้น ....
ฝากไว้เพียงเท่านี้ครับ