โดยหลักแล้ว ในชีวิตจริง
เมื่อคุณเห็นขี้เมาเดินขึ้นสะพาน และสะพานนั้นมีขนาดเล็กเกินไป จนสุ่มเสียงอาจจะพลาดตกจนเกิดอันตราย
คุณเข้าไปห้ามน่ะถูกต้องแล้วครับ
ผมเพียงแค่ยกเอากรณีนี้ มาเปรียบเทียบให้เห็นเท่านั้น
สมมุติ หากเราไม่ไปห้าม ปล่อยให้เขาตัดสินใจ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง แล้วผลมันจะเป็นยังไง
1. หากขี้เมาพลาดตกลงไป ก็จะเป็นบทเรียน จากประสพการณ์ตรง เพื่อให้เขาได้จดจําเอาไว้
ทีหลังจะได้ไม่ข้ามสะพานขณะยังมึนเมาอีก
( คนไทยเป็นคนหัวรั้นจะตาย ยิ้มห้าม เหมือนยิ่งยุ ต้องให้เขาประสบด้วยตัวเองครับ )
2. หรือหากเขายังรั้น คิดจะข้ามไปให้ได้ มันก็จะเกิดพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
จนวันหนึ่ง เขาสามารถเดินข้ามสะพานไปได้อย่างปลอดภัย
แล้วผมก็โยงมายัง โครงการประชานิยม ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นโทษ
ผมก็เสนอแนะว่า ไม่ควรมีใครไปคิดแทนประชาชน หรือ ไปขัดขวาง
แม้ในกรณี ที่เป็นโทษจริง
ถึงจะอย่างไร ก็ควรให้ประชาชน เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
หากยังเลือกพรรคที่มาขาย นโยบายประชานิยมอีก ผลสุดท้ายมันจะส่งผลเสียกับตัวเขาอย่างไร
บทเรียน บางครั้งมันจะต้องแลกมา กับการสูญเสียอะไรบางอย่างครับ
เหมือนประเทศ อาเจนติน่า ที่ชอบหยิบยกมาเป็นตัวอย่างถึงความล่มสลายของโครงการประชานิยม
อย่างน้อย ชาวอาเจนติน่า ก็ได้เรียนรู้ถึงโทษของโครงการประชานิยม ด้วยตัวเอง
โดยที่ไม่ต้องมีใครมาชี้นํา หรือ คิดแทน
แม้จะต้องแลกกับ ความเสียหายทางเศรษฐกิจไปบ้าง ก็ถือว่าคุ้มค่ามากกว่า
กับการต้องมาแลกด้วยความแตกแยกของคนในชาติ เหมือนอย่างประเทศไทย
( หากคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ จากปัญหาความแตกแยกครั้งนี้ เมื่อนํามารวมๆกันแล้ว
บางทีอาจจะมากกว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศ อาเจนติน่าเสียอีก ก็เป็นไปได้น่ะครับ)
.....และ.....วันนี้ ประเทศอาเจนจินา ก็ค่อยๆฟื้นตัวจากปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นลําดับ
แต่ประเทศไทยนั้นเล่า จนบัดนาว ผมก็ยังมองไม่เห็นว่าจะออกจากวันวนของความขัดแย้งนี้ ได้อย่างไร
หากมีคนบางกลุ่ม ยังพยายามคืดแทน ตัดสินใจแทนประชาชน ที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ อยู่อย่างนี้
แล้วลองย้อนถามตัวเองกันดู อย่างไหนมันคุ้มค่ามากกั่วกัน หล่ะครับ






------------------------------
ใครน่ะ....บังอาจมาดูแคลน ทฤษฏี " ขี้เมาเดินตกสะพาน "อันสูงส่ง ของผม
เมื่อคุณเห็นขี้เมาเดินขึ้นสะพาน และสะพานนั้นมีขนาดเล็กเกินไป จนสุ่มเสียงอาจจะพลาดตกจนเกิดอันตราย
คุณเข้าไปห้ามน่ะถูกต้องแล้วครับ
ผมเพียงแค่ยกเอากรณีนี้ มาเปรียบเทียบให้เห็นเท่านั้น
สมมุติ หากเราไม่ไปห้าม ปล่อยให้เขาตัดสินใจ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง แล้วผลมันจะเป็นยังไง
1. หากขี้เมาพลาดตกลงไป ก็จะเป็นบทเรียน จากประสพการณ์ตรง เพื่อให้เขาได้จดจําเอาไว้
ทีหลังจะได้ไม่ข้ามสะพานขณะยังมึนเมาอีก
( คนไทยเป็นคนหัวรั้นจะตาย ยิ้มห้าม เหมือนยิ่งยุ ต้องให้เขาประสบด้วยตัวเองครับ )
2. หรือหากเขายังรั้น คิดจะข้ามไปให้ได้ มันก็จะเกิดพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
จนวันหนึ่ง เขาสามารถเดินข้ามสะพานไปได้อย่างปลอดภัย
แล้วผมก็โยงมายัง โครงการประชานิยม ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นโทษ
ผมก็เสนอแนะว่า ไม่ควรมีใครไปคิดแทนประชาชน หรือ ไปขัดขวาง
แม้ในกรณี ที่เป็นโทษจริง
ถึงจะอย่างไร ก็ควรให้ประชาชน เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
หากยังเลือกพรรคที่มาขาย นโยบายประชานิยมอีก ผลสุดท้ายมันจะส่งผลเสียกับตัวเขาอย่างไร
บทเรียน บางครั้งมันจะต้องแลกมา กับการสูญเสียอะไรบางอย่างครับ
เหมือนประเทศ อาเจนติน่า ที่ชอบหยิบยกมาเป็นตัวอย่างถึงความล่มสลายของโครงการประชานิยม
อย่างน้อย ชาวอาเจนติน่า ก็ได้เรียนรู้ถึงโทษของโครงการประชานิยม ด้วยตัวเอง
โดยที่ไม่ต้องมีใครมาชี้นํา หรือ คิดแทน
แม้จะต้องแลกกับ ความเสียหายทางเศรษฐกิจไปบ้าง ก็ถือว่าคุ้มค่ามากกว่า
กับการต้องมาแลกด้วยความแตกแยกของคนในชาติ เหมือนอย่างประเทศไทย
( หากคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ จากปัญหาความแตกแยกครั้งนี้ เมื่อนํามารวมๆกันแล้ว
บางทีอาจจะมากกว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศ อาเจนติน่าเสียอีก ก็เป็นไปได้น่ะครับ)
.....และ.....วันนี้ ประเทศอาเจนจินา ก็ค่อยๆฟื้นตัวจากปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นลําดับ
แต่ประเทศไทยนั้นเล่า จนบัดนาว ผมก็ยังมองไม่เห็นว่าจะออกจากวันวนของความขัดแย้งนี้ ได้อย่างไร
หากมีคนบางกลุ่ม ยังพยายามคืดแทน ตัดสินใจแทนประชาชน ที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ อยู่อย่างนี้
แล้วลองย้อนถามตัวเองกันดู อย่างไหนมันคุ้มค่ามากกั่วกัน หล่ะครับ
------------------------------