เคยรู้สึกกันมั้ยว่าคนที่เราคิดว่าใช่ในวันนั้น
วันนี้เหมือนจะยิ่งห่างไกลคำว่าใช่ไปทุกที
อนาคตที่เคยคิดจะมีร่วมกัน เหมือนมันจะมีเพียงตัวเราคนเดียวที่ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆอย่างตั้งใจ
แต่อีกคนเราต้องคอยผลัก และดันให้เขามีอนาคต
สองปีแล้วที่เราตัดสินใจให้แฟนกลับมาเรียนต่อป.โทแทนที่จะไปบรรจุเป็นข้าราชการที่สงขลา
โดยที่เราเป็นคนออกเงินค่าใช้จ่ายให้แฟน ส่วนค่าเรียนแฟนมีสะสมไว้แล้ว 3 เทอม
เทอมสุดท้ายเราจะรวบรวมเงินให้
ปีแรกแฟนก็ดูเหมือนจะตั้งใจเรียนดี ได้ 4.00 ทุกเทอม
แต่พอเข้าเทอมที่ 3 ที่จะต้องทำวิทยานิพนธ์ เหมือนจะเริ่มแผ่ว เล่นแต่เกม นอนตื่นสาย
งานบ้านไม่ทำเหมือนเดิม (เราตกลงกับแฟนว่างานบ้านจะให้แฟนดูแล ส่วนเราทำงานหาเงินอย่างเดียว)
เขาก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง แต่ก็ยังถือว่าไม่บกพร่องมาก อย่างล้างจาน ซักผ้ายังโอเค แต่เรื่องอื่นถ้าไม่บอกก็ไม่ทำ
ทุกอย่างเริ่มหายไปทีละอย่าง ทีละอย่าง วิทยานิพนธ์ไม่ใส่ใจ ปล่อยตัวชิลมาก
ทั้งๆที่มหาลัยหยุดตั้ง 5 เดือน แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า บอกแต่ว่ายังไม่ได้เสนอ proposal เลยยังทำอะไรต่อไม่ได้
เราต้องเป็นคนคอยจี้ให้ตามเรื่องด้วยซ้ำ คอยถามว่าไปถึงไหนแล้ว เตรียมอะไรไว้รึยัง
เหมือนเขาไม่ห่วงอนาคตของเขาเลย มีแต่เราที่ห่วง
บางอย่างเราคิดว่ามันทำล่วงหน้าได้ไม่ต้องรอ proposal เช่นเรื่องรูปเล่ม เนื้อหาในเล่มบางส่วน
การเตรียมอุปกรณ์ การหาเอกสารอ้างอิง/สนับสนุนวิทยานิพนธ์ เขาก็ไม่ทำ อ้างแต่รอ proposal
แฟนเราชอบนอนดึกเพราะเล่นเกมบ้าง คุยกับเพื่อนบ้าง แล้วก็ชอบมาอ้างเราว่าเรานอนดึก เขาไม่อยากนอนก่อน
แต่พอตอนเช้าก็ไม่ตื่น บางวันก็ไม่ได้เข้าไปมหาวิทยาลัยเพราะตื่นเกือบเที่ยงบ่อยมาก
พอเราจี้บ่อยๆให้ตามงานก็เริ่มขึ้นเสียงใส่ หาว่าเราไม่เข้าใจ
ตอนนี้เราท้อมาก เหนื่อยมาก แอบร้องไห้เกือบทุกคืน มันเหนื่อย มันท้อ
เราทำงานทุกวัน เสาร์-อาทิตย์เราก็ไปขึ้นเวร วันธรรมดาก็เลิกดึก
ทำงานก็เหนื่อย เสี่ยงกับสารเคมีที่เป็นสารก่อมะเร็งทุกวัน จนเราเป็นภูมิแพ้อยู่เกือบปีกว่าจะดีขึ้น
เราก็พยายามใช้เวลาช่วงหลังเลิกงานมีกิจกรรมด้วยกัน คุยกัน ดูหนัง ดูซีรี่ย์ด้วยกัน
แต่มันก็เหมือนไม่ช่วยอะไร เคยขึ้นเวรน้อยลงเพื่อจะแบ่งเวลาให้เขา
เขาก็เอาแต่เล่นเกม คุยกับเพื่อน เราเหนื่อยใจมากๆ
ตอนนี้เรารู้สึกโชคดีที่เรายังไม่มีลูก และตอนนี้เลิกคิดเรื่องมีลูกไปแล้ว
ถ้ามีลูกแค่คนเดียว เราคงเลี้ยงได้สบาย แต่พอคิดว่าต้องทั้งเลี้ยงลูกและดูแลแฟน
มันเกินที่เราจะทนไหวแน่ๆ
เรากับแม่คุยกันบ่อยเลยเรื่องนี้ มันทำให้เรายิ่งคิดที่จะหยุดความสัมพันธ์มากขึ้น
เพราะดูเหมือนจะมีแต่เราที่มองไปข้างหน้า แต่เขาเหมือนจะย่ำอยู่กับที่
เราไม่อยากทิ้งเขาไปเพียงเพราะเขาซัพพอร์ตชีวิตเราไม่ได้ เรารักเขา ไม่อยากทิ้งกัน
แต่บางเวลาเราก็มานั่งคิดนะที่เขาเลือกเราเป็นเพราะตอนนั้นเขาไม่มีใครรึเปล่า
หรือเขาแค่ต้องการใครซักคนที่เขาใช้ความรักซื้อคนที่จะมาซัพพอร์ตชีวิตเขาได้
ตอนนี้เราเหนื่อยและไม่รู้จะทำอะไรให้มันดีขึ้น
ได้แต่กอดแมวที่บ้านร้องไห้ ไม่รู้จะทำอะไรจริงๆ
คนที่ใช่ในวันนั้น เริ่มกลายเป็นคนไม่ใช่ในวันนี้
วันนี้เหมือนจะยิ่งห่างไกลคำว่าใช่ไปทุกที
อนาคตที่เคยคิดจะมีร่วมกัน เหมือนมันจะมีเพียงตัวเราคนเดียวที่ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆอย่างตั้งใจ
แต่อีกคนเราต้องคอยผลัก และดันให้เขามีอนาคต
สองปีแล้วที่เราตัดสินใจให้แฟนกลับมาเรียนต่อป.โทแทนที่จะไปบรรจุเป็นข้าราชการที่สงขลา
โดยที่เราเป็นคนออกเงินค่าใช้จ่ายให้แฟน ส่วนค่าเรียนแฟนมีสะสมไว้แล้ว 3 เทอม
เทอมสุดท้ายเราจะรวบรวมเงินให้
ปีแรกแฟนก็ดูเหมือนจะตั้งใจเรียนดี ได้ 4.00 ทุกเทอม
แต่พอเข้าเทอมที่ 3 ที่จะต้องทำวิทยานิพนธ์ เหมือนจะเริ่มแผ่ว เล่นแต่เกม นอนตื่นสาย
งานบ้านไม่ทำเหมือนเดิม (เราตกลงกับแฟนว่างานบ้านจะให้แฟนดูแล ส่วนเราทำงานหาเงินอย่างเดียว)
เขาก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง แต่ก็ยังถือว่าไม่บกพร่องมาก อย่างล้างจาน ซักผ้ายังโอเค แต่เรื่องอื่นถ้าไม่บอกก็ไม่ทำ
ทุกอย่างเริ่มหายไปทีละอย่าง ทีละอย่าง วิทยานิพนธ์ไม่ใส่ใจ ปล่อยตัวชิลมาก
ทั้งๆที่มหาลัยหยุดตั้ง 5 เดือน แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า บอกแต่ว่ายังไม่ได้เสนอ proposal เลยยังทำอะไรต่อไม่ได้
เราต้องเป็นคนคอยจี้ให้ตามเรื่องด้วยซ้ำ คอยถามว่าไปถึงไหนแล้ว เตรียมอะไรไว้รึยัง
เหมือนเขาไม่ห่วงอนาคตของเขาเลย มีแต่เราที่ห่วง
บางอย่างเราคิดว่ามันทำล่วงหน้าได้ไม่ต้องรอ proposal เช่นเรื่องรูปเล่ม เนื้อหาในเล่มบางส่วน
การเตรียมอุปกรณ์ การหาเอกสารอ้างอิง/สนับสนุนวิทยานิพนธ์ เขาก็ไม่ทำ อ้างแต่รอ proposal
แฟนเราชอบนอนดึกเพราะเล่นเกมบ้าง คุยกับเพื่อนบ้าง แล้วก็ชอบมาอ้างเราว่าเรานอนดึก เขาไม่อยากนอนก่อน
แต่พอตอนเช้าก็ไม่ตื่น บางวันก็ไม่ได้เข้าไปมหาวิทยาลัยเพราะตื่นเกือบเที่ยงบ่อยมาก
พอเราจี้บ่อยๆให้ตามงานก็เริ่มขึ้นเสียงใส่ หาว่าเราไม่เข้าใจ
ตอนนี้เราท้อมาก เหนื่อยมาก แอบร้องไห้เกือบทุกคืน มันเหนื่อย มันท้อ
เราทำงานทุกวัน เสาร์-อาทิตย์เราก็ไปขึ้นเวร วันธรรมดาก็เลิกดึก
ทำงานก็เหนื่อย เสี่ยงกับสารเคมีที่เป็นสารก่อมะเร็งทุกวัน จนเราเป็นภูมิแพ้อยู่เกือบปีกว่าจะดีขึ้น
เราก็พยายามใช้เวลาช่วงหลังเลิกงานมีกิจกรรมด้วยกัน คุยกัน ดูหนัง ดูซีรี่ย์ด้วยกัน
แต่มันก็เหมือนไม่ช่วยอะไร เคยขึ้นเวรน้อยลงเพื่อจะแบ่งเวลาให้เขา
เขาก็เอาแต่เล่นเกม คุยกับเพื่อน เราเหนื่อยใจมากๆ
ตอนนี้เรารู้สึกโชคดีที่เรายังไม่มีลูก และตอนนี้เลิกคิดเรื่องมีลูกไปแล้ว
ถ้ามีลูกแค่คนเดียว เราคงเลี้ยงได้สบาย แต่พอคิดว่าต้องทั้งเลี้ยงลูกและดูแลแฟน
มันเกินที่เราจะทนไหวแน่ๆ
เรากับแม่คุยกันบ่อยเลยเรื่องนี้ มันทำให้เรายิ่งคิดที่จะหยุดความสัมพันธ์มากขึ้น
เพราะดูเหมือนจะมีแต่เราที่มองไปข้างหน้า แต่เขาเหมือนจะย่ำอยู่กับที่
เราไม่อยากทิ้งเขาไปเพียงเพราะเขาซัพพอร์ตชีวิตเราไม่ได้ เรารักเขา ไม่อยากทิ้งกัน
แต่บางเวลาเราก็มานั่งคิดนะที่เขาเลือกเราเป็นเพราะตอนนั้นเขาไม่มีใครรึเปล่า
หรือเขาแค่ต้องการใครซักคนที่เขาใช้ความรักซื้อคนที่จะมาซัพพอร์ตชีวิตเขาได้
ตอนนี้เราเหนื่อยและไม่รู้จะทำอะไรให้มันดีขึ้น
ได้แต่กอดแมวที่บ้านร้องไห้ ไม่รู้จะทำอะไรจริงๆ